หลังจากนั่งบนหลังนกยักษ์มาเพียงครึ่งวันพวกเขาก็ถึงที่หมาย
“พวกเจ้าเห็นข้างหน้าไหมนั่นแหละสถานศึกษามอวู้ดส์” เฒ่าฮานบอกแก่เหล่าเด็กทำให้พวกเขารู้สึกประหม่าเล็กน้อย
สถานศึกษามอวู้ดส์ตั้งอยู่บนภูเขาลูกใหญ่ทางทิศตะวันออกของเมืองหลวงเอสนกยักษ์สีเหลืองร่อนลงอย่างนิ่มนวล
ฟรองซ์ทัวร์ เดอลากูนและเฒ่าฮานนำเหล่าเด็กเดินเท้าเข้าสู่ประตูสถานศึกษา "มอวู้ดส์"
"สวัสดีสหายฟรองซ์ทัวร์และสหายลี"ชายในชุดเขียวออกมาตอนรับพวกเขาสองคน “ลีฮาน” คือชื่อเต็มของเฒ่าฮานนั่นเอง
"ไม่น่าลำบากสหายหลี่ต้องออกมาต้อนรับด้วยตนเองเช่นนี้"
เมื่อผ่านการแนะนำตัวก็ได้รู้ว่าชายวัยกลางคนผู้นี้มีชื่อว่าหลี่เต้าเป็นอาจารย์ใหญ่ฝ่ายวรยุทธของสถานศึกษา
มอวู้ดส์
หลังจากหลี่เต้าพาทุกคนเดินเข้ามาบริเวณด้านในของสถานศึกษาบรรยากาศรอบตัวคล้ายกับพวกเขาเดินอยู่ในป่าเสียมากกว่าที่นี่ร่มรื่นเป็นอย่างมาก ต้นไม้เล็กใหญ่นานาพรรณเติบโตขึ้นเกี่ยวพันสิ่งปลูกสร้างราวกับดูเป็นศิลปะที่
พระเจ้าสร้างสรรค์ พื้นของที่นี้ราวกับปูไปด้วยพรมสีเขียวให้ความรู้สึกสดชื่น
หลี่เต้าพาอาจารย์ใหญ่ฟรองซ์ทัวร์และเฒ่าฮานมุ่งไปห้องประชุมก่อนทำให้เหล่าพี่สองต้องนำเด็กปีหนึ่งเดินเข้าไปด้วยตนเอง
เมื่อเดินมาสักระยะก็พบเข้ากับเหล่านักเรียนประมาณสิบคนในชุดสีเขียวของสถานศึกษามอวู้ดส์
หนึ่งในนั้นก้าวออกมา
"ข้าน้อยหลี่เฟินรับหน้าที่นำคณะเดินทางจากสถานศึกษาอีเดนไปยังเรือนรับรอง"เป็นเด็กหนุ่มผมสั้นใบหน้าหล่อเหล่าในชุดจอมยุทธผู้หนึ่ง
"เชิญนำทางสหายหลี่"แคทเธอรีนเป็นตัวแทนของเหล่าสถานศึกษากล่าวรับไมตรีในครั้งนี้
ขณะเดินอยู่หลี่เฟินก็ได้แนะนำสถานที่ต่างๆในสถานศึกษามอวู้ดส์ไปด้วยระหว่างที่ทุกคนเดินผ่านไปพวกเขาก็เห็นเหล่านักเรียนในชุดเขียวเดินกันขวักไขว่
"ทำไมนายเดินแบบนั้นไบรอัน" ลูคัสถามอย่างสงสัย
ไบรอันเกร เริ่มยืดตัวตรงขึ้นอีกครั้งทุกย่างก้าวของเขาราวกับผู้สูงศักดิ์
"ก็ทำท่าทางให้มันดูน่าเชื่อถือสมกับเป็นตัวแทนของสถานศึกษาน่ะสิ"เขากล่าวตอบขณะที่ทำท่าทางแบบนั้นต่อไป
"พี่ชายท่านนี้ช่างดูมีสง่าราศี ไม่ทราบท่านมีนามว่ากระไร" หลี่เฟินหันมาพูดคุยกับไบรอันอยู่ครู่ใหญ่ก่อนจะหันกลับไปพูดคุยกับทุกคนราวกับสหายสนิท
ต้องยอมรับเลยว่าว่าหลี่เฟินผู้นี้มีทักษะการเข้าสังคมที่ยอดเยี่ยมแม้แต่เฉินเองยังคล้อยตามเมื่ออยู่ต่อหน้าเขา
ลูคัสชื่นชอบที่นี่เป็นอย่างมากพราะบรรยากาศของสถานที่แห่งนี้ทำให้เขารู้สึกราวกับอยู่ในหมู่บ้านมิลล์
"ตอนนี้ยังมีสถานศึกษาโนเบอร์ฝั่งตะวันตกที่มาถึงก่อนหน้าพวกท่านได้ไม่นาน"หลี่เฟินกล่าว
ทั้งหมดมาหยุดอยู่หน้าตึกไม้เก่าที่มีเถาวัลย์พันรอบทิศ
"ที่นี่เรียกว่าเรือนเขียวขจีจะเป็นที่พักของพวกท่านแต่อย่าดูถูกไปแม้ด้านหน้าจะดูเก่าโทรมแต่ด้านในข้าน้อยเอาหัวเป็นประกันได้เลยว่าจะต้องถูกใจทุกท่านอย่างแน่นอน"หลี่เฟินพูดดักทางไว้
เมื่อก้าวเข้ามาก็เป็นจริงอย่างหลี่เฟินว่า
ด้านในเป็นห้องไม้กว้างโถงกลางที่เปิดโล่งรับแสงแดดอ่อนๆมีสระบัวที่กำลังบานสะพรั่ง ห้องว่างเรียงรายอยู่นับสิบเพียงพอกับทุกคนที่เข้าพักห้องน้ำอาบเป็นน้ำพุร้อนธรรมชาติแบ่งออกเป็นสองฝั่งเพื่อแยกชายหญิงทั้งหมดนี้ราวกับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวก็มิปาน
"ที่นี่สวยมากเลยค่ะรุ่นพี่หลี่เฟิน" เด็กสาวจากหมู่ตึกวัสสานะคนหนึ่งกล่าวออกมา
"เพียงคุณหนูไมตี้ถูกใจ หลี่เฟินก็รู้สึกเป็นเกียรติยิ่งนัก"ชายหนุ่มโค้งลงอย่างมีมารยาท
นอกจากความหล่อเหลาและอัธยาศัยดีชายหนุ่มผู้นี้ยังใส่ใจคนรอบข้างอีกด้วย
"ถ้าอย่างนั้นหลี่เฟินขอตัว หากคืนนี้เวลาหนึ่งทุ่มมีผู้ใดว่างขอเรียนเชิญร่วมงานเลี้ยงชุมนุมพยัคฆ์ที่หอกล้วยไม้"
หลังจากหลี่เฟินกลับออกไปฟารีนก็อธิบายให้กับทุกคนฟังว่าเป็นธรรมเนียมทุกครั้งก่อนงานประลองจะเริ่มขึ้น
ทางฝั่งเจ้าภาพมักจะจัดงานเลี้ยงน้ำชาเชิญชวนเหล่านักเรียนจากสถานศึกษาอื่นๆเหตุผลก็เพื่อแลกเปลี่ยนทัศนคติการฝึกยุทธซึ่งหากใครใคร่เข้าร่วมก็เชิญได้ไม่มีการบังคับใดใด
เมื่อฟังจบทุกคนก็แยกย้ายออกไปทำธุระส่วนตัวคนส่วนใหญ่ล้วนเก็บตัวอยู่ในที่พักเพื่อเตรียมสภาพจิตใจไว้ประลองในวันรุ่งขึ้น
แตกต่างจากลูคัสเขาสะพายดาบใหญ่เดินออกจากนอกเรือนเขียวขจีทันทีเนื่องจากเด็กชายชอบบรรยากาศในสถานศึกษาแห่งนี้เป็นอย่างมาก เขาจึงตัดสินใจจะเดินเที่ยวชมรอบๆสถานศึกษา
มอวู้ดส์เสียหน่อย
ระหว่างเดินเล่นเขายังแอบเห็นคณะเดินทางในชุดสีแดงเพลิงเดินตามหลังเด็กชายชุดเขียวอยู่เดาได้ว่าเหล่าตัวแทนจากสถานศึกษาทางใต้คงมาถึงกันแล้ว
เมื่อเดินไปสักระยะก็พบว่าเพียงแค่ปราณด้านนอกห้องฝึกในบริเวณสถานศึกษากลับมีความหนาแน่นพอๆกับห้องฝึกที่สถานศึกษาอีเดนเด็กชายจึงยกฝ่ามือขึ้นเคลื่อนไหว "ฝ่ามือเมฆไหล"เพื่อทำการบ่มเพาะแล้วเดินไปข้างหน้าเรื่อยๆ
"นั่นคือกระบวนท่าอะไรเหรอ" มีเสียงใสส่งลงมาจากบนต้นไม้ใหญ่
เด็กชายเงยหน้าขึ้นโดยสัญชาตญาณ
เด็กสาวผมยาวในชุดเขียวใบหน้าของเธอน่ารักราวกับตุ๊กตา
"ฝ่ามือเมฆไหล" เด็กชายตอบกลับ
"ไม่เคยเห็นมาก่อน" ตอนนี้เด็กสาวลงมายืนข้างลูคัสใบหน้าเธอแทบจะแนบชิดกับใบหน้าเขาเลยทีเดียว
"เราชื่อว่านชิง" เด็กสาวผู้น่ารักแนะนำตัว
"ผมลูคัส เรน เป็นตัวแทนจากสถานศึกษาอีเดน"
หลังจากนั้นเด็กสาวว่านชิงก็ชักชวนลูคัสไปนั่งในศาลาตอนนี้เธอกำลังนำนิ้วมือของตนเองแหย่ปลาคาร์ปตัวใหญ่ใน
บ่อเล่น
"คุณหนูว่านชิงเข้าร่วมประลองด้วยเหรอ"หลังจากที่คุยกันได้สักระยะเด็กชายจึงเริ่มสนิทสนมกับเธอมากขึ้น
เมื่อได้ยินคำถามเด็กสาวพยักหน้าเป็นเชิงยอมรับก่อนส่งคำถามกลับออกไป
"ดาบเล่มนั้นหนักหรือเปล่า" เธอถามด้วยอาการสนใจ
ลูคัสจึงวางมันลงที่พื้นหญ้าก่อนส่งความคิดให้ดาบมารล้มเลิกการดูดปราณจากผู้ที่สัมผัสมัน
ไม่นานเด็กชายพยักหน้ากับเด็กสาวเป็นเชิงให้เธอลองยกมันขึ้น
ลูคัสเองก็ใคร่รู้เช่นกันว่านอกจากตัวเขาแล้วจะมีใครสามารถยกมันได้อีกหรือไม่
"โอ๊ย ดาบนี่ทำจากอะไรทำไมไม่ยอมขยับเลย"เห็นชัดว่าเด็กสาวยังไม่ยอมแพ้เธอแผ่พุ่งปราณออกมา
เหตุการณ์นี้ทำให้เขาสะดุ้งตัวเล็กน้อยเธอคนนี้มีการบ่มเพาะอยู่ในระดับจอมยุทธขั้นสามเท่ากับหยวนซีที่เขาพึ่งพบมาแต่เด็กชายเองก็ไม่แปลกใจขนาดปราณด้านนอกยังหนาแน่นขนาดนี้
ห้องฝึกสถานศึกษามอวู้ดส์คงไม่ธรรมดา
ตอนนี้เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมผู้ฝึกตนจากสถานศึกษาอื่นจึงมีระดับการบ่มเพาะที่สูงนักในที่สุดเธอก็ตัดสินใจยอมแพ้เสียที ลูคัสจึงรีบเก็บดาบขึ้นมาสะพายอย่างเก่า
เด็กหญิงจัดท่าทางก่อนมานั่งจ้องหน้าลูคัสด้วยความสงสัยว่าเขาใช้กลเม็ดแบบใดจึงยกดาบใหญ่สีดำเล่มนั้นได้
"คืนนี้ลูคัสจะไปงานชุมนุมพยัคฆ์ที่หอกล้วยไม้หรือเปล่า"ว่านชิงถามอย่างสนใจ
"น่าจะไม่นะ" เขาปฏิเสธออกไป
"เห็นว่างานนี้หญิงงามแต่ละสถานศึกษาจะไปรวมตัวกันที่นั่นเธอไม่สนใจบ้างเหรอ" ว่านชิงเริ่มหว่านล้อม
"ไม่เลย" ลูคัสยังยืนยันคำเดิมขณะที่เขายังตบฝ่ามือออกไปด้านหน้า
"การฝึกวรยุทธน่ะถ้าตึงไปจะส่งผลเสียนะอย่างน้อยลองไปเปิดหูเปิดตาสังเกตคู่ต่อสู้ดูบ้าง รู้เขารู้เราไง"ว่านชิงคงยัง
เร้าหรือต่อไป
ลูคัสรู้สึกเห็นด้วยกับประโยคนี้เขาจึงรับปากว่านชิงว่าจะเข้าร่วมงานชุมนุมคืนนี้อย่างแน่นอนทำให้เธอกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ
"พอขึ้นปีสามลูคัสจะไปประจำการที่ไหนเหรอ" ว่านชิงส่งคำถามออกมา
"ผมก็ยังไม่ทราบเช่นกัน"
เรื่องนี้เขาพอรู้มาบ้างเมื่อขึ้นชั้นปีที่สามนักเรียนทุกคนจะต้องออกไปหาประสบการณ์ด้านนอก
ส่วนใหญ่สถานศึกษาจะให้นักเรียนเลือกด้วยตนเองว่าจะเข้าไปประจำการในเมืองหลวงหรือ
เลือกรับภารกิจยากๆ
กรณีที่ศิษย์คนนั้นอยากเข้ากองทัพสถานศึกษาก็จะทำเรื่องส่งตัวไปประจำการที่กำแพงเมืองเพื่อป้องกันเหล่าอสูร
นี่เป็นสาเหตุหนึ่งที่ไม่ค่อยพบเจอรุ่นพี่ปีสามในสถานศึกษาสักเท่าไหร่
ว่านชิงบอกข้อมูลสำคัญให้เขาได้รับทราบว่าอัจฉริยะชั้นปีหนึ่งของสถานศึกษามอวู้ดส์นั้นเป็นผู้หญิง
ชื่ออลันด้า
หลังจากนั้นทั้งสองก็ร่ำลากัน
ลูคัสยังคงนั่งตบฝ่ามือที่เดิมขณะนี้เขาหลอมกายถึงชั้นที่หกไปถึงเจ็ดส่วนแล้วอีกไม่นานเขา
ก็จะจุติพัฒนาไปเป็นจอมยุทธเสียทีเด็กชายหยิบหนังสือเล่มสีขาวขึ้นมา
นี่เป็นทักษะดาบระดับสูงที่เขาได้จากถ้ำภารกิจ
"ดาบผ่าโลกา"
เขาเปิดอ่านอย่างแผ่วเบาดาบผ่าโลกาแบ่งออกเป็น 5 กระบวนท่า
กระบวนท่าที่1"พันกร" จะทำให้ผู้ใช้ฟันดาบออกไปได้รวดเร็วเมื่อฝึกถึง
ขั้นเริ่มต้น 8 ครั้งใน 1 วินาที
ขั้นหลอมรวม 16 ครั้งใน 1 วินาที
ขั้นแก่นแท้ 32 ครั้งที่ 1 วินาที
กระบวนท่าที่ 2 "นภากาศ"สามารถส่งดาบออกไปโจมตีได้กลางอากาศราวกับดาบเป็นแขนขาของตนเอง
กระบวนท่าที่3"เทพสังหาร" กระบวนท่านี้มีเพียงสองขั้นเท่านั้น เป็นการแทงดาบออกเป็นเส้นตรงในเสี้ยววินาที
ขั้นเริ่มต้นและหลอมรวมจะเพิ่มการโจมตี 1 เท่าตามความแข็งแกร่งรวมของผู้ใช้
ขั้นแก่นแท้เพิ่มการโจมตี 2 เท่า
กระบวนท่าที่4"สมุทรโคจร"สะท้อนทุกการโจมตีหนึ่งครั้งโดยผลข้างเคียงจะทำให้ร่างกายของผู้ใช้ไม่สามารถรวมปราณในร่างได้ภายในเวลาเจ็ดสิบสองชั่วโมงเงื่อนไขการฝึกต้องมีอาณาจักรพลังที่ 4
กระบวนท่าที่5"ผ่าโลกา รวมการโจมตีด้วยดาบเดียวใช้พลังปราณทั่วร่าง
เงื่อนไขการฝึกต้องมีอาณาจักรพลังที่ 4
ความรุนแรงจะเพิ่มตามอาณาจักรพลังเริ่มจาก
อาณาจักรพลังที่ 4 ความรุนแรง 3 เท่าตามความแข็งแกร่งรวมของผู้ใช้
อาณาจักรพลังที่ 5 ความรุนแรง 4 เท่าตามความแข็งแกร่งรวมของผู้ใช้
อาณาจักรพลังที่ 6 ความรุนแรง 5 เท่าตามความแข็งแกร่งรวมของผู้ใช้
ไร้ขีดจำกัดทุกๆ อาณาจักรพลังความรุนแรงจะเพิ่มขึ้นหนึ่งเท่าเสมอ
ปัจจุบันเขาฝึกได้เพียงสองกระบวนท่าเท่านั้นนั่นคือ"พันกร" และ "เทพสังหาร"
กระบวนที่สามเนื่องจากวิญญาณของดาบได้รับความเสียหายจึงสั่งให้ดาบออกไปต่อสู้ไม่ได้ส่วนกระบวนท่าที่สี่และห้า
ระดับอาณาจักรพลังของเขายังไม่ถึงเกณฑ์ เด็กชายปิดหนังสือด้วยมือที่สั่นเทาเขาสงบใจก่อนเริ่มบ่มเพาะต่อไป
.