เฉียวเฟิงรับรู้ว่าพานลี่เด็กน้อยกำลังคิดอะไรเกินเลย ที่เป็นแบบนี้อาจจะเป็นเพราะมันพูดจาคล้ายเกิดเรื่องใหญ่ หากแต่ที่ทำแบบนี้ก็เพราะติดนิสัยการเป็นทหารนักรบเชิงกลยุทธ์ในโลกเก่า ที่จะปฏิบัติการแต่ละครั้งต้องทำการให้รอบครอบ ห้ามมีคำว่าประมาท แม้ศัตรูจะอ่อนแอ
ในโลกใบนั้นความประมาทเพียงนิดเดียวก็ถึงชีวิตได้ เพราะชีวิตของผู้คนเปราะบาง อาวุธปืนก็มีอานุภาพสังหารคนธรรมดาได้ดีเกินไป
ต่างกับโลกใบนี้ ที่อาวุธปืนช่างสามัญ เพียงแค่อยู่ในขอบเขตนักรบ อาวุธปืนก็แทบยิงไม่เข้าเนื้อแล้ว
"เด็กน้อยของข้า เจ้าไม่ต้องกังวลอะไรเพียงเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น เดียวศิษย์พี่ก็กลับมา เพียงแต่วันนี้อาจจะมีผู้ไม่ประสงค์ดีมาที่นี่ ศิษย์พี่ใหญ่แค่ไม่อยากประมาทก็เท่านั้น เด็กน้อยเจ้าดูแลท่านแม่ให้ศิษย์พี่ใหญ่คนนี้ได้หรือไม่ เดียวขากลับ ศิษย์พี่จะแวะซื้อของอร่อยที่เจ้าชอบกลับมาฝากดีรึเปล่า" พูดจบเฉียวเฟิงก็ลูบศีรษะพานลี่เบามือ
พานลี่ยิ้มก่อนพยักหน้ารับอย่างไร้เดียงสา
และทันทีที่นางพยักหน้ารับ ร่างของเฉียวเฟิงก็จางหายไปจากสายตานางในทันที เหลือเพียงฝุ่นควันจากอากาศที่เกิดจากการคลื่นตัวของยอดฝีมือทิ้งเอาไว้
พานลี่ตกใจเล็กๆ กับความรวดเร็วของศิษย์พี่ใหญ่ นางได้แต่ตะโกนเสียงดังลั่นหากแต่ตอนนี้ แม้แต่เงาของเฉียวเฟิงนางก็ไม่อาจจะมองเห็นแล้ว "!!!ศิษย์พี่ใหญ่ท่านต้องสอนวิชานี้ข้าด้วยนะ มันเร็วจริงๆ นิท่านแอบไม่สอนวิชาข้ารึเปล่าเนี่ย ทำไมข้ายังหายตัวแบบท่านไม่ได้เลย" พานลี่นางแอบบ่นตามหลังเฉียวเฟิง
ช่วยไม่ได้หลังจากนางได้เห็นความรวดเร็วของวิชาตัวเบาของศิษย์พี่ นางแทบอยากจะเรียนมันบ้างในทันที เป็นอีกครั้งที่นางคิดศิษย์พี่แอบอุ๊บอิ๊บไม่สอนเคล็ดวิชานางอีกแล้วแน่ๆ
.
.
.
เพียงครู่สั้นไม่กี่ร้อยอึดใจ ตอนนี้เฉียวเฟิงลอยอยู่เหนือบ้านตระกูลเจิ้งจากการสะกดรอยตามคนรับใช้ของบุรุษซึ่งคาดว่าจะเป็นคนรักเก่าของท่านแม่ของตัวมัน
เฉียวเฟิงตอนนี้มองไปยังชายผู้นั้นโดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็นหรือรู้สึกตัวเลย เพราะด้วยวิชาพรางกายที่จ้าวหมื่นมารทิ้งไว้นั้น
ร่างของเฉียวเฟิงที่ล่องลอยอยู่คล้ายไร้ตัวตน หากไม่ใช่ตัวตนระดับภูตสวรรค์หรือผู้ได้รับเศษเสี้ยวแห่งความเป็นเทพแล้ว ก็มีแต่เฉพาะผู้มีเคล็ดวิชาด้านการสังเกตระดับสูงโดยเฉพาะเท่านั้นจึงจะสังเกตเห็นและรับรู้ถึงตัวตนของเฉียวเฟิงตอนนี้ได้
"นายท่านข้าได้ติดตามไปจนได้ที่อยู่ของสตรีผู้นั้นมาแล้วขอรับ ข้าได้เขียนแผนที่มาให้ท่านแล้ว นี่ขอรับ โปรดตรวจสอบ"
บุรุษผู้นั้นรับกระดาษแผ่นใหญ่ก่อนตรวจสอบ มันพยักหน้ารับ
"ขอบใจเจ้ามาก มีสิ่งใดจะไปทำก็ไปเถอะ"
เมื่อบุรุษผู้นั้นได้ที่อยู่ของเฉียวเฟิงและท่านแม่ ตัวมันก็นิ่งไปสักพักไม่พูดอะไร จนเวลาค่อยๆ ผ่านไปช่วงครู่หนึ่ง
ไม่นานนักก็มีสตรีนางหนึ่งเดินมา เมื่อเฉียวเฟิงเห็นมันก็จำได้ทันที นางคือสตรีที่เดินเคียงคู่กับคนรักเก่าของท่านแม่ที่ย่านการค้านั่นเอง
"ท่านยังไม่ตัดใจอีกรึ ตอนแรกข้าก็ไม่คิดจะสนใจเรื่องอดีตของท่านแล้ว แต่ในเมื่อนางมาถึงที่นี่ด้วยตัวเอง ท่านก็ควรที่จะตัดสินใจทุกอย่างเสียที"
บุรุษผู้นั้นได้แต่นิ่งเงียบ ไม่ช้าก็กำมือแน่น "ข้า ข้าตัดสินใจเรื่องนี้ไปนานแล้วอี๋นั่ว ใช่ข้าตัดสินใจไปนานแล้วที่จะทิ้งนาง เจ้าก็รู้ว่าข้าเลือกเจ้า เจ้าคนเดียงเท่านั้น ไม่มีอดีตใดๆ รั้งข้าได้"
"แล้วเหตุใดท่านจึงเป็นเช่นนี้ ท่านพี่ข้าไม่ใช่คนโง่ ที่ย่านการค้าไม่ใช่ข้าไม่เห็นสิ่งที่ท่านกระทำ" คำพูดของนางทำให้เฉียวเฟิงรู้เรื่องราวต่างๆ ได้ในทันที สตรีนางนี้นางไม่ธรรมดา นางรู้จักพูดและมีปัญญาไม่น้อย
"งั้นรึ... แล้วเจ้าจะให้ข้าทำเช่นไร"
"ฆ่านางซะหรือไม่ก็ทิ้งทุกอย่างที่มีตอนนี้ ทิ้งข้ากับลูกของเราไปใช้ชีวิตกับนางนั่น และก็เด็กหนุ่มนั้นที่อยู่ข้างๆ นาง นั่นเป็นลูกของท่านรึ มันช่างดูน่าสงสารยิ่งนัก"
เมื่อบุรุษได้ยินคำนี้มันก็มีท่าทีตกใจเล็กน้อยก่อนจะทำท่าทีครุ่นคิดก่อนจะรีบตอบกลับ "นั่นไม่ใช่ลูกของข้ากับนางแน่นอน"
"ฮะฮาฮา ท่านพี่สตรีรักเก่าของท่าน นางคงต้องมีชีวิตที่ยากลำบากมากสินะ เมื่อขาดท่าน คงต้องใช้ร่างกายทำงานอย่างหนัก บ้างทีอาจจะเป็นงานอย่าง...เช่น..." นางพูดลากเสียงและมองจิกไปที่บุรุษตรงหน้า และพูดอีกประโยคที่ขาดไปด้วยความโกรธ "งานชั้นต่ำของสตรี นางโสเภณีที่มีราคี"
บุรุษผู้นั้นมันได้แต่ยืนนิ่งไม่ตอบสิ่งใด ราวกับว่าตัวเองไร้ซึ่งอำนาจใดๆ ในสถานที่แห่งนี้ เฉียวเฟิงมองลงไปและได้ยินทุกเรื่องราวอย่างละเอียดคนรักเก่าของท่านแม่ของมัน มันผู้นี้ได้เลือกจะทอดทิ้งท่านแม่เพื่ออำนาจวาสนา และได้มาแต่งงานอยู่กินกับสตรีตระกูลใหญ่ที่มีฐานะ ช่างน่าสงสารท่านแม่ของตัวมันยิ่งนัก
ที่ได้แต่งงานกับบุรุษไร้น้ำใจเช่นนี้ ภายนอกก็ดูสง่างาม หล่อเหลาสมบุรุษอยู่หรอก แต่เส้นทางชีวิตที่มันผู้นี้เลือกเดินนั้น กลับเป็นเส้นทางที่เต็มไปด้วยความน่าละอายใจ และผิดบาปต่อสตรีผู้หนึ่ง นอกจากนั้นอาจจะยังผิดต่อมารดาที่จากไปของตัวมันอีกด้วย เฉียวเฟิงจำได้ถึงคำบอกเล่าของท่านแม่เกี่ยวกับท่านย่าของตัวมัน ที่ท่านแม่ดูแลนางจนสิ้นชีวิต
ทำให้ตอนนี้เฉียวเฟิงได้แต่สมเพชบุรุษตรงหน้าผู้นี้
"ตอนนี้ท่านไม่ต้องคิดอะไรแล้วข้าได้ตัดสินใจทุกอย่างแทนท่านแล้ว ข้าได้สั่งให้คนของข้าไปเล่นสนุกกับนางเล็กน้อยก่อนที่จะปลิดชีพนางเสีย นางดูงดงามไม่น้อยจริงๆ สามีข้า ท่านช่างตาถึงในการเลือกสตรีตบแต่ง คิกคิก" สีหน้าของนางเวลาที่พูดนั้นดูช่างเต็มไปด้วยความสุข หากแต่มันกลับดูน่ารังเกียจเหลือเกินในสายตาของเฉียวเฟิง
ไม่ช้าเมื่อเฉียวเฟิงได้ยินดังนี้มันก็รู้สึกสุดทน
หากสตรีนางนี้เพียงแค่หาทางขับไล่ท่านแม่และตัวเฉียวเฟิง
ตัวเฉียวเฟิงมันจะไม่ทำการใดๆ เพียงต่างคนต่างอยู่ หรืออย่างมากอาจจะเพียงสั่งสอนไอ้บุรุษไร้หัวใจนี้บ้างก็เท่านั้น
แต่สตรีนางนี้กลับแสดงจิตใจโหดเหี้ยมอำมหิต เพียงเพราะท่านแม่ของตัวมันเป็นคนรักเก่าของสามีรักของนาง
นางกลับตัดสินใจลงมือฆ่าผู้อื่นได้โดยง่ายเช่นนี้ ช่างเป็นสตรีที่โหดร้ายและเหี้ยมยิ่ง
เพราะในการสังหารนางยังเลือกใช้วิธีที่โหดเหี้ยมอำมหิตต่อสตรีเพศด้วยกัน เลือกทำลายเกียรติของสตรี ไม่ใช่แค่เพียงการฆ่า
หากชีวิตเก่าก่อนของจ้าวหมื่นมารรู้ว่ามารดาของตัวมันถูกผู้อื่นฆ่าตายด้วยวิธีต่ำช้าเช่นนี้ ความโศกเศร้าของจ้าวหมื่นมารจะมีเพียงไรเฉียวเฟิงขบคิด…
หาก แต่ ณ ตอนนี้สตรีชั่วช้าผู้นี้นางมิได้รู้ตัวเลยว่า ด้วยคำพูดไม่กี่คำของนางนั้น ได้ทำให้ชีวิตของนางได้ถึงที่สุดแล้ว...
เฉียวเฟิงยืนนิ่งและฟังเรื่องราวต่ออย่างไร้กังวลนั่นเพราะที่บ้านของมันตอนนี้มีพานลี่อยู่แล้วทั้งคน ณ ที่ตรงหน้า
เฉียวเฟิงดูจากศักยภาพของสตรีผู้นี้แล้วคงได้แต่ส่งคนที่มีความสามารถได้อย่างมากก็แค่ผู้มีฝีมือระดับขั้นสูง อย่างมากเต็มที่ที่สุดก็ระดับนักรบขั้นต้น ไม่ถึงระดับนักรบขั้นสูงแน่นอน
เพราะแม้แต่บุรุษตรงหน้าของเฉียวเฟิง มันก็เป็นเพียงระดับนักรบขั้น 9 ซึ่งน่าจะไม่มีปัญหาสำหรับพานลี่เฉียวเฟิงมันคิด
"ข้าไม่ได้รักนางแล้ว เจ้าอยากจะทำอย่างไรก็เชิญ"
บุรุษใจทรามกล่าวจบ สตรีใจทรามก็หัวเราะ
"ฮะฮาฮะฮาฮ่า ก็ดีที่ท่านคิดได้ว่าต้องเลือกใคร ชีวิตของท่านเป็นของข้าตั้งแต่ 18 ปีที่แล้ว...แล้ว จากคนติดตามคุ้มกันธรรมดา ถ้าไม่ใช่ข้าท่านจะมีชีวิตที่ดีอย่างทุกวันนี้รึ... อย่าให้ข้าเห็นท่านทำหน้าแบบวันนี้อีก หน้าตาที่บอกว่าท่านนั้นรักใครมากกว่าข้า" นางตะโกนพูดใส่หน้าบุรุษ
สิ้นเสียงคำพูดของนาง ในค่ำคืนราตรีที่มีแสงจันทราส่องสว่างและหมู่ดาวดารารายล้อมทั่วท้องนภาเช่นนี้ ร่างของเด็กหนุ่มที่เต็มไปด้วยผ้าพันแผลค่อยๆ ปรากฏ มันลอยตัวลงมาอย่างช้าๆ พร้อมกับคำพูด...