เซียนสองโลก

    ตอนที่ 25 เงินเดือน

    ตอนที่ 25 “เงินเดือน” และการสร้าง ‘กองทุนแห่งความเมตตา’

    ลมอุ่นของเมืองซีเหอพัดผ่านถนนหินเรียบ ๆพร้อมกลิ่นหอมของดินชื้นหลังฝนพรำเมื่อคืนเสียงลำธารเล็กที่ไหลผ่านหลังร้านขนมปังดังคลอเบา ๆ ให้ความรู้สึกสงบที่หาไม่ได้จากเมืองใหญ่ใดๆ

    “ร้านขนมปังแห่งเต๋า” ตั้งอยู่ตรงหัวมุมถนนเล็ก ๆ ร้านไม้เก่า ๆที่ถูกปรับปรุงจนอบอุ่นเหมือนบ้าน เตาอบยังคงค่อย ๆปล่อยไอร้อนออกมาเป็นระยะเหมือนหายใจเบา ๆและกลิ่นเนยกระเทียมก็อบอวลไปทั่วทั้งตรอก

    ช่วงนี้ขนมปังขายได้น้อยกว่าเดิมเพราะหลินเทียนดันขึ้นราคาจน“โอสถแห่งความใส่ใจ” กลายเป็นสินค้าหรูที่คนธรรมดาไม่กล้าซื้อแต่ก็ทำให้ร้านเงียบสงบ…จนเงียบเกินไป

    เจียงฟานกำลังใช้ตะเกียบคีบขนมปังที่อบเสร็จใหม่ ๆขึ้นมาวางบนตะแกรง เขาเปิดหน้าเมนูในระบบ อินเทอร์เน็ตปราณเซียนในหัวอีกครั้ง และบ่นงุด ๆ

    “แหม…บทความ ‘วิธีทำเงินในต่างโลก’ มีตั้งร้อยข้อไม่มีสักข้อที่ทำได้ง่ายเลย…”

    ขณะกำลังกังวลเรื่องรายได้ ประตูร้านก็ดังกริ๊งเบา ๆซูเม่ยเดินเข้ามาในร้านพร้อมถุงผ้าไหมใบเล็กในมือใบหน้าเคร่งเครียดราวกับถือพระบัญชาจากสวรรค์

    ซูเม่ยส่งถุงเงิน

    “ท่านอาจารย์…” นางก้มศีรษะต่ำจนผมยาวไหลลงมาเหมือนสายผ้าไหม“ข้าน้อยมีเรื่องสำคัญที่ต้องเรียนให้ท่านทราบ”

    เจียงฟานขมวดคิ้ว
    “อีกแล้ว? อย่าบอกนะว่าเจ้าสำนักไหนมาตีความเตาอบเป็นค่ายกลลับอีก”

    ซูเม่ยยื่นถุงผ้าอย่างนอบน้อม

    “นี่คือ… ‘เงินเดือน’ ของท่านอาจารย์เจ้าค่ะ”

    เจียงฟานสะดุ้ง “หา? เงินเดือน? จากใคร?”

    “จากพวกเราทั้งหมดเจ้าค่ะ” ซูเม่ยเอ่ยเสียงนุ่ม“ท่านอาจารย์มอบสัจธรรมสูงส่งแก่พวกเราทั้งยังทำงานหนักในร้านขนมปัง—พวกเราจึงรวบรวมเงินให้ท่านเป็นการตอบแทน”

    เจียงฟานรีบเปิดถุงออก ผลึกทองคำส่องแสงสะท้อนแสงแดดจนแสบตา

    “…โอ้โห นี่มัน… เงินเดือนจริง ๆ …”

    ความซาบซึ้งแบบมนุษย์เงินเดือนรุ่นใหม่ผู้ได้รับเงินแรกในชีวิตแล่นวูบขึ้นมา

    “ในที่สุด ฉันก็…มีรายได้อย่างเป็นทางการแล้ว!”

    ซูเม่ยสั่นเทิ้มเหมือนโดนจิตกระแทก
    • ‘เงินเดือน’: มิใช่ทรัพย์ทางโลกแต่คือศรัทธาที่ศิษย์มอบแด่ปรมาจารย์
    • ‘ฉันทำงานมาตั้งนาน’:คือคำสอนให้มนุษย์อย่าคิดว่าการทำงานเป็นภาระ
    • ‘ทุกคนควรได้เงินอย่างยุติธรรม’:คือประกาศิตแห่งความยุติธรรมของเต๋า!

    ซูเม่ยน้ำตาคลอ “ท่านอาจารย์…ช่างยิ่งใหญ่เหนือคำบรรยาย!”

    ความคิด…กลายเป็น ‘สัจธรรม’ อีกครั้ง

    เจียงฟานยิ้มกว้าง
    “ซูเม่ย ฉันว่าเงินแบบนี้ไม่ควรเก็บไว้คนเดียวเราควรแบ่งให้คนที่ทำงานหนักแล้วยังได้เงินน้อยกว่า—อย่างคนทำความสะอาดถนน คนยกของพวกรับจ้างทั่วไป…”

    ซูเม่ยอ้าปากค้าง!

    • ‘แบ่งให้คนอื่น’ =
    ท่านอาจารย์สั่งให้สร้างระบบแบ่งปันความมั่งคั่งแห่งเต๋า!

    • ‘คนงานที่ถูกลืมเลือน’ =
    กลุ่มผู้มีบุญญาธิการแต่ไร้ลาภทางโลก

    • ‘เงินเดือนแรกไม่ควรเก็บไว้คนเดียว’ =
    หลักไม่ยึดติดในปัจจัยทางโลกขั้นสูง

    ซูเม่ยรีบคุกเข่า “ท่านอาจารย์!ข้าน้อยจะรีบไปประกาศคำชี้แนะนี้โดยทันที!”

    “หา–เดี๋ยวก่อน!”
    แต่ซูเม่ยก็วิ่งออกจากร้านแล้ว ทิ้งเจียงฟานยืนอ้าปากค้างอยู่หน้าตะแกรงขนมปัง

    ที่ทำการชั่วคราวของหลินเทียน

    หลินเทียนกำลังเขียนแผนงานขยายหอรวมปราณแห่งสัจธรรมโดยรอบมีผู้ติดตามนิกายต่าง ๆ มานั่งฟังคำสอนที่ตีความเองไม่รู้จบ

    ซูเม่ยวิ่งเข้ามาอย่างร้อนรน
    “ท่านพี่หลิน! ท่านอาจารย์มีคำบัญชาสำคัญมาก!”

    หลินเทียนลุกขึ้นยืน “คำบัญชาอะไรหรือ?”

    ซูเม่ยยื่นถุงเงินที่เจียงฟานให้เธอแบ่ง
    “ท่านอาจารย์ต้องการให้เราจัดตั้ง ‘กองทุนแห่งความเมตตาและสามัญชน’เพื่อช่วยผู้คนที่ทำงานหนักแต่ไร้ค่าตอบแทน!”

    ห้องทั้งห้องเงียบ…
    ก่อนจะระเบิดเป็นเสียงฮือฮาเหมือนฟ้าผ่าวันมืดครึ้ม

    “กองทุนเมตตา!”
    “นี่คือสัจธรรมใหม่ของท่านปรมาจารย์!”
    “นี่คือปฏิวัติการเงินของโลกเซียน!”

    หลินเทียนเหงื่อไหลพรากราวกับบรรลุธรรมกลางแดด
    “ท่านอาจารย์…กำลังสร้างระบบ ‘เศรษฐกิจแบบเมตตาพลวัต’!”

    ทันใดนั้นผู้ติดตามเริ่มตีความกันเอง

    “นี่คือการสร้างระบบเศรษฐกิจใหม่!”
    “จะเป็นยุคแห่งการแบ่งปัน!”
    “ข้า! ข้าจะไปมอบเงินให้คนกวาดถนนเดี๋ยวนี้!”

    เสียงซุบซิบดังในห้องอย่างไม่หยุดหย่อน

    การกระจายเงิน—ปฏิกิริยาของผู้คน

    วันรุ่งขึ้นคนกลุ่มหนึ่งถูกส่งไปเมืองจิ่นหลิงพร้อมถุงเงินหลายใบ

    แม่ครัวโรงเตี๊ยมในจิ่นหลิง

    กำลังล้างหม้อเก่า ๆ สีหน้าล้าเต็มที เมื่อนางได้รับเงินนางถึงกับหยุดหายใจไปชั่วครู่

    “นี่…ของข้า? จริงหรือ? ข้าทำงานมา 20 ปีไม่เคยมีใครให้เงินเพิ่มแม้แต่เหรียญเดียว…”

    นางร้องไห้ทันที ร้องจนคนแถวนั้นตกใจ

    คนกวาดถนนเมืองจิ่นหลิง

    เขามองเงินในมืออย่างไม่เชื่อสายตา
    “นี่หรือคือการยอมรับจากสวรรค์…?”

    เขายกไม้กวาดขึ้นสูงเหมือนยกดาบขึ้นสู่ฟ้า
    “จากวันนี้ไป ข้าจะกวาดให้สะอาดที่สุดในชีวิต!”

    ตลาดเมืองซีเหอ

    ข่าวแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว

    “ท่านปรมาจารย์ให้เงินคนงานเหรอ?”
    “เป็นไปได้ยังไง! ปรมาจารย์ระดับเซียนยังสนใจพวกเรา?”
    “นี่แหละยุคทองของซีเหอ!”

    ร้านค้าเริ่มขายดีขึ้นทันที
    ร้านชาก็มีลูกค้าเพิ่ม
    ร้านผักก็ขายหมดเร็วกว่าปกติ
    ทุกคนบอกว่า “เพราะคนงานมีเงินใช้”

    เศรษฐกิจซีเหอพลิกฟื้นแบบแทบไม่ทันตั้งตัว

    กลับมาที่ร้านขนมปัง

    เจียงฟานนั่งนับเหรียญที่เหลือในถุงเงิน—เหลือเพียงสองเหรียญทองแดงเขาถอนหายใจเฮือกใหญ่

    “เงินเดือนก้อนแรก…หายไปหมดเลย”

    แต่เขาก็ยิ้มให้กับความรู้สึกดี ๆ
    “ก็ถือว่าช่วยคนอื่นละกัน…”

    ซูเม่ยเข้ามาเงียบ ๆ ยืนพนมมือราวกับยืนต่อหน้าพระโพธิสัตว์

    “ท่านอาจารย์ โปรดวางใจได้เจ้าค่ะทุกคนซาบซึ้งในเมตตาของท่านอย่างสุดหัวใจ”

    เจียงฟานยกมือ
    “ซูเม่ย คราวหน้าถ้าเธอจะเอาเงินเดือนมาให้ฉัน…ช่วยอย่าไปบอกคนอื่นนะ ฉันเขิน”

    ซูเม่ยน้ำตาคลออีกครั้ง
    “ท่านอาจารย์ทรงทำความดีโดยไม่หวังให้ใครรู้…ท่านช่างสมถะเหนือสรรพสิ่ง!”

    เสียงซุบซิบดังจากหน้าร้าน

    “นี่หรือคือปรมาจารย์ที่แท้จริง!”
    “ปฏิเสธเกียรติยศ! ปฏิเสธเงินทอง!”
    “ยิ่งสมถะ โลกยิ่งศรัทธา!”

    เจียงฟานยกมือปิดหน้า
    “โอ๊ย…ไม่ใช่แบบนั้นเลย…”

    แต่เสียงซุบซิบยังดังต่อเนื่องเหมือนคาถาแห่งความเข้าใจผิด

    และในวันนั้น ตำนานบทใหม่ก็ถือกำเนิดขึ้น:

    “ท่านปรมาจารย์ผู้ไม่ยึดติดแม้แต่เงินเดือนของตนเอง”

     


    คล้ายกับเรื่องเซียนสองโลก ที่คุณอ่าน