“ ขอรับ ข้าทราบดี ข้าจะไม่ทำให้พวกท่านผิดหวังแน่นอน!! ”
หวังเฟยหลงพูดด้วยท่าทางมั่นใจอย่างมาก ทำให้จิงหย่ามองด้วยสีหน้าจริงจัง เมื่อเห็นว่าหวังเฟยหลงไม่คิดจะยอมแพ้ เขาก็พยักหน้าเข้าใจก่อนจะพูดออกมาอย่างช่วยไม่ได้
“ …เอาเถอะ!! ถ้าเจ้าสามารถผ่านการทดสอบของข้าได้ได้ เจ้าก็จะได้เป็นผู้ช่วยของข้า ตามข้ามา ”
“ ขอรับ!! ”
จิงหย่าหันกลับไปเก็บม้วนกระดาษที่กางอยู่บนโต๊ะ ก่อนจะพาหวังเฟยหลงออกจากห้องของเขาและเข้าไปที่ห้องตีเหล็กส่วนตัวของจิงหย่าที่อยู่ เมื่อเข้าไปหวังเฟยหลงเห็นเครื่องมือสำหรับการตีเหล็กมากมาย นอกจากห้องจะใหญ่กว่าปกติ อุปกรณ์ภายในยังมีมากมายและเป็นของที่ดีทั้งนั้นด้วย ที่หวังเฟยหลงรู้เรื่องพวกนี้เพราะประสบการณ์ที่ได้รับมาจาก ตำราบันทึกของช่างตีเหล็ก
“ การทดสอบก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไร เจ้าเพียงแค่รู้ว่าเครื่องมือไหนใช้ทำอะไรบ้าง แล้วเจ้ายังต้องใช้งานพวกมันได้ ไม่ต้องถึงกับชำนาญหรอก!! ”
“ ขอรับ!! ”
เรื่องพวกนี้ถือเป็นพื้นฐานของคนที่ต้องการเป็นช่างตีเหล็ก หวังเฟยหลงไม่รอช้าเขารีบอธิบายอุปกรณ์ต่างๆว่าใช้ทำอะไรบ้าง แล้วใช้งานอย่างไร พร้อมกับสาธิตการใช้งานไปด้วย หวังเฟยหลงสร้างความตกตะลึงให้กับจิงหย่าอย่างมาก
ที่จิงหย่าตกตะลึงไม่ใช่เพราะความรู้ที่หวังเฟยหลงอธิบายเกี่ยวกับอุปกรณ์ หรือวิธีการใช้งานที่หวังเฟยหลงอธิบาย แต่เป็นเพราะความชำนาญในการใช้งานที่หวังเฟยหลงกำลังสาธิตอยู่ ความชำนาญที่ผ่านการฝึกฝนและใช้งานมามาก แค่จิงหย่าเห็นก็สามารถบอกได้ทันทีว่าหวังเฟยหลงต้องเคยผ่านการตีอาวุธจริงมาแล้ว หลังจากที่หวังเฟยหลงสาธิตการใช้อุปกรณ์ทั้งหมดแล้ว จิงหย่าก็ถามขึ้นมาด้วยความตื่นเต้นทันที
“ เจ้าเคยตีเหล็กมาก่อนแล้วรึ!! ”
“ ก่อนจะเข้าสถาบัน ข้าเคยสร้างอาวุธมาบ้างขอรับ!! ”
แน่นอนว่ามันเป็นเรื่องโกหก หวังเฟยหลงไม่เคยสร้างอาวุธมาก่อน แต่เขาต้องโกหกเพราะว่าฝีมือ ทักษะ และความชำนาญในการใช้พวกอุปกรณ์ต่างๆของหวังเฟยหลงมันไม่สามารถหาคำอธิบายมาให้กับจิงหย่าได้ เขาไม่สามารถบอกจิงหย่าได้ว่ามันคือสกิล และได้มันมาได้อย่างไร
“ ดี เมื่อได้เจ้ามาช่วย งานนี้จะง่ายขึ้นเยอะแน่นอน เจ้าผ่านการทดสอบ เช่นนั้นพวกเราจะเริ่มกันตั้งแต่วันนี้เลย เจ้าตามข้า ”
จิงหย่านำหวงเฟยหลงกลับไปที่ห้องเดิม จากนั้นเขาก็กางกระดาษแผ่นหนึ่งที่เขาเก็บไว้ออกมา มันคือแบบแปลนของดาบเล่มหนึ่ง จิงหย่าได้ให้หวังเฟยหลงมาดูก่อนจะถามความคิดเห็นจากเขา
“ เจ้าคิดว่าแบบแปลนนี้เป็นอย่างไรบ้าง!? ”
เมื่อหวังเฟยหลงดูแบบแปลน เขาก็ขมวดคิ้วทันที เพราะเขาสามารถบอกได้ทันทีว่าแบบแปลนนี้มีปัญหา แม้ว่ามันจะดูเป็นดาบที่ดีอย่างไร แต่มันก็มีบางอย่างที่ขาดหายไป ทำให้มันเป็นเรื่องยากที่จะสร้างดาบขึ้นมาโดยอาศัยแบบแปลนนี้
“ มันเป็นแบบแปลนที่ไม่สมบูรณ์ใช่ไหมขอรับ!? ”
“ ใช่แล้วละ มันเป็นแบบแปลนที่ไม่สมบูรณ์ ข้าได้มันมาโดยบังเอิญ แต่จากการประเมินของ หากสามารถสร้างมันได้ มันจะเป็นดาบระดับ นภา เป็นอย่างน้อย ไม่แน่อาจจะถึงระดับมหากาพย์เลยก็ได้ ”
“ แต่ปัญหามันคือแบบแปลนที่ไม่สมบูรณ์ทำให้ท่านไม่สามารถสร้างมันได้…ท่านเลยต้องการลองผิดลองถูกและปรับเปลี่ยนไปตามแบบของท่านโดยอ้างอิงจากจากแบบแปลนนี้สินะขอรับ!! ”
“ ใช่แล้ว สมแล้วที่เป็นศิษย์สายตรงของท่านผู้นำ!! ”
หวังเฟยหลงเพ่งไปที่แบบแปลนสกิลการวิเคาะห์ของ Gamer ก็ทำงาน หวังเฟยหลงเห็นจุดที่ผิดพลาดของแบบแปลน นอกจากนี้มันยังบอกด้วยว่าผิดพลาดอย่างไร แล้วต้องทำอย่างไรแบบแปลนนี้ถึงจะสมบูรณ์
มันเป็นอย่างที่จิงหย่าคิดเอาไว้ ถ้าแบบแปลนสมบูรณ์ มันจะสามารถสร้างอาวุธระดับมหากาพย์ได้เลย เขาคิดอยู่พักใหญ่ก่อนจะทำเป็นไม่รู้ว่าต้องแก้ไขแบบแปลนอย่างไร ตัวเขาเป็นเพียงผู้เยาว์ หากรู้เยอะเกินไปจะทำให้จิงหย่าสงสัย และเขาก็ยังไม่ได้คิดคำแก้ตัวเอาไว้ด้วย เขาค่อยๆทำเป็นลองผิดลองถูก ค่อยๆแก้ไปกับจิงหย่าทำเหมือนเป็นเรื่องบังเอิญจะดีกว่า
‘ อาจจะเสียเวลาสักหน่อย แต่ก็ไม่เป็นไร ดีกว่าถูกสงสัยแล้วไม่สามารถตอบได้!! ’
หลังจากนั้นหวังเฟยหลงก็คลุดตัวอยู่กับจิงหย่าสักพักใหญ่ วันแรกเขาใช้เวลาในการแก้ไขแบบแปลนอยู่ครึ่งวันโดยที่หวังเฟยหลงไม่ได้ออกความคิดเห็นใดๆ จากนั้นก็เริ่มการสร้างทันที โดยมีจิงหย่ารับหน้าที่หลักทั้งหมด ส่วนหวังเฟยหลงนั้นจะช่วยเหลือจิปาถะเท่านั้น
การสร้างอาวุธรอบแรกนั้นกินเวลาไปกว่า 2 วัน แต่ผลที่ได้นั้นคือความล้มเหลว ทั้งจิงหย่าและหวังเฟยหลงต่างก็กลับมาดูที่แบบแปลนและพยายามปรับเปลี่ยนอีกครั้ง แต่ครั้งนี้หวังเฟยหลงเริ่มออกความคิดเห็น เขาะพยายามชี้ข้อผิดพลาดให้จิงหย่ารู้ หลังจากการปรับแก้รอบที่สอง พวกเขาทั้งสองก็เริ่มต้นการสร้างอาวุธรอบที่สองทันที
เนื่องจากเคยทำมาแล้ว การสร้างอาวุธในรอบนี้จึงกินเวลาน้อยกว่ารอบแรกมาก ตอนนี้เวลาเหลือในการสร้างเหลืออยู่ที่หนึ่งวัน แต่แน่นอนนว่าผลที่ออกมาคือความล้มเหลวเช่นเคย จิงหย่าไม่ยอมแพ้ หวังเฟยหลงก็ไม่ถอยเช่นกัน เขาค่อยๆชี้และจี้ไปที่จุดที่ผิดพลาดและพยายามพูดอ้อมๆเรื่องการแก้ปัญหาให้จิงหย่ารู้ได้ด้วยตนเอง
ช่วงกลางวันหวังเฟยหลงจะไปขลุกตัวอยู่กับจิงหย่าเพื่อสร้างอาวุธ ส่วนกลางคืนหวังเฟยหลงก็ไม่ลืมที่จะบ่มเพาะพลังเช่นกัน เมื่อลู่หยางเห็นถึงความเพียรของหวังเฟยหลงเช่นนี้เขาจึงไม่ได้ตำหนิหรือพูดอะไรเกี่ยวกับการไปเป็นผู้ช่วยของจิงหย่า
ข่าวการเป็นผู้ช่วยช่างตีเหล็กของหวังเฟยหลงแพร่กระจายไปทั่วทั้งสถาบัน ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นศิษย์สืบทอดของผู้นำ ที่ควรจะโฟกัสไปที่การบ่มเพาะพลัง แต่กับไปเป็นผู้ช่วยช่างตีเหล็กที่จะสูญเสียเวลาอย่างมากในการบ่มเพาะ เพราะการจะเป็นช่างตีเหล็กมันต้องใช้เวลาส่วนมากอยู่ในโรงตีเหล็กเพื่อฝึกฝน
ด้วยการที่หวังเฟยหลงเข้าเป็นศิษย์ในสักพักใหญ่แล้ว ร่วมถึงเรื่องที่หวังเฟยหลงเป็นศิษย์สายตรงของผู้นำทำให้เป็นที่สนใจของคนส่วนมาก ไม่ว่าจะมาจากฝ่ายไหนก็ตาม บางคนบอกว่าหวังเฟยหลงไม่เหมาะกับการเป็นศิษย์สายตรงของผู้นำเพราะระดับพลัง และไหนจะไปเป็นผู้ช่วยช่างตีเหล็กอีก บางคนก็บอกว่าหวังเฟยหลงควรไปเป็นศิษย์สายตรงของเจ้าหอ จิงหย่า เสียมากกว่า ถ้าต้องการที่จะเป็นช่างตีเหล็ก
แน่นอนว่าหวังเฟยหลงรู้เรื่องข่าวลือของเขา แต่เขาก็ไม่ได้สนใจข่าวลือเลย เพราะเขามีเส้นทางของตัวเอง ที่สำคัญลู่หยางยังไม่ว่าอะไรเขาเลย แล้วเหตุใดเขาจะต้องไปสนใจข่าวลือที่เกิดจากคนอื่นๆด้วย แม้ว่าตอนนี้หวังเฟยหลงเริ่มจะเป็นที่รู้จักแล้ว ทำให้เวลาที่เขาไปไหนมาไหนหวังเฟยหลงถูกจับตามองเขาก็ยังไม่สนใจสายตาเหล่านั้นและใช้ชีวิตของตัวเองต่อไป
15 วันผ่านไป ตอนนี้ทั้งจิงหย่าและหวังเฟยหลงกำลังดุแบบแปลนที่ปรับแก้มาแล้วกว่าสิบรอบ มันดีขึ้นแน่นอน แต่มันยังขาดอะไรบางอย่าง จิงหย่ามองดูแบบแปลนนี้มาสองวันแล้วโดยที่ไม่ได้ทดลองสร้าง เขาเริ่มรู้สึกหมดหนทาง หวังเฟยหลงมองไปที่จิงหย่าก่อนจะตัดสินใจ!!
‘ จะครบ 20 วันแล้ว ถ้าเราแค่พูดขึ้นมาลอยๆเหมือนนึกได้ แต่เป็นการพูดขึ้นมามั่วๆไม่แน่ว่าเขาอาจจะไม่สงสัยหรอกมั้ง ’
“ ท่านเจ้าหอ ถ้าเราเปลี่ยนตรงนี้เป็นเหล็กอ่อน และเปลี่ยนแปลงลักษณะของมันสักหน่อย มันน่าจะดูเท่ขึ้นนะ!! ท่านว่าไหม!? ”
“ เหล็กอ่อน?? ลักษณะ?? อ่าข้าเข้าใจแล้ว ขอบใจเจ้ามาก พวกเรามาลองกันอีกสักครั้งเถอะ ครั้งนี้ต้องสำเร็จอย่างแน่นอน!! ”
ไม่รอช้า จิงหย่าเริ่มการปรับเปลี่ยนแบบแปลนอีกครั้ง หวังเฟยหลงมองดูอยู่ใกล้ๆก่อนจะพยักหน้าอย่างพอใจ ตอนนี้มันกลายเป็นแบบแปลนที่ถูกต้องแล้ว การทดลองสร้างก่อนหน้านี้ ถึงแม้ว่าจะสำเร็จแต่ดาบที่ตีขึ้นมากับได้แต่นะดับปฐพีเท่านั้น
ที่ผ่านมาจิงหย่าเน้นไปที่ความแข็งแกร่งของดาบ ทำให้ดาบที่ออกมานั้นมีความแข็งแกร่งก็จริง แต่ก็เปราะบางเช่นกัน คำพูดของหวังเฟยหลงเป็นการบอกให้เพิ่มเหล็กอ่อนเข้าไปเพื่อช่วยในการหยืดหยุ่นของดาบทำให้ดาบไม่เปราะบางแตกหักได้ง่าย ส่วนเรื่องลักษณะของตัวดาบก็มีการปรับเปลี่ยนเช่นกัน เพื่อให้ดาบสามารถใช้งานได้ดีมากขึ้น
เวลาผ่านไปหนึ่งวันเต็มๆ ในที่สุดจิงหย่าก็สร้างดาบเสร็จสมบูรณ์ ดาบที่ออกมามีระดับ มหากาพย์อย่างที่พวกเขาคิดไว้ในตอนแรก และเหมือนมันจะดีขึ้นกว่าในแบบแปลนเดิมด้วย จิงหย่ายิ้มออกมาอย่างดีใจ เขาหันมาหาหวังเฟยหลง
“ ขอบใจเจ้ามาก หากไม่ได้เจ้าข้าคงไม่สามารถสามารถอาวุธระดับมหากาพย์ได้อย่างแน่นอน ”
“ ทั้งหมดเป็นฝีมือของท่านนะขอรับ ข้าเป็นเพียงผู้ช่วยเท่านั้น ”
“ ช่างถ่อมตนจริงนะ เจ้าคิดว่าข้าไม่สังเกตเลยหรือว่าเจ้านั้นเหมือนจะคอยชี้นำข้ามาตลอด!!...หรือเจ้าจะบอกว่าข้าคิดไปเอง!! ”
ได้ยินเช่นนี้หวังเฟยหลงยิ้มแห้งออกมาทันที มันไม่แปลกหรอก เพราะหากเทียบจริงๆแล้วความรู้ที่หวังเฟยหลงและประสบการณ์ที่ได้รับมานั้นมันทำให้เขามีความรู้และความเข้าใจมากกว่าจิงหย่าแต่ก็ใช่ว่าจะสามารถปรับแก้แบบแปลนได้ทันทีเหมือนกับสกิลการวิเคาะห์ของ Gamer เขาไม่คิดเลยว่าจิงหย่าจะสังเกตออกเช่นนี้ แต่เขาก็ไม่สามารถยอมรับได้ ไม่เช่นนั้นจิงหย่าจะต้องมีคำถามมาถามเขาแน่นอน หวังเฟยหลงจึงตีหน้าตาย
“ ท่านผู้อาวุโสคิดมากไปแล้ว ข้าจะมีความสามารถไปชี้นำท่านได้อย่างไร ”
“ อืม!! ก็ได้ ข้าจะไม่พูดถึงเรื่องนี้แล้วกัน…ตอนนี้ภารกิจของเจ้าเสร็จสิ้นแล้ว เอาป้ายภารกิจของเจ้ามา ”
หวังเฟยหลงยื่นป้ายภารกิจที่ได้รับมาให้จิงหย่า จากนั้นจิงหย่าก็หยิบป้ายของตนเองและนำมันไปประกบกับป้ายภารกกิจของหวังเฟยหลง ก่อนจะมีแสงเปร่งออกมาเล็กน้อย เมื่อเสร็จสินจิงหย่าก็ส่งป้ายภารกิจคืนให้กับหวังเฟยหลง
“ ขอบคุณขอรับ!! ”
“ มันคือสิ่งที่เจ้าสมควรได้รับ!!...แล้วอีกอย่างเป็นข้าที่ต้องขอบคุณเจ้า เพราะเจ้าตอนนี้ทักษะการตีเหล็กของข้าถึงเลื่อนระดับขึ้นมาแล้ว ”
อย่างที่จิงหย่าพูด เพราะเขาสามารถสร้างอาวุธรัดับมหากาพย์ได้ ความรู้ความเข้าใจ และทักษะการตีเหล็กของเขาจึงได้รับการเลื่อนระดับ ถึงแม้จะไม่สามารถสร้างอาวุธระดับมหากาพย์ออกมาได้เยอะๆ เนื่องจากทรัพยากรที่ต้องใช้นั้นค่อนข้างมหาศาลก็เถอะ
“ จริงสิ!! หลังจากนี้เจ้าจะทำอะไรต่อละ คิดจะมาทำภารกิจเกี่ยวกับการตีเหล็กหรือไม่…ข้าสามารถยื่นเรื่องให้เจ้าสามารถเป็นช่างตีเหล็กได้เลยนะ!! ”
“ ขอบคุณขอรับ แต่ข้ายังคงต้องมุ่งเน้นไปที่การฝึกฝนตนเองอยู่ขอรับ ข้าไม่สามารถทำให้ท่านอาจารย์ผิดหวังได้ ”
“ ข้าเกือบลืมไปเลยว่าเจ้ามุ่งเน้นไปที่การตีเหล็ก!!...เอาละ หลังจากนี้ถ้าเจ้าต้องการความช่วยเหลือใดๆ ข้าจะช่วยเจ้าแน่นอน!! ”
“ เช่นนั้นข้าก็จะไม่เกรงใจนะขอรับ!! ”
หวังเฟยหลงออกจากหอศาสตราวุธและไปยังหอภารกิจเพื่อรายงานภารกิจ ตอนนี้เขารู้แล้วว่าการเป็นผู้ช่วยช่างตีเหล็กไม่ได้ช่วยเพิ่มEXPหรือค่าความชำนาญของทักษะการตีเหล็กเลยแม้แต่น้อย มันให้อารมณ์เหมือนเด็กฝึกงานมากกว่า แต่ช่างตีเหล็กฝึกหัดก็คือช่างตีเหล็กแม้จะฝึกหัดแต่พวกเขาก็สามารถสร้างอาวุธได้
ส่วนการเป็นผู้ช่วยนั้นคือคนที่ยังไม่สามารถสร้างอาวุธเองได้ ต้องได้รับคำสอน ชี้แนะ และเฝ้าดูเพื่อสะสมประสบการณ์จากช่างตีเหล็กจริงๆเสียก่อน จากการพูดคุยกับจิงหย่าในระหว่างการเป็นผู้ช่วยนั้น เหมือนว่าผู้ช่วยนักหลอมโอสถก็เหมือนกัน พวกเขาจะยังไม่ได้รับอนุญาตให้ปลอมโอสถเอง พวกเขามีหน้าที่ช่วยเหลือเท่านั้น