สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

เล่มที่ 7 บทที่ 197 การต่อสู้ครั้งแรกของอัศวินโกลด์เซนต์

       “อั่ก...อั่ก...อึก...อ่า...อ่า...”

       ชายร่างผอมดิ๊กอ้าปากพะงาบๆ เหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง ทว่าลำคอของเขากลับทำได้แค่ส่งเสียงคำรามต่ำๆ ออกมาราวกับเสียงร้องของสัตว์ที่ได้รับบาดเจ็บหนักและกำลังคร่ำครวญด้วยความสิ้นหวังดวงตาของเขาจับจ้องไปยังแขนของแลมพาร์ดที่กำลังชักมือของตัวเองออกมาจากอกของเขาอย่างช้าๆ สีหน้าสุดท้ายของใบหน้าแสนหยิ่งผยองที่แสดงออกมาก็คืออ้อนวอนจากนั้นดาบที่ถือไว้ในมือก็ค่อยๆ ตกลงบนพื้นดังตุบ! ลมหายใจสุดท้ายขาดห้วงไปในที่สุด

       แลมพาร์ดใช้มือที่เปื้อนเลือดผลักศพที่เย็นชืดให้ล้มลงไปกองกับพื้น

       ตอนนี้เองเสียงตะโกนว่าฆ่าดังลอยมากับสายลมพร้อมกับควันไฟสีดำที่กำลังพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าแสงสว่างสีแดงเพลิงลุกไหม้อยู่ตรงปลายขอบฟ้า

       แลมพาร์ดรู้สึกแปลกใจเขากระโดดขึ้นไปบนต้นไม้ยักษ์ที่สูงกว่าร้อยเมตรต้นหนึ่ง

       ดวงตาของเขาจับจ้องไปยังพื้นที่อันห่างไกลเขามองเห็นเปลวเพลิงกำลังเผาไหม้ทุ่งหญ้าอยู่ เพียงเท่านี้แลมพาร์ดก็เดาออกว่านี่น่าจะเป็นแผนการของเกอเทอ บรู๊ค แม่ทัพใหญ่ของเมืองแซมบอร์ด ทว่าแผนการนี้คงใช้ไม่ได้ผลมากเท่าที่ควร เพราะในกองทัพของศัตรูมียอดฝีมือระดับสี่ดาวขั้นปลายอยู่คนหนึ่ง แลมพาร์ดเกิดความกังวลใจขึ้นมาเปลวไฟพวกนี้อาจจะเผาพวกทหารม้าสีดำกว่าหนึ่งพันคนตายได้แต่แน่นอนว่าเปลวไฟนี้กลับทำอะไรยอดฝีมือไม่ได้ อีกทั้งข้างกายของบรู๊คก็ไม่มีใครที่สามารถต้านทานยอดฝีมือคนนี้ได้เลย เมื่อใดก็ตามที่อีกฝ่ายทะลวงฝ่าทะเลเพลิงออกมาได้...

       สถานการณ์ฝั่งนั้นจะแย่ลงทันที

       เขาต้องไปสนับสนุน

       เสียงแซ่กๆ ดังขึ้นมาก่อนจะปรากฏร่างของพลธนูเมืองแซมบอร์ดทั้งยี่สิบกว่าคนที่หายไปก่อนหน้านี้เดินออกมาจากต้นไม้ยักษ์ พวกเขาเดินมาหยุดอยู่ใต้ต้นไม้ที่แลมพาร์ดกำลังยืนอยู่

       “ท่านแลมพาร์ด!”

       “มากันครบหรือเปล่า? แล้วมีใครได้รับบาดเจ็บไหม?”

       “รายงานท่านพวกเรามากันครบแล้วขอรับ มีเพียงแอนดี้และเทย์เลอร์ที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยส่วนคนอื่นๆ ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ อีกทั้ง พวกผู้บุกรุกทั้งสองร้อยห้าสิบคนนั้น ไม่มีใครเล็ดรอดไปจากสายตาของพวกเราได้พวกมันทั้งหมดถูกฝังอยู่ในป่าแห่งนี้ตลอดกาลแล้ว!”

       “ดีทำงานหนักได้ดี แต่สงครามยังไม่จบ พวกเจ้าต้องแบ่งเป็นสองกลุ่มกลุ่มหนึ่งให้รีบไปสนับสนุนดร็อกบากับเพียร์ซ ส่วนอีกกลุ่มตามข้าไปช่วยบรู๊ค...จำไว้นี่เป็นสถานการณ์เร่งด่วนดังนั้นพวกเจ้าต้องรีบไป!” แลมพาร์ดกวาดสายตามองไปยังเหล่าทหารทั้งยี่สิบกว่าคนตรงหน้าในบรรดาคนเหล่านี้ ยังมีบางคนที่เลือดไหลออกมาไม่หยุดถึงแม้ว่าพวกเขาจะอาศัยข้อได้เปรียบในด้านภูมิประเทศที่คุ้นเคย ฆ่าล้างบางพวกทหารม้าสีดำทั้งสองร้อยกว่าคนในป่า แต่ราคาที่พวกเขาทั้งยี่สิบคนต้องจ่ายก็ไม่น้อยเลยถึงอย่างนั้นในช่วงเวลาที่เร่งด่วนแบบนี้พวกเขาไม่มีเวลามาสนใจอาการบาดเจ็บใดๆ ทั้งสิ้น แลมพาร์ดได้แต่พูดสำทับว่า“ดูแลตัวเองให้ดี!” จากนั้นร่างของเขาก็หายไปจากที่เดิมอย่างรวดเร็ว

       ร่างของแลมพาร์ดกลายเป็นลำแสงสีเงินวิ่งทะยานไปยังเนินเขาเล็กๆ ที่มีธงสุนัขสองหัวคาบดาบและขวานกำลังโบกสะบัดไปตามแรงลม

       ในขณะเดียวกันเสียงเป่านกหวีดก็ดังขึ้น จากนั้นเสียงกีบเท้าม้ากระทบพื้นก็ลอยมาม้าศึกที่ถูกทิ้งไว้นอกป่าวิ่งมาหาพวกเขาเหล่าทหารเมืองแซมบอร์ดที่เนื้อตัวเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดกำลังควบม้ามุ่งหน้าไปยังทุ่งหญ้ากว้างที่อยู่ห่างออกไป

       ณ ที่แห่งนั้นยังมีเหล่าพี่น้องของพวกเขาที่กำลังต่อสู้เพื่อปกป้องบ้านเกิดของพวกเรา

       ……

       “ฮึๆเจ้าหนูสองตัวที่น่าสมเพช คิดจะหนีไปไหนกัน หือ?”

       อลันอัศวินเกราะดำพลันหัวเราะออกมาเบาๆ ผมสีเหลืองอ่อนของเขาดูยุ่งเหยิงเล็กน้อย ทั้งร่างเต็มไปด้วยเปลวไฟคลื่นพลังสีฟ้าที่กำลังพลุ่งพล่าน ทันทีที่เขาขยับมือคลื่นดาบสีฟ้าเข้มก็ถูกฟันออกไปประหนึ่งลูกธนู คลื่นดาบนี้แล่นไปทางดร็อกบาและเพียร์ซอย่างรวดเร็วทำให้เศษหญ้าปลิวว่อนไปทั่วท้องฟ้าอัศวินโกลด์เซนต์ทั้งสองคนเห็นแบบนั้นก็พากันวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนทันทีอลันมองเห็นหลังไวๆ ของทั้งสองที่อยู่ท่ามกลางทุ่งหญ้านอกจากนี้ก็ยังมีคราบเลือดหยดลงตามทางอีกด้วย

       ตอนนี้เขากำลังเล่นเกมแมวไล่จับหนูอยู่อลันรู้สึกเพลิดเพลินไปกับเสียงร้องที่แสนจะสิ้นหวังของอีกฝ่าย

       “ฮ่าๆหยุดอยู่ตรงนั้นเลย ฮึๆ บาดเจ็บหนักจนเลือดไหลเป็นทางยาวแบบนี้พวกเจ้าก็ยังคิดว่าจะหนีกันพ้นอีกหรือ? ”อลันพูดพลางกระโดดขึ้นไปในอากาศเขามองเห็นคนสองคนพยายามหลบหนีไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้งปลายดาบในมือค่อยๆ กลั่นคลื่นดาบสีฟ้าขึ้นมาอีกครั้งแล้วฟันไปด้านหน้าเศษฝุ่นและเศษหญ้าที่อยู่บนพื้นก็พลันกระจัดกระจายไปทั่ว

        อลันได้รับคำสั่งจากเบื้องบนให้ลงมาช่วยราชาทั้งสามคนสู้รบ เขารู้ดีว่าเจ้าหนูโสโครกทั้งสองตัวที่กำลังหลบหนีอยู่นั้นเป็นบุคคลที่ราชาแห่งเมืองแซมบอร์ดให้ความสำคัญ หากเขาจัดการกับพวกมันทั้งสองคนได้นั่นเท่ากับว่าตัวเองได้สร้างคุณงามความดีในการรบครั้งยิ่งใหญ่และของรางวัลตอบแทนที่จะได้รับก็คงมีไม่น้อยเลยทีเดียวดังนั้นเขาจึงไม่สนใจพลธนูของเมืองแซมบอร์ดที่วิ่งอยู่รอบๆเขามุ่งเป้าไปที่ดร็อกบาและเพียร์ซ ก่อนจะวิ่งไล่ตามไปติดๆ

        หลังจากการโจมตีของคลื่นพลัง ในทุ่งหญ้าก็เต็มไปด้วยเลือดที่สาดกระจายไปทั่วบริเวณรวมไปถึงรอยเลือดเป็นทางยาวที่ทิ้งไว้บนพื้นเห็นได้ชัดว่าทั้งสองคนได้รับบาดเจ็บสาหัส และอีกไม่นานพวกเขาก็คงจะทนต่อไปไม่ไหวแน่

        เกมไล่ล่ายังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ

       ทว่า

       เกมไล่ล่าได้ดำเนินมาสิบนาทีกว่าแล้วอลันค่อยๆ รู้สึกตงิดใจขึ้นมา

       “แปลก...ทั้งๆ ที่เลือดก็ไหลเยอะขนาดนี้ต่อให้พวกมันสองตัวจะถึกเหมือนควายก็ควรที่จะตายสักทีสิ แต่ถึงอย่างนั้นทำไมพวกมันสองตัวถึงยังดูแข็งแรงกระปรี้กระเปร่าไหลลื่นได้เหมือนหนูอีกเล่า?” อลันหยุดอยู่กับที่ไม่ไล่ตามพวกมันอีก เขายกมือนวดขมับตัวเองเล็กน้อยก่อนจะพบว่า ในขณะที่ตัวเองกำลังไล่ล่าอยู่นั้น ตัวเขาได้หลงทางในทุ่งหญ้าเข้าแล้ว

       “ไอ้พวกขี้ขลาดไร้ยางอาย ข้าจะไปล้างบางเมืองแซมบอร์ดก่อน ดูสิว่าพวกเจ้าจะหนีไปที่ไหนได้อีก!”

       ดวงตาของอลันเป็นประกายขึ้นมาในขณะที่จงใจตะโกนออกมาเสียงดังๆ จากนั้นก็หันหลังเดินจากไป

       เขาไม่ได้พูดหลอกล่อ แต่เขาคิดที่จะถอยจริงๆ หากไอ้สุนัขอัศวินโกลด์เซนต์อะไรนั่นไม่โผล่หัวออกมา เขาก็จะจากไปทันทีเขาไม่ยอมให้อีกฝ่ายถ่วงเวลาไว้ที่นี่นานหรอกถึงแม้ว่าการอยู่จัดการกับพวกมันจะทำให้เขาได้รับคุณงามความดีแต่ถ้าสหายคนอื่นๆ ได้เข้าไปในเมืองแซมบอร์ดก่อนเขาและล้างบางเมืองแซมบอร์ดจนเสร็จสิ้นของมีค่าต่างๆ ก็คงถูกฉกฉวยไปเป็นของตัวเองจนหมดส่วนเขาที่ไปช้าแค่ก้าวเดียวก็จะไม่ได้อะไรเลย

       “โอ๊ะโอ อย่าเพิ่งรีบไปสิ เจ้านี่มันน่าผิดหวังจริงๆ นะทั้งๆ ที่เราออกจะสนุกกันอยู่แท้ๆ จะรีบไปไหนกัน?”

       “ใช่แล้วเจ้าจะไม่เล่นกับพวกเราแล้วหรือ?”

       ร่างสูงใหญ่ของบุรุษทั้งสองคนค่อยๆ เดินออกมาจากทุ่งหญ้าทางด้านหลังอย่างช้าๆพร้อมกับรอยยิ้มสนุกสนาน ปากของเขาก็พร่ำบ่นออกมาเห็นได้ชัดว่าพวกเขาไม่พอใจอย่างมากที่อลันจะถอนตัว

       “ฮ่าๆๆๆในที่สุด ไอ้ขี้...” อลันแสยะยิ้มก่อนจะหมุนร่างหันกลับมามอง

       ในขณะที่เขากำลังจะเหน็บแนมอัศวินโกลด์เซนต์ตูดหมาอะไรนั่นว่าเป็นพวกขี้ขลาดตาขาวแต่ไม่ทันจะพูดคำว่า ‘ขี้ขลาด’ จบก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเห็นว่าในมือของดร็อกบาและเพียร์ซกำลังหิ้วอะไรบางอย่างเอาไว้ นั่นก็คือศพไร้หัวของทหารม้าเกราะดำที่ตายไปนานแล้วตอนนี้ร่างนั้นถูกไอ้หน้าด้านสองตัวหิ้วไปมาเหมือนหิ้วลูกเจี๊ยบก็ไม่ปานก่อนที่จะตกตะลึงยิ่งกว่าเดิมเมื่อเห็นอีกฝ่ายออกแรงบีบตรงลำคอที่ไร้หัวจนเลือดข้นคลั่กค่อยๆ ไหลทะลักลงบนพื้นกลายเป็นรอยเลือดที่เปรอะเปื้อนไปทั่วบริเวณ...

       “พวกเจ้า...ที่แท้...”

       เมื่อมองเห็นใบหน้าของชายทั้งสองคนที่กำลังฉีกยิ้มเย้ยหยันอยู่นั้นอลันก็พลันรู้สึกอับอายขึ้นมา ไม่ต้องพูดถึงรอยบาดแผลบนร่างของพวกมัน แค่พวกมันปัดเนื้อปัดตัวนิดหน่อยก็กลับมาสะอาดเอี่ยมอ่องเหมือนเดิมร่องรอยบาดแผลอะไรนั่นก็เป็นเรื่องแหกตาเมื่อเห็นฉากนี้อลันก็เข้าใจอะไรมากขึ้น

       ที่แท้...เขาถูกหลอก!

       ไม่น่าแปลกใจเลยที่เขารู้สึกว่าเลือดของเจ้าหนูโสโครกทั้งสองตัวนั่นมันไหลออกมามากจนเกินไปหลังจากที่พวกมันได้รับ ‘บาดเจ็บ’ หากเป็นคนธรรมดา เลือดไหลออกมามากขนาดนี้คงกลายเป็นศพไปนานแล้วยังจะมีแรงวิ่งได้อีกที่ไหนกัน? ที่แท้รอยเลือดที่เขาเห็นและหัวเราะเยาะใส่ก็เป็นเลือดจากศพทหารม้าของเขาที่ถูกไอ้พวกสารเลวนั่น ‘บีบ’ ออกมาแต่ถึงอย่างนั้นตัวเขาก็ยังไปหัวเราะเยาะใส่!

       “พวกเจ้า...ให้อภัยไม่ได้! สมควรตาย! ข้าจะสับเจ้าเป็นหมื่นๆ ชิ้น!” อลันตวาดออกมาอย่างโมโห

       “เพียร์ซ เจ้ารีบมาดูสิ เจ้าเด็กผมเหลืองเหมือนจะโมโหพวกเราด้วยว่ะ!” ดร็อกบาหัวเราะออกมา“รู้ไหมว่าข้ากำลังคิดอะไรอยู่?” พูดเองตอบเอง “ฮ่าๆๆข้านี่มันโคตรเทพเลยว่ะ!”

       “ดร็อกบาข้าก็คิดเหมือนเจ้าเลย!” อัศวินโกลด์เซนต์แคปริคอร์นเพียร์ซเริ่มรู้สึกว่าตัวเองกลายเป็นบุรุษเลือดร้อนที่ไม่กลัวความตายขึ้นมาแล้วตอนนี้เขาได้รับอิทธิพลมาจากดร็อกบาทำให้ตัวเองเริ่มเปลี่ยนเป็นผู้ชายที่หยาบคายมากขึ้นและกวนประสาทมากขึ้น

       “พวกเจ้าต้องตาย!”

       ประหนึ่งมีควันลอยออกมาจากหูอลันโมโหสุดขีด เปลวไฟคลื่นพลังสีฟ้าบนร่างของเขายิ่งพลุ่งพล่านกว่าเดิมเสียงกระแสน้ำที่กำลังถาโถมอย่างบ้าคลั่งคล้ายออกมาจากเปลวไฟดาบของเขาถูกพลังที่มองไม่เห็นอัดฉีดเข้าไปทันใดนั้นก็เกิดคลื่นพลังหมุนวนอย่างรวดเร็วขึ้นมาตรงศูนย์กลางของใบดาบ คลื่นพลังนั่นกำลังกะพริบวิบวับและขยายตัวออกไปอย่างต่อเนื่อง…

       “ไอ้พวกหนูโสโครกพวกเจ้าทำให้ข้าโกรธขึ้นมาจริงๆ แล้ว...”

       เสียงลอดไรฟันดังขึ้น ดาบที่ถูกห่อหุ้มด้วยคลื่นพลังสีฟ้าก็กลายเป็นลำแสงสายฟ้าทันที ในอากาศก็ค่อยๆ ปรากฏลำแสงดาบจำนวนนับไม่ถ้วนออกมา ลำแสงดาบเหล่านั้นหมุนเร็วขึ้นและความคมก็ยิ่งเด่นชัดมากขึ้นเรื่อยๆทุ่งหญ้าที่สูงกว่าสองเมตรรอบกายก็ถูกตัดจนโล่งเตียน สุดท้าย ความเร็วนั่นก็มองด้วยตาเปล่าไม่เห็นเสียงคลื่นน้ำดังขึ้นมาทุกสารทิศ ราวกับว่าพวกเขากำลังอยู่ท่ามกลางมหาสมุทรก็ไม่ปาน

       “ทักษะคลื่นพลัง...คลื่น...น้ำ...พิ...โรธ!!!”

       อลันตะเบ็งเสียงออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยวดาบในมือสะบัดออกไปทันทีทันใดนั้น เสียงมวลคลื่นน้ำก็ดังขึ้นถี่ๆ ราวกับว่ากำลังมีคลื่นน้ำมหาศาลกำลังถาโถมเข้ามาลำแสงดาบสีฟ้าที่ลอยอยู่ในอากาศพลันสว่างเจิดจ้าจากนั้นก็รวมกลุ่มกันกลายเป็นตาข่ายดาบพุ่งทะยานเข้าไปหาดร็อกบาและเพียร์ซจากทั่วทุกสารทิศ!

       “โอ๊ะ แย่ล่ะสิไอ้เด็กผมเหลืองคงจะโมโหมากจริงๆ...” ดร็อกบาพูดออกมาลอยๆ ก่อนจะตะโกนออกมาว่า “ราชาทรงพระเจริญ...ชุดเกราะอัศวินทอรัส จงออกมา!”

       สิ้นประโยคเรื่องมหัศจรรย์ก็บังเกิดขึ้น…

       ร่างของดร็อกบาก็พลันลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าประหนึ่งร่างไร้แรงโน้มถ่วง จากนั้นก็มีแสงสว่างสีดำปรากฏออกมาจากหน้าผากของเขาอากาศที่อยู่ด้านหน้าพลันบิดเบี้ยว ก่อนจะปรากฏกล่องคลอธสีดำออกมาตัวกล่องคลอธแกะสลักด้วยรูปหัววัวที่ราวกับมีชีวิตจริงๆ ไว้สี่ด้าน ทันทีที่กล่องคลอธถูกเปิดออก ลำแสงสีทองก็กระจายออกมาเมื่อกล่องครอธเปิดออกจนสุดวัวเหล็กสีดำขนาดใหญ่ที่ยืนอยู่ด้านในก็วิ่งทะยานออกมาทันใดนั้น ร่างของมันก็แยกชิ้นส่วนออกเป็นหนึ่งร้อยยี่สิบห้าชิ้นจากนั้นชิ้นส่วนชุดเกราะก็ลอยเข้าไปหาดร็อกบาแล้วแนบเกราะลงบนร่างของเขาทันที

       เพียงเสี้ยววินาทีชุดเกราะก็ติดแนบร่างของเขาจนเสร็จสิ้น ด้านหลังของดร็อกบาปรากฏดาวจำนวนหนึ่งร้อยยี่สิบห้าดวงที่ประกอบกันเป็นรูปวัวยักษ์สีทองร่างของวัวยักษ์มีกลิ่นอายโบราณลึกลับกระจายออกมา ราวกับว่าได้ยินเสียงร้องคำรามอันโกรธเกรี้ยวของมันดังขึ้น ฉับพลัน จิตสังหารที่แผ่พุ่งออกมาก็กดข่มผู้คนให้คุกเข่ายอมศิโรราบแต่โดยดี

       -----------------------------------

คล้ายกับเรื่องสดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน