วันต่อมาณรัชต์ซื้อหุ้นบริษัทเดินทะเล C ทันที
ด้วยสภาพคล่องของหุ้นที่มีการซื้อขายมาก เขาจึงซื้อได้ในคราวเดียว แม้จะตั้งซื้อไว้ที่ ราคา 33 บาทก็ตาม เพราะเปิดตลาดมาไม่นานหุ้นบริษัทเดินทะเล C ก็ยังลงต่อเนื่องจาก 35 บาทจนราคาลงมาเรื่อย ๆ ถึงราคาที่เขาตั้งรับซื้อไว้
ณรัชต์ไม่รู้ว่าราคาหุ้นจะลงถึงไหน แต่เขาต้องรีบเข้าซื้อ เพราะหุ้นที่ราคาตกลงอย่างรวดเร็ว ก็มักขึ้นได้อย่างรวดเร็วได้เช่นกัน การจะรอราคานิ่ง หรือคาดเดาจุดซื้อต่ำสุดนั้นเป็เื่ยาก อาจจะทำให้พลาดโอกาสได้
การรีบเข้าซื้อของเขาแม้อาจไม่ได้ซื้อที่ราคาต่ำสุด เขาก็คิดว่าไม่เป็ไร
วันนี้เขาซื้อหุ้นได้ทั้งหมด 68,000 หุ้น เมื่อรวมกับหุ้นเก่าอีก 10,000 หุ้น ตอนนี้เขาจึงมีหุ้นบริษัทเดินทะเล C ทั้งหมด 78,000 หุ้น
สุดท้ายปิดตลาดหุ้นสิ้นวันนั้น ราคาหุ้นบริษัทเดินทะเล C ปิดที่ราคา 31.5 บาท ต่อหุ้น
------------
สุดสัปดาห์ในวันหยุดเวลาเช้าตรู่ที่บ้าน
ณรัชต์กำลังนั่งขูดมะพร้าวเพื่อไว้เตรียมทำกับข้าวไปวัด ส่วนพี่สาวเขากำลังนั่งห่อข้าวต้มมัดกับแม่ของเขาอยู่บนเสื่อหน้าโทรทัศน์
"เดี๋ยวแม่ไปล้างซึงก่อนนะ"เสียงแม่เขาบอกก่อนลุกไปที่ครัวหลังบ้าน
ณรัชต์เหลือบไปมองก็เห็นพี่สาวของเขาหยิบข้าวต้มมัดที่ห่อเรียบร้อยแล้วสามมัด ที่วางแยกจากมัดอื่น ๆ มาค่อย ๆ แกะข้าวต้มมัดออก โปะถั่วดำเข้าไป แล้วห่อและมัดกลับเหมือนเดิมทั้งสามมัด
เห็นแล้วก็แอบถอนหายใจ แม่ของณรัชต์รู้ว่าลูกชายไม่ชอบกินถั่วดำ เวลาทำข้าวต้มมัดจึงมักมีแยกมัดที่ใส่แต่กล้วยไม่ใส่ถั่วดำไว้ให้ลูกชายต่างหากเสมอ
แต่ตอนนี้พี่สาวเขาแอบโปะถั่วดำใส่ข้าวต้มมัดห่อของเขาแล้ว
คิดถึง่ชีวิตที่แล้ว เขากับพี่สาวไม่ค่อยสนิทกัน เพราะพี่สาวของณรัชต์มักชอบแกล้งน้องชายเล่นเสมอ
ตอนนั้นณรัชต์ทั้งไม่เข้าใจทั้งไม่ชอบ จึงทำให้เขาไม่ถูกกับพี่สาว แต่ตอนนี้เมื่อมองด้วยสายตาของคนอายุสามสิบกว่า มองเด็กสาวอายุยี่สิบเขาก็เข้าใจ
พี่สาวเขาก็แค่อิจฉา ที่น้องชายมักได้รับการตามใจั้แ่เด็ก ๆ ในขณะที่ตัวเองมักถูกเข้มงวดกว่า
เมื่อรู้สึกอิจฉาน้องชายจึงอดไม่ได้ที่จะหาเื่แกล้ง แกล้งไปแกล้งมาจนเคยชินไป เขาก็เลยไม่ถือสาพี่สาวเขาแล้วในตอนนี้
ทำกับข้าวเสร็จณรัชต์ก็ถือตะกร้าเดินตามแม่ไปวัด
ั้แ่เขากลับมาที่่เวลานี้ เขาก็หันมาใช้เวลากับครอบครัวมากขึ้น ชดเชย่ชีวิตที่แล้วที่เขาไม่มีโอกาส
ทุกวันหยุดที่ณรัชต์อยู่บ้านเขามักช่วยถือของไปวัดกับแม่เสมอ จากที่แต่ก่อนทั้งบ้านมีแต่แม่ของเขาไปวัดอยู่คนเดียว พอมีลูกชายคนโปรดตามไปด้วยแม่เขาจึงปลื้มใจเป็อย่างมาก
วัดบ้านของเขาก็เหมือนวัดบ้านเล็กๆ ทั่วไป มีหลวงพ่อเ้าอาวาสกับพระลูกวัดและเณรอยู่กันเพียงสามรูป พอให้ชาวบ้านได้มีโอกาสเห็นผ้าเหลือง ตักบาตรทำบุญกันไปตามประเพณีเท่านั้น
ปกติตอนเช้าเวลาจังหันของพระ คนที่มาวัดมักมีแต่ผู้หญิงวัยสูงอายุ ณรัชต์จึงได้รับหน้าที่เป็ฝ่ายใช้แรงงานเล็ก ๆ น้อยๆ ตลอด เช่น เวลายกสำรับ ประเคนภัตตาหารพระสงฆ์ ลามไปจนถึงนำสวดมนต์ นำสวดถวายภัตตาหารและอื่นๆ
หลังถวายภัตตาหารและรอพระท่านฉันเสร็จ เหล่าอุบาสิกาสูงอายุทั้งหลายก็หันมาพูดคุย สนทนากันตามอัธยาศัย เื่โน้นเื่นี้ เื่ลูกเื่หลาน ลามไปเื่คนโน้นคนนี้
นี่มันศูนย์รวมข่าวกรองของหมู่บ้านชัดๆ ณรัชต์คิดอย่างทึ่ง ๆ ขณะนั่งฟังข่าวกอสซิปทุกเื่ราวในหมู่บ้าน
"ลูกชายหน้าตา ผิวพรรณดีเนาะแม่ผู้ใหญ่ " วงกอสซิปเริ่มวกมาที่เขา
"ก็หน้าตาดีเหมือนแม่มันล่ะ " แม่เขาออกตัวพร้อมหัวเราะกับเพื่อน ๆ
ณรัชต์นั่งฟังไปเรื่อย ๆ ดูเหมือนใกล้จะถึงงานกฐินสามัคคีของวัดแล้ว ปีนี้จะจัดใหญ่ขึ้นเพราะนอกจากกองกฐินของหมู่บ้านแล้ว ปีนี้คนในหมู่บ้านที่ไปทำงานในกรุงเทพฯ ยังได้ชักนำบริษัทที่ตัวเองทำงานมาร่วมงานกฐินสามัคคีด้วย ทำให้ปีนี้มีกองกฐินใหญ่จากบริษัทในกรุงเทพฯ เพิ่มเข้ามา
แม่เขาในฐานะแม่บ้านของผู้ใหญ่บ้านจึงต้องเป็แม่งาน พูดคุยกับเหล่าอุบาสิกาทั้งหลาย เพื่อวางแผนเตรียมความพร้อมเื่งานกฐินใหญ่ของวัด
"มีแฟนหรือยังล่ะ ลูกชายแม่ผู้ใหญ่" วงสนทนาวกกลับมาที่ณรัชต์อีกรอบ
"ไม่มีหรอกครับ" เขาตอบยิ้ม ๆ
"ดองกันไหมแม่ผู้ใหญ่ ฉันมีหลานสาวอยู่คน ตอนนี้เรียนพยาบาล" คนถามหันไปชวนแม่เขาคุยแบบจริงจัง
"ลูกสาวเฮาก็โสดเด้อ ตอนนี้เรียนครู " เสียงอุบาสิกาอีกคนแทรกมา
"โอ้ย ลูกชายเพิ่ง 18 เอง ยังอีกนาน " เสียงแม่เขาปฏิเสธแบบปลื้ม ๆ ที่ลูกชายเป็ที่นิยม
"ไม่เป็ไร ผูกแขนหมั้นกันไว้ก่อนก็ได้ " เสียงยังต่อรองไม่เลิก
ณรัชต์เห็นวงสนทนาชักจริงจังขึ้นเรื่อย ๆ จึงลุกขึ้นขอตัวกลับบ้านก่อน รีบแผ่นออกจากวัดอย่างรวดเร็ว
กลับถึงบ้านเห็นพี่สาวนั่งกระดิกเท้าอ่านการ์ตูนที่โซฟาหน้าโทรทัศน์อย่างสบายอารมณ์
"พ่อไปไหนอ่ะเจ๊" ที่เรียกพี่สาวเขาว่าเจ๊ไม่ใช่เพราะบ้านเขามีเชื้อจีนแต่อย่างใด นั่นเพราะแต่ก่อนเขาไม่ค่อยอยากเรียกว่าพี่จึงเลี่ยงๆ เป็เรียกว่าเจ๊แทน
"เข้าไปดูไร่อ้อย ตามประสานั่นล่ะ" เสียงพี่สาวเขาตอบ
"แต่เช้าเลยเหรอ" เขาถาม พร้อมนั่งลงโซฟาใกล้ ๆ
"เห็นว่าสายๆ มีประชุมที่อำเภอ ่นี้ขยันประสานงานกับอำเภอ สงสัยอยากได้แหนบทองคำ" เสียงตอบกึ่งนินทาถึงความขยันของบิดา ที่ขยันจนควรได้รางวัลดีเด่นจากทางมหาดไทย
"ไม่ใช่ว่าอยากได้ลูกเขยปลัดอำเภอนะ" เขาถามกึ่งแซว
"ไม่ถูกคอกันหรอก คนละแนวกันเลย" เสียงตอบมาอย่างรู้ดี
ก็จริง พ่อเขาเป็คนจริงจัง พูดน้อย คนละแนวกับปลัดหนุ่มที่พูดเก่ง พูดไปเรื่อย ติดจะกะล่อน และพ่อเขาก็ไม่ชอบพวกพูดมากแบบนั้นด้วย คงไม่มีทางถูกคอกันแน่ ๆ
ณรัชต์หยิบรีโมทเปิดโทรทัศน์ไปเรื่อย ๆ ตอนนี้เขาคงทำได้เพียงอย่างเดียวคือ รอ....
รอให้คนหายใจากเหตุการณ์เรือชนกัน ซึ่งก็ไม่รู้ว่าอีกนานไหม ดีที่ติด่วันหยุดเสาร์อาทิตย์ ตลาดหุ้นปิดไม่มีการซื้อขายหุ้น ไม่งั้นป่านนี้หุ้นอาจจะลงต่ออีกก็ได้
เปิดผ่านช่องละครจักรๆ วงศ์ๆ ไปหยุดที่ช่องข่าว ดูข่าวไปเรื่อย ๆ ข่าวชาวบ้าน ข่าวการเมือง ข่าวเศรษฐกิจ
หืม.... มีการเลือกนายกสมาคมผู้ประกอบการขนส่งสินค้าทางน้ำคนใหม่
ข่าวตัดมาที่การสัมภาษณ์วิสัยทัศน์นายกสมาคมคนใหม่ ณรัชต์ฟังอย่างตั้งใจ
ทำไมน่ะเหรอ ก็เพราะผู้บริหารบริษัทเดินทะเล C ที่เขาถือหุ้นเป็คนได้รับเลือกน่ะสิ มิน่า่หลัง ๆ เขาถึงเห็นออกมาให้ข่าวบ่อย ๆ พรีเซนต์ตัวเองนี่เอง
หลังจากท่านนายกสมาคมคนใหม่กล่าววิสัยทัศน์ยาวเหยียดเสร็จ นักข่าวก็เริ่มถาม
คำถามแรกก็เป็เื่เรือของบริษัทนายกสมาคมคนใหม่ที่ชนกันแล้วล่มลง
ณรัชต์ตบเข่าฉาดด้วยความพอใจ 'สมแล้วที่เป็นักข่าวไทย' ยังคงรักษามาตรฐานความไร้มารยาทและกาลเทศะในการตั้งคำถามได้อย่างคงเส้นคงวา
ที่เขานั่งตั้งใจฟังก็เพราะลุ้นให้นักข่าวถามเื่นี้ล่ะ ยังไงการจะทำให้นักลงทุนหายใได้เร็วที่สุด ก็ต้องให้ผู้บริหารออกมาพูดนี่ล่ะนะ ยิ่งผู้บริหารที่มีหัวโขนใหม่ ยิ่งต้องระวังไม่กล้าให้ข้อมูลบิดเบือน
"กรณีอุบัติเหตุของเรือ ไม่กระทบกระเทือนถึงบริษัทแน่นอน ความเสียหายต่างๆ เกี่ยวกับคอนเทนเนอร์และสินค้าที่เราขนส่งจะเป็เื่ที่ทางบริษัทประกันเป็ผู้รับผิดชอบดูแล"
"และตอนนี้เรายังซื้อเรือขนส่งมือสองมาอีก 5 ลำเพื่อเพิ่มกำลังการขนส่ง "
เยี่ยม!! นอกจากแก้ข่าวแล้วยังมีข่าวดีใหม่แถมมาอีกด้วย
ณรัชต์ชักจะชอบผู้บริหารบริษัทเดินทะเล C คนนี้จริง ๆ แฮะ
เขาอดใจรอตลาดเปิดในเช้าวันจันทร์ไม่ไหวแล้ว.....
--------------------------------
Name : ณรัชต์
Asset : หุ้น บริษัทเดินทะเล C 78,000 หุ้น จากราคา 33 บาท ราคาปัจจุบัน 31.5 บาทต่อหุ้น
: เงินสดในบัญชีหุ้น 28,400 บาท
มูลค่าสินทรัพย์รวม : 2,457,000 + 28,400 = 2,485,400 บาท (จากเดิม 2,717,400 บาท)