Gustonya Undodead ราชันจอมเขมือบ

บทที่ 662 ตระกูลอันดูวเดธที่แข็งกร้าว

ตระกูลอันดูวเดธที่แข็งกร้าว

 

            การกลับมาของกัสและร่างญาณศักดิ์สิทธิ์ นำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

            ประดุจคลื่นยักษ์ที่ซัดสาด กวาดทำลายทุกสรรพสิ่งจนพินาศสิ้น กวาดทำลายทุกความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นก่อนหน้า กวาดผ่านสถานการณ์ที่ซับซ้อน ผ่านความขัดแย้งระหว่างตระกูลใหญ่น้อย ส่งผลให้สถานการณ์ในปัจจุบันหยุดนิ่งไปชั่วขณะ

            ทุกหนทุกแห่งที่ข่าวการกลับมาของกัสแพร่กระจายไปถึง ล้วนแต่เกิดสภาวะชะงักงันกันถ้วนหน้า ทั้งนี้ก็เพราะชื่อเสียงของกัสในปัจจุบันโด่งดังมากเกินไป

            พร้อมๆ กับชื่อเสียงที่แพร่กระจายไป ความเข้าใจที่ทุกคนมีต่อกัสเองก็เพิ่มสูงขึ้นด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะนิสัยของกัส ส่งผลให้ทุกฝ่ายพากันคาดเดาถึงผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นหลังจากที่กัสกลับมา

            ผลลัพธ์ที่มีความเป็นไปได้สูงที่สุดหากคาดเดาจากนิสัยใจคอของกัสคือ การกวาดล้างครั้งใหญ่

            ทุกตระกูลที่มีส่วนร่วมในการต่อสู้ที่ผ่านมาจึงพากันหยุดนิ่งเพื่อเฝ้าดูท่าทีของกัส

            หลายตระกูลเฝ้ามองด้วยความตื่นเต้นยินดี รอคอยให้สถานการณ์บนทวีปเปลี่ยนแปลงไป รอการเปลี่ยนผ่านของขั้วอำนาจจากการต่อสู้ครั้งใหญ่

            ขณะที่หลายตระกูลเฝ้ามองด้วยความหวาดหวั่น หวาดกลัวว่ากัสจะมาล้างแค้นพวกมันที่มีส่วนร่วมในสงครามอาณาจักรเทพธิดา

            เมื่อทุกฝ่ายหยุดนิ่งและเฝ้าดูความเปลี่ยนแปลง สถานการณ์ในปัจจุบันจึงสงบลง ราวกับช่วงเวลาสงบก่อนเกิดพายุ เป็นความสงบที่แฝงไว้ด้วยแรงกดดันอันหนักหน่วง

            ทว่ากัสที่เพิ่งจะกลับมานั้นไม่ได้สนใจความเปลี่ยนแปลงนี้เลย ทันทีที่กัสกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ กัสก็ตัดสินใจแสดงอำนาจของตัวเองก่อนครั้งหนึ่ง

            เป้าหมายแรกที่กัสไปจึงไม่ใช่ตระกูลของเขา หากแต่เป็นตระกูลสตีลคริฟฟ์ที่เป็นเหมือนศัตรูคนสำคัญ

            แต่เมื่อไปถึงตระกูลสตีลคริฟฟ์กัสก็ต้องผิดหวังเมื่อพบว่าตระกูลสตีลคริฟฟ์ตกอยู่ในสภาพที่เกือบจะล่มสลายแล้ว ความคิดทั้งหมดที่คิดเอาไว้ จึงพังทลายลงในวินาทีนั้น สร้างความผิดหวังให้กับกัสเป็นที่สุด

            ทว่าไม่นานนักกัสก็ได้สติและประกาศกร้าวออกมาด้วยความเผด็จการ ประดุจทรราชผู้ทรงอำนาจ

            “จะยอมสยบหรือตาย!!!”

            สิ้นเสียงประกาศกร้าวอันแสนสั้น บรรยากาศภายในตระกูลสตีลคริฟฟ์ก็ดิ่งลงในพริบตา สีหน้าของผู้คนในตระกูลแปรเปลี่ยนเป็นสิ้นหวัง

            ยิ่งตอนที่กัสคว้ากระบี่หนักมาไว้ในมือและอัดพลังลงไป จนกระบี่ส่งเสียงคำรามกึกก้องและปลดปล่อยพลังเทพที่พวกมันคุ้นเคยออกมา สีหน้าของพวกมันก็ยิ่งสิ้นหวัง อีกทั้งยังเต็มไปด้วยความขมขื่น

            ไม่ว่าใครก็คงไม่คิดว่าวันหนึ่งบรรพชนที่เป็นเสาหลักของตระกูลจะกลับมาในสภาพของศาสตราวุธในมือของศัตรู อีกทั้งยังถูกใช้เพื่อข่มขู่พวกมันที่เป็นลูกหลาน

            เหล่าผู้อาวุโสที่เหลืออยู่น้อยนิดต่างพากันกัดฟันด้วยความขมขื่น พวกมันจ้องมองกัสที่ลอยตัวอยู่เหนือตระกูลด้วยสีหน้าซับซ้อน ก่อนจะกลายเป็นความสิ้นหวังและความพ่ายแพ้

            “พวกเราตระกูลสตีลคริฟฟ์ขอสวามิภักดิ์ต่อท่าน!!”

            เมื่อผู้นำตระกูลในปัจจุบันยอมสวามิภักดิ์ ลูกหลานของตระกูลสตีลคริฟฟ์ก็หมดสิ้นความหวัง พวกมันจึงพากันคุกเข่าลงด้วยความขมขื่นและเอ่ยคำพูดที่คล้ายๆ กันออกมา

            ไม่นานนักผลลัพธ์ของการยึดครองก็ปรากฏ กัสจึงประกาศกร้าวออกมาอีกครั้ง พร้อมทั้งกวาดตามองไปรอบทิศทาง มองผ่านตระกูลใหญ่น้อยที่โอบล้อมตระกูลสตีลคริฟฟ์เอาไว้ตรงกลาง

            “ดี!! นับจากวันนี้ตระกูลสตีลคริฟฟ์คือตระกูลใต้อาณัติของตระกูลอันดูวเดธ!! ทุกสิ่งของตระกูลสตีลคริฟฟ์คือทรัพย์สินของตระกูลอันดูวเดธ!! และข้า..หวังว่าจะไม่มีใครเข้ามาวุ่นวายกับทรัพย์สินของตระกูลข้า!!”

            สิ้นเสียงประกาศกร้าวของกัส ผู้คนในตระกูลสตีลคริฟฟ์ก็สั่นสะท้านขึ้นมา สีหน้าของพวกมันเต็มไปด้วยความสับสนเพราะพวกมันสัมผัสได้ถึงเจตนาที่จะปกป้องจากคำพูดของกัส

            ทว่าไม่นานนักความสับสนของพวกมันก็หมดไปและถูกแทนที่ด้วยความขมขื่นในจิตใจ พวกมันตระหนักได้ในที่สุดว่าการปกป้องนั้น เป็นเพียงการปกป้องที่มีต่อทรัพย์สินของตัวเองเท่านั้น

            แต่ถึงจะรู้สึกขมขื่นเพียงใด พวกมันก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาเบาๆ ด้วยความโล่งใจ เพราะในที่สุดพวกมันก็ได้รับการปกป้อง ได้รับความสงบอีกครั้ง

            แม้ว่าความสงบนี้จะมาในรูปแบบที่พวกมันไม่อยากยอมรับ ทว่าพวกมันก็ไม่อาจปฏิเสธได้ ตราบใดที่พวกมันยังต้องการมีชีวิตอยู่ต่อไป พวกมันก็ต้องอดทนต่อความอัปยศในครั้งนี้

            นับจากวันนั้นความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในตระกูลสตีลคริฟฟ์ก็หมดไป ตระกูลใหญ่น้อยที่เข้ามายึดครองพื้นที่ของตระกูลสตีลคริฟฟ์ยังคงนิ่งเฉย

            แม้จะมีไม่น้อยที่ตัดสินใจถอนตัวจากไปเพราะไม่ต้องการสร้างความขัดแย้งกับกัส แต่ก็มีอีกหลายตระกูลที่ไม่สนใจเรื่องนี้เพราะถือดีว่าพวกมันยึดครองพื้นที่มาอย่างชอบธรรม

            ความถือดีของพวกมันนั้นแฝงไว้ด้วยความลังเลใจและความคิดที่จะฉวยโอกาสสร้างความสัมพันธ์กับกัสและตระกูลอันดูวเดธ

            ตระกูลใหญ่น้อยที่ยังเหลืออยู่ เกือบทั้งหมดล้วนมีแผนการของพวกมัน

            ทว่าพวกมันก็ต้องผิดหวังเพราะหลังจากการประกาศกร้าวในครั้งนั้น กัสก็ไม่ได้ให้ความสนใจกับตระกูลสตีลคริฟฟ์อีกเลย คนของตระกูลอันดูวเดธก็ไม่ได้มีท่าทีที่จะเรียกร้องดินแดนหรือทรัพยากรของตระกูลสตีลคริฟฟ์ที่ถูกแย่งชิงไปกลับมาแต่อย่างใด

            ด้วยเหตุนี้ตระกูลที่เลือกที่จะถอนตัวออกไปจึงบังเกิดความผิดหวัง ขณะที่ตระกูลที่ยังอยู่ต่อก็บังเกิดความผิดหวังเช่นกัน เพียงแต่ความผิดหวังของพวกมันนั้นยังแฝงไว้ด้วยความยินดีที่พวกมันเลือกได้ถูกต้อง

            ทว่าความยินดีของพวกมันก็ดำรงอยู่ได้ไม่นานนักเพราะหลังจากกัสพักผ่อนอย่างสุขสำราญจนพอใจแล้ว เขาก็เริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง

            การเคลื่อนไหวในครั้งนี้สร้างความแตกตื่นให้กับผู้คนในทวีปมากยิ่งกว่าครั้งไหนๆ เพราะสิ่งที่กัสทำในครั้งนี้ คือสิ่งที่ตระกูลอันดูวเดธไม่เคยกระทำมาก่อน

            นั่นคือการ ‘แสดง’ อำนาจด้วยการยึดครองตระกูลอื่น การต่อสู้แย่งชิงดินแดน แย่งชิงทรัพยากร ประกาศกร้าวเพื่อปกครอง ยึดครองตระกูลใหญ่น้อยที่เป็นศัตรูทั้งหมด

            การกระทำของกัสเต็มไปด้วยความดุร้ายและอหังการ ไม่มีความเมตตาใดๆ ต่อศัตรู ไม่ว่าใครขอเพียงเคยสร้างความขัดแย้งกับตระกูลอันดูวเดธ เคยมีส่วนร่วมในการโจมตีตระกูล

            ไม่ว่าจะในอดีตหรือปัจจุบัน ล้วนถูกนำกลับมาคิดบัญชีทั้งหมด ส่งผลให้ตระกูลมากมายที่เคยฉวยโอกาสลงมือกับตระกูลอันดูวเดธในช่วงเวลาที่อ่อนแอต้องพบเจอกับหายนะ

            มีหลายตระกูลที่พยายามต่อต้านและจบลงที่ความพินาศสิ้นทั้งตระกูลก็มีอยู่ ส่งผลให้การต่อต้านเริ่มอ่อนแรงลง

            การยึดครองดำเนินไปอย่างราบรื่น ขนาดของอาณาจักรเทพธิดาก็ขยายตัวขึ้นอย่างน่ากลัว การอพยพเคลื่อนย้ายถิ่นฐานของประชากรเกิดขึ้นมากมาย

            ตามมาด้วยการหลั่งไหลของทรัพยากรจำนวนมหาศาลที่ถูกส่งมาจากตระกูลที่ถูกยึดครอง

            นานวันเข้าสถานะของกัสในสายตาของผู้คนในทวีปก็ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไป ชื่อเสียงที่ถูกเรียกก็เปลี่ยนไป

            จากเดิมที่เรียกกัสโดยตรง หรือสมญานามที่น้อยคนนักจะเรียกขานอย่าง ‘อสูรเทวะกลืนตะวัน’ ก็กลายเป็นสมญานามที่ถูกเรียกด้วยความหวาดกลัวปนนับถือว่า

            “เทพเจ้าจักรพรรดิ”

            สาเหตุที่กัสถูกเรียกด้วยสมญานามนี้ก็เพราะวิธีการที่เผด็จการของกัส การใช้กำลังอำนาจประดุจทรราชของเขา รวมไปถึงความโหดร้ายต่อศัตรูที่ทำให้ศัตรูต้องยอมสยบด้วยความหวาดกลัว

            ชื่อเสียงในฐานะของเทพเจ้าจักรพรรดิจึงเริ่มโด่งดังและถูกเรียกขานร่วมกับท่านหญิงไอโกะที่มีสมญานามว่าเทพธิดาจักรพรรดินี

            กล่าวได้ว่าเป็นการจับคู่ที่สมบูรณ์แบบ นอกจากนั้นความสัมพันธ์ของทั้งสอง นับวันก็ยิ่งเป็นที่รู้จัก ทำให้สมญานามนี้ถูกเรียกขานบ่อยขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็น ‘ฐานะ’ ที่ได้รับการรับรองกลายๆ

            อาณาจักรเทพธิดาก็แทบจะกลายสภาพเป็น ‘จักรวรรดิ’ ขาดเพียงการปฏิรูปการปกครองเพื่อยกกัสขึ้นเป็นจักรพรรดิโดยชอบธรรมเท่านั้น

            ทว่ากัสไม่มีความสนใจที่จะขึ้นเป็นจักรพรรดิ นอกจากนั้นอาณาจักรเทพธิดาก็มีราชวงศ์ ‘เมย์เฟียร์’ ปกครองอยู่แล้ว

            และที่สำคัญที่สุดคือ ราชวงศ์เมย์เฟียร์นั้นเป็นราชวงศ์ที่ก่อตั้งขึ้นจากสายเลือดของตระกูลอันดูวเดธด้วยเช่นกัน จึงกล่าวได้ว่าราชวงศ์เมย์เฟียร์เป็นเครือญาติของตระกูลอันดูวเดธ

            กัสจึงไม่มีเหตุผลที่เขาจะต้องแย่งชิงการปกครองจากราชวงศ์เมย์เฟียร์มาเป็นของตน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงนิสัยของกัสที่เกลียดความวุ่นวาย เขาย่อมไม่มีวันเป็นจักรพรรดิผู้ปกครองจักรวรรดิอย่างแน่นอน

            แต่การที่กัสไม่ต้องการ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีคนต้องการให้เขาเป็นจักรพรรดิ

            ไม่ว่าจะเป็นพลังอำนาจอันยิ่งใหญ่ นิสัยใจคอที่เด็ดขาดและแนวคิดที่ต่างจากคนส่วนใหญ่ในตระกูลอันดูวเดธ

            ไม่ว่าจะเป็นด้านไหน กัสก็มีความเหมาะสมที่จะเป็นจักรพรรดิเป็นอย่างมาก จึงมีคนกลุ่มหนึ่งเริ่มผลักดันกัสให้กลายเป็นจักรพรรดิและยกระดับอาณาจักรให้กลายเป็นจักรวรรดิ

            คนกลุ่มนี้มาจากราชวงศ์เมย์เฟียร์ เป็นกลุ่มคนที่สนับสนุนสงคราม เป็นกลุ่มหัวรุนแรงที่หาได้ยากในราชวงศ์เมย์เฟียร์ซึ่งมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับตระกูลอันดูวเดธ

            คนประเภทนี้มีไม่มากนักในราชวงศ์และยังมีน้อยยิ่งกว่าในตระกูลอันดูวเดธ

            แต่ถึงจะมีน้อย ก็ยังนับว่ามีอยู่หลายคนและเป็นขุมกำลังที่ค่อนข้างจะแข็งแกร่งกลุ่มหนึ่งในราชวงศ์อีกทั้งยังมีอิทธิพลค่อนข้างมาก เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีความทะเยอทะยานสูงจึงมีการเคลื่อนไหวเกิดขึ้นบ่อยครั้ง

            โดยเฉพาะในช่วงหลังๆ ที่กัสเริ่มแสดงความแข็งกร้าวออกมา คนกลุ่มนี้ก็มักจะเป็นกลุ่มแรกที่ตอบสนองต่อคำสั่งของกัส จึงทำให้กลุ่มหัวรุนแรงเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วและมีอิทธิพลสูงขึ้นไม่มีหยุด

            ทว่าปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนกลุ่มนี้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วนั้น มาจากวิกฤติที่เพิ่งจะผ่านพ้นไปของตระกูลอันดูวเดธ

            วิกฤติในครั้งนั้นสร้างแรงกระตุ้นให้กับตระกูลอันดูวเดธเป็นอย่างมาก จนทำให้นิสัยใจคอของคนส่วนใหญ่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะคนที่ต้องสูญเสียบุคคลสำคัญในครอบครัว

            ความอ่อนโยนมีเมตตาจึงเริ่มเปลี่ยนแปลงไป กลายเป็นความดุร้ายและเมื่อมีการสนับสนุนจากกัสที่เป็นว่าที่บรรพชนของตระกูล รวมกับการสนับสนุนจากคนกลุ่มหัวรุนแรง

            ความเปลี่ยนแปลงก็ยิ่งรุนแรงขึ้น ส่งผลให้ขนาดของกลุ่มหัวรุนแรงขยายตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา

            การขยายตัวของกลุ่มหัวรุนแรงนั้น ได้ระเบิดขึ้นในช่วงที่กัสกลับมาหลังจากกลายเป็นเทพเจ้าที่แท้จริง จึงทำให้คนกลุ่มนี้มองกัสเป็นผู้นำของกลุ่ม เป็นดังพระเจ้าที่คอยชี้นำพวกมัน จนเกิดเป็นแรงผลักดันอย่างลับๆ ขึ้น

            กัสนั้นไม่ได้สนใจเรื่องนี้มากนัก แต่ก็ใช่ว่าจะไม่ได้สังเกตเห็นคนกลุ่มนี้เสียทีเดียว เพียงแต่กัสเองก็มีด้านที่ดุร้ายของเผ่าอสูรอยู่ เขาจึงไม่ต่อต้านแนวคิดของกลุ่มหัวรุนแรงมากนัก

            แต่เพราะเขายืนอยู่ในฐานะว่าที่บรรพชน เขาจึงไม่สามารถแสดงออกอย่างโจ่งแจ้งเพื่อสนับสนุนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมากเกินไปได้

            กัสจึงเฝ้ามองอยู่เงียบๆ โดยให้ความสนใจเพียงเล็กน้อย ไม่ผลักดัน ไม่ต่อต้าน ทว่าบ่อยครั้งที่เขามักจะแสดงออกในเชิงที่แข็งกร้าว จนกลายเป็นการสนับสนุนคนกลุ่มนี้ไปโดยไม่ได้ตั้งใจ

            ส่งผลให้กลุ่มหัวรุนแรงในตระกูลและราชวงศ์เมย์เฟียร์เริ่มมีอิทธิพลสูงขึ้นเนื่องจากการกระทำของกัส

            กัสอาจจะไม่สนับสนุนและไม่ต่อต้าน แต่เพราะความแข็งกร้าวของเขา ทำให้มุมมองของคนส่วนใหญ่ในตระกูลมองว่าเขาสนับสนุนคนกลุ่มนี้

            ผลลัพธ์หลังจากนั้นจึงทำให้การขยายตัวของตระกูลอันดูวเดธเปลี่ยนเป็นดุร้ายขึ้น แข็งกร้าวขึ้น การต่อสู้จึงเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว ความสูญเสียจึงเกิดขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้

            แต่ผลลัพธ์ของการต่อสู้ก็นำมาซึ่งความแข็งแกร่งที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้ภาพลักษณ์ที่อ่อนโยนมีเมตตาของตระกูลอันดูวเดธเริ่มจางหายไป ความหวาดกลัวที่คนนอกมีต่อตระกูลอันดูวเดธก็เริ่มกลับมาอีกครั้ง

            ซึ่งครั้งนี้แม้กัสจะไม่ได้ออกมาแสดงอำนาจของเขา แต่คนนอกก็เริ่มกลับมาให้ความเคารพและหวาดกลัวต่อตระกูลอันดูวเดธอีกครั้ง

            ทว่าหลังจากผ่านไปหลายปี การขยายตัวของตระกูลอันดูวเดธก็เริ่มเผชิญกับแรงต้าน เนื่องจากตระกูลใหญ่ที่มีความแข็งแกร่งในระดับเดียวกันได้ก้าวเข้ามาแทรกแซง

            ทั้งนี้ก็เป็นเพราะขอบเขตการขยายอำนาจของตระกูลทั้งสองได้ขยับเข้ามาทับซ้อนกันในที่สุด ความขัดแย้งจึงกลายเป็นสิ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้

            เมื่อรวมกับความแข็งกร้าวในปัจจุบันของตระกูลอันดูวเดธ ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นจึงจบลงที่การต่อสู้ จากนั้นก็นำมาซึ่งฆ่าฟันที่เริ่มทวีความรุนแรงขึ้นทีละน้อย

            กัสที่สังเกตเห็นการต่อสู้ที่เกิดขึ้นก็ไม่ได้ทำอะไรเพราะการต่อสู้ยังจำกัดขอบเขตอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าเทพ ยังเป็นการต่อสู้ในขอบเขตที่ตระกูลทั้งสองสามารถยอมรับได้จึงไม่มีการส่งกองกำลังระดับสูงเข้าไปในการต่อสู้

            แต่กัสก็ไม่ได้นิ่งเฉยเช่นเดียวกัน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเขาไม่ชอบให้คนนอกมาทำร้ายคนในตระกูลของเขา เรียกได้ว่าเป็นพวกที่ถือหางพวกเดียวกันอย่างถึงที่สุด

            เดิมทีนิสัยตามธรรมชาติของตระกูลอันดูวเดธก็เป็นพวกที่ปกป้องพวกเดียวกันอยู่แล้ว ยิ่งเพิ่มความแข็งกร้าวเข้าไป การปกป้องก็ยิ่งรุนแรงและสุดโต่งมากยิ่งขึ้น

            ยิ่งถ้ารวมกับความแค้นที่มีอยู่ ก็ยิ่งทำให้การตอบโต้รุนแรงมากยิ่งกว่าเดิม

            เพียงแต่การต่อสู้จำกัดอยู่ในขอบเขตของคนระดับต่ำกว่าเทพ กัสจึงไม่สามารถลงมือได้ แต่เขาก็มีความคิดที่จะ ‘ข่มขู่’ ด้วยวิธีของตัวเอง

            สุดท้ายกัสจึงตัดสินใจที่จะ ‘ทดสอบ’ กระบี่ของเขาดูสักครั้งหลังจากหลอมมันซ้ำมาหลายปีและศึกษาความสามารถของกระบี่จนมีความเข้าใจในระดับหนึ่ง

            เป้าหมายของกัสนั้น แน่นอนว่าต้องเป็นเทพเจ้าแมลงซึ่งถือเป็น ‘เทพเจ้าป่า’ ที่ไม่มีตระกูลอยู่เบื้องหลังและไม่มีข้อจำกัดในการลงมือ อีกทั้งยังไม่จำเป็นต้องหาเหตุผลในการเคลื่อนไหว

            และที่สำคัญที่สุด กัสยังไม่ลืมความแค้นที่เทพเจ้าแมลงเคยรังแกเขาและท่านหญิงไอโกะเมื่อหลายสิบปีก่อน

            ความแค้นนี้ยังคงอยู่ในใจของกัสมาจนถึงทุกวันนี้ เมื่อคิดถึงการทดสอบกระบี่ กัสจึงเลือกเทพเจ้าแมลงในทันที จากนั้นควงกระบี่หนักที่ฝึกฝนมานานหลายปีบุกไปยังอาณาจักรล้านแมลงที่กลายเป็นดินแดนแห่งภูเขาไฟในทันที

            ครั้งนี้กัสไปเพียงลำพังเพราะเขาต้องการให้ร่างญาณศักดิ์สิทธิ์อยู่ปกป้องตระกูลในขณะที่ท่านหญิงไอโกะกำลังยุ่งอยู่กับการปรับปรุงหอคอยเทพมนตราให้สมบูรณ์

            แต่ถึงจะไปเพียงลำพัง กัสก็ไม่กลัวเทพเจ้าแมลงเลยสักนิด เขาไม่สนว่าเทพเจ้าแมลงจะแข็งแกร่งขึ้นมามากเท่าไหร่ ทั้งนี้ก็เพราะเขาได้นำเขตแดนโลกดอกบัวไปกับเขาด้วย

            เมื่อมีเขตแดนที่สมบูรณ์ในระดับโลกมิติส่วนตัวอยู่ กัสก็มีความมั่นใจเต็มเปี่ยม เขามั่นใจว่าต่อให้ไม่ชนะ เขาก็ไม่มีทางแพ้เช่นกัน

            นอกจากนั้นเป้าหมายของกัสยังเป็นการทดสอบกระบี่และ ‘ข่มขู่’ ศัตรูด้วยการแสดงอำนาจของตนเอง เขาจึงไม่ลังเลใจที่จะพุ่งตรงไปเพียงลำพังเพื่อให้การแสดงอำนาจมีประสิทธิภาพมากที่สุด

            การเคลื่อนไหวของกัส แน่นอนว่าไม่มีทางปกปิดหูตาของตระกูลใหญ่น้อยที่เฝ้าจับตามองอยู่ได้ อีกทั้งกัสก็ไม่มีความคิดที่จะปกปิด เขามุ่งตรงไปยังอาณาจักรล้านแมลงโดยตรง ตัดผ่านท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาวเป็นเส้นโค้ง ก่อนจะย้อนกลับลงมายังพื้นแผ่นดิน ซึ่งเป็นวิธีที่ช่วยให้การเดินทางข้ามทวีปไปได้เร็วที่สุด

            อันที่จริงหากกัสต้องการ เขาสามารถใช้วิธีการข้ามมิติไปได้โดยตรง แต่กัสมีความจำเป็นต้องเดินทางด้วยวิธีนี้

            หนึ่งนั้นเพื่อสะสมความพร้อมของตน อีกเหตุผลคือ เพื่อให้เวลากับตระกูลใหญ่น้อยได้เตรียมพร้อมสำหรับการสังเกตการณ์

            การ ‘แสดง’ จะไม่สามารถเรียกได้ว่าการแสดงหากไม่มี ‘ผู้ชม’ การแสดงอำนาจก็เช่นกัน หากคนที่ต้องการข่มขู่ไม่เห็นการแสดงอำนาจก็ไม่อาจเรียกได้ว่าการข่มขู่เช่นกัน

            ดังนั้นกัสจึงไม่ใช่วิธีที่เขาถนัด แต่ใช้วิธีที่เรียบง่ายกว่า ด้วยการพุ่งตรงขึ้นไปยังชั้นบรรยากาศ ทะลวงผ่านออกไป สะสมพลังทั้งหมดที่ปะทะกับร่างกายในช่วงเวลานั้น จากนั้นข้ามผ่านระยะทางที่ไกลแสนไกลในท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาว ก่อนจะดิ่งลงไปอีกครั้งเมื่อไปถึงอาณาจักรล้านแมลง

            ในช่วงเวลาที่ทะลวงผ่านชั้นบรรยากาศ กัสก็สะสมพลังไปตลอดเส้นทาง สะสมพลังงานจลน์จากแรงปะทะเอาไว้อย่างเต็มเปี่ยม

            จนกระทั่งทะลุผ่านชั้นบรรยากาศลงมายังอาณาจักรล้านแมลง กัสก็กวาดกระบี่อย่างดุร้าย บิดตัวจนเป็นเส้นโค้งราวกับคันธนู พร้อมกับเสียงคำรามที่ดังกึกก้อง

            “เทพเจ้าแมลง!! ออกมารับกระบี่ข้า!!!”

            เสียงคำรามที่ดังกึกก้อง มาพร้อมกับจิตสังหารที่ปกคลุมท้องฟ้าและพื้นแผ่นดิน แปรเปลี่ยนชั้นบรรยากาศจนกลายเป็นแสงสีแดงจากความร้อนที่แผดเผาและจิตสังหารที่ดุร้ายบ้าคลั่ง

            วินาทีที่กัสดิ่งลงมา เทพเจ้าแมลงที่ซ่อนตัวอยู่ในภูเขาไฟยักษ์ก็โผล่ขึ้นมาทันที มันส่งเสียงคำรามอย่างดุร้าย ดวงตาของมันทอประกายเจิดจ้าเต็มไปด้วยจิตสังหารที่เย็นเยียบ

            สัญชาตญาณสัตว์ป่าของเทพเจ้าแมลงตื่นตัวขึ้นถึงขีดสุด มันไม่ได้คิดถึงหลักเหตุผลว่าทำไมกัสถึงได้มาหาเรื่องมัน สิ่งเดียวที่มันคิดคือ กัสคือศัตรูของมัน ศัตรูบุกมาถึงรังของมัน มันต้องต่อสู้

            ไม่มีความคิดที่ซับซ้อนในจิตใจของเทพเจ้าแมลง แม้ว่ามันจะมีสติปัญญาที่เหนือกว่าแมลงทั่วไปมากและอาจจะเหนือกว่ามนุษย์ทั่วไป

            แต่ธรรมชาติของพวกมันทำให้พวกมันไม่คิดอะไรที่ซับซ้อน แต่พึ่งพาสัญชาตญาณเป็นสำคัญ การตอบสนองของเทพเจ้าแมลงจึงดุดันไม่แพ้กัส

            เมื่อเทพเจ้าแมลงตอบสนอง กัสก็ส่งเสียตวาดออกมาครั้งหนึ่ง กระบี่ในมือก็ปลดปล่อยพลังเทพออกมา ขนาดของมันก็ขยายใหญ่ขึ้นอย่างน่าตระหนก

            จากตอนแรกที่ใหญ่เพียง 2 เมตร ก็กลายเป็น 2 พันเมตรในอึดใจและขยายต่อไปจนใหญ่ถึง 2 หมื่นเมตร ก่อนจะถูกฟันกวาดไปอย่างดุดัน พร้อมกันนั้นกัสก็ระเบิดพลังงานจลน์ที่สั่งสมมาตลอดเส้นทางออกไป สร้างเป็นแรงขับดันจากฝ่ามือ ส่งผ่านด้ามกระบี่ไปยังคมกระบี่ด้วยพลังทั้งหมด

            พริบตานั้นท้องฟ้าก็เปลี่ยนสี มวลอากาศแตกสลาย เสียงระเบิดดังสะท้านเมื่อคมกระบี่ที่ยาวกว่า 2 หมื่นเมตรตัดผ่านอากาศไปด้วยความเร็วเหนือเสียง

            เพียงชั่วพริบตา ฟ้าดินก็แยกออกเป็นสอง เทพเจ้าแมลงที่โผล่หัวออกมาก็ถูกคมกระบี่ฟันใส่อย่างดุดันจนร่างกายขาดเป็นสองส่วนไปพร้อมกับภูเขาไฟยักษ์ของมัน

            วินาทีต่อมา เสียงระเบิดที่ดังสะท้านก็ตามมาติดๆ กัสก็หมุนตัวตามสภาวะ หดกระบี่กลับมาจนเหลือเพียง 2 เมตร จากนั้นบิดตัวกลับมาอย่างเร่งร้อนแล้วเสือกแทงออกไปอย่างดุดันพร้อมกับการขยายขนาดของกระบี่อีกครั้ง

            เทพเจ้าแมลงที่ถูกผ่าเป็นสองส่วนก็ถูกทะลวงซ้ำ ทะลวงใส่จุดกึ่งกลางของร่างกาย จนทำให้ร่างกายที่ขาดเป็นสองส่วนถูกแบ่งซ้ำอีกครั้ง จนกลายเป็น 4 ส่วน

            จากนั้นเพียงอึดใจกัสก็สะบัดกระบี่ราวร่ายรำ ระเบิดพลังงานจลน์ที่สั่งสมมาอย่างบ้าคลั่ง สะบัดฟาดกระบี่ติดต่อกันด้วยความเร็วเหนือเสียง จนมองเห็นเป็นเงาดำวูบวาบที่ก่อตัวเป็นมวลอากาศอันบ้าคลั่งระเบิดออกไปรอบทิศทาง

            การโจมตีทั้งหมดเริ่มต้นและยุติลงในเวลาเพียง 3 อึดใจ เทพเจ้าแมลงก็ถูกตัดแบ่งเป็น 24 ส่วนเท่าๆ กัน แล้วตกลงไปในลาวาราวกับเกี้ยวที่ถูกโยนลงหม้อต้มก็ไม่ปาน

            

คล้ายกับเรื่องGustonya Undodead ราชันจอมเขมือบ ที่คุณอ่าน

ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

นิยาย แฟนตาซี
161K 179
(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

นิยาย เกมออนไลน์
603K 912
บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

นิยาย แฟนตาซี
64K 246
ความโกรธแค้นของชูร่า

ความโกรธแค้นของชูร่า

นิยาย เกมออนไลน์
2.39M 852
ยุทธเวทผลาญปีศาจ

ยุทธเวทผลาญปีศาจ

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
223K 810
ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

นิยาย แฟนตาซี
3.26M 1036
หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
355K 668
ประชา : 2090 (จบแล้ว)

ประชา : 2090 (จบแล้ว)

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
18K 258
เทพมารลิขิตฟ้า

เทพมารลิขิตฟ้า

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
72K 42
พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

นิยาย เกมออนไลน์
479K 1734