“หากมิใช่จอมมารกลับชาติมาเกิดไหนเลยจะมีวรยุทธร้ายกาจถึงเพียงนี้ได้!”
“พวกเราต้องหาทางกีดกันนางออกไป”
“หากปล่อยไว้เช่นนี้สักวันหัวหน้าต้องโดนนางยึดอำนาจแน่!”
เหล่าสมุนและอากู้นั่งกระซิบปรึกษากันอย่างจริงจัง หลังจากที่พวกมันเห็นความร้ายกาจของวิชากระบี่ปีศาจที่นางใช้แล้วพวกมันทุกคนล้วนมิกล้าปริปากเอ่ยวาจาใดออกมาอีกและหลังจากถูกถูกขู่ฆ่าล้างตระกูลก็ไม่มีผู้ใดกล้าขัดขืนนางอีกต่อไปนั่นเพราะครอบครัวของพวกมันล้วนปักหลักอยู่ที่เมืองหลี่แห่งนี้
“ยังพอมีทางอยู่นะขอรับ”
ชายผู้หนึ่งที่ดูฉลาดที่สุดกล่าวออกมามันชื่อว่าอาไห่ ทุกคนล้วนตั้งใจฟัง
“มีคำสั่งลับประการหนึ่งที่พวกเราไม่เคยใช้ยามคับขันเข้าตาจน หากใช้คำสั่งลับนั้นออกไปผู้ตรวจการณ์ของสมาพันธ์ตีดาบจะต้องมาที่นี่แน่ถึงตอนนั้นพวกเราก็จะสามารถช่วยหัวหน้าได้”
“จริงสิ! มีคำสั่งลับนั้นอยู่จริงๆ”
เวลานี้พวกมันเริ่มมีความหวังขึ้นมาบ้างแล้ว
“งั้นเช่นนี้พวกเราเพียงแค่ขัดขวางนางมารน้อยไว้มิให้ใกล้ชิดกับหัวหน้ามากเกินไปก็พอหลังจากส่งข่าวขอความช่วยเหลือไปแล้ว นางต้องไม่รอดแน่”
ชายผู้ที่เป็สมุนหน้าใหม่สุดนามว่าอาเฉิงกลับทำหน้างงก่อนจะถามขึ้นว่า “คำสั่งลับอะไรรึขอรับ?”
อากู้เห็นคนทำหน้างงจึงอธิบายขึ้นว่า“มันเคยมีเหตุการณ์ที่หัวหน้าสาขาถูกโจมตีและอยู่ในภาวะคับขันมิอาจออกคำสั่งเองได้ดังนั้นสมาพันธ์ตีดาบจึงมอบคำสั่งลับให้แก่ผู้าุโในสำนักหากมีเื่อันใดเกี่ยวพันร้ายแรงถึงหัวหน้าสาขาให้แจ้งแก่สมาพันธ์ตีดาบโดยตรงพวกเขาจะส่งคนมาช่วยจัดการเื่นี้ให้”
“หมายความว่าพวกเขาจะส่งจอมยุทธ์ขั้นสูงมารึขอรับ”
“ไม่หรอกท่านโจวชางนั้นถือเป็บุคคลสำคัญของสมาพันธ์ตีดาบ หากมิใช่ส่งระดับปรมาจารย์มาก็คงต้องเป็ดาบมารมาด้วยตนเองแล้ว!”
ใบหน้าของทุกคนเริ่มมีความหวังขึ้นมาทันที
“ดังนั้นเพื่อมิให้นางล่อลวงหัวหน้าได้สำเร็จพวกเราจะต้องวางแผนอย่างแยบยลกีดกันนางมารน้อยออกไปให้ได้มากที่สุดจนกว่าพวกเขาจะมาช่วย ความหวังของตรอกดาบเมืองหลี่อยู่ที่พวกเราแล้ว”
พวกมันพยักหน้าพร้อมกันอย่างเห็นด้วย
“แล้วทำไมพวกเราไม่เตือนหัวหน้าตรงๆไปเลยเล่าขอรับหากจะให้เชื่อพวกเรากับเ้าเด็กนั่นอย่างไรหัวหน้าก็ต้องเชื่อพวกเราแน่ๆ”
“เ้าโง่หากทำเช่นนั้นแล้วจะมีความหมายอันใด หากนางเกิดคลั่งขึ้นมามิใช่ว่าครอบครัวเ้าจะถูกฆ่าล้างตระกูลรึ”
คนฟังถึงกับกลืนน้ำลายเอือก
“เช่นนั้น พวกเราจะแกล้งทำดีกับนางไปก่อนอย่าได้เผยพิรุธใดๆ พวกเราเพียงแค่ต้องรอเวลา”
“เอาหละงั้นทำอย่าไรก็ได้มิให้หัวหน้าถูกนางล่อลวงข้าจะออกคำสั่งปลอมให้หัวหน้าต้องไปต่างอำเภอดีรึไม่เช่นนั้นคงจะเว้นระยะห่างของทั้งสองได้”
“ดี! ดี!” “ตกลงตามนี้”
ตุบ! ตุบ! ตุบ!
ในตอนนั้นเองที่มีเสียงคนสองคนเดินลงบันใดมา พวกมันล้วนหันมองตามเสียง
“เสี่ยวเยว่ หากเ้าอยากกินสิ่งใดเ้าบอกพ่อบุญธรรมได้เลยนะ”
“เ้าค่า ท่านพ่อ ^o^”
ภายในเวลาหนึ่งก้านธูปที่พวกมันคุยกันทั้งสองก็กลายเป็พ่อลูกกันไปเสียแล้ว....
......................
“ท่านพ่อบุญธรรมเ้าคะข้ายังต้องกลับไปที่ตระกูลเพื่อเตรียมตัวอีกซักพัก หลังจากนั้นข้าจะกลับมาดูแลท่านดีรึไม่” เด็กน้อยพูดพลางทำสายตาละห้อย
“เอาเถอะเสี่ยวเยว่เ้าไปจัดการเื่ของเ้าทั้งหมดเสียเถิดคนในตรอกดาบมีกฎห้ามยุ่งกับพวกตระกูลขุนนาง หากเ้าไม่สามารถปลีกตัวออกมาได้จริงๆข้าจะส่งคนไปซื้อตัวเ้าออกมา”
“ข้าขอพูดอะไรบางอย่างได้รึไม่!”เด็กน้อยทำหน้าเหมือนจะร้องไห้
“ตระกูลเฟิงไม่มีทางปล่อยตัวข้าออกมาแน่ทางที่ดีท่านพ่อบุญธรรมเอาทองมาให้ข้าสักหนึ่งถุง ข้าจะไปไถ่ตัวข้าเอง”
โจวชางได้แต่ซับน้ำตาตนเอง“เอานี่ไปหากไม่พอข้าจะขายกิจการทั้งหมดเพื่อเ้า!”มันหยิบถุงเงินขนาดใหญ่ให้นางโดยง่ายดาย
เด็กน้อยคำนับแก่โจวชางอยู่หลายครั้งในที่สุดนางก็จากมา....
หลังจากข้าได้รับโจวชางเป็พ่อบุญธรรมข้าก็ตัดสินใจที่จะเดินเที่ยวชมรอบเมืองซักรอบโดยเฉพาะบริเวณตรอกดาบทั้งสิบสามตรอก ดูเหมือนว่าทุกตรอกจะทำรายได้ได้อย่างมหาศาล ข้าคิดว่าหลังจากที่ข้าฮุบกิจการตรอกดาบทั้งหมดข้าจะมีรากฐานรายได้ที่มั่นคงไปตลอดชีวิตและนั่นจะเป็เงินทุนในการยึดครองยุทธภพของข้า
เมืองหลี่นั้นถือเป็เมืองเล็กๆที่อยู่ขอบเขตชายแดนใต้สุดของแคว้นเยี่ยนสถานที่แห่งนี้นับเป็สถานที่ซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าจำพวกอาวุธและชุดเกราะตรอกดาบเมืองหลี่เลื่องใช่ในด้านผลิตอาวุธระดับสุดยอด สำหรับโจวชางแล้วมันผู้นั้นสามารถตีอาวุธระดับสุดยอดออกมาได้หลายชิ้นและในอนาคตมันจะสามารถตีอาวุธระดับตำนานออกมาได้ชิ้นหนึ่ง เลื่องลือไปทั้งแผ่นดิน
ข้าเดินเตร็ดเตร่ไปเรื่อยตามท้องตลาดเจอนักสู้ยอดฝีมือมากมายกำลังแสดงวิชาดาบของตน แต่ละคนล้วนฝึกฝนมาอย่างช่ำชองพวกมันเ่าั้ล้วนเดินทางมาที่ตรอกดาบเพื่อขายตัวเข้าตระกูลใหญ่นี่คือวิถีของชาวยุทธในสมัยนั้น
ข้าเดินมาจนถึงลานฝึกยุทธแห่งหนึ่งที่ด้านหน้าถูกลายล้อมด้วยอันธพาลนับสิบที่ตรงกลางกลับปรากฏชายผู้หนึ่งกำลังสู้กับพวกมันอย่างเอาเป็เอาตาย
“เข้ามา!!!” ชายผู้นั้นะโลั่นพลางกระโจนเข้าใส่เหล่าอันธพาลมันเหวี่ยงหมัดมั่วซั่วอย่างน่าขบขันดูเหมือนว่าอันธพาลเ่าั้จะมีฝีมือไม่ธรรมดาเลยพวกมันเพียงถอยหลังกลับไปคนละก้าวก็สามารถหลบการโจมตีของชายผู้นั้นได้
‘นั่นมิใช่เ้าติงต๊องรึ’
เด็กน้อยจำชายคนนั้นได้อย่างแม่นยำนางะโขึ้นบนหลังคาด้วยฝีเท้าอันแ่เบาพร้อมกันนั้นก็เอาขนมลูกพรัมเชื่อมออกมานั่งกินตอนชมดู
ชายที่ถูกเรียกว่าเ้าติงต๊องพุ่งเข้าต่อสู้อย่างเอาจริงเอาจังตัวมันล้มคะมำและถูกทุบตีอยู่หลายครั้ง แต่มันก็ไม่มีท่าทีว่าจะถอยแม้แต่ก้าวเดียว
‘เืท่วมขนาดนั้นแล้ว ยังจะสู้อีกรึ’ เด็กน้อยมองเ้าติงต๊องพร้อมกับรอยยิ้มนางกลับนึกถึงใครบางคนในอดีตชาติของนางขึ้นมา
เด็กน้อยมองดูอยู่พักใหญ่นางรอดูจะกระทั่งมีคนผู้หนึ่งปรากฏตัวขึ้น!