The World : ฝ่าวิกฤต พิชิตโลก

    ตอนที่ 45 ความโหดร้าย

    ฮึบฮึบ
    หลังครบ 1 ชั่วโมงที่กำหนดไว้ ผู้รอดชีวิตต่างพากันช่วยขนอาหารในตู้คอนเทรนเนอร์ขึ้นรถสิบล้อ ที่จอดเรียงรายเพื่อรอรับสินค้าไปแจกจ่ายตามที่ต่างๆ จำนวนรถที่สามารถขนอาหารเหล่านี้ได้หมดมีรวมกันมากถึง 5 คัน
    ปริมาณอาหารที่เขาพบเจอครั้งนี้สามารถให้คนร่วม 1000 คนใช้กินอยู่ได้มากถึง 5 เดือนเต็ม ยิ่งไปกว่านั้น เขายังค้นพบพวกกระสอบข้าวสารและเครื่องดื่มอื่นๆอีก 5-6 ตู้
    ด้วยปริมาณอาหารที่เขาเจอในครั้งนี้ส่งผลให้เขาจำต้องใช้รถสิบล้อเพิ่มอีก 5 คัน รวมทั้งสิ้น 10 คัน โดยทุกคันต่างอัดแน่นไปด้วยอาหารและเครื่องดื่ม
    และหากให้พวกผู้รอดชีวิตและเขาช่วยกันขนอาหารขึ้นรถเกรงว่าวันนี้ทั้งวันคงจะไม่เสร็จแน่นอน ดังนั้นเขาจึงติดต่อโดยใช้วิทยุสื่อสารที่พกพามาด้วยเรียกกล้าและกำลังคนมาช่วยกันขนอาหารเหล่านี้
    พอพวกกล้ามาถึงเห็นปริมาณอาหารมากมายและสภาพศพเกลื่อนกลาดของพวกอสูรกลายพันธุ์พวกเขาต่างตื่นตะลึง ใจหนึ่งก็ตื่นเต้นยินใจ อีกใจหนึ่งก็รู้สึกหวาดเกรงความแข็งแกร่งของเขามากยิ่งขึ้น
    ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อมีคนจำนวนมากมาช่วยขนเพิ่มขึ้น เขาจึงตัดสินใจให้พวกกล้าช่วยกันแล่เนื้อของพวกอสูรกลายพันธุ์เพื่อกักตุนเป็นเสบียงอาหารเพิ่มเติม
    แม้ทีแรกพวกกล้าและผู้รอดชีวิตจะโต้แย้งเล็กๆว่าอาหารเหล่านี้กินไม่ได้ ทว่าพอเจอเขาบังคับทั้งกินให้ดูและบีบบังคับพวกกล้าทุกคนให้ลองกิน ในที่สุดพวกเขาทุกคนรวมทั้งผู้รอดชีวิตจึงปักใจเชื่อว่าเนื้อเหล่านี้สามารถกินได้จริงดังที่เขากล่าว
    ด้วยจำนวนอาหารและเนื้อที่มีปริมาณมากขึ้น ทำให้พวกกล้าจำต้องใช้เวลาอีกพอสมควรในการตระเตรียมและขนขึ้นรถ ส่วนเขาที่เห็นว่ายังต้องใช้เวลาอีกนาน จึงขอตัวออกไปสำรวจรอบบริเวณเพื่อความปลอดภัยก่อน โดยมีนานะและมิกะขอตามติดไปด้วย ยิ่งไปกว่านั้น 3 สาวก็ยังขอตามไปด้วยเช่นกัน
    เขาที่กำชับพวกกล้าให้ปกป้องผู้รอดชีวิตที่เหลือ โดยห้ามทำร้ายพวกเขาเด็ดขาด พวกกล้าต่่างรับคำ ยิ่งกว่านั้นเมื่อผู้ชายเห็นเพศตรงข้าม กลับรู้สึกกระฉับกระเฉงและตื่นตัวไม่น้อย
    หากเป็นเมื่อก่อนพวกเขาคงฉุดดึงผู้หญิงเหล่านี้ไปแล้ว ทว่าปัจจุบันกฏข้อบังคับข้อที่ 3 ของเขา คือ ห้ามฉุดรั้งหรือข่มขู่ผู้หญิงเด็ดขาด หากฝืนบังคับพวกเธอ มีโทษตายสถานเดียว ยกเว้นเพียงพวกเธอจะยินยอมเองเท่านั้น
    ด้วยเหตุนี้การกระทำที่หยาบกระด้างในอดีต เมื่อพบเจอกับเขาจึงถูกชัดเกาและถูกถอนเขี้ยวเล็บจนหมด ทำให้พวกกล้าและผู้ชายคนอื่นๆภายในฐานหลบภัยต่างไม่กระทำการที่ผิดกฏเป็นอันขาด
    สำหรับสถานที่ที่เขาจะไปสำรวจนั้นคือ ฟาร์มหมูเป็นอันดับแรก โดยไม่ลืมกำชับพวกกล้าว่าให้ระวังอสูรกลายพันธุ์ ที่อาจแวะเวียนหรือบังเอิญเข้ามา เมื่อพวกกล้าได้ยิน พวกเขาต่างพากันรีบดำเนินการตามคำสั่งของเขาอย่างเร่งด่วน เพราะเกรงกลัวที่จะเจอพวกกลายพันธุ์

    บืนๆๆๆ
    พวกเขาทั้ง 6 คนขับรถยนตร์คันงามมุ่งไปยังฟาร์มหมูของพวกเกรมเบิลพิกทันที ระยะทางห่างกันพอสมควรทำให้ต้องเสียเวลาในการเดินทางร่วม 10 นาที
    "หยุดก่อน"
    เมื่อเห็นฟาร์มอยู่ใกล้ๆ เขาพลันสั่งให้หมวยหยุดรถทันที หมวยคือสาววัยทำงานผู้มีเสน่ห์ยั่วยวนแบบผู้ใหญ่ ไม่ว่าจะทรวดทรงองเอวหรือใบหน้าที่ขาวหมวย หน้าอกที่ดูกระชับ ทำให้เขาที่เผลอมองอดที่จะเลือดลมสูบฉีดไม่ได้จริงๆ
    ส่วนสาวแว่นนั้นคือ แก้ม เพื่อนร่วมชั้นของนานะ แม้พวกเธอจะรู้จักกันทว่าก็ไม่ได้สนิทสนมกันแต่อย่างใด เนื่องจากอยู่กันคนละห้องเรียน สาวนักศึกษาอีกคนคือ มุก เธอเรียนอยู่ปี 2 คณะบริหาร เธอเคยประกวดเป็นดาวคณะและได้อันดับหนึ่ง เมื่อตอนที่เธอเข้าเรียนปีแรก
    ยอมรับเลยว่าพวกเธอทั้ง 3 คนมีเสน่ห์ที่ยั่วยวนเขาแท้จริง ยิ่งไปกว่านั้นต้องยอมรับเลยว่าความสวยและความน่ารักของทั้ง 3 นั้นจัดว่าอยู่ในระดับเดียวกับหลินได้อย่างไม่ยากเย็น ยกเว้นเพียง นานะกับเกรทเท่านั้นที่เขายกให้พวกเธอเป็นอันดับหนึ่ง
    "จะอยู่ในรถ หรือจะไปด้วยกัน"
    "ไปด้วยกันคะ"*4
    "หนูขอไปกับพี่ชายด้วยคะ"
    สาวๆต่างพร้อมใจกันขอไปกับเขาด้วยทันที พวกเธอรู้ดีว่าหากอยู่กันตามลำพังความอันตรายนั้นมีรอบด้าน และการเลือกอยู่กับเขาย่อมถือเป็นทางออกที่ดีที่สุด เพราะพวกเธอต่างรู้สึกได้ถึงความปลอดภัยที่สัมผัสได้จากตัวเขา
    "อื้ม งั้นก็อย่าอยู่ห่างจากผมมากละ"
    พวกเขาต่างพากันเดินเข้าไปที่ฟาร์มหมูแห่งนั้น เหตุผลเดียวที่เขายอมให้พวกเธอตามมาคือ ที่ที่เขาจะไปอยู่ในระดับที่เขารับมือได้อย่างไม่ยากเย็น ยิ่งขั้น 4 ถูกเขาฆ่าไปแล้ว พวกที่อยูในฟาร์มเพียงขั้น 2 จึงไม่ถือเป็นภัยคุกคามแต่อย่างใด
    เมื่อเดินเข้ามาในฟาร์ม พวกเขาพบอสูรกลายพันธุ์เกรมเบิลพิกจำนวน 20 กว่าตัว พวกมันทุกตัวส่วนใหญ่อยู่ที่ขั้น 2 มีขั้น 3 เพียง 1 ตัวเท่านั้น
    สาวๆที่เห็นต่างพากันสั่นกลัว แม้แต่นานะยังเคร่งขรึมและดึงมิกะเข้ามาใกล้ แววตาของเธอจริงจังและกำลังประเมินสถานการณ์
    นานะเป็นพวกที่มีการพัฒนาตนเองเฉกเช่นเดียวกับเขา เธอมีระดับการพัฒนาที่ถือว่าดีพอสมควร ด้วยเหตุนี้ความกล้าและความเข้มแข็งที่เธอแสดงออกมาให้เห็น จึงทำให้เขาพอจะประเมินได้ว่าเธอต้องผ่านการฆ่าซอมบี้มาแล้วไม่น้อยกว่า 10 ตัว

    ทานากะ นานะ พละกำลัง 5 เท่าความเร็ว 10 เท่าสติปัญญา 15 เท่าความสามารถกระสุนลม ระดับ 5กำแพงลม ระดับ 4
    เธอมีความสามารถที่จะปกป้องตัวเองได้ดีในระดับหนึ่ง ตอนนี้สีหน้าของคนอื่นๆต่างเต็มไปด้วยความหวาดกลัว พวกเธอต่างเบียดเสียดกันเข้าใกล้เขาอย่างพร้อมเพียง สัมผัสอันอ่อนนุ่มและกลิ่นกายที่หอมหวนของสี่สาวทำให้เขารู้สึกเคลิบเคลิ้มไปชั่วขณะ
    "นานะ ปกป้องคนอื่นๆด้วย ที่เหลือเดี๋ยวจัดการเอง"
    ฟุบฉัวะๆๆๆ
    เมื่อดึงสติกลับมาได้ เขาพลันบอกนานะ และพุ่งเข้าหาพวกเกรมเบิลพิกทันที ความเร็วที่ทะยานเข้าไปนั้น ไม่มีใครมองตามทัน
    เมื่อผู้ล่ากระโจนสู่วงล้อมของเหยื่อ การเข่นฆ่าเพียงฝ่ายเดียวจึงเริ่มต้นขึ้น กระทั่งขั้น 3 ยังปะทะกับเขาได้ไม่ถึง 30 วินาที ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นมันเกินสามัญสำนึกของพวกสาวๆจะรับได้
    ความแข็งแกร่งที่เขาแสดงให้เห็นนั้นมันสะกดใจของพวกเธอและหยั่งลึกสู่จิตใจ มิกะที่เห็นเขาต่อสู้ แววตาของเธอพลันส่องประกายระยิบระยับน่าดูชม
    คนอื่นๆต่างยืนมองด้วยความเหม่อลอย แววตาแต่ละคนแสดงให้เห็นถึงความเหลือเชื่อและนับถือ โดยเฉพาะ 3 สาวที่ตอนนี้ต่างมองเขาเสมือนเทพสงครามผู้แข็งแกร่ง ความเถิดทูลปรากฏขึ้นมาในใจของพวกเธอ
    ฟุบฉัวะๆ
    ส่วนนานะ เธอที่รู้ดีถึงความสามารถหรือหนทางที่มนุษย์จะยกระดับได้นั้นคือการเข่นฆ่าซอมบี้ และการที่เขาสามารถฆ่าพวกมันได้อย่างง่ายดายเช่นนี้ ซึ่งเธอยอมรับเลยว่าไม่อาจทำแบบนั้นได้
    มันทำให้เธอรู้สึกได้เลยว่าเขาต้องผ่านการเข่นฆ่าซอมบี้มามากมายนับไม่ถ้วนอย่างแน่นอนถึงทำให้ระดับความสามารถและขีดจำกัดของเขาเหนือสามัญสำนึกเช่นนี้
    หลังทุกอย่างจบลงภายใน 5 นาที สาวๆพลันตื่นจากห้วงภวังค์ เวลานี้ใบหน้าของพวกเธอต่างแต่งเต็มไปด้วยสีสันและแววตาที่เปลี่ยนไป สามสาวต่างมีใบหน้าแดงซ่านและแววตาที่เถิดทูลเขา ในแววตานั้นมีความหลงใหลและยั่วยวนไม่น้อย พวกเธอทั้ง 3 รู้ดีว่าการใช้ชีวิตในโลกปัจจุบันนี้ หากตัวเองไร้ซึ่งกำลังย่อมเป็นได้เพียงทาสหรือเหยื่อของผู้แข็งแกร่งกว่าเท่านั้น
    คือไม่ตายจากซอมบี้ก็อาจถูกย่ำยีจากบุรุษเพศ หากดีหน่อยอาจตกอยู่ในฐานะผู้หญิงที่มีคุณค่า หรือหากเลวร้ายคงเป็นได้เพียงแค่ที่ระบายอารมณ์เท่านั้น ทว่าพวกเธอทั้งสามที่ได้พบกับเขาและยอมรับใช้เขานั้น ต่างเต็มไปด้วยความนับถือ
    แม้เขาจะเป็นบุรุษเพศเฉกเช่นเดียวกับคนอื่นๆที่พวกเธอพบเจอมา ทว่าท่าทีของเขากลับไม่เคยเหยียดหยามหรือดูถูกพวกเธอเลยแม้แต่น้อย กลับกันเขายังดูให้เกียรติและปกป้องพวกเธอเป็นอย่างดี
    ยิ่งไปกว่านั้นความแข็งแกร่งของเขายังเป็นที่ประจักษ์แจ้งแก่พวกเธอ ความรู้สึกกังวลและความหวาดระแวงจึงถูกแทนทีเป็นความหลงใหล พวกเธอทั้ง 3 น้อมใจตนเองแล้วว่า การเลือกอยู่กับเขาคือทางออกที่ดีที่สุดของพวกเธอแล้ว
    นานะที่เห็นเขากำลังเดินกลับมา เธอยอมรับเลยว่าคนคนนี้แข็งแกร่งมาก แม้เธอจะยังไม่ไว้วางใจ เพราะสำหรับเธอแล้วผู้ชายทุกคนก็คืออสูรร้ายที่ไม่ต่างจากพวกกลายพันธุ์แม้แต่น้อย ทว่ายามนี้ท่าทีและความหวาดระแวงของเธอกลับถูกสั่นคลอนจนเริ่มเกิดความนับถือและความรู้สึกแปลกๆต่อชายคนนี้ขึ้นมา
    "ไม่มีใครเป็นอะไรใช่มั้ย" "ไปกันต่อเถอะ"
    เขาที่เดินมาถึงเอ่ยถามความปลอดภัยของทุกคน ยิ่งส่งผลให้สามสาวต่างรู้สึกอิ่มเอมใจกันถ้วนหน้า พอเห็นว่าไม่มีอะไรเป็นอันตรายอีก เขาจึงบอกทุกคนให้ตามมาและเดินนำเข้าไปยังอาคารที่ตั้งไว้ภายในฟาร์มหมูแห่งนี้
    สภาพแวดล้อมภายในฟาร์มและข้างๆอาคารต่างเต็มไปด้วยสิ่งปฏิกูลและกลิ่นเน่าเหม็นน่าสะอิดสะเอียน ทำให้พวกสาวๆและกระทั่งเขาเองยังอดที่จะรู้สึกพะอืดพะอมไม่ได้
    เมื่อก้าวเข้ามาในตัวอาคาร พบว่ากลิ่นเหม็นเน่านั้นกลับรุนแรงมากก่าเดิมนับหลายเท่า ส่งผลให้มุกและแก้มทนไม่ไหวจนต้องขอตัวไปอ๊วกทันที โดยมีหมวยคอยตามไปลูบหลังให้
    ส่วนนานะและมิกะต่างขอตัวยืนรอเขาภายนอกอาคารแทน เพราะพวกเธอต่างทนกลิ่นมันไม่ไหวจริงๆ แม้เขาจะลำบากใจอยู่บ้างที่จะต้องฝืนดมกลิ่นเหม็นเน่าเช่นนี้ ทว่าสิ่งที่เขาสัมผัสได้จากทักษะ ทำให้เขาจำต้องอดทนเข้าไปดูให้เห็นกับตาจริงๆ
    ความมืดที่ปกคลุมภายในอาคารนั้น ถูกแสงสว่างจากหลอดไฟที่เคยถูกปิด สาดประกายไปทั่วบริเวณ แม้เขาจะลองเปิดไฟดูแต่ก็ไม่คิดจริงๆว่ามันจะติด เป็นไปได้ว่าไฟฟ้าที่ใช้ภายในอาคารแห่งนี้เป็นไฟฟ้าที่เกิดจากการปั่นไฟใช้เอง ตามฟาร์มต่างๆที่เขาเคยได้ยินมา
    ทว่าภาพแรกที่เขาเห็นมันชวนให้เขารู้สึกคลื่นไส้จนแทบอยากอาเจียนไม่ได้ เมื่อพบร่างกายของมนุษย์ไม่ว่าจะเด็กคนแก่ คนหนุ่มสาว ทั้งเพศชายและหญิงต่างมีสภาพร่างกายไม่สมประกอบถูกคล้องและแขวนไว้กับขื่อไม้ภายในอาคารแห่งนี้
    สภาพพวกเขาไม่ต่างจากพวกหมูที่ถูกฆ่าและถูกนำไปแขวนเก็บไว้ พวกเขาทุกคนมีสภาพการตายที่น่าอเน็จอนาถ แววตาต่างเบิกค้างด้วยความหวาดกลัว มันทำให้เขาอดที่จะกัดฟันและกำมัดแน่น ซึ่งอารมณ์ของเขาตอนนี้เต็มไปด้วยความโกรธแค้นที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
    ถึงจะเข้าใจดีว่ามนุษย์เคยกระทำเช่นนี้กับสัตว์ แต่พอมาเห็นมนุษย์ถูกกระทำเอง เขาอดที่จะรู้สึกโกรธแค้นแทนไม่ได้ จนเวลาผ่านไปสักพักเขาที่พอจะสงบจิตสงบใจลงได้ จึงเดินเข้าไปสำรวจด้านในต่อ แววตาที่เปลี่ยนไปเย็นชาและแข็งกระด้างของเขาสะท้อนให้เห็นถึงความหนาวเหน็บที่ยากจะเข้าใกล้

    เมื่อเดินเข้ามาเขาพบว่าด้านในมีกรงขังอยู่หลายอันตั้งไว้ ภายในกรงนั้นพบร่างมนุษย์มากมายนับ 20 คน ต่างถูกขังอยู่ สภาพแต่ละคนทั้งซูบผอมและมอมแมม ชนิดที่ดูไม่ออกเลยว่าคนไหนเป็นใคร
    ฮือ
    ผู้คนที่ยังคงมีสติต่างหันมามองทางเขาที่เดินเข้ามา เมื่อภาพที่เห็นนั้นแจ่มชัดยิ่งขึ้น พวกเขาต่างเริ่มดึงสติของตัวเองกลับมาได้และคนที่พอจะมีเรี่ยวแรงต่างพยายามตะเกียกตะกายฝืนร่างกายตนเองที่ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงเข้ามาใกล้กรงเหล็ก
    "ไม่ต้องห่วง ผมมาช่วยพวกคุณแล้ว"
    คำพูดที่เอ่ยออกมา แม้จะไม่ได้ดังมาก ทว่าทุกคนที่อยู่ในนั้นต่างได้ยินกันเต็มสองหู พวกเขาต่างมีสีหน้าตื่นตะลึงและมีความหวัง แม้จะยังสับสนอยู่บ้างว่าทำมั้ยชายหนุ่มคนนี้ถึงบุกเข้ามาในที่ที่อันตรายแบบนี้ได้ โดยไร้วี่แววซึ่งอสูรกลายพันธุ์ ทว่าสิ่งที่เขาเอ่ยออกมาแม้มันจะเป็นความหวังที่น่าเหลือเชื่อ
    แต่สำหรับพวกเขาที่ครั้งหนึ่งเสมือนตายทั้งเป็นเมื่อมองเห็นแสงสว่างเพียงเล็กน้อยพวกเขาต่างก็พร้อมยึดจับไว้อย่างสุดชีวิต แต่ละคนต่างพยายามลุกขึ้นยืนและเดินไปยังเหล็กที่ขังกั้นพวกเขาไม่ให้หนีออกไป
    เขาเดินเข้าไปใกล้กรงขังและสะบัดมีดสั้นเพลิงครามเข้าใส่เหล็กตัดพวกมันขาดออกจากกันได้อย่างง่ายได้ไม่ต่างจากการหั่นผัก แสดงให้เห็นถึงความคมกริบของมีดสั้นเล่มนี้ได้เป็นอย่างนี้
    "คนที่พอจะฝืนตัวเองได้ ให้พยายามลุกเดินออกไปข้างนอก ผมมีอาหารและน้ำดื่มที่มากพอจะให้พวกคุณกินคลายหิวได้"
    "และไม่ต้องกังวลพวกหมูสารเลวพวกนั้น ตายหมดแล้ว ตอนนี้พวกคุณทุกคนอยู่ในความปลอดภัย"
    พลันเสียงเขาสิ้นสุดลง ผู้คนต่างหลั่งน้ำตาและพยายามฝืนลุกยืนขึ้น เพื่อเดินออกไปด้านนอกตามที่เขาบอก แม้คนที่ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงยังพยายามที่จะตะเกียกตะกายลากสังขารตัวเองให้ออกไปยังข้างนอกให้ได้
    เพราะคำว่า"อาหาร" และ "ความปลอดภัย" ที่เขากล่าวออกมานั้นทำให้พวกเขาทุกคนที่ไร้ซึ่งความหวังกลับพบแสงสว่างที่เป็นทางออกได้ในที่สุด
    "กล้า แบ่งคนมาช่วยที่นี้สัก 5 คน ขนอาหารและน้ำดื่มมาด้วย"
    "ครับ"
    เขาพาทุกคนออกมาจากอาคาร หลังสำรวจทุกซอกทุกมุมแล้ว เขาพบผู้รอดชีวิตเพียง 20 กว่าคนเท่านั้น พวกเขาแต่ละคนต่างมีสภาพที่ย่ำแย่ ส่วนใหญ่จะอยู่ในสภาวะที่หิวโหย มีบ้างที่ป่วยไม่สบาย ซึ่งถือว่าดีที่ผู้รอดชีวิตกลุ่มแรกที่เขาช่วยไว้ได้นั้น มีคนที่เป็นหมออยู่ด้วย
    เธอคนนี้คือคนที่ขออาหารจากเขาแลกกับให้เขาทำอะไรกับเธอก็ได้ เพื่อเอามาให้ลูกสาวของตัวเองกิน ซึ่งหญิงสาวคนนี้มีชื่อว่า นิ่ม เป็นหมอวัย 30 กว่าปี เป็นหญิงสาวที่สวยไม่แพ้พวกหมวย แก้ม และมุกแม้แต่น้อย
    และเพราะเธอมีลูกเขาจึงไม่ได้เลือกเธอดังเช่นสามสาว ด้วยความสามารถของเธอทำให้อาการของคนที่ป่วยนั้นทรงตัวได้ในทีสุด
    เมื่อทุกอย่างลงตัว เขาจึงพาทุกคนออกห่างจากฟาร์มแห่งนี้ เพื่อไปรวมตัวกันที่สถานที่เก็บสินค้าอีกครั้ง โดยที่เขาไม่ลืมสิ่งสำคัญที่ตัวเองตั้งใจไว้
    ฟึบพรึบฟู่
    เพลิงพิภพโหมกระหน่ำเข้าใส่ตัวอาคาร เผาไหม้ทุกสิ่งให้แหลกสลายเป็นจุล เขากลบฝังความโหดร้ายและเผาทำลายมันไม่ให้เหลือ สภาพในอาคารแห่งนั้นมีเขาและผู้รอดชีวิตเท่านั้นที่ได้เห็น และมันคือสิ่งที่จะฝั่งลึกและตรอกย่ำถึงความโหดร้ายของโลกใบนี้ในใจเขาได้เป็นอย่างดี
    "หลับให้สบาย"


    End

    คล้ายกับเรื่องThe World : ฝ่าวิกฤต พิชิตโลก ที่คุณอ่าน