บทที่ 40 การทดสอบรอบสอง I
แก๊งงูดำ เมื่อกดเข้าไปดูรายละเอียดของแก๊งงูดำ ก็พบว่ามีข้อมูลอยู่ไม่กี่บรรทัด แก๊งนี้เป็นแก๊งเล็ก ๆ ที่มีอิทธิพลอยู่ในเขตหนึ่งของจังหวัดหนาน-ซื่อ (เขตใต้ จังหวัดที่สี่) สาเหตุที่รัฐบาลต้องการจัดการแก๊งนี้เพราะกระทำผิดกฎหมายและตำรวจท้องถิ่นก็ไม่สามารถจัดการได้ เพราะหนึ่งสมาชิกหลักของแก๊งมีฝีมือสูงแถมฐานที่ตั้งก็ยังลึกลับ
“ไม่คิดเลยว่าการทดสอบรอบที่สองคือการให้พวกเราไปทำลายแก๊งนักเลงแก๊งหนึ่ง ดีนะที่เป้าหมายอยู่ไม่ไกลมาก”ต้าเป่าร้องออกมา เขาเกลียดการเดินทาง เพราะยิ่งห่างไกลจากเมืองหลวงของอร่อยที่เขาชอบก็หายากตามไปด้วย
“ตงหยางนายรีบดูรายการช่วยเหลือหน่อยสิ ดูว่าเราขออะไรได้บ้าง” เมิ่งซิ่วอิงถามขึ้นมาและนี่ก็ตรงกับความอยากรู้ของทุกคนในตอนนี้เหมือนกัน
สวีตงหยางรีบกดเข้าไปดูตรงรายการช่วยเหลือ พอกดเข้าไปแล้วตารางหนึ่งก็ปรากฏขึ้น ในตารางนี้มีของที่น่าสนใจมากมายทุกอย่างล้วนแต่เป็นรายการที่สามารถช่วยให้ภารกิจสำเร็จลุล่วงได้เพียงแต่จะเลือกอะไรต้องคิดให้ดี เพราะแต่ละทีมจะเลือกได้แค่สามอย่างเท่านั้น
“พวกเราจะเลือกอะไรดี? เงิน อาวุธ ข้อมูล ที่พัก ยา รถแล้วยังมีตัวเลือกข้างล่างอีก” สวีตงหยางดูแต่ละรายการ ก็ตาลุกวาวขึ้นมา
“พวกเราจะเลือกข้อมูลก่อน”หวังเฟิงตัดสินใจแล้ว
เมื่อหัวหน้าตัดสินใจแล้วที่เหลือย่อมไม่คัดค้าน อีกย่างไม่ว่าจะทำภารกิจอะไร ข้อมูลนั้นสำคัญที่สุด
พอกดเลือกข้อมูลไปแล้วก็มีหน้าต่างหนึ่งเด้งขึ้นมา ในนั้นมีไฟล์เอกสารชุดหนึ่งพอสวีตงหยางเปิดไฟล์นั้นขึ้น ก็มีข้อมูลเกี่ยวกับแก๊งงูดำที่ละเอียดยิ่งขึ้นปรากฏออกมาเช่น การคาดการจำนวนสมาชิกหลัก ระดับพลังของหัวหน้าแก๊ง พื้นที่แก๊งที่ออกอาลวาดและสาเหตุความผิดของแก๊งงูดำ
แก๊งงูดำผลิตยากระตุ้นพลังชีวิตในร่างกายทำให้ผู้ที่กินเข้าไปมีพละกำลังมากขึ้น แต่ก็ต้องแลกด้วยอายุขัยที่สั้นลงในอนาคตรวมถึงร่างกายจะค่อย ๆ อ่อนแอลงตามปริมาณยาที่กินเข้าไป แก๊งงูดำอาศัยช่องว่างช่วงระยะเวลาหลอกคนว่ายานี้เมื่อกินเข้าไปแล้วจะทำให้จุดลมปราณในร่างเปิด เหมาะกับการฝึกฝนวิชาเข้าสำนักต่าง ๆ ได้ ทำให้มีคนมากมายหลงเชื่อ จนส่งผลร้ายแรงในวงกว้างและด้วยความที่ตำรวจท้องถิ่นจัดการไม่ได้ จึงส่งเรื่องขึ้นมาถึงเบื้องบนจนท้ายที่สุดก็กลายมาเป็นหัวข้อในการสอบรอบที่สองของหน่วยพยัคฆ์
“ลูกพี่ฉลาดมาก! ที่เลือกข้อมูลก่อน” ต้าเป่าพยายามเลียขาหวังเฟิงอีกครั้ง
เจิ้งหมิงที่ได้ยินหมดคำจะพูด… ถึงปกติเขาไม่ค่อยมีอะไรจะพูดก็เถอะ
หวังเฟิงไม่สนใจต้าเป่าพูดกับทุกคนต่อว่า “ส่วนตัวช่วยที่เหลืออีกสองข้อเราค่อยไปเลือกหลังจากสำรวจพื้นที่ภารกิจจะได้รู้ว่าสิ่งไหนจำเป็นสำหรับพวกเราจริง ๆ วันนี้พวกเราก็แยกย้ายกันพักผ่อนเตรียมตัวให้ดี พรุ่งนี้มาเจอกันที่นี่ตอนหกโมงเช้า เดี๋ยวฉันจะไปรายงานเวลาการเดินทางกับครูฝึกเฉิงชิง”
หวังเฟิงกับต้าเป่า แยกตัวออกไปรายงานเวลาเดินทางให้กับครูฝึกเฉิงชิงหลังจากนั้นก็กลับมายังห้องพักของตัวเอง ในคืนนี้หวังเฟิงพักผ่อนอย่างสบายใจ ผิดกับต้าเป่าที่ค่อนข้างตื่นเต้นจนนอนไม่ค่อยหลับ
เช้าวันรุ่งขึ้นทุกคนมารวมตัวกันตรงเวลาหวังเฟิงและสมาชิกเดินตรงไปยังโรงเก็บยานพาหนะทันที เมื่อแจ้งสิทธิในการใช้ยานพานหะให้กับทหารที่ทำหน้าที่ดูแลแล้วก็มีทหารนายหนึ่งขับรถบรรทุกทหารมา ฝั่งทหารที่นั่งอยู่ข้างคนขับตะโกนบอกพวกหวังเฟิงว่า“ขึ้นรถ ฉันจะพาพวกนายไปส่งจุดหมายเอง”
รถบรรทุกทหารแบ่งที่นั่งออกเป็นสองฝั่งสมาชิกทีมทั้งห้าต่างก็พูดคุยเกี่ยวกับเนื้อหาภารกิจที่จะได้ทำยังไงนี่ก็เป็นหัวข้อในการทดสอบ จะผ่านเข้าหน่วยพยัคฆ์ได้ไหมขึ้นอยู่กับผลในการทดสอบครั้งนี้
นั่งรถมาเกือบหนึ่งชั่วโมงรถบรรทุกทหารก็จอดลงที่สถานีรถไฟ พวกหวังเฟิงถูกปล่อยตัวลงที่นี่ก่อนที่รถบรรทุกทหารจะจากไป เสียงของหทารที่นั่งอยู่ข้างคนขับก็ลอยมา“หวังว่าพวกเราจะได้เป็นเพื่อนร่วมหน่วยเดียวกันนะ”
“เป็นคำอวยพรที่ดีจริงๆ” ต้าเป่ารู้สึกแบบนั้น
“สวีตงหยางต้าเป่า พวกนายเอาเงินนี่ไปซื้อตั๋วรถไฟ” หวังเฟิงแบ่งเงินให้จำนวนห้าร้อยหยวน จากนั้นก็แบ่งเงินอีกสามร้อยหยวนออกมา“เจิ้งหมิง เมิ่งซิ่วอิง ช่วยหาซื้อของกินระหว่างที่พวกเราเดินทางทีนะ”
หลังจากออกคำสั่งไปหวังเฟิงก็สูดลมหายใจเข้าจนลึก พยายามคุมสมาธิ ในความจริงเขาเองก็ตื่นเต้นเหมือนกันเพราะนี่คือการเป็นหัวหน้าครั้งแรกของเขา ภายในหัวเลยมีความคิดมากมายวิ่งวุ่นตีกันไปหมด กว่าจะออกคำสั่งแต่ละอย่างได้เขาต้องคิดทบทวนมาแล้วหลายตลบทีเดียว
‘มีคนของหน่วยพยัคฆ์อยู่ในสถานีด้วย’ หวังเฟิงคิดว่าคนเหล่านี้คงมาประเมิณความสำเร็จการทำภารกิจและอาจจะคอยคุ้มครองพวกเขาอย่างลับ ๆ
กว่าทีมของหวังเฟิงจะได้ขึ้นรถไฟก็เป็นเวลาเจ็ดโมงเช้าสามสิบนาที นี่คือรอบที่เร็วที่สุดแล้วสำหรับรถไฟที่จะเดินทางไปยังจังหวัดหนาน-ซื่อ
ใช้เวลาในการเดินทางเกือบสองชั่วโมงในที่สุดรถไฟก็มาจอดที่ชานชาลาของเมืองเอก ของจังหวัดหนาน-ซื่อและสิ่งแรกที่หวังเฟิงทำคือเลือกหาร้านกาแฟที่มีห้องส่วนตัว จากนั้นก็ทิ้งเจิ้งหมิงกับสวีตงหยาง ไว้ให้ทั้งสองคนค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากตัวยาหวังเฟิงเชื่อว่าผลกระทบใหญ่ขนาดนี้จะมากจะน้อยยังไงต้องมีข่าวที่เป็นประโยชน์เหลืออยู่บ้างส่วนคนที่เหลือจะแบ่งออกเป็นสองทีม เพื่อสืบหาข้อมูลกับชาวบ้านรอบ ๆ เมือง
ลงพื้นที่กันอยู่ครึ่งค่อนวันในที่สุดหวังเฟิงก็ได้ข้อมูลที่ต้องการ เขาสืบมาได้ว่าเมื่อไม่กี่วันก่อนเพิ่งมีชายคนหนึ่งมาบอกข่าวว่าสำนักฟ้าผ่ากำลังจะเปิดรับสมัครลูกศิษย์คนใหม่เร็ว ๆ นี้หากใครสนใจอีกสองวันข้างหน้าให้ไปที่หอประชุมสาม ในโรงแรมผิงอัน เวลาสิบโมงตรง
ด้านต้าเป่ากับเมิ่งซิ่วอิงก็ได้ข้อมูลที่คล้ายกันมาและเมื่อสอบถามถึงลักษณะของคนที่มาบอกข่าวกลับพบว่าเป็นคนละคน
“ไม่คิดเลยว่าพวกมันจะลงมือกันกลางวันแสกๆ แบบนี้” ต้าเป่ารู้สึกเปิดโลกมาก โจรดันทำตัวไม่เหมือนโจรเพราะตามธรรมเนียมการรับสมัครเข้าสำนักนั้นมีกฎที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษรอยู่ว่าพิธีรับสมัครลูกศิษย์ใหม่จะต้องทำในพื้นที่สำนักเท่านั้นไม่มีทางมาจัดที่หอประชุมอย่างแน่นอนจุดที่น่าสนใจอีกอย่างคือไม่มีการพูดถึงเรื่อง “ยา” ในตอนที่ออกมาชักชวนด้วย
หวังเฟิงกวาดตามองทุกคนแล้วพูดขึ้น “ตอนนี้เรายังไม่แน่ใจว่าคนกลุ่มนี้จะใช้พวกแก๊งงูดำไหมในเมื่อรู้เวลา สถานที่แล้ว ช่วงนี้พวกเราไม่ควรทำอะไรมากไปกว่านี้เดี๋ยวจะแหวกหญ้าให้งูตื่นเอา”
ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วยกับความคิดนี้
“สวีตงหยางนายช่วยหาที่พักให้พวกเราหน่อย ขอเป็นสองห้อง ไม่ต้องแพงมากพวกเราต้องประหยัดหน่อย” หวังเฟิงไม่รู้เลยว่าภารกิจนี้ต้องใช้เวลามากน้อยแค่ไหนเงินหนึ่งหมื่นหยวนในมือต้องบริหารให้ดีที่สุด
// แอดขอแก้ชื่อเรื่อง กับแก้นามปากกานะทุกโคนนน เพราะจะอัปสองที่เลยจะได้เหมือนกัน และจะได้ขยันขึ้น ฮึบ ๆ//