ในโรงยิมอันมืดมิดท่ามกลางเสียงอันน่าขนลุกของสัตว์อสูรที่กำลังพุ่งชนบาเรียเสียงนักเรียนที่ถูกดัดแปลงดังขึ้นเป็ฉากหลัง
ใบหน้านักเรียนถูกโมเสกปิดบังดวงตาแต่ใครก็ตามที่เพิ่งดูข่าว คงจะจำได้ทันทีว่านักเรียนคนนั้นคือใคร
นักเรียนม.ต้นที่เพิ่งกลายเป็ดาราดังเ้าของฉายา ‘ฮีโร่ตัวน้อย’ เมื่อไม่นานมานี้
ฮีโร่ตัวน้อยกำลังเล็งการ์ดไอเท็มไปยังนักเรียนที่าเ็จนเคลื่อนไหวแทบไม่ได้แล้ว
“ถ้าใช้เหยื่อล่อที่ยังมีชีวิต...มันก็จะต่างออกไป”
“ทั้งบรรพตระกูลกับเ้านั่นถ้ามีคนตายสักสามศพก็คงจะพอใจแล้วไม่ใช่เหรอ...เ้าพวกเหยื่อล่อทั้งหลาย”
“คิดจะใช้■■■ เป็เหยื่อล่องั้นเหรอ!ทั้งที่เขาาเ็ก็เพราะช่วยนายนะ! ไอ้เนรคุณ!”
“บุญคุณ? เพ้อเจ้ออยู่เหรอตอนม.ต้นนายเอาแต่อยู่เฉยๆ หรือไง ที่นายมาถึงตรงนี้ได้ก็เพราะเหยียบคะแนนคนอื่นขึ้นมาเหมือนกันนี่!ยิ่งกว่านั้น ตอนนี้มันไม่เกี่ยวกับคะแนนแล้ว แต่เป็การเดิมพันด้วยชีวิตต่างหาก!”
ฮีโร่ตัวน้อยใช้การ์ดไอเท็มกับเพื่อนนักเรียนทีมเดียวกัน
ภายใต้แรงกดดันจากสังคมในที่สุดคณะกรรมการบริหารของมูลนิธิฮวังมยองก็ตัดสินใจเผยแพร่วิดีโอดังกล่าว
จุดยืนของคณะกรรมการบริหารมูลนิธิฮวังมยองมีดังนี้
‘เมื่อพบว่านักเรียนคนดังกล่าวแสดงพฤติกรรมที่ไร้เกียรติในภายหลังทางคณะกรรมการบริหารจึงตัดสินใจระงับการจ่ายค่ารักษาพยาบาล รวมถึงการสนับสนุนใดๆ พร้อมกับเผยแพร่วิดีโอเพื่อแก้ไขความเข้าใจผิดของสาธารณชน’
เพิ่งจะยืนยันได้ในภายหลังอย่างนั้นเหรอ
ทั้งที่รู้ทุกอย่างแต่ก็เลือกที่จะปล่อยผ่านพอเปลี่ยนท่าทีขึ้นมาละก็ไวเชียว
วิดีโอที่มูลนิธิฮวังมยองเผยแพร่นั้นผ่านการจัดเตรียมมาแล้วก่อนมอบให้สื่อบริเวณดวงตาของผู้เข้าสอบถูกเบลอ และตัดเสียงตอนพูดชื่อจริงออก
ไม่รู้ว่าเป็เพราะไม่อยากให้เื่ราวบานปลายหรือเป็ความหวังดีของฮวังมยองโฮแต่ฉากที่ฉันโยนขวดยาใส่ซนมินกิก็ถูกตัดออกด้วยเช่นกัน
หลังวิดีโอจากมูลนิธิฮวังมยองถูกเผยแพร่เป็วงกว้างสังคมก็เปลี่ยนท่าทีอย่างรวดเร็ว
สื่อมวลชนต่างใส่คำบรรยายและบทพูดของนักข่าวประกอบวิดีโอนั้นก่อนเผยแพร่ในรายการสดและยังไปอัปโหลดลงช่องทางออนไลน์ของสำนักข่าวจนมียอดผู้ชมทะยานขึ้นหลักล้านอย่างรวดเร็ว
ฮีโร่ตัวน้อย‘ซนมินกิ’ กลายเป็ ‘ซนมีกี’[1] ในทันที
บทความที่เกี่ยวข้องกับซนมินกิเต็มไปด้วยคอมเมนต์ประณาม‘ซนมีกี’
[ฮีโร่? หึ หึ หึ! ก็แค่ซนมีกีแหละน่า]
[ซน มิน กิ ซน มี กี]
[ใช้เด็กที่าเ็เป็เหยื่อล่อเนี่ยนะ…วันนี้เผ่าอสูรแพ้ไปอีก1 แต้ม ทั้งเผ่าปีศาจก็แพ้ 1 แต้มเหมือนกันพวกเพลเยอร์ที่ได้รับพรคุ้มครองจากซาตานก็ระวังไว้เถอะ~~~~]
[น่าขนลุกชะมัด โหดร้ายยิ่งกว่าพวกเอเนมีเสียอีก]
[มูลนิธิฮวังมยอง ได้โปรดอย่าจ่ายค่าพยาบาลให้ไอ้สารเลวนั่นเอาเงินไปจ้างทนายแพงๆ ดีกว่า…โมโหชะมัด]
[ถ้าให้เงินหมอนั่นก็นับว่าโง่เต็มที]
ฝ่ายซนมินกิตอบสนองอย่างรวดเร็วถึงแม้จะไม่ได้ปรากฏตัวในรายการทีวีสาธารณะหรือหนังสือพิมพ์รายใหญ่แต่ก็เริ่มมีบทความที่สนับสนุนซนมินกิทยอยผุดขึ้นมาเป็ระยะ
[น้ำตาของฮีโร่ตัวน้อย ‘ผมกลัวมาก ขอโทษเพื่อนๆ ทุกคนด้วยครับ’]
[ระบบรักษาความปลอดภัยที่มีช่องโหว่ของมูลนิธิฮวังมยอง บีบให้เด็กอัจฉริยะต้องตกที่นั่งลำบาก]
[เปิดเผยวิดีโอ ‘ฮีโร่ตัวน้อย’ โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเ้าตัวเตรียมดำเนินการแจ้งความฐานิ่ประมาทให้เสียชื่อเสียง]
ทว่ากระแสสังคมตีกลับนานแล้ว
เขาเกือบฆ่าคนเพื่อให้ตนเองมีชีวิตรอด
ความจริงข้อนี้อาจทำให้มีคนเห็นใจเขาได้ไม่ยากบางทีนั่นอาจเป็เหตุผลที่ฝ่ายซนมินกิจงใจมุ่งเป้าโจมตีมูลนิธิฮวังมยอง
อย่างไรก็ตามประชาชนไม่ให้อภัยซนมินกิผู้เคยหลอกลวงพวกตนโดยแสร้งรับบทเป็ฮีโร่
[ทำตัวเสแสร้งน่าสมเพชแบบนั้นแล้วยังหน้าด้านอีก โคตรหน้าไม่อาย!]
[แปลตรงๆ : เอาเงินมาซะ]
[โรงเรียนมีหน้าที่คุ้มครอง? ิ่ประมาท? โรงเรียนอุตส่าห์ใจดีทำโมเสกกับแปลงเสียงให้แล้วแถมก่อนจะเข้าสอบก็มีการเซ็นหนังสือสาบานตนว่าจะไม่เอาผิดทางโรงเรียนหากได้รับาเ็ฮ่าๆๆ! คนที่ให้สัมภาษณ์แฉตัวเองก็พวกแกไม่ใช่เหรอ ไอ้พวกโง่ฮ่าๆ]
[พอเห็นชื่อนักข่าวที่เขียนบทความพวกนี้แล้วก็ปัดทิ้งทันทีเลย คุณนักข่าวครับ!รอบนี้ได้เงินเท่าไหร่เหรอครับ]
[หลังจากอ่านบทความดีๆ มันไม่ใช่ ‘ฟ้องร้อง’ แต่เป็ ‘แจ้งความ’ แถมยังไม่ใช่ว่า‘แจ้งไปแล้ว’ แต่เป็ ‘ขู่ว่าจะแจ้ง’ เท่านั้นเองดูท่าคงกลัวอะไรบางอย่างเลยต้องระวังตัวไว้ก่อนล่ะสิ!]
วันถัดมาในบอร์ดคาเฟ่แห่งหนึ่งก็มีใครบางคนเปิดเผยเื่ราวของซนมินกิโดยมีเนื้อหาทำนองว่า โรงเรียนม.ต้นได้ ‘ดันคะแนน’ ของซนมินกิขึ้นเพื่อให้เขามีสิทธิ์สอบเข้าโรงเรียนม.ปลายอึนกวัง
เ้าของกระทู้เปิดเผยว่ามีสองถึงสามวิชาที่พวกตนมีผลการเรียนดีกว่าซนมินกิ แต่เมื่อตรวจสอบลำดับรายวิชาพบว่าอันดับของซนมินกิกลับเปลี่ยนไป จึงสงสัยกันว่าอาจมีการแก้ไขเกรดเกิดขึ้น
อย่างไรก็ตามทันทีที่กระทู้เผยแพร่ข้อสงสัยนี้ออกไปเขาก็ได้แนบภาพหน้าจอบทสนทนาที่มีคำสารภาพจากซนมินกิพร้อมภาพบัตรนักเรียนของตัวเองมาด้วยซนมินกิดูเหมือนจะมั่นใจในคนที่หนุนหลังตัวเองมากเหลือเกิน ถึงกับข่มขู่อีกฝ่ายว่า‘ถ้าเปิดเผยเื่นี้ ฉันจะทำให้แกไม่มีสิทธิ์ได้เรียนต่อม.ปลายแน่’
ถ้าซนมินกิล้มเมื่อไหร่ฉันค่อนข้างมั่นใจว่าคนที่เคยถูกเขา ‘เหยียบย่ำคะแนน’ คงจะออกมาช่วยประจานผ่านสื่อ
แต่ก็ไม่คิดว่าจะหนักขนาดนี้
[กระทู้จากนักเรียนโรงเรียนเดียวกันที่เสียผลประโยชน์เพราะซนมีกีขอสรุปในสามประโยค 1. ซนมีกีมีเส้น โรงเรียนช่วยโกงคะแนน2. ซนมีกียอมรับกับเ้าของกระทู้เองแถมยังข่มขู่ 3. ซนมีกีเป็ไอ้ระยำของแท้]
[นี่มันอาชญากรรมไม่ใช่เหรอ ทั้งพยายามฆ่า ทำร้ายร่างกาย โกงผลคะแนนแถมยังข่มขู่! ขอให้ติดคุกเถอะ!]
[แค่อายุสิบหกยังทำได้ขนาดนี้ถ้าโตไปเป็นักเรียนหัวกะทิในโรงเรียนชั้นนำของเกาหลีใต้สำเร็จโดยไม่ถูกจับได้ซะก่อนจะมีคนตกเป็เหยื่ออีกเท่าไหร่กัน ขนลุกไปหมด!]
ถึงจุดนี้ไม่มีบทความที่คอยปกป้องซนมินกิอีกต่อไปและคำด่าของสาธารณชนก็ไม่ได้พุ่งไปที่ซนมินกิคนเดียวแม้แต่พ่อแม่ของเขาที่เคยเปิดหน้ากับสื่อและมีส่วนร่วมในการปกปิดการกระทำหลอกลวงของซนมินกิก็พลอยโดนหางเลขไปด้วยเช่นกัน
[ถ้าอยากเห็นหน้าพ่อแม่ของซนมีกี ให้ดูข่าวทางทีวีได้เลย^^]
[จะเล่าเื่ที่ฉันเคยทำงานที่บริษัทของพ่อแม่ซนมีกีอยู่หนึ่งเดือนแล้วลาออก]
[กำลังจะโพสต์ลิงก์เว็บไซต์บริษัทพ่อแม่ซนมีกีเลย~~~ จะฟ้องก็เอาเลย~~~ขากกกกก—ถุ้ย!]
[ยังไงที่นี่มีก็มีแต่พนักงานชั่วคราวอยู่แล้วในมุมของพนักงานจะเจ๊งไปก็ไม่มีใครรู้สึกอะไรหรอก ถึงจะให้รายละเอียดมากไม่ได้แต่ว่านะ...บริษัทของพ่อแม่ซนมีกีน่ะ...กรรมตามสนองของแท้แน่นอน]
พ่อแม่ของซนมินกิทำธุรกิจขายสินค้าประเภทใช้แล้วทิ้งให้กับสมาคมเพลเยอร์และทีมเพลเยอร์มืออาชีพ
เมื่อชื่อบริษัทถูกเปิดเผยก็เกิดการประท้วงในบอร์ดคาเฟ่ของสมาคมเพลเยอร์และทีมเพลเยอร์มืออาชีพเพื่อขอให้ยุติการทำธุรกิจกับบริษัทพ่อแม่ซนมินกิ
นอกจากนี้เื่การระดมทุนเพื่อบริจาคเงินให้ซนมินกิก็เงียบไปเมื่ออยู่ๆ ผู้นำการระดมทุนได้หายเข้ากลีบเมฆไปความโกรธแค้นของผู้ที่เคยร่วมบริจาคเบนไปหาครอบครัวซนมินกิทันที
[คืนเงินบริจาคมาซะ! ไอ้ครอบครัวนักต้มตุ๋น!]
[ฉันตกเป็เหยื่อของซนมีกีเต็มๆ ไปคอมเมนต์ให้กำลังใจไว้ตั้งเยอะแถมยังบริจาคเงินช่วยเหลือ…อับอายจนอยากตายเลยเนี่ย]
└ ไปด้วยกันเถอะ ㅠㅠ
[พวกโง่ที่หลงบริจาคให้ซนมีกีเตรียมะโลงน้ำได้เลย แต่่เดือนธันวาคมแบบนี้น้ำในแม่น้ำฮันไม่ใช่ว่าหนาวสุดๆ ไปเลยเหรอ เดี๋ยวไปลองดูก่อนจะมาบอกแล้วกัน]
└ ไม่รู้หรือไงว่ามีเพลเยอร์คอยประจำการอยู่แถวแม่น้ำฮันฆ่าตัวตายที่นั่นโคตรยากเลยนะ ยากสุดๆ
[ตั้งบอร์ดคาเฟ่สำหรับระดมสมองหาวิธีทวงเงินบริจาคคืนจากซนมีกีแล้วนะคะตอนนี้กำลังปรึกษาเกี่ยวกับแนวทางในอนาคต…รบกวนสมัครเข้าคาเฟ่กันด้วยนะคะ]
ราวหนึ่งสัปดาห์หลังจากวิดีโอถูกเผยแพร่
ซนมินกิตกอยู่ในวิกฤติทางการเงินถ้ารวมเงินค่าชดเชย ค่ารักษาพยาบาล ค่าทนายและค่าเลี้ยงรับรองผู้บริหารสำนักงานข่าวเข้าด้วยกันมูลค่ารวมก็จะมากถึงพันล้านวอน ยิ่งไปกว่านั้นธุรกิจของครอบครัวก็ยังเจอกับกระแสคว่ำบาตรจึงยังไม่อาจมั่นใจได้ว่าจะต่ออายุสัญญาการจัดส่งสินค้าแบบรายปีได้หรือไม่
และแน่นอนว่าเขาไม่มีเงินเหลือเฟือพอสำหรับการผ่าตัดฟื้นฟูแขนขายิ่งกว่านั้น นอกเหนือจากโรงเรียนม.ปลายอึนกวัง ทุกโรงเรียนม.ปลายต่างก็ปฏิเสธใบสมัครของซนมินกิเช่นเดียวกัน
ซนมินกิกลายเป็คนพิการที่เต็มไปด้วยหนี้สินและมีวุฒิการศึกษาแค่ระดับชั้นม.ต้น
พอถึงปลายเดือนธันวาคมซนมินกิก็พังทลายลงโดยสมบูรณ์
เมื่อหัวข้อเกี่ยวกับซนมินกิเริ่มซาลงทิศทางความสนใจเปลี่ยนไปเล็กน้อย
[คนที่ทำผลงานได้โดดเด่นที่สุดในการปราบปรามสัตว์อสูร คุณโจ? หรือคุณจู? ทำไมถึงไม่ออกมาพูดอะไรเลยหรือว่าเขาก็ถูกซนมีกีข่มขู่?]
[ถูกซนมีกีข่มขู่แน่นอน]
[เมื่อลองมาคิดดูมันก็แปลก ทำไมเด็กคนอื่นถึงไม่เป็อะไรเลยแต่กลับมีคนาเ็อยู่คนเดียว แล้วทำไมผู้ทำผลงานอันดับหนึ่งที่ได้รับเลือกจากเพลเยอร์SAT-K ถึงกลายเป็ธาตุอากาศไปแล้วล่ะ]
[สุดท้ายแล้วเขาาเ็ได้ยังไงกันแน่ ฮ่าๆ ขู่คนอื่นอยู่แล้วดันทำน้ำยาหกใส่ตัวเองงั้นเหรอเหมือนคนโง่ฉิบ]
[คนที่ทำผลงานโดดเด่นอันดับหนึ่งเรียนห้องเดียวกับฉัน! ปีสามห้องแปด โรงเรียนม.ต้นจินซู ไม่รู้ว่าเหนื่อยมากหรือเปล่า หลังจากวันนั้นก็ไม่มาโรงเรียนอีกเลยㅠㅠ]
[หรือเขาพยายามรักษาคุณธรรมไว้หรือเปล่า ใน่ต้นคลิปที่นักเรียนคนนั้นถูกซนมีกีเขี่ยทิ้งแล้วเขาพุ่งตัวไปช่วยนี่เท่ชะมัดเลย!]
ถึงแม้ซนมินกิถูกกระแสสังคมโจมตีอีกครั้งเพราะเื่ของพวกเราแต่เขาก็ไม่อาจสร้างกระแสว่าเราตกลงกันอย่างสันติได้เพราะหากเปิดเผยรายละเอียดข้อตกลงที่เกิดขึ้นก็จะต้องจ่ายค่าปรับถึงสามเท่าของเงินชดเชย
ระหว่างที่สถานการณ์ดำเนินไปฉันที่คอยตามข่าวและความเห็นอย่างต่อเนื่องก็ปิดหน้าจอโฮโลแกรมลงอย่างพึงพอใจ
เป็ไปตามแผนไม่สิ ประสบความสำเร็จยิ่งกว่าแผนที่วางไว้เสียอีก
“เดี๋ยวนี้การอ่านข่าวกับคอมเมนต์กลายเป็กิจวัตรของฉันไปแล้วถ้าเจออันที่น่าประทับใจก็จะเก็บไว้ วันไหนท้อใจจะได้กลับมาอ่านอีก”
ยูซังฮียิ้มอย่างอ่อนโยนพลางฉายหน้าจอโฮโลแกรมต่อหน้าพวกเราที่กำลังนั่งเล่นอยู่ในห้องนอนยูซังฮุน
“หมอนั่นโทรมาตื๊อทุกวัน ตอนแรกก็สะใจอยู่หรอก แต่หลังๆ ชักเริ่มรำคาญแล้วมันบอกว่า อยากอัป SNS ว่าพวกเราสี่คนอยู่ด้วยกันอย่างสนิทสนม…แค่แขนขาขาดไม่ใช่หรือไง ทำไมถึงทำตัวเหมือนขาดสมองไปด้วย”
ยูซังฮีปัดผมยาวสลวยรับแสงแดดเธอดูบริสุทธิ์และอ่อนโยนสมกับเป็นักบวชหญิงของเทพธิดาแห่งการรักษาแม้ว่าคำพูดคำจาจะฟังดูโหดร้ายไปบ้างก็ตาม
จางนัมอุกไม่มีท่าทีตอบสนองใดๆและเอาแต่ดื่มน้ำแอปเปิลที่ยูซังฮียื่นให้อย่างเงียบๆ ท่าทางคงจะชินกับเธอแล้ว
“ฉันไม่ได้บอกช่องทางติดต่อพวกนายกับใครเลย ไม่ต้องห่วงฉันแค่แสร้งทำเป็ลังเลแล้วสุดท้ายก็แกล้งพวกเขาเล่นเฉยๆ น่ะ”
ยูซังฮีวางแก้วน้ำผลไม้และของว่างลงก่อนจะเดินมาหาฉันด้วยรอยยิ้มสดใส
“ขอบใจนะอึยชิน ทั้งหมดเป็เพราะนาย…ขอโทษที่ไม่เชื่อใจนายั้แ่แรกฉันจะตอบแทนบุญคุณครั้งนี้อย่างแน่นอน”
“ไม่จำเป็หรอกครับ อันที่จริงผมก็แทบไม่ได้ทำอะไรเลย”
“ถ่อมตัวจังเลยนะ ไม่ต้องเกรงใจหรอกน่า ตอนนี้ฉันเป็รุ่นพี่ของอึยชินแล้วเรียกว่า ‘พี่ซังฮี’ เฉยๆ ก็ได้นะ”
ยูซังฮียิ้มให้ฉันอย่างสดใสทว่ายูซังฮุนที่เห็นภาพนั้นจากด้านข้างกลับทำหน้าทำตาประหนึ่งเห็นสัตว์อสูร
“หึ…พี่ซังฮี~”
ป้าบ!
ฝ่ามือของยูซังฮีประเคนลงบนแผ่นหลังยูซังฮุนเต็มแรงแม้เขาจะไม่เผยความเ็ปผ่านทางสีหน้า แต่ผิวหน้าก็เริ่มเขียวแล้ว
สกิลหัตถาเฉือนคมของยูซังฮีอยู่ที่เลเวล3…
อาการาเ็จากคราวก่อนจะแย่ลงไหมนะ
“ถ้าอย่างนั้นก็เล่นกันให้สนุกนะ ถ้ามีอะไรก็เรียกฉันได้”
เมื่อยูซังฮีเดินออกไปฉันก็ทิ้งตัวนอนลงบนพื้นอย่างลวกๆ ด้วยความสบายใจแต่แผ่นหลังดันััเข้ากับลูกบาสเกตบอลของยูซังฮุนเข้าเสียก่อน
ฉันใช้ปลายนิ้วเขี่ยลูกบาสเล่นไปมาเบาๆพลางเอ่ยถาม
“แล้ววันนี้นัดมารวมตัวกันทำไม ฉลองวันหยุดปิดเทอม?”
แม้พวกเราจะคุยกันบ่อยในกลุ่มแชตแต่นี่เป็ครั้งแรกที่ได้เจอหน้ากันนับั้แ่วันลงนามในสัญญา เพราะฉันไม่ได้ไปโรงเรียนแต่อีกสองคนยังไปโรงเรียนตามปกติอย่างขยันขันแข็งเลยแทบไม่มีโอกาสได้เจอกัน
“เพื่อแสดงความยินดีกับนายไง พ่อซูเปอร์โนว่าไร้นาม”
ไปได้ยินมาจากไหนกันนะ
“ฉันเห็นในเว็บไซต์ทางการของสมาคมเพลเยอร์ มันเขียนอยู่ตรงรายชื่อผู้พิชิตเอเนมีที่มีค่าหัว”
ยูซังฮุนเล่าเสริมราวกับอ่านใจฉันออก
ในระหว่างที่ซนมินกิกำลังพังทลายฉันก็เข้าๆ ออกๆ สมาคมเพลเยอร์อยู่บ่อยครั้งเพราะการที่เด็กอายุสิบหกปีซึ่งยังไม่ได้ลงทะเบียนในเพลเยอร์ SAT-K สามารถจัดการกับเอเนมีที่มีค่าหัวได้เป็เื่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนจึงส่งผลให้เกิดปัญหาในขั้นตอนบันทึกข้อมูล
ฉันไม่อยากใช้ชื่อจริงจึงบอกให้พวกเขาตั้งให้เลย ทางเพลเยอร์ SAT-K จึงสุ่มชื่อนี้มาให้โดยอ้างอิงจากสิ่งที่แสดงออก
ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ‘ซูเปอร์โนว่าไร้นาม’
ฮงกยูบินพูดว่า…
“เหมาะมากสำหรับเด็กม.ต้นที่ฉลาดฝีมือดี ที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนแล้วก็ยังใช้แสงประทับไม่ได้”
ฉันไม่ชอบฮงกยูบินที่ดูมีลับลมคมในเลยแต่ชื่อนี้ก็ฟังดูไม่เลว
แม้ในตอนนี้ฉันจะเป็แค่ซูเปอร์โนว่าไร้นามซึ่งมีสถานะ ‘เพลเยอร์ชั่วคราว’ แต่อีกไม่กี่วันฉันก็จะอายุครบสิบเจ็ดและจะกลายเป็เพลเยอร์อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
“ขอบใจนะ จริงสิ อีกไม่กี่วันข้างหน้านายกับจางนัมอุกก็จะกลายเป็เพลเยอร์เต็มตัวแล้ว แบบนี้จำเป็ต้องฉลองด้วยเหรอ”
“ปิดเทอมแล้วก็ถือโอกาสมาฉลองด้วยกันไง”
“ชวนมาฉลองจริงๆ งั้นเหรอ”
“มาเล่นเกมกันเถอะ”
“นี่”
ขณะที่ฉันกับยูซังฮุนคุยเล่นกันและเตรียมจับคอนโทรลเลอร์ออกมาเล่นเกมต่อสู้อยู่ๆ จางนัมอุกก็ทิ้งะเิกลางวง
“ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะไม่เข้าเรียนที่โรงเรียนม.ปลายอึนกวัง…แต่จะไปโรงเรียนเพลเยอร์เตรียมทหาร และอนาคตก็จะเป็ทหาร”
“หา?”
“อะไรนะ”
ทั้งฉันและยูซังฮุนต่างอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึงกับคำพูดที่คาดไม่ถึง
ั์ตาอันเด็ดเดี่ยวของจางนัมอุกเปล่งประกายอยู่ด้านหลังเลนส์แว่นตา
“ฉันแค่ลองสอบเข้าโรงเรียนม.ปลายอึนกวังเพราะคะแนนถึงน่ะแต่ไม่ได้อยากเข้าั้แ่แรกหรอก”
สอบเข้าโรงเรียนที่มีชื่อเสียงที่สุดในเกาหลีใต้แค่เพราะคะแนนถึงเนี่ยนะ
ถ้านักเรียนม.ปลายกว่าสองล้านคนในประเทศได้ยินเข้าใครบางคนคงตั้งค่าหัวลอบสังหารจางนัมอุกแน่ อย่างไรก็ตามน้ำเสียงของจางนัมอุกก็เต็มไปด้วยความจริงจังระคนโศกเศร้า
“ฉันไม่ได้กล้าหาญเหมือนซังฮุน ไม่ได้เ้าแผนการเหมือนอึยชิน…ฉันถนัดแต่การทำตามคำสั่ง ถนัดแหกปากะโ”
“โลกนี้ยังมีคนอีกมากที่ทำแบบนายไม่ได้”
“แล้วก็เื่ซนมินกิด้วย…ฉันไม่ฉลาดพอที่จะคิดแผนแบบอึยชินและไม่กล้าฝากชีวิตไว้กับเขาเหมือนซังฮุน”
“จางนัมอุก…”
สายตายูซังฮุนบ่งบอกว่าอยากให้จางนัมอุกเปลี่ยนใจทว่าอีกฝ่ายกลับส่ายหน้า และพูดต่อด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ฉันสมัครสอบโรงเรียนม.ปลายอึนกวังแค่เพราะคะแนนถึงและมีพร์ในใบสมัครกรอกไว้ว่า ความฝันคือการได้เข้าร่วมทีมเพลเยอร์มืออาชีพแต่ในความเป็จริง ฉันไม่ได้มีความฝันแบบนั้น”
“เด็กม.ต้นจะมีสักกี่คนที่วาดฝันถึงอนาคตไว้อย่างเป็จริงเป็จังล่ะถ้าใครถาม ฉันเองก็คงตอบส่งๆ ไปว่าอยากเป็ประธานาธิบดี”
“แต่พวกนายอยากเป็เพลเยอร์ที่โรงเรียนม.ปลายอึนกวังนี่ ส่วนฉันไม่ใช่”
ยูซังฮุนปิดปากเงียบเพราะไม่รู้ว่าควรพูดอะไรต่อ
“ธรรมเนียมของโรงเรียนม.ปลายอึนกวังที่ให้คุณค่ากับอิสรภาพนั่นไม่เหมาะกับฉันเลย…ถ้าฝืนดันทุรังต่อไปมีแต่ฉันจะฉุดรั้งพวกนาย”
จางนัมอุกกล่าวจากใจจริงแต่ยังไม่หมดแค่นั้น
“แต่ฉันยังอยากเป็คนที่ช่วยเหลือและปกป้องผู้อื่นได้ถ้าคิดจะเรียนรู้สิ่งนั้น ไปโรงเรียนเตรียมทหารแล้วจบมาเป็ทหารน่าจะตอบโจทย์กว่า”
ถ้าพูดถึงขนาดนี้แล้วละก็คงไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนมาตลอดหลายวันหลังจากเหตุการณ์นั้น
แล้วฉันจะพูดอะไรได้
คำแนะนำเกี่ยวกับชีวิตในกรมทหาร?
เปรียบเทียบหรือวิเคราะห์ข้อดีข้อเสียระหว่างโรงเรียนม.ปลายอึนกวังกับโรงเรียนเตรียมทหาร?
หากแววตาของจางนัมอุกมีความลังเลแม้เพียงเล็กน้อยฉันคงให้คำแนะนำข้างต้นไป
“โอเค…เข้าใจแล้ว”
แต่สำหรับตอนนี้สิ่งที่จางนัมอุกอยากได้ยินไม่ใช่เื่พวกนั้น
“ถ้ามีเื่อะไรก็ติดต่อมาหาได้ทุกเมื่อ ถึงฉันจะช่วยอะไรไม่ได้แต่ก็ยินดีรับฟัง”
จางนัมอุกไม่ได้เล่าเพราะอยากถูกโน้มน้าวแต่เพราะ้าถ่ายทอดความในใจ และอยากให้ ‘เพื่อน’ ยอมรับฟังการตัดสินใจของตน
“นายพูดเหมือนตาลุงเลย”
“เป็ตาลุงป่ะเนี่ย”
ท่าทีที่จริงจังเกินไปของฉันถูกเด็กม.ต้นสองคนแซวทันทีแต่หลังจากนั้นไม่นาน พวกเรากลับมาคุยกันด้วยเื่ไร้สาระจางนัมอุกคลายสีหน้าตึงเครียดลง แล้วร่วมวงสนทนาพร้อมบ่นโน่นบ่นนี่ไปเรื่อยตามเดิม
่เวลากลางวันในฤดูหนาวค่อนข้างสั้น
หลังจากกินมื้อเย็นที่บ้านยูซังฮุนก่อนเวลาเล็กน้อยพวกเราก็ตัดสินใจแยกย้ายกันก่อนที่ดวงอาทิตย์จะลับขอบฟ้า
ครอบครัวของยูซังฮุนเสียดายที่พวกเราค้างคืนไม่ได้เพราะพ่อแม่ของจางนัมอุกมารับถึงบ้าน ส่วนฉันก็ปฏิเสธอย่างสุภาพ
ตอนนี้มีระบบขนส่งสาธารณะให้เลือกกลับบ้านสามวิธีคือ รถไฟใต้ดิน รถประจำทาง และแอร์บัสไร้คนขับ
แต่ค่าโดยสารแอร์บัสไร้คนขับนั้นแพงมากทั้งยังไม่มีป้ายจอดย่านชุมชนแออัดที่ฉันอาศัย ฉันจึงตัดสินใจกลับด้วยรถประจำทาง
ขณะกำลังรอรถประจำทางอยู่กับยูซังฮุนที่เดินมาส่ง
“จางนัมอุกอาจไม่ทันสังเกต แต่ฉันมีบางอย่างที่คาใจ”
“เื่อะไร”
ไม่มีใครอยู่แถวนี้เสียงเดียวที่ได้ยินจึงมีเพียงเสียงของรถที่กำลังแล่นอยู่บนถนน
“ในตอนนั้นฉันค่อนข้างแปลกใจนะที่นายโยนขวดยาใส่ซนมินกิแทนที่จะเป็บาเรียสนามสอบเพื่อเพิ่มดีบัฟให้ไรโนเซรอน”
เพิ่งเคยได้ยินยูซังฮุนพูดประโยคยาวขนาดนี้แม้แต่ตอนที่เกือบตายเพราะถูกหักหลัง เขาก็ไม่ได้พูดอะไรมากนักคงรู้สึกคาใจกับเื่นี้มากจริงๆ
“อึยชิน…นายรู้ั้แ่ตอนไหนเหรอ”
ฉันไม่ตอบ
นับั้แ่วินาทีที่‘พลังแห่งโชคชะตา’ ทำงานฉันก็คาดเดาสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดและวางแผนรับมือไว้ล่วงหน้า
ใครก็ตามที่เล่นเกมจนถึงบทสุดท้ายก็คงคิดและวางแผนเผื่อกรณีเลวร้ายที่สุดไว้เหมือนกัน
ทางออกมีอยู่ไม่กี่ทางซนมินกิต้องเลิกใช้ยูซังฮุนเป็เหยื่อหรือไม่ก็เลิกชักนำสื่อเพื่อเอาความดีเข้าตัวหรือถ้าเขาขอโทษยูซังฮุนอย่างจริงใจสักครั้ง เื่ราวก็คงไม่ดำเนินมาถึงตอนนี้แต่ซนมินกิกลับยังคงเลือกเดินบนเส้นทางที่เลวร้ายที่สุดเสมอ
“ฉันได้เงินค่าหัวมาแล้ว ไว้ไปหาอะไรกินกันไหม”
ยูซังฮุนจ้องหน้าฉันที่เปลี่ยนเื่คุยหน้าตาเฉยดูเหมือนว่าเขาจะเลิกคาดหวังกับคำตอบไปแล้ว
“ฉันก็มีเงินค่าปิดปากเหมือนกัน ไว้นัดจางนัมอุกมากินด้วยกันเถอะ”
จะว่าไปเงินชดเชยแพงกว่าค่าหัวเอเนมีเสียอีก
รู้สึกพ่ายแพ้เลยแฮะ
แม้ฉันกับจางนัมอุกจะได้ส่วนแบ่งจากเงื่อนไขที่เพิ่มขึ้นแต่เราสองคนก็ต้องหารกันคนละครึ่ง
ฉันฉายโฮโลแกรมเพื่อดูร้านเผื่อไว้ในกรณีที่มีโอกาสได้ฉลอง AIของระบบค้นหาก็ขึ้นแนะนำมาให้สองร้าน เป็บุฟเฟต์พิเศษสำหรับฤดูหนาวบนชั้นดาดฟ้าโรงแรม‘โฮเทลสโนว์แอนด์แอร์’ ซึ่งมองเห็นวิวแม่น้ำฮันกับคอร์สอาหารค่ำแบบจำกัดจำนวนเพื่อเป็ที่ระลึกการมาเยือนเกาหลีใต้ของเพลเยอร์ซึ่งเป็เชฟชื่อดังชาวฝรั่งเศส
ดูดีทั้งคู่
ขณะฉันไตร่ตรองอย่างเอาจริงเอาจังระหว่างบุฟเฟต์โรงแรมกับอาหารคอร์ส
“ขอบใจนะ โจอึยชิน”
ยูซังฮุนพูดขอบคุณอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
ไม่กี่วันถัดมาในวันที่1 มกราคม
ซูเปอร์โนว่าไร้นามโจอึยชิน กลายเป็เพลเยอร์อย่างเป็ทางการเมื่ออายุครบสิบเจ็ดปี
เมื่อเข็มวินาทีของนาฬิกาขยับผ่านเลขศูนย์เสียงระบบก็ดังขึ้น
[ท่านสามารถใช้งาน ‘แสงประทับ’]
[1] เป็การเล่นคำในภาษาเกาหลีเนื่องจากคำว่า ‘เหยื่อล่อ’ ในภาษาเกาหลีออกเสียงว่า มีกีคล้ายกับคำว่า มินกิ