ระบบสังหารเทพ ภาค นรกไร้สิ้นสุด

    [GKS] ตอนที่ 53 : เฉียวเฟิงได้ยินดังนี้มันก็รู้สึกสุดทน

    เฉียวเฟิงรับรู้ว่าพานลี่เด็กน้อยกำลังคิดอะไรเกินเลย ที่เป็นแบบนี้อาจจะเป็นเพราะมันพูดจาคล้ายเกิดเรื่องใหญ่ หากแต่ที่ทำแบบนี้ก็เพราะติดนิสัยการเป็นทหารนักรบเชิงกลยุทธ์ในโลกเก่า ที่จะปฏิบัติการแต่ละครั้งต้องทำการให้รอบครอบ ห้ามมีคำว่าประมาท แม้ศัตรูจะอ่อนแอ


    ในโลกใบนั้นความประมาทเพียงนิดเดียวก็ถึงชีวิตได้ เพราะชีวิตของผู้คนเปราะบาง อาวุธปืนก็มีอานุภาพสังหารคนธรรมดาได้ดีเกินไป


    ต่างกับโลกใบนี้ ที่อาวุธปืนช่างสามัญ เพียงแค่อยู่ในขอบเขตนักรบ อาวุธปืนก็แทบยิงไม่เข้าเนื้อแล้ว


    "เด็กน้อยของข้า เจ้าไม่ต้องกังวลอะไรเพียงเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น เดียวศิษย์พี่ก็กลับมา เพียงแต่วันนี้อาจจะมีผู้ไม่ประสงค์ดีมาที่นี่ ศิษย์พี่ใหญ่แค่ไม่อยากประมาทก็เท่านั้น เด็กน้อยเจ้าดูแลท่านแม่ให้ศิษย์พี่ใหญ่คนนี้ได้หรือไม่ เดียวขากลับ ศิษย์พี่จะแวะซื้อของอร่อยที่เจ้าชอบกลับมาฝากดีรึเปล่า" พูดจบเฉียวเฟิงก็ลูบศีรษะพานลี่เบามือ


    พานลี่ยิ้มก่อนพยักหน้ารับอย่างไร้เดียงสา


    และทันทีที่นางพยักหน้ารับ ร่างของเฉียวเฟิงก็จางหายไปจากสายตานางในทันที เหลือเพียงฝุ่นควันจากอากาศที่เกิดจากการคลื่นตัวของยอดฝีมือทิ้งเอาไว้


    พานลี่ตกใจเล็กๆ กับความรวดเร็วของศิษย์พี่ใหญ่ นางได้แต่ตะโกนเสียงดังลั่นหากแต่ตอนนี้ แม้แต่เงาของเฉียวเฟิงนางก็ไม่อาจจะมองเห็นแล้ว "!!!ศิษย์พี่ใหญ่ท่านต้องสอนวิชานี้ข้าด้วยนะ มันเร็วจริงๆ นิท่านแอบไม่สอนวิชาข้ารึเปล่าเนี่ย ทำไมข้ายังหายตัวแบบท่านไม่ได้เลย" พานลี่นางแอบบ่นตามหลังเฉียวเฟิง


    ช่วยไม่ได้หลังจากนางได้เห็นความรวดเร็วของวิชาตัวเบาของศิษย์พี่ นางแทบอยากจะเรียนมันบ้างในทันที เป็นอีกครั้งที่นางคิดศิษย์พี่แอบอุ๊บอิ๊บไม่สอนเคล็ดวิชานางอีกแล้วแน่ๆ


    .


    .


    .


    เพียงครู่สั้นไม่กี่ร้อยอึดใจ ตอนนี้เฉียวเฟิงลอยอยู่เหนือบ้านตระกูลเจิ้งจากการสะกดรอยตามคนรับใช้ของบุรุษซึ่งคาดว่าจะเป็นคนรักเก่าของท่านแม่ของตัวมัน


    เฉียวเฟิงตอนนี้มองไปยังชายผู้นั้นโดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็นหรือรู้สึกตัวเลย เพราะด้วยวิชาพรางกายที่จ้าวหมื่นมารทิ้งไว้นั้น


    ร่างของเฉียวเฟิงที่ล่องลอยอยู่คล้ายไร้ตัวตน หากไม่ใช่ตัวตนระดับภูตสวรรค์หรือผู้ได้รับเศษเสี้ยวแห่งความเป็นเทพแล้ว ก็มีแต่เฉพาะผู้มีเคล็ดวิชาด้านการสังเกตระดับสูงโดยเฉพาะเท่านั้นจึงจะสังเกตเห็นและรับรู้ถึงตัวตนของเฉียวเฟิงตอนนี้ได้


    "นายท่านข้าได้ติดตามไปจนได้ที่อยู่ของสตรีผู้นั้นมาแล้วขอรับ ข้าได้เขียนแผนที่มาให้ท่านแล้ว นี่ขอรับ โปรดตรวจสอบ"


    บุรุษผู้นั้นรับกระดาษแผ่นใหญ่ก่อนตรวจสอบ มันพยักหน้ารับ


    "ขอบใจเจ้ามาก มีสิ่งใดจะไปทำก็ไปเถอะ"


    เมื่อบุรุษผู้นั้นได้ที่อยู่ของเฉียวเฟิงและท่านแม่ ตัวมันก็นิ่งไปสักพักไม่พูดอะไร จนเวลาค่อยๆ ผ่านไปช่วงครู่หนึ่ง


    ไม่นานนักก็มีสตรีนางหนึ่งเดินมา เมื่อเฉียวเฟิงเห็นมันก็จำได้ทันที นางคือสตรีที่เดินเคียงคู่กับคนรักเก่าของท่านแม่ที่ย่านการค้านั่นเอง


    "ท่านยังไม่ตัดใจอีกรึ ตอนแรกข้าก็ไม่คิดจะสนใจเรื่องอดีตของท่านแล้ว แต่ในเมื่อนางมาถึงที่นี่ด้วยตัวเอง ท่านก็ควรที่จะตัดสินใจทุกอย่างเสียที"


    บุรุษผู้นั้นได้แต่นิ่งเงียบ ไม่ช้าก็กำมือแน่น "ข้า ข้าตัดสินใจเรื่องนี้ไปนานแล้วอี๋นั่ว ใช่ข้าตัดสินใจไปนานแล้วที่จะทิ้งนาง เจ้าก็รู้ว่าข้าเลือกเจ้า เจ้าคนเดียงเท่านั้น ไม่มีอดีตใดๆ รั้งข้าได้"


    "แล้วเหตุใดท่านจึงเป็นเช่นนี้ ท่านพี่ข้าไม่ใช่คนโง่ ที่ย่านการค้าไม่ใช่ข้าไม่เห็นสิ่งที่ท่านกระทำ" คำพูดของนางทำให้เฉียวเฟิงรู้เรื่องราวต่างๆ ได้ในทันที สตรีนางนี้นางไม่ธรรมดา นางรู้จักพูดและมีปัญญาไม่น้อย


    "งั้นรึ... แล้วเจ้าจะให้ข้าทำเช่นไร"


    "ฆ่านางซะหรือไม่ก็ทิ้งทุกอย่างที่มีตอนนี้ ทิ้งข้ากับลูกของเราไปใช้ชีวิตกับนางนั่น และก็เด็กหนุ่มนั้นที่อยู่ข้างๆ นาง นั่นเป็นลูกของท่านรึ มันช่างดูน่าสงสารยิ่งนัก"


    เมื่อบุรุษได้ยินคำนี้มันก็มีท่าทีตกใจเล็กน้อยก่อนจะทำท่าทีครุ่นคิดก่อนจะรีบตอบกลับ "นั่นไม่ใช่ลูกของข้ากับนางแน่นอน"


    "ฮะฮาฮา ท่านพี่สตรีรักเก่าของท่าน นางคงต้องมีชีวิตที่ยากลำบากมากสินะ เมื่อขาดท่าน คงต้องใช้ร่างกายทำงานอย่างหนัก บ้างทีอาจจะเป็นงานอย่าง...เช่น..." นางพูดลากเสียงและมองจิกไปที่บุรุษตรงหน้า และพูดอีกประโยคที่ขาดไปด้วยความโกรธ "งานชั้นต่ำของสตรี นางโสเภณีที่มีราคี"


    บุรุษผู้นั้นมันได้แต่ยืนนิ่งไม่ตอบสิ่งใด ราวกับว่าตัวเองไร้ซึ่งอำนาจใดๆ ในสถานที่แห่งนี้ เฉียวเฟิงมองลงไปและได้ยินทุกเรื่องราวอย่างละเอียดคนรักเก่าของท่านแม่ของมัน มันผู้นี้ได้เลือกจะทอดทิ้งท่านแม่เพื่ออำนาจวาสนา และได้มาแต่งงานอยู่กินกับสตรีตระกูลใหญ่ที่มีฐานะ ช่างน่าสงสารท่านแม่ของตัวมันยิ่งนัก


    ที่ได้แต่งงานกับบุรุษไร้น้ำใจเช่นนี้ ภายนอกก็ดูสง่างาม หล่อเหลาสมบุรุษอยู่หรอก แต่เส้นทางชีวิตที่มันผู้นี้เลือกเดินนั้น กลับเป็นเส้นทางที่เต็มไปด้วยความน่าละอายใจ และผิดบาปต่อสตรีผู้หนึ่ง นอกจากนั้นอาจจะยังผิดต่อมารดาที่จากไปของตัวมันอีกด้วย เฉียวเฟิงจำได้ถึงคำบอกเล่าของท่านแม่เกี่ยวกับท่านย่าของตัวมัน ที่ท่านแม่ดูแลนางจนสิ้นชีวิต


    ทำให้ตอนนี้เฉียวเฟิงได้แต่สมเพชบุรุษตรงหน้าผู้นี้


    "ตอนนี้ท่านไม่ต้องคิดอะไรแล้วข้าได้ตัดสินใจทุกอย่างแทนท่านแล้ว ข้าได้สั่งให้คนของข้าไปเล่นสนุกกับนางเล็กน้อยก่อนที่จะปลิดชีพนางเสีย นางดูงดงามไม่น้อยจริงๆ สามีข้า ท่านช่างตาถึงในการเลือกสตรีตบแต่ง คิกคิก" สีหน้าของนางเวลาที่พูดนั้นดูช่างเต็มไปด้วยความสุข หากแต่มันกลับดูน่ารังเกียจเหลือเกินในสายตาของเฉียวเฟิง


    ไม่ช้าเมื่อเฉียวเฟิงได้ยินดังนี้มันก็รู้สึกสุดทน


    หากสตรีนางนี้เพียงแค่หาทางขับไล่ท่านแม่และตัวเฉียวเฟิง


    ตัวเฉียวเฟิงมันจะไม่ทำการใดๆ เพียงต่างคนต่างอยู่ หรืออย่างมากอาจจะเพียงสั่งสอนไอ้บุรุษไร้หัวใจนี้บ้างก็เท่านั้น


    แต่สตรีนางนี้กลับแสดงจิตใจโหดเหี้ยมอำมหิต เพียงเพราะท่านแม่ของตัวมันเป็นคนรักเก่าของสามีรักของนาง


    นางกลับตัดสินใจลงมือฆ่าผู้อื่นได้โดยง่ายเช่นนี้ ช่างเป็นสตรีที่โหดร้ายและเหี้ยมยิ่ง


    เพราะในการสังหารนางยังเลือกใช้วิธีที่โหดเหี้ยมอำมหิตต่อสตรีเพศด้วยกัน เลือกทำลายเกียรติของสตรี ไม่ใช่แค่เพียงการฆ่า


    หากชีวิตเก่าก่อนของจ้าวหมื่นมารรู้ว่ามารดาของตัวมันถูกผู้อื่นฆ่าตายด้วยวิธีต่ำช้าเช่นนี้ ความโศกเศร้าของจ้าวหมื่นมารจะมีเพียงไรเฉียวเฟิงขบคิด…


    หาก แต่ ณ ตอนนี้สตรีชั่วช้าผู้นี้นางมิได้รู้ตัวเลยว่า ด้วยคำพูดไม่กี่คำของนางนั้น ได้ทำให้ชีวิตของนางได้ถึงที่สุดแล้ว...


    เฉียวเฟิงยืนนิ่งและฟังเรื่องราวต่ออย่างไร้กังวลนั่นเพราะที่บ้านของมันตอนนี้มีพานลี่อยู่แล้วทั้งคน ณ ที่ตรงหน้า


    เฉียวเฟิงดูจากศักยภาพของสตรีผู้นี้แล้วคงได้แต่ส่งคนที่มีความสามารถได้อย่างมากก็แค่ผู้มีฝีมือระดับขั้นสูง อย่างมากเต็มที่ที่สุดก็ระดับนักรบขั้นต้น ไม่ถึงระดับนักรบขั้นสูงแน่นอน


    เพราะแม้แต่บุรุษตรงหน้าของเฉียวเฟิง มันก็เป็นเพียงระดับนักรบขั้น 9 ซึ่งน่าจะไม่มีปัญหาสำหรับพานลี่เฉียวเฟิงมันคิด


    "ข้าไม่ได้รักนางแล้ว เจ้าอยากจะทำอย่างไรก็เชิญ"


    บุรุษใจทรามกล่าวจบ สตรีใจทรามก็หัวเราะ


    "ฮะฮาฮะฮาฮ่า ก็ดีที่ท่านคิดได้ว่าต้องเลือกใคร ชีวิตของท่านเป็นของข้าตั้งแต่ 18 ปีที่แล้ว...แล้ว จากคนติดตามคุ้มกันธรรมดา ถ้าไม่ใช่ข้าท่านจะมีชีวิตที่ดีอย่างทุกวันนี้รึ... อย่าให้ข้าเห็นท่านทำหน้าแบบวันนี้อีก หน้าตาที่บอกว่าท่านนั้นรักใครมากกว่าข้า" นางตะโกนพูดใส่หน้าบุรุษ


    สิ้นเสียงคำพูดของนาง ในค่ำคืนราตรีที่มีแสงจันทราส่องสว่างและหมู่ดาวดารารายล้อมทั่วท้องนภาเช่นนี้ ร่างของเด็กหนุ่มที่เต็มไปด้วยผ้าพันแผลค่อยๆ ปรากฏ มันลอยตัวลงมาอย่างช้าๆ พร้อมกับคำพูด...


    คล้ายกับเรื่องระบบสังหารเทพ ภาค นรกไร้สิ้นสุด ที่คุณอ่าน