เพลิงอสูรกลืนสวรรค์

    บทที่ 50 มันคือสิ่งใด

    ผู้คุมสอบเริ่มทยอยเดินไล่ตรวจเม็ดโอสถทีละโต๊ะ เสียงประกาศคะแนนจากโต๊ะสอบแถวอื่นลอยแว่วมาตามลม

    "สี่ในสิบส่วน" "ห้าในสิบส่วน"

    ตัวเลขธรรมดาที่หมุนเวียนไปเป็นจังหวะพื้นหลัง

    เงาของสตรีตาแดงกับชายร่างใหญ่ยังไม่จางหายไปจากขอบสนาม โต๊ะสอบถัดไปสามช่องฝั่งซ้ายกลับว่างเปล่าแล้ว เหลือเพียงแผ่นหินรองเตาที่ยังมีรอยไหม้เกรียมเป็นรัศมีวงกลม ไอความร้อนระอุลอยขึ้นจากจุดนั้นเป็นเส้นบาง ปราณอัคคีสีม่วงของนางยังฝังค้างอยู่ในเนื้อหิน

    ผู้คุมสอบหยุดหน้าโต๊ะนั้น คีบเม็ดโอสถสีเขียวแก่ที่แฝงรอยไหม้จางๆ ออกจากเตาหลอม ไอร้อนกระทบนิ้วมือจนคิ้วของชายผู้นั้นขมวดเข้าหากันชั่วขณะ ก่อนจะชูขึ้นมาระดับสายตา

    "กู้หมิง โอสถขั้นสาม คุณภาพต่ำ ได้คะแนนเจ็ดในสิบส่วน"

    กู้หมิง หลินเย่สลักชื่อนั้นลงในหัว เสียงฮือฮาระเบิดขึ้นรอบสนาม ผู้ชมบนอัฒจันทร์ลุกพรึ่บ เด็กที่มุงดูอยู่ขอบสนามถึงกับชะโงกตัวออกมาจนเกือบตกราวกั้น

    "โอสถขั้นสามเชียวหรือนั่น"

    "ขนาดโดนขัดขวางจนเกิดรอยไหม้นะ ถ้าไม่พลาดช่วงท้าย จะพุ่งไปเทียบคุณหนูมู่หว่านหรงเลยหรือไร"

    "บ้าไปแล้ว ปีนี้งานชุมนุมมังกรน้อยมีแต่พวกปีศาจมาจุติกันหรือไร"

    สายตานับร้อยคู่เบนกลับมาที่ตัวเขา ผู้คุมสอบเดินตรงเข้ามา เปิดฝาเตาหลอม

    ทั้งสนามเงียบลงในพริบตา ราวกับมีใครสะกดอากาศทั้งผืนไว้ แม้เสียงลมที่เคยพัดผ่านอัฒจันทร์ก็คล้ายจะหยุดนิ่ง เหลือเพียงเสียงชีพจรในหูตัวเองที่ดังขึ้นทีละจังหวะ ผู้คุมสอบยื่นมือลงไปหยิบเม็ดโอสถขึ้นมา

    "หลินเย่ โอสถขั้นสอง คุณภาพสูง ได้คะแนนแปดในสิบส่วน"

    มีเสียงซุบซิบ สีหน้าของผู้ชมรอบสนามแตกออกเป็นสองแบบ ฝ่ายหนึ่งเบือนปากเล็กน้อย ขั้นสองย่อมต่ำกว่าขั้นสามของกู้หมิง อีกฝ่ายหนึ่งเบิกตากว้าง เด็กตระกูลชั้นนำที่ฝึกหลอมโอสถมาแต่เล็กมีสีหน้าแข็งทื่อ

    ผู้คุมสอบกลับไม่ได้ลดมือลง นิ้วสอดกลับลงไปในเตาใบเดิม แล้วหยิบโอสถขึ้นมาเพิ่มอีกหนึ่งเม็ด ประกายแสงนวลของผิวยาสะท้อนแดดบ่ายวาบเข้าตาผู้ชมแถวหน้า

    เสียงทั้งสนามถูกตัดฉับกลางคำ คนที่กำลังอ้าปากพูดค้างคำไว้ คนที่กำลังหันหน้าหนีหยุดกลางก้าว

    สองเม็ด หลอมโอสถขั้นสองคุณภาพสูงออกมาพร้อมกันสองเม็ดจากเตาเดียว ภายใต้แรงดูดปราณที่ฉีกไฟออกจากมือทุกลมหายใจ

    เด็กตระกูลโอสถที่ยืนอยู่ริมสนามถึงกับกำมือแน่น ใบหน้าของพวกเขาบอกทุกอย่างที่ปากไม่ยอมพูด การแยกปราณเพื่อกลั่นสารสกัดพร้อมกันสองสายในเตาเดียวนั้นต้องใช้สมาธิและการควบคุมที่เหนือชั้น ไม่ใช่สิ่งที่โชคช่วยให้เกิดขึ้นได้

    หลินเย่น้อมกายลงคารวะ แล้วแหงนหน้าขึ้นมองเม็ดโอสถสองเม็ดที่คีบอยู่บนปลายนิ้วผู้คุมสอบ ผิวของมันยังมีรอยไหม้จางๆ ผลกระทบจากช่วงท้ายที่ต้องเร่งไฟสีดำอมแดงต้านแรงดูดปราณ พลังที่ยังไม่เชี่ยวชาญทิ้งตำหนิเอาไว้

    ในใจยังแอบหวั่น หากไฟเผาตัวยากลายเป็นเถ้าถ่านในช่วงสุดท้าย คะแนนคงเหลือศูนย์

    คำถามที่ค้างอยู่กลับหนักกว่าคะแนนเสียอีก ช่วงท้ายของการขึ้นรูปโอสถ ยามที่ไฟทั้งสองสีปะทะกัน ความรุนแรงนั้นไม่ใช่แค่เรื่องแรง มันเหมือนเปลวไฟสองสายเป็นอริกันมาแต่ปางก่อน เขาก้าวแยกตัวออกจากโต๊ะสอบ

    พื้นดินใต้เท้าสั่นสะเทือนขึ้นมาก่อน ป้ายกระดานหินขนาดใหญ่ทะลวงขึ้นมาจากพื้นลานประลอง ดินแตกร้าวเป็นรัศมี แรงสั่นเลื่อนลั่นจนเด็กที่ยืนอยู่ใกล้เซถลา เศษหินและฝุ่นกระเด็นออกสองข้าง กระดานหินลอยนิ่งอยู่กลางอากาศ ตัวอักษรสลักเริ่มเรืองแสง

    ตัวเลขคะแนนปรากฏขึ้นบนกระดานสลักลึก หลินเย่กวาดตาไล่หาลำดับของตัวเอง คะแนนรวมสองบททดสอบ ยุทธ์เจ็ด โอสถแปด รวมสิบห้า

    ไล่ลงไปจนเจอ อันดับสี่สิบเจ็ดจากผู้เข้าแข่งขันร้อยคน จากนั้นจึงกวาดขึ้นสู่สิบอันดับแรก

    อันดับหนึ่ง มู่หว่านหรง ยี่สิบคะแนน

    อันดับสอง เฉินหมิงเจี่ย สิบเก้า

    อันดับสาม กู่เทียนอวี่ สิบเก้า

    อันดับสี่ หลินจวิ้นเฉิง สิบแปด

    อันดับห้า มู่จื้อหมิง สิบแปด

    อันดับหก ไป๋จื่อรุ่ย สิบแปด

    อันดับเจ็ด เว่ยอวี่ถิง สิบเจ็ด

    อันดับแปด จ้านฮ่าว สิบเจ็ด

    อันดับเก้า กู่อี๋เฟย สิบเจ็ด

    อันดับสิบ โซว่เหวินป๋อ สิบเจ็ด

    รายชื่อสลักลงในหัว บุตรและธิดาศักดิ์สิทธิ์ของตระกูลใหญ่ประเดิมสนามได้สมกับที่เลื่องลือ

    มู่หว่านหรงยี่สิบเต็ม ของตัวเองสิบห้า ห่างกันห้าคะแนน ตัวเลขไม่ห่างมาก ระยะที่แท้จริงกลับกว้างกว่านั้นหลายเท่า

    ผู้ประกาศแจ้งเกณฑ์การเข้ารอบ ผู้ใดคะแนนรวมไม่ถึงสิบสองจะถูกคัดออกทันที

    เด็กหลายคนเดินออกจากสนามด้วยสีหน้าบึ้งตึง ทุกปีที่ผ่านมาไม่เคยมีการหยิบเรื่องหลอมโอสถมาเป็นข้อสอบเปิดสนาม บางคนมือเต็มไปด้วยตะปุ่มตะป่ำจากการกรำดาบเช้าเย็น กลับถูกเตาหลอมยาที่ไม่เคยแตะตัดแต้มออกไป

    ผู้ประกาศกล่าวคำชี้แจงต่อ ยี่สิบอันดับแรกผ่านเข้ารอบถัดไปโดยไม่ต้องลงแข่งรอบคัดเลือกย่อย ที่เหลือทั้งหมดต้องเข้าสู่การประลองตัวต่อตัวอีกสองรอบ พ่ายแม้ครั้งเดียวตกรอบทันที

    หลินเย่กวาดตาประเมินจำนวนคนที่ยังเหลือ หักลบคนที่ถูกคัดออกไปแล้ว เหลือราวห้าสิบกว่าคน ต้องแข่งคัดออกอีกสองครั้ง จำนวนจะถูกตัดลงเกินครึ่ง

    หินแผ่นสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่สี่ก้อนพุ่งร่วงลงมาจากฟากฟ้า

    เสียง 'โครม' ดังขึ้นพร้อมกันทั้งสี่ทิศ แรงกระแทกสั่นสะเทือนจากฝ่าเท้าขึ้นมาถึงกระดูกเชิงกราน ควันฝุ่นหนาทึบพวยพุ่งขึ้นสูงจนบดบังทุกสิ่งรอบข้าง ผู้ชมแถวหน้ายกแขนบังหน้า เด็กที่ยืนอยู่ใกล้ถึงกับถอยหลัง แสงแดดที่เคยส่องลานถูกกรองผ่านม่านฝุ่นจนเปลี่ยนเป็นสีเหลืองขุ่น

    ฝุ่นค่อยๆ จางลงทีละชั้น เวทีประลองสี่เวทีปรากฏขึ้นจากกลุ่มควัน แผ่นหินแต่ละแผ่นเรียบเกลี้ยงราวกับถูกตัดด้วยดาบ ขอบคมตัดกับลานดินรอบข้างอย่างชัดเจน

    เหนือเวทีทั้งสี่ แผ่นป้ายแสงเรืองรองลอยเด่นอยู่ รายชื่อผู้เข้าแข่งขันหมุนสุ่มสลับไปมาเป็นวง จนกระทั่งเริ่มหยุดนิ่ง ผู้เข้าแข่งขันชุดแรกแปดคนก้าวขึ้นสู่เวที

    หลินเย่ลอบถอนหายใจ ชื่อของตัวเองไม่ได้ถูกสุ่มในกลุ่มแรก

    "จงเอาชนะอีกฝ่ายด้วยทุกสิ่งทุกอย่างที่มี ห้ามลงมือถึงแก่ชีวิต ห้ามจู่โจมจนคู่ต่อสู้บาดเจ็บสาหัสพิการ เมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเอ่ยปากยอมแพ้ให้ถือว่าสิ้นสุดการตัดสิน หรือหากร่างกระเด็นตกออกจากขอบสนาม ให้ถือว่าพ่ายแพ้ทันที" กฎกติกาเรียบง่าย

    เสียงอาวุธและวิชาปะทะดังกึกก้องกัมปนาทจากทั้งสี่สนามพร้อมกัน คลื่นพลังจากการต่อสู้พัดเอาเศษดินเศษหินปลิวว่อนออกมานอกขอบเวที เด็กแถวหน้าต้องยกแขนบัง กลองรบดังกังวานจากหอคอยทั้งสี่มุมสนาม สะท้อนก้องจนพื้นดินใต้ฝ่าเท้ารับรู้ถึงจังหวะได้ ผู้ชมเบียดเสียดเข้ามาหนาแน่นจนอากาศรอบลานร้อนอบอ้าวขึ้นมาเป็นชั้น

    เหนือขึ้นไปบนอัฒจันทร์ เหล่าปรมาจารย์ทยอยเข้ามาเติมเก้าอี้ที่เคยว่างจนหนาตาขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งเก้าอี้ถูกนั่งมากเท่าใด แรงกดจางๆ ก็ยิ่งทับถมลงมาจากด้านบนเป็นชั้น ไม่หนักพอจะเรียกว่าข่มขู่ ผิวหนังที่ท้ายทอยกลับรู้สึกถึงมันได้ เด็กที่อ่อนแอกว่าบางคนถึงกับไหล่ตก ขาอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว

    หลินเย่ไม่ได้จับตาที่เวทีประลอง เขากำลังกวาดหาใครบางคน

    ร่างของคนกลุ่มนั้นเห็นเด่นชัดกว่าผู้อื่น ชายร่างใหญ่ที่ส่วนสูงค้ำหัวเด็กวัยเดียวกัน และบนไหล่กว้างนั้น ร่างเล็กของกู้หมิงนั่งอยู่ตรงเดิม ขาสองข้างห้อยไขว้อยู่หน้าอกของชายร่างใหญ่ ทั้งสองมองสนามด้านล่างด้วยท่าทางเพลิดเพลิน

    ศิษย์สายตรงจากสำนักดาราร่วงโรย ชื่อที่เพิ่งได้ยินจากเสียงซุบซิบบนอัฒจันทร์เมื่อครู่วนกลับมาอีกครั้ง สำนักที่อยู่เหนือสิบตระกูล

    เปลวไฟสีดำอมแดงของตน กับไฟสีม่วงครามของนาง ทั้งสองสายนั้นเป็นอริกันหรือ และเปลวไฟที่ร่างกายจำได้แต่หัวจำไม่ได้นั้น มันมาจากไหน

    คำถามเหล่านี้ไม่มีทางตอบตัวเองได้ คนที่พอจะให้คำตอบยืนอยู่ตรงนั้น

    เขาสับเท้าก้าวตรงไปหาพวกเขา ลมบ่ายพัดผ่านลานประลองในจังหวะนั้นพอดี

    กู้หมิงเงยหน้าขึ้นจากไหล่ของจ้างเหอก่อนที่ฝีเท้าจะถึง สายลมพัดเส้นผมสีดำทมิฬของนางปลิวขวางใบหน้า นัยน์ตาสีแดงสดใต้ปอยผมนั้นจับจ้องมาที่เขาโดยไม่กะพริบ ริมฝีปากที่ยังมีคราบเลือดจางๆ ค่อยๆ ยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม นิ้วมือเล็กของนางกวักเรียกหนึ่งครั้ง

    เขาไปยืนข้างนางที่ขอบสนาม จ้างเหอนั่งขัดสมาธิอยู่ด้านหลังสามก้าว หลังกว้างบังลมได้ทั้งฝั่ง

    "ใจกล้าดีนักเจ้าหนู"

    เจ้าหนู ร่างนางเล็กกว่าเขาเสียอีก อายุก็คราวเดียวกัน ห่างกันคงไม่ถึงสองปี ปากกลับเรียกราวกับกำลังลูบหัวเด็กข้างบ้าน ช่างกระไร เขาไม่ถือสาและไม่เอ่ยถามกลับ

    "เจ้าคิดเช่นไร"

    นางกวาดมองไปที่สนามเบื้องหน้า ไม่ได้หันมาทางเขา

    หลินเย่มองตามไป เด็กสองคนบนเวทีกำลังห้ำหั่นกัน ฝ่ายหนึ่งใช้กระบี่ไม้ อีกฝ่ายใช้หอก สองศาสตราเข้าปะทะกันหวังให้อีกฝ่ายล้มลงยอมแพ้

    เขาไม่รู้สึกตื่นเต้นเลยแม้แต่น้อย คมกระบี่ที่ไม่มีจิตอาฆาต ปลายหอกที่ไม่ได้มุ่งจุดตาย เมื่อเทียบกับปราณสีแดงของกงหยางอวี้ที่ถล่มลงมาในป่ามืดคืนนั้น กับมีดสีดำที่พุ่งมาจากความมืดโดยไม่มีเสียงเตือน สิ่งที่อยู่เบื้องหน้าก็เป็นเพียง—

    "ของเด็กเล่น"

    ดวงตาสีแดงของนางหันมาเพ่งที่ใบหน้าเขา ไม่กะพริบ

    แรงกดพุ่งเข้ามาโดยไม่มีเสียงเตือน จิตสังหารของนางกระแทกเข้าที่หน้าอกราวกับกำปั้นที่มองไม่เห็น อากาศรอบตัวหนักอึ้งจนปอดบีบตัว รสเหล็กขึ้นมาที่โคนลิ้น หัวใจเต้นพลาดไปหนึ่งจังหวะ

    ร่างกายจำได้ จำความรู้สึกนี้ได้ ไม่ต่างจากตอนที่กู่เหวยปล่อยจิตอาฆาตลงมาจากอัฒจันทร์ชั้นบนเมื่อครู่ ไม่ต่างจากคืนในป่าที่กงหยางอวี้เผาตัวเองเพื่อฆ่า

    เขาจ้องกลับไป ไม่ใช่ความกล้า มันเป็นสัญชาตญาณของคนที่ถูกจ้องด้วยจิตสังหารมาจนชินเสียก่อนที่จะยอมก้มหน้าให้

    สายตาสองคู่ปักเข้าหากัน แรงกดจากฝั่งนางดันเข้ามาเป็นชั้น แรงจากฝั่งนี้ไม่ถอย เส้นเอ็นที่คอตึง ขากรรไกรกัดแน่น เหงื่อเย็นซึมที่ขมับข้างเดียว

    เสียงหัวเราะแหลมเล็กตัดผ่านบรรยากาศที่ตึงจนแทบแตกร้าว แรงกดหายวับไปในพริบตา

    "เจ้าช่างน่าสนใจจริงๆ เจ้าหนูเย่"

    นางหันกลับไปมองสนาม ขาสองข้างแกว่งไปมาจากขอบที่นั่งอยู่ ท่าทางผ่อนคลายเหมือนเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

    หลินเย่ผ่อนความสนใจกลับไปที่เวทีเช่นกัน ชีพจรที่เต้นรัวค่อยๆ ช้าลง

    "ตรงมาหาข้าเช่นนี้ ไม่มีสิ่งใดจะพูดหรอกหรือ" เขาหันไปมองนาง

    "ไฟเมื่อครู่ของเจ้าและของข้า มันคือสิ่งใด" กู้หมิงหยุดแกว่งขา

    สีหน้าของนางเปลี่ยนไปเป็นครั้งที่สามนับจากที่พบกัน ครั้งแรกคือตอนที่ไฟสีดำอมแดงผุดขึ้นจากอุ้งมือ ครั้งที่สองคือตอนที่เขาจ้องตอบจิตสังหาร และครั้งนี้ นัยน์ตาสีแดงเบิกกว้างขึ้น ไม่ใช่ความโกรธ ไม่ใช่ความสนุก คิ้วบางของนางขมวดเข้าหากัน ปากเปิดแล้วปิด เปิดอีกครั้ง

    "เจ้าไม่รู้หรือว่าตนถือครองอะไรอยู่"

    เขาไม่ตอบ เพราะไม่มีคำตอบจะให้ ลมพัดผ่านอีกครั้ง เสียงกลองรบจากสนามประลองดังก้องมาเป็นจังหวะ บนเวทีด้านหลัง เด็กคนหนึ่งถูกตีกระเด็นตกขอบสนาม เสียงกรรมการประกาศผลดังลั่น

    กู้หมิงเอียงหน้ามองเขาตรงๆ ปลายนิ้วเคาะริมฝีปากตัวเองสองครั้ง

    "น่าสนใจ"

    นางพึมพำซ้ำ แล้วยกมือตบไหล่จ้างเหอที่นั่งอยู่ด้านหลัง ชายร่างใหญ่ลืมตาขึ้นจากสมาธิ ลุกขึ้นยืนโดยไม่ต้องสั่งซ้ำ

    กู้หมิงกระโดดขึ้นไปนั่งบนไหล่ของจ้างเหอตามเดิม แล้วก้มมองลงมาจากที่สูง

    "ผู้คนในใต้หล้าต่างรู้จักมันในนามเพลิงสวรรค์บรรพกาล"

    คล้ายกับเรื่องเพลิงอสูรกลืนสวรรค์ ที่คุณอ่าน

    มหามรรคาไร้เทียมทาน

    มหามรรคาไร้เทียมทาน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    423K 812
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.77M 1648
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    เจ้าของร้านพิศวง [จบ]

    เจ้าของร้านพิศวง [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    71K 458
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    อสูรพลิกฟ้า ( Against the Gods )

    อสูรพลิกฟ้า ( Against the Gods )

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    58.22M 2245
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    3.06M 3586