หอคอยโลกาวินาศ ฉันมีระบบปรับแต่งซอมบี้

    ตอนที่ 51 ยิงถล่ม

    ตอนที่ 51 ยิงถล่ม

    ภายในดันเจี้ยน ณ ห้องบอส

    ขณะที่ทุกคนกำลังต่อสู้และแย่งชิงกล่องทุกใบที่สามารถจะคว้าได้บอสก็เริ่มเคลื่อนไหวมันโจมตีใส่พวกนักผจญภัยที่อยู่ใกล้ที่สุดที่ถือกล่องอยู่ทำให้นักผจญภัยตายลงอย่างรวดเร็ว

    แต่ว่าในตอนนั้นเองด้านหลังประตูก็เปิดขึ้นพร้อมกับรถหุ้มเกราะที่ขับเข้ามา

    “ใครกัน”

    นักผจญภัยต่างก็หันไปมองปรากฏว่าพวกที่เข้ามานั้นก็คือ คนจากค่ายแกนนอน พวกนั้นเริ่มระดมยิงด้วยอาวุธหนักที่ขนมาได้ถล่มใส่บอสซอมบี้นักล่า

    แต่เป้าหมายไม่ได้มีแค่นั้นยังโจมตีใส่พวกนักผจญภัยด้วยกันเองด้วยโดยไม่สนใจว่าใครเป็นมิตรหรือศัตรู

    “ไอ้พวกโง่ตายไปให้หมดซะ”

    ปืนหลายกระบอกโดยเฉพาะปืนกลที่ติดตั้งอยู่บนรถหุ้มเกราะสามารถยิงทะลุแผ่นเหล็กหนาได้ราวกับเต้าหูมันยิงจนร่างของซอมบี้รอบ ๆ พรุนไปหมด สภาพบอสก็โดนยิงจนไม่สามารถเข้าใกล้รถหุ้มเกราะคันนั้นได้

    แต่ก็ยังไม่สามารถล้มบอสซอมบี้นักล่าลงได้ถึงอย่างนั้นมันก็สร้างโอกาศให้กับพวกค่ายแกนนอนลงไปกวาดเอากล่องทุกใบที่อยู่ใกล้กับบอสกลับขึ้นมา

    โดยเฉพาะกล่องใบที่ใหญ่ที่สุด

    “ไปพวกเรา ปิดประตูขังพวกมันไว้ที่นี่”หนึ่งในนักผจญภัยบนรถกล่าว ขณะที่รถหุ้มเกราะขับออกไปอย่างรวดเร็ว

    ประตูทุกบานพลันปิดลงขังพวกนักผจญภัยและเหล่าทหารรวมถึงซอมบี้และบอสนักล่าไว้ในที่เดียวกัน ทำให้พวกเขาไม่มีทางหลบหนีได้เลย

    “บัดซบ พวกนั้นตั้งใจฆ่าเรา”

    “ไม่ๆ  แบบนี้ไม่ถูกต้อง ทำไมต้องปิดทางหนีพวกเราด้วย”

    “โง่หรือยังไง ไอ้พวกนั้นต้องการให้เราถ่วงบอสไว้ไงเล่า”

    โฮกกกก

    บอสซอมบี้นักล่าคลุ้มคลั่งจนถึงขีดสุดก่อนที่มันจะเริ่มไล่ล่าฆ่าเหล่านักผจญภัยและทหารทั้งหมดด้วยความเดือดดาล

    “เอายังไงดี ขืนเป็นแบบนี้เรารอดไม่ถึงนาทีแน่นอน”เลียมถามเบนจามินอย่างสิ้นหวัง

    มาโครก็สั่นด้วยความหวาดกลัว แต่ก็พยายามสู้กับพวกซอมบี้ลิ้นแฉกโดยที่ไม่รู้จะทำยังไงต่อเหมือนกัน

    ด้านหน้าพวกเขาคือบอสซอมบี้นักล่าและเหล่าซอมบี้นักล่าอีกหลายตัวกำลังล้อมกรอบบีบพวกเขามาจากด้านหน้าส่วนด้านหลังมีซอมบี้ธรรมดาหลายร้อยตัวหรืออาจจะมากกว่านั้นกรูกันมาเต็มทางเดิน

    ประตูตอนนี้ก็โดนปิดตายไปแล้ว ส่วนประตูทางออกด้านหลังบอสกลไกลก็คงถูกทำลายแล้วไปและประตูด้านหลังพวกเขาต่อให้เปิดได้ก็คงไม่มีใครกล้าเปิด

    ทุกคนเริ่มสิ้นหวัง จำนวนนักผจญภัยและทหารน้อยลงเรื่อยๆ จนแทบไม่หลงเหลือ

    แต่แล้วตอนนั้นเองภายใต้ความสิ้นหวังก็มีเสียงดังสนั่นหวั่นไหวเกิดขึ้นก่อนจะตามมาด้วยแรงสั่นสะเทือนที่ทำเอาทั้งอาคารสั่นสะเทือน แสงสว่างที่เคยหายไปจากประตูที่ถูกปิดกลับคืนมาอีกครั้ง

    ทุกคนต่างก็หันไปมอง เมื่อฝุ่นหายไปก็ปรากฏรถถังคันหนึ่งที่หันปากกระบอกปืนมาด้านในรถถังคันนั้นเล็งไปที่บอสซอมบี้นักล่า

    ซอมบี้นักล่าตัวอื่น ๆ เห็นแบบนั้นก็เอาตัวเข้าขวางทันที

    บึม!!!

    รถถังยิงถล่มเข้าใส่พวกมันในพริบตา ทุกคนต่างก็พากันหมอบลงกับพื้นต่อให้พวกเขาจะเป็นผู้มีพลัง แต่ว่าก็ไม่มีใครกล้าท้าทายอาวุธหนักอย่างปืนใหญ่ของรถถัง

    จุดที่โดนยิงเต็มไปด้วยควันและฝุ่นก่อนจะมีแรงสั่นเบา ๆ และตามมาด้วยการถล่มลงของเพดานและกำแพง

    “เชี่ย นั่นมันพวกไหนอีกว่ะ” เลียมอาปากค้าง

    “พวกไหนก็ช่าง เรารอดแล้ว รีบออกไป”เบนจามินเตือนสติคนที่เหลือรอดอยู่ไม่มาก

    พอทุกคนตั้งสติขึ้นมาได้ พวกเขาก็พากันคว้าทุกอย่างที่คว้าได้และวิ่งออกไปแม้นักผจญภัยจะรักชีวิต แต่ว่าทรัพย์สมบัติก็เปรียบเหมือนกับชีวิตของพวกเขาเช่นกัน

    “จะบ้าหรือยังไงทิ้งมันไปเร็วเข้า”เบนจามินตวาดใส่เลียมและมาโครที่พยายามลากกล่องหนัก ๆ ไปด้วย

    กล่องพวกนี้แม้จะเหมือนกับกระเป๋าใบใหญ่ซึ่งด้วยแรงของผู้มีพลังนั้นไม่ยากเลยที่จะยกมัน แต่ว่าของด้านในกลับทำให้กระเป๋าแต่ละใบหนักอย่างมากจนถึงขนาดที่ว่าอาจจะต้องใช้แรงเกือบทั้งหมดในการยกพวกมัน

    ยิ่งไม่ต้องพูดถึงสภาพที่อ่อนล้าของทุกคนในตอนนี้หลายคนยังไม่ตระหนักถึงและคิดว่าจะเป็นอะไรไปในเมื่อบอสซอมบี้นักล่าและพวกซอมบี้นักล่าตัวอื่นๆ ก็โดนยิงจนฝังอยู่ใต้ซากไปแล้ว

    พวกเขาต่างก็คิดว่า มีเวลาเอาของออกมาไปแล้วก็ต้องเอาไปให้มากที่สุดแต่กลับไม่รู้เลยว่าความตายกำลังคืบคลานเข้ามา

    เมื่อตอนที่รถถังยิงถล่มเข้าไปจนกำแพงพังลงโครงสร้างในบริเวณนี้ก็เสียหายผนังด้านหนึ่งเป็นรูซอมบี้ทหารจำนวนมหาศาลที่หาทางเข้ามาก่อนหน้านั้นก็ได้ทะลักกันเข้ามา

    ว๊ากกก!!!

    ซอมบี้ทหารเหล่านี้คำรามและพุ่งตรงไปหานักผจญภัยโลภมากเหล่านั้นทันที

    “เชี่ยแล้วไง”

    “วิ่ง”

    คนที่รู้ตัวและวิ่งออกไปก่อนแล้วก็คือพวกของเบนจามินทุกคนต่างก็วิ่งตามหลังรถถังที่ถอยออกไปตั้งหลักและไล่ตามรถหุ้มเกราะไป

    ทว่าตอนนั้น จู่ ๆ ประตูของรถถังด้านบนก็เปิดขึ้นเผยให้เห็นออสก้าที่โผล่ออกมา

    “มาเร็วรีบขึ้นมา”

    เบนจามินและพวกรู้สึกประหลาดใจอย่างมาก

    พอเข้าไปด้านในรถถังแล้วก็เข้าใจทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นที่แท้ฮอร์คิงยังไม่ตายและออสก้าที่หายไปก็มาอยู่ที่นี่ทหารมืดคนอื่น ๆ ก็ด้วยพวกเขาต่างอยู่ด้านในรถถังกัน

    “ได้ยังไง? หรือว่าพวกคุณรู้อยู่แล้ว” เบนจามินอยากรู้หลายอย่างเช่นพวกนี้ไปหารถถังมาจากไหน แล้วทำไมฮอร์คิงถึงขับรถถังเป็น

    รถถังพวกนี้ไม่ใช่รถถังยุคเก่า แต่มันถูกพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับพลังงานของแก่นพลังงานด้วยแม้แต่ตัวปืนใหญ่ก็ยังเป็นอาวุธที่ยิงพลังงานจากแก่นพลังงาน

    หรืออีกนัยหนึ่ง รถถังคันนี้ก็คือตัวแทนของเทคโนโลยีที่ล้ำยุคที่สุดอย่างหนึ่งเลยทีเดียวมันอาจจะเรียกได้ว่าเป็นอาวุธกึ่งยุค T2 ก็ได้

    ที่ไม่ได้บอกว่าเป็นยุค T2 โดยตรงเพราะมันเป็นไปไม่ได้หอคอยโลกาวินาศชั้นแรกนั้นไม่สามารถมีอาวุธ T2 ได้ นั่นคือสิ่งที่ทุกคนพิสูจน์และค้นหามานานแล้วว่ามันไม่มี

    “พวกเราได้รถคันนี้ก็ถือว่าคุ้มค่าแล้วรีบออกไปจากที่นี่กันเถอะ” เลียมมองรอบ ๆ ด้วยสายตาเป็นประกาย

    “ใช่ รถถังนี้ทำให้เราไร้คนต่อกรได้เลย”มาโครเองก็ดูจะตื่นเต้นไม่แพ้กัน

    “อย่าพึ่งตื่นเต้นไป” ฮอร์คิงที่ขับรถถังอยู่กล่าวขึ้นขณะที่สายตาไม่ได้ละออกไปจากหน้าจอที่เต็มไปด้วยปุ่มจำนวนมาก ก่อนจะกล่าวต่อว่า “รถถังคันนี้ใช้แก่นพลังงานแต่ว่ามันไม่ได้สมบูรณ์แบบของสิ่งนี้เป็นแค่ต้นแบบเท่านั้นมันกินแก่นพลังงานมากเกินไป และทุกกระสุนที่ยิงด้วยปืนใหญ่เท่ากับแก่นพลังงาน 100ก้อน”

    พอได้ยินแบบนั้นใบหน้าของทุกคนก็ตกใจจนหน้าซีดแก่นพลังงาน 100 ก้อนนี่มันเงินกี่ล้านเครดิตกันแน่

    ที่แย่ยิ่งกว่านั้นคือพวกเขาเห็นว่าแถบพลังงานกำลังลดลงอย่างรวดเร็วจากการเคลื่อนที่ด้วยความเร็วของรถถังรถคันนี้ต้องการพลังงานจำนวนมาก ทว่าพวกเขากลับมีแก่นพลังงานไม่มากนัก

    “เอาแก่นพลังงานออกมาเร็วเข้า ใส่เข้าไปในช่อง”ฮอร์คิงรีบเตือน เพราะไม่อย่างนั้นพลังงานมันจะหมดซะก่อน

    หลังจากทุกคนเอาแก่นพลังงานที่มีติดตัวมาก็พบว่าพลังงานเพิ่มขึ้นแค่250 หน่วยเท่านั้น นั่นเท่ากับแก่นพลังงาน 250ก้อนและพลังงานสำรองที่มีในรถก็หมดลงไปแล้ว

    “เราไปไม่ถึงทางออกแน่”เบนจามินกล่าวอย่างมั่นใจ หลังจากดูระยะทางและพลังงานที่รถถังคันนี้กินร่วมกับจำนวนแก่นพลังงานคงเหลือ

    ด้านนอกเต็มไปด้วยฝูงซอมบี้พวกมันพยายามโจมตีพวกเขาจากทุกทิศทางแต่ถังเหล็กนี้ปกป้องพวกเขาไว้กันพวกมันไม่ให้เข้ามา ถ้าไม่มีมันต่อให้พวกเขาจะมีผู้มีพลังพื้นฐานระดับสูงสุดก็คงโดนรุมจนตาย

    มันเหมือนกับนักผจญภัยที่ตามหลังมาก่อนหน้านั้นที่หายไปจนหมดแล้วสิ่งที่ตามพวกเขามามีเพียงแค่ฝูงซอมบี้จำนวนมากเท่านั้น

    ...

    เปรี้ยง!

    เสียงฟ้าร้องและสายฝนที่ตกกระหน่ำลงมาเหมือนกับการซ้ำเติมโลกที่โหดร้ายรถหุ้มเกราะขับฝ่าและชนกับซอมบี้ไปตลอดทางด้านในรถผู้คนยังคงเผยสีหน้าแสดงความยินดีและสะใจขึ้นมา

    “ฮ่า ๆ ไม่คิดว่าจะทำสำเร็จได้จริง ๆ”นักผจญภัยคนหนึ่งร้องตะโกนและตบไหล่เพื่อนด้านข้าง

    “ไอ้บ้าเอ๊ยเรารวยแล้วกิลด์ดาบแดงของพวกเรารวยแล้ว”

    “หัวหน้าดูนี่สิ กล่องเต็มไปหมดเลยแถมเรายังได้สิ่งนี้มาด้วย ไอ้ลอร์ดนั่นย้ำนักย้ำหนาว่าให้เอากล่องใบนี้มาให้ได้แกะดูกันไหมว่ามันคืออะไร”

    “อย่าพึ่ง ในรถนี่มันส่ายเกินไปถ้าเป็นของที่เปราะบางเราอาจจะทำมันเสียหายได้ ถึงตอนนั้นถ้าทางเบื้องบนจี้ลงมาแกจะรับผิดชอบไหวไหมล่ะ” หัวหน้าหน่วยดาบแดงดันโต้กล่าว

    แม้จะบอกว่าเขาคือพวกกิลด์ดาบแดงแต่ว่าดันโต้ไม่ใช่หัวหน้ากิลด์

    กิลด์ดาบแดงเป็นชื่อเรียกของกิลด์ที่พวกเขาสังกัดแต่ฐานกิลด์จริง ๆ อยู่ที่ชั้นสองขอหอคอย ส่วนพวกเขาคือนักผจญภัยที่อยู่ในชั้นแรกและได้สมัครเข้ากิลด์รับการสนับสนุนและทำตามคำสั่งของกิลด์เพื่อเคลื่อนไหวในหอคอยชั้นแรกแทนเท่านั้น

    หัวหน้าหน่วยคือตำแหน่งควบคุมหน่วยของกิลด์ดาบแดงในชั้นแรกโลกของซอมบี้แห่งนี้

    พวกเขามาที่นี่เพราะความร่วมมือกับลอร์ดแกนนอนตามข้อตกลงเท่านั้นมันก็เหมือนกับทหารรับจ้างแค่นั้น

    แต่ถึงจะเป็นทหารรับจ้างพวกเขาก็เสี่ยงชีวิตไปเอาของพวกนี้ออกมาจริง ๆ ทำให้พรรคพวกของดันโต้เริ่มคิดว่าจะหาผลประโยชน์จากสิ่งที่เอามาได้นี้อย่างไรและสิ่งที่พวกเขาสนใจก็คือกล่องใบที่ใหญ่ที่สุดนั่นเอง

    “อดใจไว้ออกไปจากนรกบ้า ๆ นี่ได้ก็ถือว่ารอดแล้วถึงตอนนั้นค่อยเปิดดู” ดันโต้กล่าวและถามคนขับว่า “อีกนานไหมกว่าจะออกไปได้”

    “น่าจะเหลือระยะทางอีก 1 ใน 3 ครับท่าน แต่ว่าซอมบี้มันมากขึ้นเรื่อยๆ รถเราอาจจะฝ่าออกไปไม่ได้”

    “ก็หาทางฝ่าไปให้ได้สิว่ะ นี่มันรถหุ้มเกราะเชียวนะ”ดันโต้ตอบกลับเสียงดังด้วยความดุร้าย

    คล้ายกับเรื่องหอคอยโลกาวินาศ ฉันมีระบบปรับแต่งซอมบี้ ที่คุณอ่าน