ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

เล่มที่ 5 บทที่ 138 ผู้เฒ่าจันทรา ตัวแทนขาย

บทที่138 ผู้เฒ่าจันทรา ตัวแทนขาย

     ไป๋ต้าไห่พาภรรยากับลูกสาวกลับไปแล้วนึกถึงตอนที่พวกเขาได้เจอหน้ากัน เย่จื่อเฉินก็เม้มปากยิ้ม ก่อนจะพูดขึ้น

      "พี่ไห่ ขอบคุณพี่มากนะครับ"

      "กับฉันนายยังจะมาเกรงใจอะไรอีกเล่า" เซียวไห่ขมวดคิ้วด้วยความไม่ชอบใจเล็กน้อยก่อนจะรินชาให้เขาแล้วพูดขึ้น "ลองชิมดูนี่เป็นชาชั้นดีที่ฉันซื้อมาในราคาที่สูงมากเลยนะ"

      "ผมไม่ค่อยรู้จักชา พี่ก็รู้นี่"

     ในขณะที่แก้ตัว เย่จื่อเฉินก็ยกชาขึ้นจิบเบาๆ

      "ไม่เลว"

      "นายก็พูดเป็นอยู่แค่สองคำนี้แหละ"

     เซียวไห่ส่ายหน้ายิ้มขำ แค่แป๊บเดียวเขาก็หุบยิ้มลง

      "นายแน่ใจนะว่าจะทำแบบนั้น คนหนุนหลังฮ่าวเหวินไม่ธรรมดาเลยนะ นายคิดว่ากำจัดปัจจัยรบกวนอย่างไป๋ต้าไห่ออกไปก็ได้กำไรแล้วเหรอ"

      "คนเรามันก็โลภกันทั้งนั้นแหละ"

     เย่จื่อเฉินบิดไปมาพร้อมพูดแฝงความนัย แล้วจึงยกขาขึ้นไขว่ห้าง

      "ถ้ายังปล่อยฮ่าวเหวินต่อไปอยู่แบบนี้สำหรับฉันแล้วมันเป็นสิ่งที่ฉันกังวลมาตลอด เขามีคนคอยหนุนหลังถ้าอย่างนั้นหากฉันเข้าหาคนที่หนุนหลังคนนั้น มันก็ไม่เลวนะ"

     เซียวไห่ถอนหายใจเบาๆ ดูจากสีหน้าของเย่จื่อเฉินเขาก็รู้สึกได้ถึงความแน่วแน่ของน้องชายคนนี้แล้ว

      ถึงจะบอกว่าเย่จื่อเฉินเอาแต่เรียกเขาว่าพี่ไห่มาตลอดแต่เซียวไห่กลับคิดว่าตัวเขาเองไม่เข้าใจเย่จื่อเฉินเลย

     เขาลึกลับ มีลูกเล่น

      ทุกอย่างที่เย่จื่อเฉินทำ ทำให้เขาจับไม่ได้ ไล่ไม่ทัน

     หัวเราะเบาๆ พร้อมกับยกชาขึ้นดื่มจนหมด ก่อนเย่จื่อเฉินจะพยักหน้าแล้วพูด

      "พี่ไห่ไม่ต้องโน้มน้าวผมแล้ว พี่จัดการให้อยู่หมัดก็พอ"

      "ฮ่าฮ่า ไม่ต้องห่วงฉันหรอกน่า ฉันไม่ใช่เด็กสักหน่อย"

     เย่จื่อเฉินหัวเราะร่า แล้วจู่ๆ ก็นึกถึงเด็กขงเบ้งที่ร้านซูเปอร์มาร์เก็ตขึ้นมาได้จึงเอ่ยถามเซียวไห่

      "พี่ไห่ ที่วันนั้นผมให้พี่ช่วยกระจายข่าวให้ มีอะไรคืบหน้าบ้างไหม?"

      เซียวไห่ชะงักไปนิด คิดอยู่สักพัก เขาถึงได้นึกขึ้นได้

      "นายหมายถึงเด็กที่ชื่อขงเบ้งคนนั้นใช่ไหม?"

     "ใช่ครับ"

     เย่จื่อเฉินพยักหน้ารับ

     เจ้าเด็กคนนี้อยู่กับเขามานานเกินไปแล้ว ถึงจะบอกว่าการเลี้ยงเด็กคนหนึ่งสำหรับเขามันก็ไม่ได้หนักหนาอะไร แต่ความลับของเขามันมีมากเกินไป จะให้เจ้าเด็กนั่นอยู่ต่อไปแบบนี้ไม่ได้

     ยิ่งไปกว่านั้น พ่อแม่ก็ต้องร้อนใจที่ลูกหายไปด้วย

      "ไม่มีข่าวอะไรเลย" เซียวไห่แบมือพูด "ฉันกับตงฟางเหวินอี้ช่วยกันกระจายข่าวแล้วแต่ก็ไม่เห็นว่าจะมีเด็กจากบ้านไหนในปักกิ่งหนีออกจากบ้านมาเลย"

      "หรือว่าจะเป็นที่อื่น?"

      เย่จื่อเฉินรู้สาเหตุที่เจ้าเด็กคนนั้นหนีออกมาจากบ้าน ไม่แน่ว่าเจ้าเด็กนั่นอาจจะกลัวว่าเย่จื่อเฉินจะหาพ่อแม่เขาเจอจึงจงใจบอกสถานที่ปลอมแก่เขา

      "นายก็น่าจะรู้ดีว่าเวลาที่ฉันจะทำอะไรสักอย่างฉันย่อมคิดอย่างถี่ถ้วน แต่ฉันก็คิดอยู่เหมือนกันว่าเด็กนั่นอาจจะไม่ใช่คนในปักกิ่งแต่ที่อื่นก็ไม่ได้ยินว่ามีเด็กหนีออกมาจากบ้านเหมือนกัน"

     ...

     ครั้งนี้กลายเป็นเย่จื่อเฉินที่กลุ้มใจเจ้าเด็กขงเบ้งคนนั้นจะทำอะไรกันแน่?

      ดูจากท่าทางของเขาก็เหมือนกับลูกผู้ดีมีเงินแต่ในแวดวงสังคมคนรวยกลับไม่มีข่าวคราวออกมาเลย

     หรือว่าสังคมของเจ้าเด็กขงเบ้งคนนั้นจะไม่ใช่สังคมเดียวกับเซียวไห่

     หรือว่าพ่อแม่ของเขาไม่ได้คิดจะใส่ใจ ถ้าเป็นแบบนั้นจริงพ่อแม่แบบนั้นก็แย่เกินไปแล้ว

     เมื่อเห็นความกลุ้มใจบนใบหน้าของเย่จื่อเฉินเซียวไห่จึงเลิกคิ้วพูดขึ้น

      "จะให้ฉันถามในแวดวงสังคมอื่นให้เอาไหม"

      "งั้นก็รบกวนพี่ไห่หน่อยนะครับ"

     ตั้งแต่ที่ออกมาจากบ้านของเซียวไห่ เย่จื่อเฉินก็เอาแต่เกาหัวด้วยไม่รู้ว่าควรจะทำอะไรดี

     เซียวอี้เหม่ยก็ทำงานเป็นบ้าเป็นหลัง เวลาอยู่ในร้านจิวเวลรี่ก็แทบจะไม่เห็นเธอว่างเลยแล้วเขาเองก็ไม่อยากไปรบกวนเธอด้วย

      ซูเหยียนกับเซี่ยเขอเข่อก็มีเรียนบ่ายทั้งคู่

     พอคิดไปคิดมา ก็ดูเหมือนว่าสถานที่ที่จะไปได้ก็มีแค่ซูเปอร์มาร์เก็ตร้านเล็กๆเท่านั้น

      "ช่วงนี้มีใครมาก่อความวุ่นวายที่ร้านบ้างไหม?"

      เย่จื่อเฉินนั่งสูบบุหรี่อยู่บนเก้าอี้ หลังเคาน์เตอร์คิดเงิน อยากจะบอกว่าพอมีพนักงานประจำร้านเล็กๆอย่างขงเบ้งอยู่ก็ไม่เลวเหมือนกันนะ

     อย่างน้อยก็มีคนทำความสะอาดร้าน ดูแล้วสะอาดดี

      "ไม่มีใครมาสร้างความวุ่นวายครับ มีแค่คนมาซื้อของไม่กี่คนแต่ผมก็ไล่กลับด้วยเหตุผลว่าร้านยังไม่เปิดครับ"

     ขงเบ้งหยิบโค้กออกมาจากตู้เย็นหนึ่งกระป๋องหลังจากที่ยกดื่มแล้วก็ยู่ปากพูดขึ้น

     "พี่จื่อเฉินครับ ผมอยากรู้มากเลยว่าถ้าพี่ไม่ขายของแล้วพี่จะเปิดร้านซูเปอร์มาร์เก็ตนี้มาทำไม?"

      ทันทีที่ถาม เย่จื่อเฉินก็กลอกตาใส่ทันที

     "อะไรที่ไม่ควรถามก็อย่าถาม"

      "อ้อ ครับ"

     ขงเบ้งเบะปากอย่างขัดใจ ก่อนจะวิ่งออกไปดูท้องฟ้าหน้าร้าน

     พอเห็นของในร้านแล้ว เย่จื่อเฉินก็กลุ้มใจ

     บนสวรรค์ก็ไม่รู้ว่าทำอะไรกันอยู่ ไม่มีใครมาซื้อของกับเขาเลยไม่เป็นไปตามยอดขายที่เขาคิดเอาไว้สักนิด

     พอดูโพสต์ของผู้เฒ่าจันทรา ก็เห็นว่ามีการโปรโมตสินค้าทุกวัน

     แล้วทำไมถึงได้ไม่มาเอาสินค้าที่เขา!

     ส่วนพี่ลิง ขุนพลสวรรค์เทียนเผิง ยี่หนึงจินกุนสามคนนี้ไม่ต้องไปหวังเลย

     เท่าที่เย่จื่อเฉินสังเกตดู พวกเขาสามคนไม่ใช่สายนี้

     แต่ที่กลุ้มยิ่งกว่าคือเรื่องของเทพธิดาเหอเซียนกู่นี่แหละ

     เย่จื่อเฉินมองรูปโปรไฟล์ของเทพธิดาเหอเซียนกู่ในแชทกลุ่มมาตั้งนานแล้วรากบัววิเศษเก้ารูมีแค่เธอคนเดียวที่มี

     แต่เขาก็ไม่รู้จักเธอ อีกอย่างเทพธิดาเหอเซียนกู่ท่านนี้ก็เพิ่งเข้ามาในกลุ่มด้วย

     ถ้าเกิดทำอะไรบุ่มบ่าม มันอาจจะกลายเป็นการต่อต้านได้แถมไม่แน่ใจด้วยว่ากลุ่มเทพโป๊ยเซียนจะชอบพวกนมเปรี้ยวหรือน้ำอัดลมของเขาหรือเปล่า

      ติ๊ง!

     ติ๊ง!

     ทันใดนั้น โทรศัพท์ก็สั่นขึ้นมา

     มีพรีเซนเตอร์ปรากฏตัวขึ้นในกลุ่มแล้ว

      ผู้เฒ่าจันทรา : สหายเซียน!

      ผู้เฒ่าจันทรา : @ไม่มีชื่อท่านเง็กเซียน!

      ผู้เฒ่าท่านนี้ทักมาหาเขาในกลุ่มพรีเซนเตอร์ หรือว่ายอดขายจะลดลง?

     เย่จื่อเฉิน : อยู่

      ผู้เฒ่าจันทรา : ท่านเง็กเซียนสั่งของหน่อย!

      ทางด้านของผู้เฒ่าจันทราบนสวรรค์ในตอนนี้ผู้เฒ่าจันทราผมดำแซมขาวพร้อมกับขอบตาดำคล้ำดูท่าทางเหมือนไม่ได้พักผ่อนมาเป็นเวลานานแล้วแต่ว่าในดวงตาของเขานั้นกลับฉายชัดไปด้วยประกายของความตื่นเต้น

     นั่นเป็นแววตาหลังจากเห็นผลกำไร มีเพียงนักธุรกิจเท่านั้นถึงจะฉายแววตานี้ออกมา

      เย่จื่อเฉิน : ท่านจะเป็นตัวแทนขายเหรอ!

     ผู้เฒ่าจันทรา : ใช่ข้าจะเป็นตัวแทนขาย

      เย่จื่อเฉิน : ได้ ไปที่แชทส่วนตัว

     ไม่นาน ก็มีข้อความเด้งขึ้นมาในแชทส่วนตัวของผู้เฒ่าจันทรากับเย่จื่อเฉิน

      ผู้เฒ่าจันทรา : ท่านเง็กเซียนครั้งนี้ข้าอยากได้...

     จำนวนสินค้าที่ต้องการเรียงกันยาวเป็นหางว่าวดูไปแล้วเหมือนเขาจะเปิดร้านซูเปอร์มาร์เก็ตบนสวรรค์เลย

     เย่จื่อเฉินคิดคำนวณง่ายๆ ถ้าสั่งสินค้าพวกนี้ก็จะเป็นราคาจำนวน 100,000 วิทยายุทธ

      สำหรับเขาแล้ว ครั้งนี้เป็นการซื้อขายครั้งใหญ่ถ้าเป็นปกติเขาต้องส่งสินค้าไปให้โดยไม่ต้องรอให้พูดเป็นครั้งที่สอง

     แต่ว่า ตอนนี้เขามีปัญหาอยู่นิดหน่อย...

      เย่จื่อเฉิน : ท่านรู้จักเทพธิดาเหอเซียนกู่ไหม

     ผู้เฒ่าจันทรา : โป๊ยเซียนเหอเซียนกู่เหรอ?

     เย่จื่อเฉิน : ใช่นางนั่นแหละ ท่านรู้จักนางหรือเปล่า?

     ผู้เฒ่าจันทรา : ก็ต้องรู้จักสิตอนนั้นด้ายแดงของนางกับหานเซียงจื่อข้าก็เป็นคนทำพังเอง

     ...

     ที่แท้ก็ตาเฒ่าคนนี้นี่เองที่สร้างเรื่อง

     ตอนยังเด็ก เย่จื่อเฉินรู้สึกเสียดายมากที่เทพธิดาเหอเซียนกู่กับหานเซียงจื่อไม่ได้ครองคู่อยู่ด้วยกันคิดไม่ถึงเลยว่าจะเป็นผู้เฒ่าจันทราที่ก่อเรื่องบ้าๆ อยู่เบื้องหลัง

     ที่สำคัญไปกว่านั้นคือ ทำให้ด้ายแดงของทั้งคู่พังลง

     ความสัมพันธ์น่าจะตึงเครียดน่าดู

      เย่จื่อเฉิน : แล้วท่านสนิทกับเทพธิดาเหอเซียนกู่ไหม?

     ผู้เฒ่าจันทรา : มากเลยล่ะ 

      ผู้เฒ่าจันทราตอบกลับมาในทันที

     เย่จื่อเฉินข้อความนี้แล้วถึงกับงง

     เดี๋ยวนะ

     ทำด้ายแดงคนอื่นพังแล้วยังจะสนิทกับเขามากอีกเหรอ

     เย่จื่อเฉิน : ท่านไม่ได้โกหกข้าใช่ไหม?

     ผู้เฒ่าจันทรา : ข้าจะโกหกท่านเง็กเซียนทำไมข้ากับเทพธิดาเหอเซียนกู่สนิทกันจริงๆ

      เย่จื่อเฉิน : ได้ 

      เย่จื่อเฉินเม้มปากยิ้ม แล้วส่งข้อความไป 

      เย่จื่อเฉิน :ถ้าอย่างนั้นท่านแนะนำเทพธิดาเหอเซียนกู่ให้ข้ารู้จักหน่อยสิถ้าท่านแนะนำให้ได้ ต่อไปถ้าท่านมาสั่งสินค้า ข้าจะลดให้ยี่สิบเปอร์เซ็นต์เลย

      เย่จื่อเฉิน : เอ่อ...

     ทีแรกเขาคิดว่าผู้เฒ่าจันทราจะตกปากรับคำทันทีคิดไม่ถึงว่าเขาจะลังเล

     ผ่านไปนาน ผู้เฒ่าจันทราถึงได้ลองส่งข้อความมาลองถามหยั่งเชิงดู

     ผู้เฒ่าจันทรา : ท่านเง็กเซียนท่านจะเกี้ยวเหอเซียนกู่เหรอ!