ข้าไม่ได้อยากเป็นเจ้าเมือง

    ตอนที่ 32 เมืองเยือกแข็ง แลความปรารถนาหมูกระทะ

    ลมเหมันต์พัดหวีดหวิวกรีดร้องผ่านช่องหน้าต่างรถม้า เสียงสายลมเสียดสีแผ่นไม้ดังครืดคราดน่าสะพรึงกลัว ประดุจฝูงภูตผีปีศาจนับ 100 ตนกำลังกรีดร้องโหยหวนอยู่ภายนอก


    นครเถี่ยหลิงยามราตรีหนาวเหน็บรุนแรงยิ่งกว่านครจินห่ายหลาย 10 เท่า หิมะบางเบาปลิววนกลางอากาศ ผืนดินแข็งตัวจนเกิดรอยแตกร้าวลึก แอ่งน้ำริมถนนกลายเป็นแผ่นน้ำแข็งใสหนาเตอะ แม้แต่ควันดำจากปล่องโรงหลอมเหล็กยังลอยเชื่องช้าประหนึ่งแข็งค้างอยู่กลางท้องฟ้ามืดมิด


    ภายในราชรถดัดแปลงขนาดกว้างขวาง... ลู่ชิงกำลังเผชิญวิกฤตครั้งใหญ่สุดนับตั้งแต่เดินทางข้ามมิติสู่โลกใบนี้


    มิใช่กองทัพศัตรู


    มิใช่กลุ่มกบฏ


    มิใช่ฝูงบัณฑิตคลุ้มคลั่ง


    ทว่าคือ... ความหนาวเหน็บระดับกระดูกแตก!


    ร่างสูงโปร่งขดตัวเป็นก้อนกลมอยู่ใต้ผ้าห่มขนจิ้งจอกหนาถึง 5 ชั้น ฟันกระทบกันดังกึกๆๆๆ ปลายจมูกแดงก่ำ ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด ริมฝีปากสั่นระริก ลมหายใจทุกสายพ่นออกมากระทบอากาศกลายเป็นไอสีขาวขุ่น


    ชาร้อนชงทิ้งไว้ก่อนนอนเพียง 0.5 ชั่วยาม บัดนี้กลับมีเกล็ดน้ำแข็งบางๆ เกาะเต็มผิวหน้าน้ำชา


    ลู่ชิงมองถ้วยชาด้วยสายตาเลื่อนลอยสิ้นหวัง


    "ชาถ้วยนี้..." ชายหนุ่มพูดเสียงสั่นสะท้าน "ตายเสียแล้ว..."


    ความเงียบปกคลุมอยู่ 3 ลมหายใจ จากนั้นเขาจึงค่อยๆ ดึงผ้าห่มขึ้นคลุมปิดบังถึงดวงตา


    "อีกมินาน... ข้าย่อมตายตามชาถ้วยนี้ไป..."


    ความหนาวเย็นทะลวงทะลุผ้าห่มกัดกินร่างกายอย่างต่อเนื่อง นิ้วมือแข็งชา ปลายเท้าหมดความรู้สึก กระทั่งใบหูยังปวดแปลบราวถูกเข็มนับ 1000 เล่มทิ่มแทงพร้อมกัน


    ลู่ชิงครางอย่างหมดอาลัยตายอยาก


    "ข้าเกลียดฤดูหนาว..."


    "ข้าเกลียดเมืองประหลาดแห่งนี้..."


    "ข้าเกลียดวิศวกรรมศาสตร์..."


    "ข้าเกลียดวงการศึกษา..."


    "ข้าเกลียด—"


    โครกกกกกก...


    เสียงกระเพาะอาหารดังก้องขัดจังหวะ ลู่ชิงหยุดบ่นพึมพำฉับพลัน


    "แลข้า... กำลังหิวจัดด้วย..."


    ชายหนุ่มถอนหายใจยาวลึก จากนั้นค่อยๆ ยื่นมือขวาออกจากผ้าห่ม เพียงปลายนิ้วพ้นอาณาเขตความอบอุ่นออกมา ความเย็นยะเยือกพลันพุ่งเข้ากัดกินทันควัน ลู่ชิงสะดุ้งสุดตัว ทว่ายังฝืนคลำหาเตาไฟเล็กคู่ชีพ... เตา 9 รู มิตรแท้ผู้มอบทั้งสุกี้ ชาร้อน แลความหมายในการมีชีวิตอยู่ท่ามกลางดงนักปราชญ์วิปลาส


    ปลายนิ้วคลำปัดป่ายไปมา


    ซ้าย... ขวา... ด้านหน้า... ด้านหลัง... ว่างเปล่า


    ลู่ชิงชะงัก ค่อยๆ กวาดมือคลำอีกรอบ... ยังคงว่างเปล่าไร้ร่องรอยก้อนถ่าน


    คลำครั้งลำดับ 3... ครั้งลำดับ 4... ครั้งลำดับ 5... สีหน้าอดีตศาสตราจารย์เริ่มซีดขาวลงเรื่อยๆ


    "เตา..." ชายหนุ่มพึมพำ "เตาไฟของข้า..."


    ลู่ชิงเด้งตัวลุกขึ้นฉับพลัน สลัดผ้าห่มทิ้ง "เตาของข้าอยู่แห่งใด!!!"


    เสียงคำรามดังกึกก้องสนั่นจนรถม้าสั่นสะเทือน อาฝูสะดุ้งเฮือกตื่นจากภวังค์ ศีรษะโขกเสาไม้ดังโป๊ก ชายรับใช้รีบคลานเข่าเข้ามาด้วยสีหน้าหวาดหวั่นพรั่นพรึง


    "ขอรับนายท่าน!"


    "เตาของข้าอยู่แห่งใด!"


    อาฝูกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ "เรียนนายท่าน..."


    "จงรีบตอบมา!"


    "ประธานสมาคมทั้ง 8..."


    เส้นเลือดบนหน้าผากลู่ชิงเริ่มกระตุกเต้นตุบๆ "แล้วทำไม?"


    "รวมถึงช่างตีเหล็กอีกกว่า 100 คน..."


    "แล้วอย่างไร!?"


    "พวกเขายกเตาไฟของท่านไปแล้วขอรับ"


    ความเงียบระดับมรณะเข้าปกคลุมรถม้าฉับพลัน ลู่ชิงกระพริบตา... 1 ครั้ง... 2 ครั้ง... 3 ครั้ง


    "..."


    "...ยกไปแล้ว?"


    "ขอรับ"


    "เตาของข้าเนี่ยนะ?"


    "ขอรับ"


    "เตาสำหรับต้มผัก?"


    "ขอรับ"


    "เตาสำหรับประทังชีวิตข้า?"


    "ขอรับนายท่าน"


    ลู่ชิงนิ่งงันประดุจรูปปั้นหิน จากนั้นจึงเค้นเสียงถามช้าๆ "เพราะเหตุใดคนเหล่านั้นต้องแย่งเตาคนแก่..."


    อาฝูตอบอย่างระมัดระวังประเมินอารมณ์ผู้เป็นนาย "พวกเขาพากันประกาศกร้าวว่า... เตา 9 รูของท่านอาจารย์ คือสมบัติล้ำค่าระดับเปลี่ยนแปลงยุคสมัยของมวลมนุษยชาติขอรับ"


    "แล้วนำไปทำสิ่งใด?"


    "ประธานสมาคมวิศวกรรมกำลังเอาไม้บรรทัดเหล็กวัดขนาดความกว้างของรูถ่านทั้ง 9 รู ประธานสมาคมคณิตศาสตร์กำลังขีดเขียนสมการคำนวณอัตราการไหลเวียนความร้อนจากรูเหล่านั้น ประธานสมาคมดาราศาสตร์กำลังคำนวณตำแหน่งขี้เถ้าเทียบกับทิศทางกลุ่มดาวไถบนท้องฟ้ายามราตรี ประธานสมาคมประวัติศาสตร์กำลังตั้งโต๊ะฝนหมึกเตรียมจารึกคัมภีร์วิถีแห่งเก้ารูขอรับ"


    "..."


    "ส่วนเถ้าถ่าน..."


    ลู่ชิงหรี่ตาแคบลง "ขี้เถ้าถ่านทำไม"


    "พวกเขานำเชือกแดงมาตีวงล้อมกั้นเตาไฟเป็นเขตหวงห้ามระดับชาติ สั่งตั้งกองกำลังทหารเวรยาม 20 นาย ยืนถือทวนเฝ้าขี้เถ้าไว้แน่นหนาแล้วขอรับ"


    "ทหารเฝ้าเถ้าถ่าน?"


    "ขอรับ"


    "เฝ้าทำไมวะ!?"


    "พวกเขากริ่งเกรงว่าจักมีโจรชั่วลักลอบขโมยเศษปราณศักดิ์สิทธิ์ของมหาปราชญ์ไปขอรับ"


    เปรี้ยง!


    บางสิ่งในจิตใจลู่ชิงระเบิดแตก... แตกละเอียด แตกสลายจนมิเหลือแม้แต่เศษซากชิ้นส่วน


    'ไอ้พวกปรสิตวิปลาสเอ๊ยยยย! ขี้เถ้าบ้านข้าไปมีปราณศักดิ์สิทธิ์ตรงจุดใด! นั่นคือขี้เถ้าจากฟืนราคาถูกผสมโคลนตมข้างถนน! พวกเจ้ากำลังหมอบกราบไหว้ขยะอยู่รู้ตัวหรือไม่! หากพวกเจ้าอยากวิจัยเรื่องความร้อนนัก เหตุใดมิกระโดดเอาตนเองเข้าไปนั่งย่างในเตาหลอมเหล็กเลยเล่า มาแย่งเตาผิงคนใกล้ตายทำไม!'


    ชายหนุ่มทรุดตัวลงนั่งอย่างสิ้นหวัง ความหนาวเหน็บยังคงกัดกินร่างกายทะลวงถึงไขกระดูก ความหิวโหยเริ่มโจมตีซ้ำเติม


    โครก... โครกคราก... โครกกกก...


    ลู่ชิงเงยหน้าขึ้นช้าๆ สายตาเหม่อลอย จิตวิญญาณค่อยๆ ล่องลอยสู่ดินแดนแห่งความฝันลวงตา


    หมู 3 ชั้น... สีชมพูอ่อนระเรื่อ... ไขมันสีขาวสลับชั้นเนื้อแดงสด... วางแหมะลงบนแผ่นเหล็กโค้งนูนร้อนจัด...


    ฉ่าาาาาาาาา!!!


    น้ำมันแตกกระเซ็น กลิ่นหอมหมูย่างเกรียมลอยคลุ้งเตะจมูก ไขมันหยดทะลักลงบนกระทะไหลลงสู่ร่องน้ำซุป เกิดเสียงซู่ซ่า ผักกาดขาวลอยตุ๊บป่องอยู่ในน้ำซุปเดือดพล่าน เห็ดเข็มทองสั่นไหวดูดซับความหวาน ไอน้ำร้อนพวยพุ่งขึ้นลูบไล้ใบหน้า...


    ความอบอุ่น... ความสุข... ความหมายของการมีชีวิตอยู่...


    หยดน้ำลายค่อยๆ ไหลออกจากมุมปาก แปะ ตกลงบนผ้าห่ม


    ลู่ชิงสะดุ้ง ดวงตาเปล่งประกายฉับพลัน "เนื้อย่าง..."


    อาฝูเอียงศีรษะ "ขอรับ?"


    "ข้าจะกินเนื้อย่าง"


    "หา?"


    "หมู 3 ชั้นย่างเกรียม"


    "หา?"


    "น้ำซุปร้อนล้อมรอบกระทะ!"


    "หา?"


    "เดี๋ยวนี้!"


    ลู่ชิงเด้งตัวลุกขึ้น ดวงตาลุกโชนราวค้นพบเป้าหมายชีวิตสูงสุด "ไร้เตาย่อมสร้างกระทะใหม่สิวะ!"


    ชายหนุ่มคว้าพู่กันขึ้นมา จุ่มน้ำหมึกตวัดเส้นสายยึกยือลงบนกระดาษอย่างบ้าคลั่ง


    วงกลมขนาดใหญ่... ร่องน้ำล้อมรอบ... โดมเหล็กนูนตรงกลาง... แลสำคัญสุด เขาเจาะช่องว่างตรงกลางกระทะเป็น 'ปล่องทรงกระบอก' แทงทะลุขึ้นมา เพื่อเอาไว้ใส่ก้อนถ่านให้ควันลอยขึ้นง่ายดายมิต้องเข้าตา... เส้นประหลาดนับ 10 ถูกขีดเขียนลงไป ใช้เวลาปาน 20 ลมหายใจ


    "เอาแบบร่างนี้ไป!"


    อาฝูรับกระดาษมา มองดูภาพพิลึกพิลั่นอยู่พักใหญ่


    "นายท่าน... เครื่องมือชนิดนี้คือเครื่องประหารรูปแบบใหม่หรือขอรับ มีปล่องแทงขึ้นมาตรงกลางด้วย"


    "กระทะ"


    "กระทะ?"


    "กระทะปิ้งย่างกู้ชีพข้า" อาฝูนิ่งงัน


    ลู่ชิงชี้นิ้วสั่งการเด็ดขาด "นำแบบร่างไปมอบให้ช่างตีเหล็กเก่งสุดในนครเถี่ยหลิงสร้างเดี๋ยวนี้"


    "แล้วเชื้อเพลิงเล่าขอรับ หิมะตกหนักเยี่ยงนี้ย่อมไร้ฟืนแห้งหลงเหลือแล้วนะขอรับ"


    ลู่ชิงหรี่ตา นึกถึงก้อนหินดำสกปรกตกเกลื่อนกลาดอยู่ตามทางเข้าเมือง


    "ขึ้นภูเขาด้านหลังเมือง"


    "ขอรับ"


    "ขุดหินดำก้อนใหญ่มา"


    "ขอรับ"


    "ขุดมาเป็นภูเขาเลย เอามาเยอะๆ"


    "ขอรับ"


    "เกณฑ์คนงานสัก 50 คนไปช่วยขุด"


    "ขอรับ"


    "เร็วสุด ก่อนข้าจะแข็งตาย"


    "ขอรับนายท่าน!"


    อาฝูรีบเปิดประตูวิ่งฝ่าความหนาวเหน็บแลพายุหิมะออกไปฉับพลัน


    ลู่ชิงทิ้งตัวลงบนเตียง ดึงผ้าห่ม 5 ชั้นขึ้นคลุม หลับตาพริ้ม ภาพหมู 3 ชั้นย่างบนโดมเหล็กสีทองลอยวนอยู่ในสมอง รอยยิ้มแห่งความสุขอันบริสุทธิ์ค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า


    'แค่ให้ช่างตีเหล็กทำกระทะปิ้งย่าง 1 ใบ... แถมมีปล่องใส่ถ่านตรงกลางโง่ๆ... กับแค่สั่งคนไปขุดก้อนหินดำบนภูเขามาย่างหมูแก้หนาว...'


    'ครานี้... ย่อมไร้ทางกลายเป็นเรื่องระดับชาติ หรือมีผู้ใดมโนแปรเปลี่ยนเป็นอุปกรณ์พลิกแผ่นดินอะไรได้อีกแล้วกระมัง... ฮี่ฮี่...'


    ชายหนุ่มคิดอย่างมั่นใจ ก่อนจะค่อยๆ หลับใหลไปพร้อมกับความฝันอันแสนเรียบง่าย


    โดยมิล่วงรู้เลยว่า... แบบร่างกระทะหมูย่างทรงปล่องระบายควันแผ่นนั้น... แลคำสั่งขุดหินดำบนเขาอย่างขอไปทีของเขา...


    กำลังจะกลายเป็นชนวนระเบิดครั้งยิ่งใหญ่ พลิกโฉมวิศวกรรมโลหะผสม อุตสาหกรรมเหมืองแร่พลังงาน แลชะตากรรมของแผ่นดินไปอย่างราบคาบแลสิ้นเชิง!


    พายุหิมะโหมกระหน่ำเหนือนครเถี่ยหลิง เกล็ดน้ำแข็งปลิวว่อนดุจมีดคมกรีดอากาศ ท่ามกลางรัตติกาลหนาวเหน็บ อาฝูวิ่งหน้าตั้งฝ่าพายุพุ่งเข้าสู่โรงตีเหล็กหลวงประจำเมือง


    ครืนนน!


    ประตูไม้หนาหนักถูกผลักเปิดออก เปลวไฟจากเตาหลอมสาดแสงแดงฉานไปทั่วอาคาร ภายในดังกึกก้องด้วยเสียงเคาะเหล็ก เสียงลมจากเครื่องเป่ายักษ์ เสียงโลหะร้อนจุ่มลงอ่างน้ำเย็นดังฉ่า


    ทว่า... มุมอาคารด้านในกลับเงียบสงัดผิดปกติ


    เถ้าแก่โอว ช่างตีเหล็กระดับ 1 แห่งแผ่นดิน พร้อมด้วยประธานสมาคมทั้ง 8 แลช่างตีเหล็กระดับปรมาจารย์อีกหลาย 10 คน กำลังนั่งล้อมโต๊ะตัวหนึ่งด้วยสีหน้าเคร่งเครียดประดุจกำลังประชุมแผนสู้รบตัดสินชะตาชาติ


    กลางโต๊ะ... คือ 'เศษขี้เถ้าถ่าน 9 รู' ของลู่ชิง


    ประธานสมาคมประวัติศาสตร์กำลังจับพู่กันจดบันทึกลงคัมภีร์อย่างเอาเป็นเอาตาย


    "เศษเถ้าก้อนนี้ปรากฏรอยแตกร้าว 3 เส้น... ย่อมแฝงสัจธรรม 3 ภพ... อดีต ปัจจุบัน อนาคต..."


    เถ้าแก่โอวพยักหน้าอย่างลึกซึ้ง "มีเหตุผล... ลึกล้ำยิ่งนัก"


    อาฝูยืนอึ้งอยู่หน้าประตู 'บุรุษกลุ่มนี้เสียสติไปแล้วจริงๆ ด้วย...'


    "หลีกทางก่อน!" อาฝูรวบรวมความกล้าตะโกนลั่น "คำสั่งด่วนจากนายท่านลู่ชิง!"


    ฉับพลัน คนทั้งโรงตีเหล็กสะดุ้งพร้อมกัน ประธานสมาคมทั้ง 8 กระโจนลุกขึ้นราวถูกอสนีบาตฟาด


    "ท่านอาจารย์มีบัญชาใหม่!"


    "รีบเปิดดู! เร็วเข้า!"


    อาฝูกระแทกม้วนกระดาษแบบร่างกระทะลงบนโต๊ะ เถ้าแก่โอวรีบคลี่ออก ทุกคนเบียดเสียดจนศีรษะชนกันเพื่อยลโฉมภาพวาดสวรรค์


    จากนั้น... ทั่วทั้งอาคารพลันเงียบกริบ


    "..."


    "..."


    "..."


    เถ้าแก่โอวขมวดคิ้ว "สิ่งใดกัน"


    ประธานสมาคมวิศวกรรมหรี่ตา "รูปทรงประหลาดพิลึก"


    ประธานคณิตศาสตร์ส่ายหน้า "เส้นสายไร้ระเบียบ"


    ประธานประวัติศาสตร์ถอนหายใจ "หากดูผิวเผิน... คล้ายเด็ก 3 ขวบใช้เท้าเกี่ยวกระดาษวาดเล่น"


    อาฝูพยักหน้ารัว "ถูกต้องขอรับ! นายท่านเพียงอยากได้สิ่งนี้ไปย่างหมู! ในที่สุดพวกท่านเริ่มตาสว่าง—"


    ทว่า... ประธานสมาคมวิศวกรรมกลับชะงัก สายตาหยุดนิ่งตรง 'โดมนูน' กลางภาพวาด ชายชราขยับใบหน้าเข้าไปใกล้ กระทั่งปลายจมูกแทบติดกระดาษ ลมหายใจเริ่มถี่รัว ดวงตาเริ่มสั่นไหว


    "รอก่อน..."


    ทุกคนหันมามอง "พบสิ่งใดหรือท่านประธาน"


    ประธานวิศวกรรมยกมือสั่นเทาชี้ไปยังโดมนูนกลางภาพ "พวกท่านจงดูให้ดี... หากส่วนนี้มิใช่โดมธรรมดา... ทว่าคือ 'ห้องอัดความร้อนหลัก' ของเตาหลอมเล่า..."


    ทั่วทั้งโรงตีเหล็กเงียบงัน


    เถ้าแก่โอวหัวเราะฝืด "เป็นไปมิได้ โครงสร้างเตาเตี้ยนูนเยี่ยงนี้ ความร้อนย่อมระเบิดออกด้านข้าง ใช้งานประการใดมิได้หรอก"


    ประธานวิศวกรรมกลับมิยอมตอบโต้ สายตายังคงจับจ้องภาพเดิม จากนั้นค่อยๆ เลื่อนนิ้วไปยัง 'ปล่องทรงกระบอก' ทะลุขึ้นมาตรงกลางโดม ร่างของชายชราเริ่มสั่นสะท้านอย่างรุนแรง


    "สวรรค์..."


    ประธานคณิตศาสตร์ตกใจ "เกิดสิ่งใดขึ้น!"


    "ปล่อง... ปล่องตรงกลางนี้..."


    เถ้าแก่โอวหัวเราะอีกครั้ง "ปล่องสิ่งใด ปล่องระบายอากาศตั้งตระหง่านโผล่ขึ้นมากลางเตาเยี่ยงนี้ ย่อมทำให้ความร้อนรั่วไหลสูญสิ้นทิ้งไปเปล่าประโยชน์!"


    ทันใดนั้น ประธานวิศวกรรมหันขวับ ดวงตาแดงก่ำดุจสัตว์ร้าย


    "ผิด!! พวกเราต่างหากคือผู้ผิดพลาด!"


    เสียงตะโกนดังสนั่นอาคาร ทุกคนสะดุ้ง ชายชราหายใจหอบ "พวกเราคือกบในกะลา! พวกเราคำนวณพลาดมาตลอดชีวิต 40 ปี!!"


    เปรี้ยง! ประดุจอสนีบาตฟาดกลางลาน เถ้าแก่โอวนิ่งค้าง "หมายความว่าอย่างไร..."


    ประธานวิศวกรรมมิพูดพร่ำทำเพลง คว้าถ่านแดงก้อนหนึ่งโยนลงในถาดเหล็ก จากนั้นหยิบท่อเหล็กกลวงขนาดใหญ่ครอบทับลงไปตรงกลางถ่านก้อนนั้น!


    ฟู่มมม!


    เปลวไฟเคยมอดดับ พลันพุ่งทะลักสูบขึ้นไปตามปล่องเหล็กฉับพลัน! เสียงลมดูดดังหวีดหวิว!


    ทุกคนสะดุ้งสุดตัว เถ้าแก่โอวเบิกตากว้างจนแทบฉีกขาด "นี่คือ..."


    ประธานวิศวกรรมหัวเราะคล้ายคนวิปลาส "เห็นหรือไม่! ความร้อนลอยขึ้นเบื้องบน! ยิ่งเปลวไฟถูกบีบให้ผ่านปล่องแคบตรงกลาง ย่อมสร้างแรงดูดมหาศาล ดึงอากาศใหม่ให้พุ่งทะยานเข้าไปจากฐานเตาด้านล่าง! ปล่องนี้มิได้ระบายความร้อนทิ้ง... ทว่ากำลัง 'สูบออกซิเจนเข้าเตาอัตโนมัติ' โดยมิต้องใช้แรงงานคนดึงเครื่องสูบลมแม้แต่คนเดียว!!"


    ฟู่มมมมม! เปลวไฟพุ่งสูงขึ้นอีกจนสว่างจ้าไปทั่วโรงตีเหล็ก


    ช่างตีเหล็กหลาย 10 คนร้องอุทาน เถ้าแก่โอวถอยหลัง 3 ก้าว ขาอ่อนแทบทรงตัวมิอยู่


    "เป็นไปได้อย่างไร... ข้าตีเหล็กมา 40 ปี... เหตุใดข้าเพิ่งบรรลุหลักการฟ้าดินในวันนี้..."


    น้ำตาค่อยๆ ไหลรินออกจากดวงตาชายร่างยักษ์ เข่าของช่างเหล็กระดับ 1 ทรุดลงกระแทกพื้น โครม!


    "ข้าคือคนตาบอด... ข้าตาบอดมาตลอดชีวิต..."


    อาฝูยืนอ้าปากค้าง "เอ่อ... ใต้เท้าทุกท่าน... ทว่านายท่านเพียงต้องการเอาปล่องตรงกลางไว้ใส่ถ่านปิ้งหมู 3 ชั้น..."


    ไร้ผู้ใดรับฟัง! ไร้ผู้ใดสนใจคนรับใช้อีกต่อไป! ทุกคนในอาคารพุ่งทะยานเข้าสู่ภาวะบรรลุธรรมระดับมหาจักรวาลเรียบร้อยแล้ว!


    ประธานคณิตศาสตร์กระชากกระดาษมาดูอีกครั้ง นิ้วชี้ไปยังเส้นขีดรอบโดม "สวรรค์! พวกท่านดูเส้นพวกนี้! ท่านอาจารย์วาดรอยหยักไว้รอบโดม! นี่คือ 'ครีบจัดระเบียบโมเลกุลโลหะ' เพื่อมิให้ความร้อนกระจุกตัวทำลายผิวเหล็ก!"


    ประธานเศรษฐศาสตร์ตบโต๊ะดังปัง ชี้ไปยังร่องน้ำซุปรอบนอก "แล้วร่องลึกรอบเตานี้เล่า! ข้ากระจ่างแจ้งแล้ว! อุณหภูมิจากปล่องสูบอากาศย่อมร้อนทะลุ 1500 องศา! ร่องนี้คือ 'ร่องดักตะกรันเหล็ก' หลอมละลายสิ่งเจือปนให้ไหลตกลงสู่ด้านล่าง แยกโลหะบริสุทธิ์ออกอย่างหมดจด! ท่านอาจารย์คำนวณสมการหลอมโลหะไว้เบ็ดเสร็จ!!"


    ราชบัณฑิตเฒ่าน้ำตาไหลพราก หมอบกราบกระดาษวาดรูปหมูกระทะ "ดึงความรู้ลงสู่โรงหลอม... เปลี่ยนก้อนหินให้กลายเป็นอารยธรรม... ท่านอาจารย์กำลังเปิดยุคสมัยใหม่แห่งการขับเคลื่อนแผ่นดิน!"


    อาฝูพยายามยกมือขึ้นอีกครั้ง "เรียนทุกท่าน นายท่านของข้ากำลังหิวจัด..."


    ไร้เสียงตอบรับ อาฝูถอนใจพลางลดมือลง "ช่างเถิด... ปล่อยคนแก่พวกนี้บ้าไป..."


    ฉับพลัน ประธานสมาคมเศรษฐศาสตร์หันขวับมาหาอาฝู ดวงตาวาวโรจน์


    "ท่านอาจารย์สั่งสิ่งใดเพิ่มเติมอีกหรือไม่!"


    อาฝูตอบอย่างซื่อสัตย์ด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่ายสุดกู่ "นายท่านสั่งให้เกณฑ์คนไปขุดหินดำบนภูเขาด้านหลังเมืองขอรับ บอกให้ขนมาเป็นเชื้อเพลิงย่างหมู"


    ทั้งโรงตีเหล็กหยุดหายใจ...


    "..."


    "..."


    "..."


    ประธานวิศวกรรมตัวสั่นเทิ้ม "หินดำบนภูเขา..."


    เถ้าแก่โอวตาแดงก่ำ "ถ่านศิลา..."


    ประธานเศรษฐศาสตร์หายใจแรงจนอกกระเพื่อม "เชื้อเพลิงชนิดใหม่ พลังงานเหนือล้ำกว่าไม้ฟืน 10 เท่า..."


    ราชบัณฑิตเฒ่าร้องไห้โฮ "เตาปฏิกรณ์รุ่นใหม่... ผสานเชื้อเพลิงอนันต์บนภูเขา..."


    ประธานทั้ง 8 แลช่างตีเหล็กสบตากัน ก่อนตะโกนขึ้นพร้อมกันดั่งฟ้าผ่า


    "ท่านอาจารย์กำลังเปิดศักราชมหาอุตสาหกรรมพลังงานแห่งแผ่นดิน!!!"


    เปรี้ยงงงง! ช่างตีเหล็กทั้งโรงงานระเบิดเสียงโห่ร้องกึกก้อง


    "โอ้ววววววว!"


    เถ้าแก่โอวกระชากค้อนยักษ์คู่กายขึ้นมา ก่อนหันไปทุบเตาหลอมเหล็กเตาเก่าของตนเองทิ้ง โครม!


    "รื้อเตาขยะพวกนี้ทิ้งให้หมดสิ้น! พวกเราจักสร้างเตาปฏิกรณ์ใหม่ตามแบบแปลนของมหาปราชญ์! สร้างให้ยิ่งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์!!"


    ช่างตีเหล็กตะโกนตอบรับด้วยความบ้าคลั่ง "สร้างใหญ่เพียงใดเถ้าแก่!"


    เถ้าแก่โอวคำรามลั่น "สูง 3 ชั้น! กว้าง 20 จั้ง! รวบรวมเหล็กกล้าทุกชิ้นในนครเถี่ยหลิงสร้างมันขึ้นมา!"


    เสียงโห่ร้องสะเทือนพายุหิมะ ประธานวิศวกรรมชูหมัดขึ้นฟ้า "ส่งคนขึ้นภูเขาขุดถ่านศิลาเดี๋ยวนี้!"


    อาฝูรีบพูดแทรก "นายท่านสั่งให้ส่งไปเพียง 50 คน..."


    ประธานวิศวกรรมตบโต๊ะกระจุย "50 คนจักพอยาไส้สิ่งใดสำหรับเตาปฏิกรณ์สวรรค์!"


    ประธานเศรษฐศาสตร์ตะโกน "เกณฑ์ไป 1000 คน!"


    ราชบัณฑิตเฒ่าเสริมอย่างคลุ้มคลั่ง "ขุดทั้งภูเขา! ระเบิดภูเขาทิ้งไปเลย!"


    เถ้าแก่โอวคำรามลั่นปิดท้าย "ขนหินดำลงมาให้หมดทั้งลูกเขา!!"


    "โอ้วววววว!"


    ช่างตีเหล็กนับ 100 วิ่งแตกฮือออกจากอาคารประดุจเขื่อนแตก! บางคนยังถือค้อนร้อนแดงคามือ บางคนตื่นเต้นจัดสวมรองเท้าสลับข้าง บางคนวิ่งไปลากลูกชายแลภรรยาให้มาช่วยกันระเบิดภูเขา!


    "ขุดภูเขาถ่านศิลาถวายท่านอาจารย์!"


    "สร้างเตาปฏิกรณ์กู้แผ่นดิน!"


    "วิถีแห่งเตากระทะจงเจริญ!!"


    อาฝูยืนแข็งทื่อเป็นก้อนหิน มองดูฝูงชนคลุ้มคลั่งไหลทะลักออกจากโรงตีเหล็กราวน้ำป่าหลาก วิญญาณของเด็กรับใช้แทบหลุดออกจากร่างลอยตามเจ้านายไปอีกคน


    'นายท่านขอรับ...' อาฝูรำพึงในใจเสียงสั่น 'บ่าวเกรงว่า... คืนนี้นายท่านคงมิได้กินหมู 3 ชั้นย่างแล้วขอรับ...'


    ณ รถม้าสีดำจอดนิ่งสนิทกลางพายุหิมะหนาวเหน็บ...


    ลู่ชิงกำลังนอนขดตัวสั่นงันงกอยู่ใต้ผ้าห่ม 5 ชั้น น้ำลายไหลหยดย้อยเปียกหมอนใบโต ชายหนุ่มกำลังละเมอส่งยิ้มหวานเปี่ยมสุข


    "อืมมม... ขอหมู 3 ชั้นอีกจาน... ลดผักกาดขาวลง... ข้าเกลียดผัก... ขอดิบจิ้มแจ่วรสแซ่บ..."


    ขณะเดียวกัน เบื้องนอกราชรถ...


    คนงานเหมือง 1000 ชีวิตกำลังแบกพลั่วแลจุดคบเพลิงปีนขึ้นภูเขาเพื่อระเบิดเหมืองถ่านหิน ช่างตีเหล็กทั้งเมืองกำลังทุบทำลายโรงหลอมเก่าทิ้งเพื่อสร้างมหานครอุตสาหกรรม ประธานสมาคมทั้ง 8 กำลังกางโต๊ะร่างแผนปฏิวัติพลังงานระดับแคว้น


    แลทั้งหมดทั้งมวลนี้... จุดเริ่มต้นยิ่งใหญ่ระดับพลิกแผ่นดิน เกิดจากเพียง... ความหิวโหยหมูกระทะยามดึกของคนเกียจคร้านผู้หนึ่งเท่านั้น!


    ยามเช้าตรู่... แสงอาทิตย์สีทองค่อยๆ สาดส่องผ่านม่านหมอกหนาวเหน็บเหนือนครเถี่ยหลิง


    ภายในรถม้าสีดำ ลู่ชิงค่อยๆ ลืมตาตื่น เมื่อคืนเขาหลับอย่างมีความหวัง เป็นความหวังแสนเรียบง่าย ความหวังอันบริสุทธิ์ผุดผ่อง ความหวังเล็กน้อยของมนุษย์ผู้ประสงค์เพียงการรอดพ้นความตายจากความหนาว


    หมู 3 ชั้นย่าง... กระทะเหล็กเกรียม... น้ำซุปร้อน...


    เพียงเท่านี้ย่อมเพียงพอแล้วสำหรับชีวิตขุนนางเกียจคร้านผู้หนึ่ง


    ชายหนุ่มยิ้มบาง ท้องเริ่มร้องประท้วงฉับพลัน


    โครกกกก...


    ยิ่งไปกว่านั้น จมูกของเขายังสัมผัสกลิ่นคุ้นเคย... กลิ่นหอมฟุ้งของ 'น้ำมันหมูโดนความร้อน' ลอยอบอวลเข้ามาในราชรถ!


    "อาฝู..." ลู่ชิงเรียกด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดี "กระทะของข้าเสร็จแล้วใช่หรือไม่ หอมกลิ่นหมูย่างเชียว"


    ไร้เสียงตอบ


    "ภูเขาหินดำสั่งให้ไปขุดเล่า ขนมาแล้วใช่หรือไม่"


    ยังคงไร้เสียงตอบกลับ ลู่ชิงขมวดคิ้ว ผลักผ้าห่มหนาทั้ง 5 ชั้นออก ลุกเดินไปเปิดประตูรถม้า


    ทันทีนั้น... ลมหนาวพัดปะทะใบหน้า ทิวทัศน์เบื้องหน้าทำเอาหัวใจอดีตศาสตราจารย์แทบหยุดเต้น


    "..."


    "..."


    "..."


    ลู่ชิงกะพริบตา มองซ้าย มองขวา มองตรงไปข้างหน้าอีกครั้ง ขยี้ตา ขยี้อีกรอบ จากนั้นขยี้แรงกว่าเดิมจนตาแดง


    "ภูเขา... ภูเขาข้างหลังเมืองข้าหายไปแห่งใด..."


    เบื้องหลังกำแพงเมืองเถี่ยหลิง ภูเขาหินลูกยักษ์หายวับไปกว่าครึ่งลูก! หน้าผาสูงชันถูกขุดเจาะระเบิดจนโล้นเตียน คนงานนับ 1000 ชีวิตกำลังปีนป่ายไต่หน้าผาอยู่เต็มภูเขาราวกับฝูงมดงาน


    ตูมมม! เสียงระเบิดหินดังสนั่น! หินขนาดมหึมาถล่มลงมา ฝุ่นคลุ้งเต็มฟ้า เกวียนขนแร่ต่อแถวยาวเหยียดสุดสายตา กองหินดำพะเนินสูงดุจกำแพงเมือง!


    ลู่ชิงยืนนิ่งขาทรุด สมองหยุดประมวลผลชั่วคราว จากนั้นสายตาค่อยๆ เลื่อนกลับมายังลานกว้างหน้าโรงตีเหล็ก... แลเขาพบต้นเหตุของทุกสรรพสิ่ง


    สิ่งก่อสร้างเหล็กกล้าสีดำทะมึนสูงตระหง่านดุจสัตว์อสูรบรรพกาล... สูงทัดเทียมอาคาร 3 ชั้น!


    ปล่องระบายอากาศ บัดนี้กลายเป็นปล่องขนาดยักษ์สูงกว่าต้นไม้หลายเท่า! เปลวไฟสีขาวอมน้ำเงินพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าราวกับมังกรเพลิง!


    คนงานหลาย 100 คนเดินแบกถ่านหินอยู่รอบฐานเตา ตัวเล็กจ้อยราวมดปลวก แม่น้ำเหล็กหลอมสีส้มแดงเดือดพล่านไหลทะลักผ่านร่องระบายน้ำซุป


    ความร้อนมหาศาลแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณจนหิมะละลายกลายเป็นไอ!


    นี่มิใช่กระทะหมูย่าง! นี่มิใช่เตาผิงไฟ! นี่คือมหาเตาปฏิกรณ์ทางวิศวกรรม!


    "..."


    "..."


    "อาฝู..." ลู่ชิงถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่าดุจวิญญาณหลอน "ข้าจำได้ว่า... ข้าสั่งทำกระทะหมูย่าง..."


    อาฝูนั่งกอดเข่าตัวสั่นอยู่ข้างล้อรถม้า ใบหน้าซูบตอบ ดวงตาเหม่อลอย วิญญาณครึ่งหนึ่งออกจากร่างไปเข้าเฝ้าเง็กเซียนฮ่องเต้เรียบร้อยแล้ว


    "บ่าวจำได้เช่นนั้นขอรับนายท่าน..."


    "แล้วเหตุใด..." ลู่ชิงชี้มือสั่นเทาไปยังเตายักษ์ "กระทะใบนั้นจึงวิวัฒนาการกลายเป็นสิ่งเบื้องหน้าไปได้..."


    สองนายบ่าวเงียบกริบ ลมหนาวพัดผ่านพัดพาความรันทดมาสู่จิตใจ น้ำตาแทบไหลริน


    ทันใดนั้น เสียงตะโกนพลันดังขึ้นแหวกม่านอากาศ


    "ท่านอาจารย์ตื่นแล้ว!"


    "ท่านอาจารย์เสด็จลงมาแล้ว!"


    "มหาปราชญ์! บิดาแห่งอุตสาหกรรมแผ่นดินจงเจริญ!"


    ชายชรา 8 คนพุ่งตัวฝ่าฝุ่นควันเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง ตามหลังด้วยเถ้าแก่โอว ช่างตีเหล็กอีก 100 คน แลคนงานเหมืองอีกนับร้อย ทุกคนเปื้อนเขม่าดำตั้งแต่หัวจรดเท้า ทว่าดวงตากลับเปล่งประกายเจิดจ้ายิ่งกว่าดวงอาทิตย์!


    ตุบ! ตุบ! ตุบ!


    ชายชราแลฝูงชนทรุดเข่าพร้อมกัน โขกศีรษะกระแทกพื้นดังสนั่นลานกว้าง


    "คารวะมหาปราชญ์!"


    "คารวะบิดาผู้เบิกเนตรอุตสาหกรรม!"


    เถ้าแก่โอวตะโกนเสียงดังกังวาน "มหาเตาปฏิกรณ์สวรรค์สร้างเสร็จสมบูรณ์แล้วขอรับ!"


    ช่างตีเหล็กทั้ง 100 คนชูค้อนโห่ร้อง "โอ้วววววว!"


    ประธานสมาคมวิศวกรรมรีบชี้ไปยังเตายักษ์ น้ำตาแห่งความปีติไหลพรากอาบแก้มเปื้อนฝุ่น "ระบบปล่องดูดอากาศทำงานสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ! อุณหภูมิความร้อนในเตาทะลุขีดจำกัด! เปลวไฟเปลี่ยนเป็นสีขาวบริสุทธิ์! แม้แต่อุกกาบาตสวรรค์ย่อมหลอมละลายใน 3 ลมหายใจ! ประสิทธิภาพสูงกว่าเตาเก่าถึง 10 เท่า!"


    ประธานคณิตศาสตร์ชูสมุดบัญชีขึ้นฟ้า "กำลังผลิตเหล็กของเมืองเถี่ยหลิงเพิ่มขึ้น 50 เท่าในคืนเดียว!"


    ประธานเศรษฐศาสตร์หัวเราะลั่นอย่างบ้าคลั่ง "รายได้ทั้งเมืองกำลังพุ่งทะยานทะลุสวรรค์!"


    ราชบัณฑิตเฒ่าร้องไห้โฮกอดขาประธานวิศวกรรม "นี่คือก้าวแรกแห่งการปฏิวัติอุตสาหกรรมแผ่นดิน!"


    เสียงโห่ร้องดังกึกก้องสั่นสะเทือนถึงภูเขาหิมะ ลู่ชิงยืนนิ่ง วิญญาณเริ่มหลุดออกจากร่างอีกครั้ง


    'ข้าแค่อยากกินหมูกระทะ... ข้าไปเปิดยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมเหล็กกล้าตอนไหนวะ...'


    จากนั้น ชายหนุ่มนึกถึงสิ่งสำคัญสุดในการมีชีวิตรอดขึ้นมาได้ จมูกยังได้กลิ่นหอมของน้ำมันหมู ดวงตามืดหม่นค่อยๆ มีประกายความหวัง


    'อย่างน้อย... หมู 3 ชั้นของข้ายังอยู่... ข้าได้กลิ่นหอมฟุ้ง... ใช่หรือไม่?'


    เขาสูดหายใจลึก ก่อนถามด้วยน้ำเสียงสั่นสะท้านเชิงเว้าวอน


    "แล้ว..."


    ทุกคนเงียบกริบ รอฟังคำสอนทองคำ


    "หมู 3 ชั้นของข้าเล่า..." ลู่ชิงถามเสียงแผ่ว


    เถ้าแก่โอวชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นสีหน้าของชายร่างยักษ์พลันเปี่ยมล้นด้วยความเคารพรักแลซาบซึ้งใจขั้นสูงสุด เขาทุบหน้าอกตนเองดังปึก!


    "ท่านอาจารย์ช่างเสียสละเพื่อแผ่นดินยิ่งนัก!"


    เปรี้ยง! สัญชาตญาณเอาตัวรอดในใจลู่ชิงร้องเตือนสัญญาณอันตรายระดับสูงสุด! มิแย่แล้ว! คำว่าเสียสละมาเยือนอีกแล้ว!


    "เมื่อคืน... ระบบรอกเครื่องเป่าลมยักษ์เกิดการขัดข้อง!" เถ้าแก่โอวกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือน้ำตาคลอ "ฟันเฟืองฝืดสนิท! ความร้อนกำลังตีกลับ โรงงานเสี่ยงหยุดทำงานแลอาจเกิดระเบิด!"


    "ทว่า..." ประธานวิศวกรรมรับช่วงต่อ "อาฝูถือถาดหมู 3 ชั้นสดใหม่เดินผ่านมาพอดี!"


    ลู่ชิงเริ่มหน้าซีดเผือด ไร้สีเลือด


    "พวกข้าจึงตัดสินใจ..." เถ้าแก่โอวชูหมัด "ริบเนื้อหมูของท่านอาจารย์ทั้งหมด!!"


    เปรี้ยงงงง! โลกทั้งใบของศาสตราจารย์คนเกียจคร้านแตกสลายกลายเป็นเถ้าธุลี!


    "นำไปเคี่ยวน้ำมัน! สาดเป็นสารหล่อลื่นฟันเฟืองเครื่องจักร!!" ช่างตีเหล็กทั้ง 100 คนตะโกนพร้อมกันดั่งขับร้องเพลงประสานเสียง "โอ้วววววว!"


    ประธานประวัติศาสตร์รีบยกแผ่นป้ายไม้แกะสลักอย่างดีขึ้นมาโชว์ บนป้ายเขียนด้วยตัวบรรจงวิจิตร


    'สุกรผู้พลีชีพเพื่ออุตสาหกรรมแห่งแผ่นดิน'


    ลู่ชิงตาค้าง กรามค้าง อ้าปากพะงาบๆ


    ประธานสมาคมภาษาชูสมุดปกแข็งขึ้น "ข้าเริ่มเขียนตำรา 'คัมภีร์สุกรกู้ชาติ' เพื่อสดุดีหมูจานนั้นแล้วขอรับ! รบกวนท่านอาจารย์ประพันธ์บทกวีไว้อาลัยเพื่อจารึกลงหน้าแรกด้วยขอรับ!"


    ลู่ชิงเริ่มสั่นไปทั้งตัว มิใช่เพราะความหนาว ทว่าเพราะความคลุ้มคลั่ง


    ราชบัณฑิตเฒ่าน้ำตานองหน้า ชี้ไปยังหน้าโรงหลอม "พวกเราตกลงกันแล้ว จักหลอมเหล็กสร้าง 'อนุสาวรีย์หมู 3 ชั้นเทวะ' ไว้ใจกลางนครเถี่ยหลิง 

    คล้ายกับเรื่องข้าไม่ได้อยากเป็นเจ้าเมือง ที่คุณอ่าน