ที่ด้านนอกของหอคอยสวรรค์ในยามนี้นั้นเต็มไปด้วยผู้คนมากมาย พวกเขานั้นต่างก็พากันลุ้นว่าภายในปีนี้นั้นจะมีเด็กรุ่นเยาว์ผู้มากไปด้วยความสามารถว่าพวกเขานั้นจะสามารถขึ้นไปสูงสุดที่ชั้นใดกันแน่ ถึงจะเป็นอย่างนั้นพวกเขาต่างก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมากนักว่าจะมีผู้ใดที่จะสามารถทำลายสถิติเดิมลงได้ ทางด้านของหน่วยพยาบาลนั้นก็ทำการเตรียมพร้อมอยู่ตลอดเวลาเผื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นไม่ว่าจะอย่างไรชีวิตของศิษย์รุ่นเยาว์ผู้นึงก็เป็นสิ่งสำคัญหวืดดด หวืดดด ที่ปากประตูของหอคอยสวรรค์ในยามนี้นั้นเกิดแสงสว่างวาบขึ้น สร้างความสนใจต่อผู้คนไปทั่วทั้งบริเวณหลังจากสิ้นสุดแสงสว่างที่บริเวณประตูปากทางเข้าของหอคอยสวรรค์ปรากฏร่างของชายผู้หนึ่งสภาพของมันในยามนี้นั้นดูเหมือนจะไม่สู้ดีนัก คนผู้นี้นั้นก็คือ ผู้ติดตามของหมิงยู่นั่นเอง“หืม…อาการของเจ้าเด็กนี่หนักเอาเรื่องเลย พวกเจ้าอย่ามัวชักช้ารีบทำการรักษามันโดยด่วน” ผู้อาวุโสหน่วยพยาบาลรีบออกปากสั่งการในทันทีเมื่อพบเห็นสภาพที่ไม่สู้ดีของเจ้าเด็กรุ่นเยาว์ผู้นี้สภาพเนื้อหนังของมันในยามนี้นั้นกำลังถูกพิษร้ายกัดกินอย่างช้าๆอาการที่น่าเป็นห่วงที่สุดเห็นทีจะเป็นดวงตาของมัน แต่ในเมื่อตัวของมันสามารถกลับมาที่นี่ได้แล้วนับว่าไม่เป็นเรื่องน่าเป็นห่วงอะไรเพราะยารักษานั้นถูกจัดเตรียมไว้ล่วงหน้าเพียงแค่ประเมินบาดแผลของมันพวกเขาก็สามารถที่จะล่วงรู้ได้แล้วว่าเจ้าเด็กหนุ่มรุ่นเยาว์ผู้นี้ไปโดนสัตว์อสูรชนิดใดเล่นงาน การรักษาเป็นไปอย่างรวดเร็วส่วนที่เหลือก็เป็นเรื่องของเวลาเท่านั้นที่จะให้เจ้าหนุ่มนี่ฝื้นตัว“ยี้…เหม็นชะมัด เจ้าเด็กนี่มันไปโดนอะไรของมันมาฟระ ทำไมกลิ่นถึงได้เหม็นฉุนอย่างงี้” เจ้าหน้าที่รักษาพยาบาลผู้นึงถึงกับอดไม่ได้ที่จะต้องบ่นอุบอิบออกมา“หุบปากของเจ้าซ่ะ มีหน้าที่รักษาก็รักษาไปเถอะ” ผู้อาวุโสหน่วยพยาบาลดุด่าลูกน้องของตนเล็กน้อยเพราะตัวของมันนั้นล่วงรู้ว่าเจ้ากลิ่นที่เหม็นฉุนนี้คือกลิ่นของอะไรกันแน่“เหอ เหอ เจ้าเด็กนี่มันยังคงชั่วร้ายไม่เคยเปลี่ยนนับวันจะมีแต่ที่จะเลวร้ายยิ่งขึ้น” ดูเหมือนว่าผู้อาวุโสของหน่วยพยาบาลนั้นพอที่จะคาดเดาได้ว่า เจ้าของปัสสาวะที่เหม็นฉุนนี้นั้นเป็นฝีมือของผู้ใด“เจ้าเด็กเปรตนี่ใช้ผู้คนไม่ต่างอะไรไปจากขยะ ข้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีใครสักคนนึงที่จะสามารถจัดการได้” ดูเหมือนว่าจะมีผู้คนเป็นจำนวนไม่น้อยที่จะรู้สึกรังเกียจในตัวเจ้าหมิงยู่ผู้นี้
ทางด้านภายในหอคอยสวรรค์นั้นการต่อสู้ระหว่างคนและสัตว์อสูรเป็นไปอย่างดุเดือดความแข็งแกร่งความบ้าคลั่งของเหล่าสัตว์อสูรมันสูงล้ำยิ่งกว่าชั้นแรกเสียจนเทียบไม่ติด ยิ่งสับสังหารพวกมันเท่าไหร่ดูเหมือนว่าพวกมันก็ยิ่งที่จะมาเพิ่มเท่านั้น ท่ามกลางผืนทรายที่กว้างใหญ่ มีภัยอันตรายคอยแอบซ่อนตัวอยู่มากมายไม่ว่าจะเป็นสัตว์อสูรหรือจะเป็นผู้คนด้วยกันเอง ภายในสถานที่ที่วุ่นวายถึงเพียงนี้ผู้ที่อยู่ได้อย่างปกติที่สุดเห็นทีจะไม่พ้นหลินเทียน และตัวของหลินเทียนเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าด้วยกำลังความสามารถของเจ้าพวกบัดซบพวกนี้มันจะสามารถนำพาตนไปถึงชั้นที่ 5 หรือไม่ก็ชั้นที่ 6 อย่างที่ไม่ต้องเปลืองแรงนัก ในช่วงระหว่างเดินทางนี้นั้นตัวของหลินเทียนก็สามารถเก็บเกี่ยวทรัพยากรที่มีค่าได้ไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นพืชพันธ์ที่ช่วยในการรักษาหรือจะเป็นซากของเหล่าสัตว์อสูรที่สามารถนำมาหลอมรวมสร้างอาวุธระดับต่ำได้ เพียงแค่นี้หากนำพวกมันไปขายนับว่าทำกำไรได้ไม่น้อยเลยทีเดียว นี่มันไม่ต่างอะไรไปจากงานเทศกาลดีๆนี่เอง ยิ่งขึ้นไปสู่ชั้นระดับสูงเท่าไหร่สิ่งของก็ยิ่งมีความหายากและมีราคาเท่านั้นพวกมันนั้นต้องใช้ระยะเวลาไปไม่น้อยเลยกว่าที่จะผ่านชั้นที่ 2 ไปได้ เมื่อขึ้นมาถึงชั้นที่ 3 ผู้คนเริ่มที่จะเบาบางลงเล็กน้อยมีเพียงแต่ผู้ที่มีความแข็งแกร่งอย่างแท้จริงเท่านั้นที่จะสามารถขึ้นไปสู่ชั้นลำดับสูงๆได้ ว่ากันว่าที่ชั้นที่ 1 ถึงชั้นที่ 10 นั้นเป็นเพียงแค่การทดสอบเท่านั้น ส่วนชั้นที่ 11 เป็นต้นไปถึงจะถือว่าเป็นการก้าวเท้าเข้ามาสู่ภายในหอคอยสวรรค์ที่แท้จริง ถึงแม้ว่าพวกมันบางคนจะไม่สามารถที่จะเข้าไปสู่ชั้นที่ 11 ได้แต่การที่เหยียบเข้ามาภายในดินแดนแห่งนี้นั้นนับว่าได้ประโยชน์อย่างมากมายมหาศาล ด้วยที่สถานที่แห่งนี้นั้นมันเต็มไปด้วยพลังเวทที่บริสุทธิ์ นี่จึงเป็นสาเหตุทำให้มีผู้คนเป็นจำนวนไม่น้อยที่สามารถยกระดับพลังของตัวเองได้ทางด้านของหลินเทียนในยามนี้นั้นไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าเจ้าสวะพวกนี้มันจะนำพาตนมาถึงชั้นที่ 10 ได้นี่นับว่าอยู่เหนือความคาดหมายของตนไปไกล แต่สภาพการกลุ่มคนของเจ้าพวกหมิงยู่เองก็อยู่ในสภาพที่ไม่ค่อยดีนักกว่าที่พวกมันจะฝ่าฟันกันจนมาถึงที่ชั้นแห่งนี้ได้พวกมันเองก็นับว่าสูญเสียไปมิใช่น้อยแต่เดิมนั้นกลุ่มผู้ร่วมเดินทางของมันมีมากถึง 30 คน แต่บัดนี้เหลือคนเพียงแค่ 10 คนเท่านั้น ยิ่งตัวของหลินเทียนแอบติดตามพวกมันไปนานเท่าไหร่ตัวของเขานั้นก็พบความเลวทรามของพวกมันไปมากเท่านั้น เจ้าพวกนี้มันไม่ได้จัดการแต่สัตว์อสูรเท่านั้น มีศิษย์รุ่นเยาว์เป็นจำนวนไม่น้อยที่ถูกพวกมันทุบตีเยี่ยงสุนัขแถมพวกมันยังแย้งชิงทรัพยากรที่หามาได้จนหมดสิ้นราวกับว่าพวกมันนั้นไม่รู้จักความรู้สึกผิดชอบชั่วดีคืออะไร หากจะพูดว่าเจ้าคนพวกนี้มันไม่ต่างอะไรไปจากเดรัจฉานในร่างคนมันก็ไม่เกินจริงไปนัก“ฮู๊…ลูกพี่พวกเรารวยแล้วพวกเรารวยแล้ว ข้าไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าเจ้าพวกลูกเจี๊ยบพวกนั้นพวกมันจะสามารถหาของดีได้มากมายถึงเพียงนี้” ผู้ติดตามของหมิงยู่กล่าวออกมาด้วยความรู้สึกชอบใจอย่างถึงที่สุดการที่ตัวของมันได้ติดตามนายคนนี้นั้นตัวของมันสามารถกระทำเรื่องชั่วๆได้ตั้งมากมายโดยที่ไม่มีผู้ใดกล้าที่จะเอามาผิดพวกมัน“เหอ เหอ ใครใช้ให้พวกมันอ่อนแอ เป็นเพียงแค่เจ้าพวกเศษสวะไร้ค่าแต่กับได้ของดีๆ เก็บไว้กับพวกมันก็เสียของเปล่า นับว่าเป็นบุญอันสูงส่งของพวกมันแล้วที่สิ่งของพวกนี้นั้นตกอยู่ในมือข้า ของดีๆเหล่านี้จะต้องไม่เสียเปล่าอย่างแน่นอน” หมิงยู่ กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ชอบธรรมอย่างถึงขีดสุดราวกับว่าการกระทำของมันนั้นเป็นเรื่องที่ถูกต้อง“กร๊ากก ฮ่า ฮ่า ถ้ามีเจ้าพวกโง่ผ่านทางมาเจอพวกเราก็คงดีไม่น้อย อีกหน่อยพวกเราคงได้สบายกันไปตลอดชาติแน่” ลูกน้องหมิงยู่กล่าวออกมาด้วยความได้ใจถึงแม้ว่าในยามนี้พลังเวทของมันใกล้ที่จะหมดสิ้นแต่กำลังใจที่ตัวของมันจะปล้นฆ่าแย่งชิงนั้นกับมีมากมายอย่างถึงขีดสุด“พวกคนชั่วก็มักที่จะอยู่รวมตัวกันซินะ” ในระหว่างที่พวกมันกำลังระเบิดหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่งก็มีเสียงหนึ่งกล่าวถามพวกมันออกจากความว่างเปล่า พวกมันไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าจะมีคนผู้อื่นอยู่สถานที่พวกนี้ร่วมกับพวกมันได้เพราะพวกมันนั้นไม่สามารถที่จะตรวจสัมผัสอะไรได้เลย