เฟยเซีียนตวาดเสียงดังสั่น ภายในร่างเปล่งแรงกดดันออกมามากมาย ในอีกทางนึงเข้าก็ลอบส่งสัญญาณความช่วยเหลือไปเมืองหน้าด่านทันที
มีหลายสิบคนบินมาหยุดอยู่ห่างจากพวกเฟยเซียนไม่ไกลนัก ชายวัยกลางคนเหมือนเป็นผู้นำเขาบินอยู่หน้าสุดแนวหลังมีหลายสิบคนที่ยืนอยู่ราวกับเป็นรูปขบวน
เฟยเซียนจ้องมอง ชายวัยกลางคนที่นำหน้าสุดเขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เยียบเย็น
"ไม่น่าเชื่อว่าเผ่าพันธุ์สัตว์อสูรจะส่งเจ้าที่เป็น1ใน5ผู้ยิ่งใหญ่ของเผ่าพันธุ์มาแบบนี้่"
ชายวัยกลางเขาหัวเราะเบาๆ
"ฮ่าๆ ว่าไงตาแก่เฟยเซียนไม่ได้เจอกันนานเลยนะ ในวันนี้ข้ามีธุระนิดหน่อยนะ"
เฟยเซียนเอ่ยกลับ
"เจ้าเข้ามาในอาณาเขตของเผ่าพันธุ์มนุษย์แบบนี้ไม่กลัวจะถูกลุมล้อมจนตายเรอะ"
ชายวัยกลางคนหัวเราะเสียงดังลั่น ห้วงอากาศสั่นกระเพึ่อมไปทั่วทั้วพื้นที่
"เข้าเรื่องเลยดีกว่า ส่งตัวเจ้าเด็กน้อยเย่ชิงหยูที่อยู่บนหลังพญาอินทรีปีกเงินมาซะ เมื่อได้ตัวเจ้าเด็กนั่นมาแล้ว พวกข้าจะรีบกลับทันที" ชายวัยกลางใบหน้าเขาจริงจัง เอ่ยด้วยน้ำเสียงออกอาการขมขู่
เฟยเซียนเมื่อได้ยินดังนั่นก็เริ่มโกรธสุดขีด ใบหน้าเขาปรากฏเส้นเลือดผุดๆหลายเส้น แรงกดดันไร้รูปเริ่มทะลักออกมาอย่างบ้าคลั่ง อากาศรอบบริเวณเริ่มฉีกขาด พื้นดินบนพื้นเริ่มสั่นสะเทือน
"ลองดูสิ" เฟยเซียนเอ่ยเสียงเย็น ใบหน้าเขาดุร้ายมากขึ้น
ขายวัยกลางคนเริ่มจริงจังมากขึ้น ถ้าให้วัดกันตรงๆ เขากับเฟยเซียน มีพลังที่ใกล้เคียงกันมาก เคยสู้กันหลายครั้งแล้วแต่ยังไม่รู้ผล ในวันนี้พวกเขาได้รับคำสั่งให้ดักซุ่มโจมตี แล้วสังหารเจ้าเด็กนั่นซะ ถึงขนาดเอาขั้นขุนพลนภาขั้นปลายมาด้วยหลายสิบคน ในความคิดของเขา เมื่อเขาเข้าปะทะกับเฟยเซียนก็จะไม่มีใครปกป้องเจ้าเด็กนั่น เมื่อนั่นจะถึงเวลาตาย ต่อให้เจ้าหนูนั่นสามารถจัดการขั้นขุนพลนภาขั้นต่ำได้ แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าขั้นขุนพลนภาขั้นปลายหลายสิบคน ต่อให้เป็นเทพก็ไม่รอด
เฟยเซียนเหมือนจะรู้ความคิดของชายวัยกลางคน เขารีบตะโกนบอกให้เหินฟ้ารีบหนีไปทันที
ชายวัยกลางคนส่งสัญญาณ iร่างหลายสิบคนพุ่งทะยานเข้าใส่ พญาอินทรีเหินฟ้าทันที
เฟยเซียนเห็นดังนั่นก็รีบหันกลับไปช่วย แต่อยู่ๆชายวัยกลางคนก็มาปรากฏตรงหน้า เหวี่ยงหมัดเข้าใส่ทันที เฟยเซียนต้องหันกลับมาปะทะ "ปัง" เสียงหมัดของทั้งคู่ดังสนั่นหลายร้อยเมตร อากาศฉีกขาดไปทั่ว แรงปะทะรุนแรง พื้นป่ารอบริเวณพังทลาย
เหินฟ้าเมื่อเห็นพวกมันพุ่งเข้ามาก็เร่งพลังงานถึงขีดสุด พัดปีกขนาดยักษ์ปลดปล่อยแรงลมที่มหาศาลเข้าใส่ พัดพาทุกสิ่งบินว่อนไปทั่ว เขาจะบินหนีออกไปทันที แต่ก็ถูกล้อมไว้อย่างรวดเร็ว ใบหน้านกถึงขนาดเคร่งเครียด ขนาดความเร็วของเรายังสลัดพวกมันไม่หลุด
เย่ชิงหยูที่อยู่บนหลังของเหินหลีตาลง เจ้าพวกนี้จะมาสังหารข้างั้นหรอ
ขนาดนั่นเหินคิดว่าคงสู้ไม่สะดวกอย่างมาก เมื่อมีพวกเด็กๆหลายคนอยู่บนหลัง เขาเอ่ยกับพวกเย่ชิงหยู
"เจ้าหนูกระโดดลงไป หลบหนีไปรอบบริเวณทันที ข้าจะปกป้้องพวกเจ้าเอง"
โทมัสกัคนอื่นๆไม่รอช้ากระโดดลงจากหลัง ดิ่งลงพื้นข้างล่างอย่างรวดเร็ว รีบไปหลบซ่อนตัวทีนที
อสูรหลายสิบตัวก็ไม่ได้สนใจพวกมดปลวก เป้าหมายพวกเขามีแค่ เย่ชิงหยูเท่านั่น
เหินคิดถูกเขาถึงกับถอนหายใจโล่ง เมื่อเห็นว่าพวกมัน ไม่สนใจเด็กคนอื่นๆ เขาหันไปเอ่ยกับเย่ชิงหยู "เจ้าหนูเกาะข้าไว้ดีๆนะ"
เย่ชิงหยูสีหน้าเยียบเย็นขึ้น เขาเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่น่าเกรงขามนัก
"แค่เจ้าพวกนี้ไม่กี่สิบตัว ไม่ต้องหนีหรอก ท่านรับมือมันคนนึงละกัน ที่เหลือให้ข้าจัดการเอง"
เหินฟ้าถึงกับตะลึง เขามองไปที่เย่ชิงหยู เมื่อเห็นสีหน้าที่จริงจังของเขา เขาก็ตัดสินใจได้ในที่สุด ฝากความหวังไว้ที่เย่ชิงหยูทันที
ขนาดนั่นแรงปะทะของเฟยเซียนกับชายวัยกลางคนก็เริ่มรุนแรงยิ่งขึ้น การต่อสู้ของทั้งสองเป็นไปอย่างดุเดือด ความเร็วแทบมองตามไม่ทัน เสียงระเบิดดังสนั่นในแต่ละครั้งที่เข้าปะทะ
ชายวัยกลางคนเริ่มเอาจริง ร่างกายเริ่มแปรเปลี่ยน ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ขนาดนั่นก็ปรากฏ พยัคฆ์สีแดงเพลิง ขนาดหลายพันเมตร มีลวดลายเปลวไฟวนเวียนอยู่รอบๆตัว มันเงยหัวขึ้นขนาดนั่นมันส่งเสียงคำรามออกมา
"โฮกกกกกกกกกก" เสียงดังสะท้าน อากาศเริ่มฉีกขาด แรงกดดันมหาศาล
เย่ชิงหยูหันมามองหน้าเขาตะลึงเล็กน้อย
โทมัสกับคนอื่นๆที่หลบซ่อนตัวหน้าเปลี่ยนสี แรงกดดันที่ทาโถมเข้ามาใส่แทบทำให้ร่างกายขยับไม่ได้
เฟยเซียนสีหน้าเคร่งขรึมเขาเอ่ยออกมา
"ในที่สุดก็เอาจริงแล้วหรอ เจ้าพยัคฆ์เพลิงโลกันตร์"
"ท่านผู้นำเอาจริงแล้ว เราต้องใช้พลังเต็มที่มั้งละ" พวกมันทุกคนพยักหน้า ขนาดนั่นร่างกายเริ่มแปรเปลี่ยนกลายเป็นสัตว์อสูร บางตัวเป็นงู บางตัวเป็นนก ขนาดตัวใหญ่หลายร้อยเมตร ออร่าแต่ละตัวชั่งแข็งแกร่ง
เหินฟ้าสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นทันที
"งูเหลือมมรกตเจ็ดสี""เหยี่ยวยักษ์ปีกทองคำ""ตัวตุ่นเบิกฟ้า""มดหมื่นขุนเขา"
เหินเอ่ยออกมาเสียงสั่น พวกมันเป็นสัตว์อสูรอันดับต้นๆในแต่ละเผ่าพันธุ์ พวกมันมีสายเลือดที่แข็งแกร่งบางตัวมีสายเลือดเหนือชั้นกว่าเขามากมายนัก หัวอันใหญ่โตของเหินหันมามองเย่ชิงหยู
เย่ชิงหยูพยักหน้าให้ เขาเห็นพวกมันแต่ละตัว หลังจากเปลี่ยนกลับร่างเดิม พลังแต่ละคนก็มากยิ่งขึ้นหลายเท่า แต่ถึงยังงั้นเย่ชิงหยูก็ไม่ได้กลัว เขาไม่รอช้าลงมือทันที เขาสบัดมือมีดบินสองพันเล่มทั้งหมดปรากฏมันบินวนรอบๆเหินฟ้า ขนาดนั่นเขาโบกมือไปมา มีดบินจิตวิญญาณพุ่งทะยานเข้าใส่พวกสัตว์อสูรด้วยความเร็วสูงสุด เย่ชิงหยูฟื้นคืนคัมภีร์หมื่นจิตไร้ลักษณ์ พลังจิตวิญญาณทะลักไปทั่วบริเวณ
งูเหลือมมรกตเห็นดังนั่นก็สบัดหางอันใหญ่โตพุ่งเข้าใส่มีดบิน เสียงลมกันโชกดังลั่น "เคร๊งง" มีดบินหลายร้อยเล่มถูกทำลายทันที
เย่ชิงหยูเห็นดังนั่นก็พยักหน้า มีดบินระดับนี้เจาะเนื้อหนังสัตว์อสูรขุนพลนภาขั้นปลายไม่เข้า เมื่อคิดได้ดังนั่นเขาก็กระโดดลงจากหลังพญาอินทรีปีกเงิน ร่างเขาดิ่งลงด้วยความเร็วสูงมาก
เหินกับสัตว์อสูรตัวอื่นๆได้แต่อึ้ง พวกเขาพลันได้สติ เหินเข้าปะทะกับเหยี่ยวปีกทองคำทันที เหยี่ยวปีกทองคำเอ่ยกับพักพวกที่เหลือให้ลงไปจัดการกับเย่ชิงหยู ส่วนเขาจะเข้าปะทะกับ เหินเอง พวกมันพยักหน้า พุ่งทะยานตามลงไปอย่างรวดเร็ว
เย่ชิงหยูดิ่งลงมาถึงพื้นเขายืนอยางมั่นคง พื้นดินที่เหยียบถึงกับแตกออกฝุ่นควันฟุ้งกระจาย
"เฮ้อ คนมันบินไม่ได้ก็เงี่ยและนะ" เย่ชิงหยูบ่นพึมพำในความคิดเขาต้องรีบทะลวงขั้นขุนพลนภาให้เร็วที่สุด เมื่อถึงตอนนั่น ขนาดอยู่บนท้องฟ้าก็สามารถต่อสู้ได้สบาย
เย่ชิงหยูมองดูสัตว์อสูรตัวขนาดใหญ่หลายสิบตัวตรงหน้า พวกมันส่งเสียงขมขู่คำรามออกมายกใหญ่
มุมปากของเย่ชิงหยูยกขึ้น เขาแสยะยิ้มอย่างบ้าคลั่ง ในความคิดของเขาเจ้าพวกนี้คือตัวให้แต้มชัดๆ
"เนื้อสัตว์อสุรขั้นขุนพลนภา ไม่เคยกินด้วยสิ" เย่ชิงหยูบ่นไปมา
พวกสัตว์อสูรได้ยินก็ของขึ้น ทะยานเข้ามาใส่อย่างบ้าคลั่ง