หลังจากที่กินอาหารกันจนอิ่มแล้วทุกๆคนก็พากันไปพักผ่อนที่โรงแรมหรูของเมืองแสงจันทร์
ในวันนั้นจอมเวทย์ศักดิ์สิทธิ์จากสภาจอมเวทย์หลายคนก็ได้ติดต่อมาหาไลท์พร้อมกับขอร้องให้เดซี่รักษาร่างกายให้กับพวกเขา
ไลท์ได้ติดต่อหาเกลกิรอสเพื่อถามว่าจะให้รักษาใครก่อนไหม
เกลกิรอสก็ได้ให้รายชื่อของจอมเวทย์ศักดิ์สิทธิ์กว่าสามสิบสี่คนมา ซึ่งทั้งสามสิบสี่คนนี้ต่างก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการกวาดล้างองค์กรมืด
ด้วยจำนวนที่มากถึงสามสิบสี่คน เดซี่จะต้องใช้เวลาอย่างน้อยสิบเอ็ดเดือนในการรักษาจอมเวทย์ศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมด
ไลท์ครุ่นคิดก่อนที่จะตัดสินใจที่จะอยู่ที่นี้จนกว่าจะฟื้นฟูร่างกายของจอมเวทย์ศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมด แล้วค่อยออกเดินทางไปยังบ้านเกิดของเขา
หลังจากที่เดซี่ฟื้นฟูร่างกายของจอมเวทย์ศักดิ์สิทธิ์คนหนึ่งจนหายดีแล้วเขาก็ได้มอบสมบัติที่มีพลังเวทย์ซึ่งมูลค่าสูงถึงหนึ่งพันแปดร้อยล้านให้กับเดซี่เพื่อเป็นค่ารักษา
เนื่องจากรักษาคนแรกไปแล้วจะต้องรออีกสิบวันก่อนที่จะรักษาคนต่อไปได้ ทำให้จอมเวทย์ศักด์สิทธิ์ทั้งหมดต่างก็นั่งเฝ้ารอด้วยความตื่นเต้นแม้ว่าจะต้องรอเป็นปีๆก็ตาม
ณ ห้องนอนของไลท์ภายในโรงแรมหรูแห่งหนึ่ง
สมาชิกเดธปาร์ตี้ทั้งหมดได้มารวมตัวกันที่ห้องแห่งนี้
“ พวกนายคงอยากรู้สินะว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับโลกภายนอกและหอคอยแห่งนิรันดร์ รวมไปถึงอันตรายที่กำลังเกิดขึ้นในอนาคต ” ไลท์พูดขึ้นพร้อมกับกวาดสายตามองรอบๆ
ทุกๆคนภายในห้องก็มองไปที่ไลท์ด้วยแววตาจริงจังและตั้งใจฟังที่ไลท์กำลังจะพูดขึ้น พวกเขารู้ว่าเรื่องที่ไลท์กำลังจะพูดนั้นจะต้องเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่เอามากๆแถมยังร้ายแรงมากๆอีกด้วย
หลังจากนั้นไลท์ก็ได้ทำการเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้กับทุกๆคนฟัง แม้แต่เดซี่และเวโรนิก้าที่อยู่กับไลท์มาก่อนก็ยังไม่รู้เรื่องพวกนี้เลยด้วยซ้ำ จึงทำให้ทุกคนนอกจากเบเรียลพากันกลืนน้ำลายด้วยความหวาดกลัว และมองไปที่ไลท์ด้วยแววตาตกใจ
“ อาจารย์อีกยี่สิบปีหอคอยแห่งนิรันดร์ก็จะพังทลายแล้วงั้นหรอ! ” เดซี่พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นๆ
“ ใช่อีกยี่สิบปีโดยประมาณ ” ไลท์พูดขึ้น
“ ไลท์ฉันขอเอาเรื่องนี้ไปบอกไกเซอร์ได้ไหม? ” เฮลเฟลชถามขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง ถ้าหากไกเซอร์รู้เรื่องนี้แล้วก็ดีไปแต่ถ้าหาเขายังไม่รู้เรื่องนี้เขาจะได้มีเวลาในการเตรียมตัว
“ ได้สิแต่ฉันคิดว่าให้บุคคลระดับสูงเท่านั้นที่รู้เรื่องนี้นะ ” ไลท์พูดขึ้น
“ เข้าใจแล้ว เดี๋ยวฉันมา ” เฮลเฟลชพูดจบเธอก็หายตัวไปทันที
“ หัวหน้าแล้วแม่ของฉันรู้เรื่องนี้ยัง? ” เมลิซ่าถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ แม่ของเธอรู้เรื่องนี้แล้วและแม่ของเธอบอกว่าให้เธอเที่ยวเล่นให้สนุกก่อนที่จะกลับไปยังอาณาจักรเอลฟ์ในช่วงเวลาก่อนที่หอคอยแห่งนิรันดร์จะพังทลาย ” ไลท์พูดขึ้น
“ อย่างนั้นหรอ ฉันเข้าใจแล้ว ” เมลิซ่าพยักหน้ารับด้วยความตื่นเต้น แม้ว่ายี่สิบปีสำหรับเธอมันอาจจะไม่ได้มากมายอะไรแต่มันก็มีความหมายสำหรับเธอมาก
พวกไลท์ก็คุยกันเรื่องของหอคอยแห่งนิรันดร์ที่กำลังจะพังทลาย
ผ่านไปสักพักเฮลเฟลชก็กลับมา
“ เป็นไงบ้างเฮลเฟลช? ” ไลท์ถามขึ้น
“ พวกไกเซอร์ยังไม่รู้เรื่องพวกนี้ ตอนนี้พวกเขากำลังจะเรียกรวมตัวตนระดับสูงของเมืองมาหารือกันอยู่ ” เฮลเฟลชตอบ
“ งั้นหรอ ” ไลท์พยักหน้ารับ
“ ความจริงแล้วฉันมีเรื่องที่อยากจะบอกทุกๆคนอยู่นะ ” ไลท์พูดขึ้น
เมื่อไลท์พูดแบบนี้ทุกๆคนในห้องก็พากันให้ความสนใจขึ้นมา
“ ความจริงแล้วฉันจะสร้างเมืองขึ้นมา ซึ่งเป็นเมืองที่จะต้อนรับทุกเผ่าพันธุ์บนโลกซึ่งรวมกับพวกปีศาจด้วย แน่นอนว่าพวกปีศาจเองก็ต้องมีปีศาจที่มีจิตใจดีอยู่เหมือนกัน ” ไลท์พูดขึ้น
ทุกๆคนต่างก็พากันแสดงสีหน้าประหลาดใจ
“ ลูกพี่เอาจริงหรอ? ” ไลก้าถามด้วยความสงสัย
“ ใช่ฉันเอาจริง ทุกคนก็น่าจะรู้อยู่แล้วว่าถ้าหากหอคอยแห่งนิรันดร์พังทลายจริงๆ ทุกชีวิตที่อยู่ภายในหอคอยแห่งนิรันดร์จะไปโผล่อยู่ที่โลกภายนอก แม้ว่าพื้นที่ของดินแดนในหอคอยแห่งนิรันดร์จะไม่ได้ใหญ่เท่ากับพื้นที่ของโลกภายนอกแต่มันก็ทำต้องเกิดสงครามแย่งชิงพื้นที่ดีๆและพื้นที่ที่มีทรัพยากรอย่างแน่นอน ด้วยเหตุนี้ถ้าหากฉันสร้างเมืองที่ไม่มีใครกล้าที่จะบุกเข้ามาในเมืองก็ทำให้ชาวบ้านปลอดภัยและไม่ต้องไปเสี่ยงอันตราย ” ไลท์พูดขึ้น
“ แต่ว่ามันก็น่าจะใช้เวลานานมากเลยนะครับว่าที่จะดึงดูดคนให้มาอยู่ในเมืองของเราได้ ” คอลรุยพูดขึ้น
“ เรื่องนั้นก็ไม่แน่หรอก เพราะทุกๆคนก็รู้ว่าการอยู่ในเมืองของตัวตนที่แข็งแกร่งนั้นจะทำให้ไม่มีใครกล้าที่จะบุกรุกหรือกล้าที่จะบุกเข้ามาโจมตีอย่างแน่นอน ซึ่งนั้นก็เป็นหลักประกันได้เลยว่าเมืองของหัวหน้าก็จะปลอดภัยหายห่วง ” เวโรนิก้าแย้งขึ้น
“ แล้วหัวหน้าคิดหรือยังว่าจะสร้างเมืองที่ไหน เพราะถ้าหากหัวหน้าสร้างเมืองขึ้นในดินแดนของอาณาจักรคนอื่นหัวหน้าจะทำยังไงหรอ? ” เมลิซ่าถามขึ้น
ไลท์เองก็ครุ่นคิดเล็กน้อยและเห็นด้วยกับเมลิซ่า เพราะการสร้างเมืองเป็นของตัวเองนั้นก็ต้องสร้างเมืองในพื้นที่ว่างเปล่าหรือพื้นที่ที่ไม่มีใครจอง แต่ถ้าหากไปสร้างเมืองในอาณาจักรของคนอื่นก็เท่ากับว่าเขาไปบุกรุกพื้นที่ของคนอื่น แน่นอนว่าวิธีแก้ปัญหาก็พอมีอยู่บ้างเช่นไลท์จะคุ้มครองอาณาจักรแห่งนั้นให้ปลอดภัยและไม่ให้มีใครกล้าที่จะบุกรุกพวกเขา หรือซื้อที่ดินมาเลย แน่นอนว่าเงินที่พวกเขาจะซื้อนั้นจะต้องจ่ายแพงอย่างแน่นอน
“ เรื่องนั้นเดี๋ยวพวกเราค่อยดูกันอีกที ” ไลท์พูดขึ้นพร้อมกับถอนหายใจออกมา เรื่องนั้นคงต้องรอให้ถึงเวลาก่อนเพราะยังเหลือเวลาอีกเป็นปีๆกว่าที่จะถึงตอนนั้น
“ งั้นเอาเป็นว่าฉันกับเบเรียลจะออกไปสำรวจพื้นที่ดูก่อนแล้วกัน ส่วนเดซี่เธออยู่ที่นี้คอยฟื้นฟูร่างกายของพวกจอมเวทย์ศักดิ์สิทธิ์ไปก่่อน แล้วมีใครอยาไปกับฉันไหม? ” ไลท์ถามขึ้น
เดซี่พยักหน้ารับแม้ว่าเธอก็อยากจะไปกับอาจารย์แต่เธอมีหน้าที่ต้องฟื้นฟูพวกจอมเวทย์ศักดิ์สิทธิ์ก่อน แน่นอนว่าเธอก็จะได้สมบัติเป็นจำนวนมากในการบ่มเพาะร่างอวตารบุปผาของเธอไปด้วย
ทุกๆคนตัดสินใจที่จะอยู่ภายในหอคอยแห่งนิรันดร์ไปก่อน เพราะพวกเขาต้องการที่จะหาทรัพยากรในการฝึกฝนตัวเองให้แข็งแกร่งขึ้น พวกเขาตั้งเป้าว่าจะต้องทะลวงระดับSSให้ได้ก่อนที่จะออกไปยังโลกภายนอก
ตอนนี้คอลรุย ไลก้า เวโรนิก้า เมลิซ่า และเบเรียล ทั้งห้าคนต่างก็ยังอยู่ในระดับS แต่เนื่องจากเบเรียลได้รับขนนกสีทองจากไลท์ไปทำให้ความแข็งแกร่งของเธอเกือบจะทะลวงเข้าสู่ระดับSSแล้ว และเธอก็เหลือเพียงอีกนิดเดียวเท่านั้นที่จะทะลวงพลังเข้าสู่ระดับSSได้สำเร็จ ผิดกลับคนอื่นที่ยังต้องใช้เวลาในการบ่มเพาะอยู่อีกสักเล็กน้อย
เพราะฉะนั้นทุกๆคนจึงอยากที่จะเก็บเกี่ยวประสบการณ์การต่อสู้รวมไปกับทรัพยากรจากภายในหอคอยแห่งนิรันดร์ให้ได้มากที่สุดก่อนที่จะออกจากหอคอยแห่งนิรันดร์
“ หรือไม่ก็หัวหน้าก็สร้างเมืองรอพวกเราเลยก็ได้เพราะกว่าพวกเราจะไปถึงหัวหน้าก็อาจจะลงมือสร้างเมืองแล้วก็ได้ ” เวโรนิก้าพูดขึ้น
ไลท์พยักหน้ารับเบาๆ เขาเองก็อยากให้ทุกๆคนได้เติบโตด้วยตัวเองได้ฝึกฝนด้วยตัวเอง เพราะดูจากที่ผ่านมานี้ในระยะเวลาเกือบจะหนึ่งปีมานี้ทุกๆคนก็เติบโตขึ้นมากและแต่ละคนก็มีเส้นทางของตัวเองที่เลือกเดินทำให้เขารู้สึกภูมิใจในตัวสมาชิกเดธปาร์ตี้ทุกๆคน
“ เข้าใจแล้ว งั้นทุกๆคนก็ต้องรักษาตัวด้วยนะ” ไลท์พูดขึ้น
หลังจากที่ตัดสินใจได้แล้วไลท์กับเบเรียลก็ออกจากหอคอยแห่งนิรันดร์ไป
ซึ่งไลท์ได้แบกกระเป๋าใบใหญ่ออกมาด้วย เนื่องจากเขาต้องการนำไข่สัตว์เวทย์ออกมากับเขาด้วย
เมื่อออกมาจากหอคอยแห่งนิรันดร์แล้วไลท์ก็พาเบเรียลไปซื้อแผนที่ก่อน เขาต้องการหาที่โล่งๆที่ยังไม่เป็นพื้นที่ของใครมาก่อน
ภายในร้านขนมหวานแห่งหนึ่ง
ไลท์และเบเรียลมองดูแผนที่รอบๆอาณาจักรแสงจันทร์ด้วยความสนใจ
ไม่นานพวกเขาก็พบพื้นที่ที่อยู่ไม่ไกลจากอาณาจักรแสงจันทร์และมันยังเป็นพื้นที่ที่ไม่มีใครอยู่อาศัยเพราะมันเป็นพื้นที่ของป่าที่มีชื่อว่าอูการ์
ป่าอูการ์อยู่ทางทิศตะวันออกของอาณาจักรแสงจันทร์และยังเป็นป่าที่เชื่อกับอีกสองอาณาจักรด้วยซึ่งก็คืออาณาจักรแรมเดียร์และอาณาจักรแซมเบิ้ล
เนื่องจากล้อมด้วยสามอาณาจักรทำให้มันกลายเป็นสถานที่แข่งขันของสามอาณาจักรทันที เพราะถ้าหากเขาสร้างเมืองที่ตรงนี้เขาก็จะสามารถเดินทางไปมาได้ถึงสามอาณาจักรแถมยังอยู่ใกล้กับหอคอยแห่งนิรันดร์ด้วย แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตรงนี้จะเหมาะแก่การสร้างเมืองไหม
เมื่อได้ที่แล้วไลท์และเบเรียลจึงบินไปยังป่าอูการ์ทันที จากนั้นทั้งสองก็หาพื้นที่ว่างขนาดใหญ่ในการสร้างเมือง
ไม่นานทั้งสองก็พบพื้นที่ที่เหมาะแก่การสร้างเมือง ซึ่งเป็นทุ่งหญ้าที่กว้างและโล่ง ซ้ำยังมีทะเลสาบขนาดเล็กอยู่ใกล้ๆและห่างออกไปไม่ไกลก็ยังมีแม่น้ำไหลผ่านอีกด้วยซึ่งเหมาะแก่การสร้างเมืองอย่างมาก นอกจากนี้บรรยากาศก็ยังเย็นสบายแม้ว่าตอนนี้จะยังอยู่ในช่วงหน้าร้อนก็ตาม
หลังจากที่ลงมาสำรวจด้านล่างแล้วก็พบว่าพื้่นที่เหล่านี้เหมาะแก่การเพาะปลูกหรือไม่ก็เลี้ยงสัตว์
“ พื้นที่ตรงนี้เหมาะแก่การสร้างเมืองจริงๆแหละ ” เบเรียลพูดขึ้นพร้อมกับมองดูพื้นที่รอบๆด้วยความพึงพอใจ
ไลท์เองก็พยักหน้าก่อนที่เขาจะครุ่นคิดเล็กน้อยและพูดกับเบเรียลว่า “ เดี๋ยวพวกเราส่งคำเชิญให้กับสามราชาให้มาพูดคุยกันสักหน่อยว่าพวกเราต้องการสร้างเมืองตรงนี้ ”
“ เป็นความคิดที่ดีเหมือนกัน แล้วพวกเราจะเชิญให้พวกเขามาที่ไหนกันล่ะ? ” เบเรียลเห็นด้วยแต่ก็ยังสงสัยว่าจะเชิญสามราชามาที่ไหนดี
“ ก็เชิญมาที่นี้แหละจะได้บอกให้รู้กันไปเลยว่าฉันจะสร้างเมืองขึ้นมาตรงนี้ ” ไลท์พูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม
“ แล้วนายจะส่งบัตรเชิญไปอย่างไงล่ะ ” เบเรียลถามด้วยความสงสัย
“ ก็ง่ายมากเมืองหลวงของทั้งสามอาณาจักรย่อมต้องมีสมาคมนักผจญภัยอยู่ ฉันก็แค่บอกให้สมาคมนักผจญภัยเหล่านั้นแจ้งข่าวให้กับทางราชวงศ์ทราบเท่านั้น ” ไลท์พูดขึ้น
“ แล้วถ้าหากไม่มีใครมาล่ะ? ” เบเรียลถาม
“ ไม่มางั้นหรอ งั้นก็ปล่อยไปสิฉันจะสร้างเมืองตรงนี้พวกนั้นคิดที่จะหยุดฉันได้งั้นหรอ ” ไลท์หัวเราะหึหึ
เบเรียลก็ยิ้มออกมาอย่างสบายๆ พวกเขามีความแข็งแกร่งในระดับนี้ต่อให้ยกกองทัพทั้งสามอาณาจักรมาพวกเขาก็ไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวเลยด้วยซ้ำ
“ งั้นก็เริ่มกันเลยดีกว่า ” ไลท์พูดจบเขาก็หยิบเครื่องมือสื่อสารออกมา
ณ อาณาจักรแสงจันทร์
ภายในพระราชวังของอาณาจักรแสงจันทร์ ซึ่งเป็นที่อยู่ของราชาบาร์ดู ซึ่งเป็นราชาลำดับที่สิบเก้าแห่งราชวงศ์กลอเลียน
ในขณะที่ราชาบาร์ดูกำลังนั่งพูดคุยอยู่กับที่ปรึกษาส่วนตัวอยู่ จู่ๆก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
ราชาบาร์ดูเหลือบไปมองที่ประตูก่อนที่จะบอกให้คนเปิดประตูเข้ามา
ชายวัยกลางคนในชุดเกาะเดินเข้ามาด้านในพร้อมกับชายวัยกลางคนที่แต่งตัวสบายๆ
ชายวัยกลางคนในชุดเกาะก็คือผู้บัญชาการทหารสูงสุดแห่งอาณาจักรแสงจันทร์ ชื่อของเขาคือดาร์เมียน
ส่วนชายวัยกลางคนที่แต่งตัวสบายๆก็คือผู้ดูแลสมาคมนักผจญภัยแห่งเมืองหลวงแสงจันทร์ ชื่อของเขาก็คือโกดิอัส
ราชาบาร์ดูมองไปที่โกดิอัสด้วยแววตาประหลาดใจ เพราะเขาแทบจะไม่เคยเจอโกดิอัสเลยในตลอดที่โกดิอัสเป็นผู้ดูแลสมาคมนักผจญภัยอยู่ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็รู้ดีกว่าโกดิอัสนั้นแข็งแกร่งอย่างมาก
“ นายมีธุระอะไรงั้นหรอถึงได้มาฉันถึงที่นี้? ” บาร์ดูถามออกมาด้วยความสงสัย
“ แน่นอนว่ามีอยู่แล้วล่ะ ” โกดิอัสยิ้มและพูดต่อว่า “ ฉันได้รับคำสั่งจากท่านไลท์ให้มาบอกกับนายว่าท่านไลท์อยากจะเชิญนายไปที่ใจกลางของป่าอูการ์และท่านไลท์จะรอนายอยู่ที่นั้น ”
เนื่องจากเขาเป็นผู้ดูแลสมาคมนักผจญภัยที่ถูกส่งตรงมาจากนักผจญภัยระดับSSทำให้เขาไม่ต้องมีมารยาทต่อราชาบาร์ดูเท่าไหร่ เขาจึงมักที่จะพูดคุยอย่างเป็นกันเองเสียมากกว่า
“ ท่านไลท์? ” บาร์ดูแสดงสีหน้าตกใจและไม่เข้าใจว่าทำไมท่านไลท์ถึงได้ต้องการให้เขาไปที่ใจกลางของป่าอูการ์
“ ไม่ใช่แค่นายที่สงสัยฉันเองก็สงสัยด้วยเหมือนกันว่าทำไมท่านไลท์ถึงต้องนัดนายให้ไปที่ใจกลางของป่าอูการ์ ซึ่งฉันเองก็จะเดินทางไปด้วยเหมือนกัน ” โกดิอัสพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง เขาสัมผัสว่าเรื่องนี้น่าจะเป็นเรืิ่องใหญ่ในระดับหนึ่งเลย
“ ฉันเข้าใจแล้ว ขอบใจนายมากที่มาบอกข่าว ” บาร์ดูพยักหน้ารับ
“ งั้นฉันไปก่อนล่ะฉันแค่มาส่งข่าวเท่านั้น ” โกดิอัสพูดจบเขาก็เดินออกจากห้องไปทันที
ภายในห้องจึงเหลือเพียงแค่ราชาบาร์ดู ที่ปรึกษาบัตแอร์ และผู้บัญชาการทหารสูงสุดดาร์เมียน
“ พวกนายคิดว่ายังไง? ” บาร์ดูถามด้วยความสงสัย
“ ใครจะไปรู้ล่ะว่าท่านไลท์จะเรียกพวกเราไปทำอะไรแต่ฉันว่ายังไงพวกเราก็ต้องไปอยู่ดี ” ที่ปรึกษาบัตแอร์พูดขึ้น เขาเป็นเพื่อนสนิทของราชาบัตแอร์ เขาจึงพูดคุยด้วยความเป็นกันเอง
ราชาบาร์ดูพยักหน้ารับเบาๆ
นอกจากนี้ทางฝั่งของราชาแห่งอาณาจักรแรมเดียร์และราชาแห่งอาณาจักรแซมเบิ้ลก็ได้รับข้อความที่ไลท์ฝากไปบอกแล้ว