"แจ็คพอตแตก!!"
เสียงของยูนะดังลั่นไปทั่วหุบเขา เธอใช้มีดสั้นแงะเอา "หัวใจโกเลม" (Golem Core) ก้อนเท่ากำปั้นที่ส่องแสงสีฟ้าออกมาจากซากหินอย่างทุลักทุเล
"ก้อนนี้ขายได้เป็หมื่นเหรียญแน่ๆ! วันนี้รวยเละ!" เธอกอดก้อนหินเวทมนตร์ไว้แนบอก แก้มถูไถกับมันอย่างมีความสุข หูแมวกระดิกดิ๊กๆ ไม่หยุด
ไคโตะนั่งพักเหนื่อยจิบน้ำอยู่ข้างๆ มองภาพนั้นแล้วส่ายหัว
"ยัยงกเอ๊ย... แบ่งส่วนแบ่งมาให้ฉันด้วยล่ะ ค่าที่ฉันเป็คนเจาะเกราะมัน"
"รู้แล้วน่า! หักลบกลบหนี้ค่าอุปกรณ์เมื่อกี้ นายเหลือส่วนแบ่ง... เอ่อ... 20 เหรียญ!"
"ไอ้ขี้โกง!"
"เงียบก่อน..." เซ็ตสึนะยกมือปราม สีหน้าเธอเปลี่ยนเป็จริงจัง "ยูนะ เธอได้กลิ่นอะไรไหม?"
ยูนะเก็บหินเข้ากระเป๋า แล้วเริ่มทำจมูกฟุดฟิด
"อื้ม... กลิ่นเหม็นสาบของโกเลมหายไปแล้ว... แต่มีกลิ่นอื่น..."
เธอขมวดคิ้ว เดินดมไปทางซอกหินด้านหลังซากโกเลม
"กลิ่นเหมือน... กระดาษเก่าๆ? แล้วก็... กลิ่นมานาที่คุ้นๆ เหมือนของไคโตะเลย"
ไคโตะหูผึ่งทันที "เหมือนของฉัน?"
ทั้งสามคนเดินฝ่าดงหมอกเข้าไปในซอกหินลึก จนกระทั่งพบกับ "ปากถ้ำขนาดเล็ก" ที่ถูกอำพรางไว้ด้วยเถาวัลย์ แต่สิ่งที่แปลกคือ มีกระแสลมหมุนวนเบาๆ คอยปัดเป่าหมอกไม่ให้เข้าไปในถ้ำ
ไคโตะยื่นมือออกไปัักระแสลมนั้น... มันไม่ทำร้ายเขา แต่กลับโอบล้อมมือเขาไว้อย่างอ่อนโยน
"เวทลม..." ไคโตะพึมพำ น้ำตาเริ่มรื้นขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว "ััแบบนี้... พ่อครับ?"
"เขตแดนป้องกันภัยระดับสูง..." เซ็ตสึนะมองด้วยความทึ่ง "ผ่านมาหลายปีขนาดนี้ แต่พลังยังหลงเหลืออยู่... พ่อนายแข็งแกร่งจริงๆ"
ไคโตะก้าวเข้าไปในถ้ำ ภายในนั้นเป็เหมือนแคมป์พักแรมชั่วคราว มีกองไฟที่มอดดับไปนานแล้ว ลังไม้เก่าๆ และ "สมุดบันทึกปกหนังสีน้ำตาล" เล่มหนึ่งวางอยู่บนหินเรียบ
มือที่สั่นเทาของไคโตะหยิบสมุดเล่มนั้นขึ้นมา หน้าปกเขียนด้วยลายมือหวัดๆ ที่เขาจำได้แม่นยำ
[ บันทึกการเดินทาง: คาเซฮายะ ริว ] (ชื่อพ่อไคโตะ)
"ของพ่อจริงๆ ด้วย..."
ไคโตะค่อยๆ เปิดอ่านหน้าสุดท้ายที่ถูกเขียนไว้ ตัวหนังสือดูรีบเร่งและกดหนักเหมือนคนเขียนกำลังเครียดจัด
...ฉันเข้าใกล้ความจริงมามากแล้ว 'พวกมัน' ไม่ได้้าแค่ครองโลก แต่มัน้าทำลายสมดุลของเวทมนตร์
อิกนิส (พ่อของลีโอ) เป็แค่หมากตัวหนึ่งเท่านั้น ผู้อยู่เื้ัคือกลุ่มคนที่อันตรายยิ่งกว่า
ฉันไม่อาจกลับไปหาไคโตะได้ตอนนี้... ขืนกลับไป เ้าลูกชายบ้าคงโดนหางเลขไปด้วย
ฉันจะมุ่งหน้าลงไปที่ 'อบิสเกต' (Abyss Gate) ใต้หุบเขานี้ เพื่อปิดผนึกรอยรั่วก่อนที่มันจะสายเกินไป...
ปล. ถ้าลูกได้มาอ่านข้อความนี้ แสดงว่าลูกคงโตเป็หนุ่มและเก่งขึ้นแล้วสินะ (หวังว่าคงไม่ได้ธาตุลมกากๆ เหมือนพ่อนะ ฮ่าๆ)
รักเสมอ... พ่อ
หยดน้ำตาไหลหยดลงบนหน้ากระดาษ ไคโตะกำหมัดแน่น ทั้งโกรธ ทั้งดีใจ และเสียใจ
"ตาแก่บ้า..." ไคโตะสะอื้น "ธาตุลมมันไม่กากสักหน่อย... ผมเพิ่งใช้มันเจาะหินไปเมื่อกี้เองนะ"
เซ็ตสึนะเดินเข้ามาวางมือบนไหล่เขาเงียบๆ ไม่พูดอะไร แต่การัันั้นสื่อความหมายว่า 'ฉันอยู่ตรงนี้'
ยูนะที่ปกติจะพูดมาก ตอนนี้ยืนหูตกมองไคโตะด้วยความเห็นใจ
"อบิสเกต... นั่นมันดันเจี้ยนชั้นที่ลึกที่สุดของทวีปเลยนะ... ไม่มีใครรอดกลับมาได้เลย" เธอพูดเสียงเบา
ไคโตะปาดน้ำตา เงยหน้าขึ้นด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป
มันไม่ใช่แววตาของเด็กหนุ่มขี้แพ้อีกแล้ว แต่เป็แววตาของลูกผู้ชายที่มีเป้าหมายชัดเจน
"เขายังไม่ตาย..." ไคโตะพูดเสียงหนักแน่น "พ่อบอกว่าจะไปปิดผนึก... แสดงว่าเขายังอยู่ที่นั่น"
เขาหันไปมองเซ็ตสึนะและยูนะ
"ฉันจะไปที่อบิสเกต... ฉันจะไปพาพ่อกลับบ้าน"
เซ็ตสึนะยิ้มมุมปาก เป็รอยยิ้มที่ดูภาคภูมิใจที่สุดั้แ่ไคโตะเคยเห็นมา
"นั่นสิ... ถ้าไม่ทำแบบนั้น ก็เสียชื่อลูกศิษย์ฉันแย่"
"ส่วนเค้า..." ยูนะเกาแก้ม "อบิสเกตมีขุมทรัพย์เยอะซะด้วยสิ... แถมถ้านายทำสำเร็จ ชื่อเสียงของนายจะขายข่าวได้แพงระยับเลย! เอาวะ! ไปด้วยก็ได้!"
ไคโตะเก็บสมุดบันทึกเข้าอกเสื้อ กระชับคทา Gale Rod ในมือ
"ขอบคุณนะทุกคน... งั้นเป้าหมายต่อไป... บุกอบิสเกต!"
แต่ทว่า...
ตึง!
เสียงะเิดังมาจากหน้าปากถ้ำ พร้อมกับแรงสั่นะเืที่ทำให้หินร่วงกราว
เสียงหัวเราะเหี้ยมเกรียมดังแทรกเข้ามาในสายหมอก
"โฮ่... เจอตัวแล้ว หนูสกปรกที่บังอาจทำร้ายนายน้อย"
เงาร่างมหึมาสามร่างยืนปิดปากทางเข้าถ้ำ... พวกมันไม่ใช่โกเลม และไม่ใช่มนุษย์
แต่เป็ "อัศวินเกราะดำ" ที่มีไฟลุกท่วมตัว และตราสัญลักษณ์บนอกเสื้อคือ... ตระกูลเบลซ (Blaze)
"หน่วยล่าสังหารระดับสูง..." เซ็ตสึนะชักดาบออกมา แววตาเครียดเกร็งกว่าตอนเจอโกเลมสิบเท่า "ไคโตะ... งานนี้ไม่ง่ายเหมือนหินโง่ๆ นั่นแล้วนะ"
ไคโตะแสยะยิ้ม ทั้งที่เหงื่อตก
"ก็สวยสิครับ... กำลังอยากหาที่ระบายอารมณ์อยู่พอดี!"