ภัทรเดินทางมาถึงโกดังหมายเลข 4 ั้แ่เช้าตรู่เช่นเคย เ้าหนูตัวเล็กก็แสดงท่าทีดีใจด้วยการวิ่งวนรอบตัวเขาหนึ่งรอบก่อนจะทำท่าจะวิ่งหนีไป
“เดี๋ยวก่อน!” ภัทรเรียกไว้ พลางหยิบถุงลูกชิ้นในกระเป๋าออกมา
“อ่ะ... ฉันให้”
เ้าหนูตัวเล็กร้อง จิ๊ดๆ ด้วยความดีใจ ก่อนจะรีบคาบถุงลูกชิ้นวิ่งไปซ่อนตัวอย่างรวดเร็ว
“ให้มันบ่อย เดี๋ยวก็เสียนิสัยหมด”
เสียงแหบห้าวของชายชราดังขึ้น ลุงเดินออกมาจากห้องนอน วันนี้แกสวมชุดที่ดูสะอาดสะอ้านกว่าทุกวัน ผมเผ้าก็หวีจัดทรงเรียบร้อย
“สวัสดีครับลุงเฟือง” ภัทรทักทายเสียงไม่เต็มปากนัก เพราะยังสับสนเื่ชื่อ
ชายชราขมวดคิ้ว “ไปฟังใครพูดอะไรมาล่ะ?”
“ก็ลุงเ้าของร้านเมื่อวานเขาเรียกคุณลุงแบบนั้นนี่ครับ คุณลุงไม่ได้ชื่อนี้เหรอครับ?” ภัทรเอียงคอถามด้วยความสงสัย
ชายชราทำท่านึกขึ้นได้ก่อนจะหัวเราะหึๆ ในลำคอ
“คนบ้าอะไรจะชื่อเฟือง... ข้าชื่อ ประดิษฐ์ บูรณภัทร จะเรียกข้าว่าลุงดิษฐ์ หรือลุงประดิษฐ์ก็ได้ แต่อย่าเรียกว่าเฟืองเลย”
“ได้ครับ คุณลุงประดิษฐ์... ว่าแต่เ้าหนูตัวนั้น เป็ลูกของหนูในกองนี้เหรอครับ?”
“เปล่า... ข้าไปเจอมันกำลังจะตายอยู่ข้างถนน เพราะคนขายสัตว์เลี้ยงเขาขายมันไม่ออกสักที มันทั้งตัวเล็ก ไม่มีพละกำลัง แถม ‘กระเป๋าหน้าท้อง’ เก็บของก็เล็กนิดเดียว ข้าสงสารเลยเก็บมาเลี้ยงไว้”
“อย่างนี้นี่เอง...” ภัทรมองตามเ้าหนูที่แอบไปแทะลูกชิ้นอยู่หลังโต๊ะเครื่องมืออย่างมีความสุข
“เอาล่ะ เลิกคุยแล้วมาเริ่มงานกันเถอะ ข้าจะโชว์อะไรเจ๋งๆ ให้เอ็งดู”
ภัทรเดินตามเขาเข้าไปในห้องทำงานช่าง บนโต๊ะทำงานมีกองชิ้นส่วนสำหรับประกอบพลั่วจำนวน 330 ชิ้นกองอยู่ และข้างๆ กันคือพลั่วหน้าตาบิดเบี้ยวที่ภัทรประกอบไว้เมื่อวันแรก
ลุงประดิษฐ์นั่งลงที่เก้าอี้ตัวเก่า เปิดโคมไฟส่องสว่างก่อนเริ่มอธิบาย
“นี่คือชิ้นส่วนพลั่วที่ยังไม่ได้ประกอบ ซึ่งข้าชโลมน้ำมันเอาไว้แล้ว... ข้อผิดพลาดแรกของเอ็งคือ เอ็งไม่ยอมทาน้ำมันหล่อลื่นลงบนอุปกรณ์พวกนี้ มันถึงได้ฝืด ใส่เข้าล็อกไม่ได้ หรือใส่ได้ก็ไม่สนิท” ลุงประดิษฐ์ชี้ไปที่รอยต่อที่ภัทรประกอบไว้หลวมๆ
“สอง เอ็งเลือกต่อส่วนที่ง่ายก่อน โดยประกอบจากข้างนอกเข้ามาข้างใน ทำให้สุดท้ายเอ็งใส่แท่นพลังงานเข้าไปไม่ได้”
“และ สาม... เอ็งไม่ได้ขัดหินเวทมนตร์ให้มีขนาดพอดี แถมยังเลือกชนิดผิด หินเวทมนตร์แต่ละชนิดมีความหนาแน่นต่างกัน วันนั้นเอ็งดันเอา ‘หินเวทมนตร์อัคคี’ ไปใส่แทนที่จะเป็ ‘หินเวทมนตร์โลหะ’ ความร้อนมันเลยทำให้โลหะส่วนที่ััขยายตัวจนใส่ไม่เข้า... มานี่ ข้าจะสาธิตให้ดู”
ลุงประดิษฐ์เริ่มจากการขัดหินิญญาที่ดูหยาบให้มนเรียบเนียน จากนั้นก็ใส่แท่นพลังงานอย่างง่ายดาย และเริ่มประกอบไล่จากแกนกลางภายในออกมาทีละชิ้น การประกอบเป็ไปอย่างลื่นไหลและแม่นยำ ราวกับเขากำลังเล่นกล
ในที่สุดมันก็เสร็จสมบูรณ์ ภัทรหันไปมองนาฬิกาแขวนผนังแล้วต้องอ้าปากค้าง... ผ่านไปเพียงชั่วโมงเศษๆ เท่านั้น!
กว่าเขาจะได้พลั่วพิกลพิการอันนั้นมา เขาต้องงมอยู่เป็วัน แต่ลุงประดิษฐ์กลับทำเสร็จในพริบตา
แต่ชายชรากลับทำหน้าหงุดหงิดพลางบ่นพึมพำ “เฮ้อ... แก่แล้วก็แบบนี้แหละ ปกติแค่ครึ่งชั่วโมงข้าก็เสร็จแล้ว ปวดไหล่ชะมัด”
ภัทรที่กำลังตะลึง รีบได้สติพุ่งเข้าไปนวดไหล่ให้ชายชราทันที
“ไหนเมื่อวันก่อนลุงบอกว่าวันหนึ่งทำได้แค่หลายสิบอันเองล่ะครับ?”
“ไอ้นี่หัวไวแท้ๆ... แต่เื่แบบนี้เอ็งอย่าซื่อบื้อไปหน่อยเลย ใครมันจะไปบ้าทำงานนอกเวลากันวะ? มีอะไรให้ทำตั้งเยอะแยะ พอๆ ข้าหายปวดแล้ว... เอ็งลองทำดู เดี๋ยวเที่ยงข้าจะมาตรวจ”
ชายชราโบกมือไล่ ก่อนจะเดินหายเข้าไปในห้องทำงานส่วนตัว
ภัทรตบแก้มตัวเองเรียกสติ “เอาล่ะ... ลุยเป็ลุย!”
ภัทรเริ่มจากการขัดหินิญญาโลหะให้ได้ขนาดสามัญหลายสิบอันเพื่อลดเวลาประกอบในภายหลัง จนผ่านไปครึ่งชั่วโมง เขาก็เริ่มประกอบแท่นพลังงาน เ้าหนูตัวเล็กที่แอบดูอยู่ เห็นภัทรควานหาสกรูไม่เจอก็รีบวิ่งไปคาบสกรูตัวที่ถูกต้องมาวางใส่มือให้
“ขอบใจนะ” ภัทรยิ้มให้มัน
“จิ๊ดๆ!”
ทั้งสองมุ่งมั่นทำงานโดยไม่ทันสังเกตว่า ลุงประดิษฐ์แอบแง้มประตูมองดูพวกเขาเป็ระยะ พร้อมกับรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก ก่อนจะรีบเก๊กขรึมเมื่อภัทรหันมา
…
เวลาล่วงเลยมาจนถึงวันที่เจ็ด
“ห้าสิบอัน... สำเร็จแล้ว!”
ภัทรและเ้าหนูตัวน้อยะโดีใจจนตัวลอย พวกเขาช่วยกันประกอบมันทั้งวันทั้งคืนจนครบตามเป้าหมาย
ลุงประดิษฐ์เดินเข้ามาตรวจงาน เห็นพลั่วที่เรียงรายเป็ระเบียบและคุณภาพงานที่เนี้ยบกริบ ก็อดอุทานไม่ได้
“บ๊ะ! ไอ้นี่มันทำได้จริงๆ เว้ย... ใช้ได้ๆ จะกลับเลยรึเปล่าล่ะ?”
“ยังครับคุณลุงประดิษฐ์... คือผมเห็นมีอะไหล่เหลืออยู่ ผมขอลองทำอะไรนิดหน่อยได้รึเปล่าครับ?”
“ก็ได้อยู่หรอก แต่เอ็งจะทำอะไรวะ?”
“อุปกรณ์ที่ใช้แทนเวทมนตร์บางอย่างน่ะครับ”
ภัทรหยิบกระบอกแปลกๆ ขึ้นมาสองอัน พร้อมลูกบอลโลหะเปล่าๆ หลายสิบลูก
“เอ็งนี่ก็แปลกคน มีเวทมนตร์ไม่ใช้ จะมาใช้สิ่งประดิษฐ์แทน”
“ผมมีเวทมนตร์น้อยน่ะครับ... ดูนี่นะครับ” ภัทรหยิบไม้กายสิทธิ์สีขาวขึ้นมาร่ายคาถา
“อิกนิส อัคเซนเด!”
เปลวเพลิงสีเหลืองอ่อนที่ดูริบหรี่เหมือนเทียนใกล้ดับถูกจุดขึ้นมา... ผ่านไปสิบห้าวินาที มันก็ดับวูบลง
“ผมร่ายได้แค่นี้แหละครับ”
“อะไรวะน่ะ? ทำไมถึงอ่อนขนาดนั้น เอ็งธาตุอะไร? มีรากกี่เส้น?” ชายชราถามอย่างแปลกใจ
“ผมไม่มีรากครับ... ไม่มีธาตุด้วย” ภัทรตอบเสียงอ่อย
ชายชรานิ่งคิดไปครู่หนึ่ง “เอ็งไม่ต้องคิดมากหรอก ไม่ใช่เอ็งคนเดียวที่ไม่มีธาตุ... ท่านผู้นำฝั่งรัฐของเรา ท่านจอมพลสูงสุดชาญชัย (ปรันตปะ) ณ ขีดขิน ก็สามารถขึ้นสู่จุดสูงสุดของประเทศได้ด้วยเวทมนตร์สายพละกำลังล้วนๆ โดยไม่ต้องพึ่งธาตุเลย”
“งั้นผมก็เป็แบบนั้นได้เหรอครับ?” ภัทรตาเป็ประกาย
“ไม่ได้หรอก! ท่านชาญชัยมีรากิญญาตั้ง 7 เส้น มากที่สุดในแดนสยามนี้แล้ว” ชายชราดับฝันด้วยรอยยิ้มเยาะ
ภัทรห่อเหี่ยวลงทันตา แต่เมื่อมองไปที่เ้าหนูตัวจ้อย เขาก็ฮึดสู้ขึ้นมาอีกครั้ง
“ไม่เป็ไรครับ! ผมจะเป็คนที่สร้างสิ่งประดิษฐ์เวทมนตร์ที่เก่งที่สุดให้ได้... เพื่อมิริน!!!”
“จิ๊ดๆ!”
ชายชราหัวเราะชอบใจ ก่อนจะรีบเดินกลับเข้าไปในห้องทำงานอย่างมีลับลมคมใน
ในที่สุดภัทรก็ทำสำเร็จ เขาได้พลั่วอันใหม่ที่เคลือบสารกันเวทมนตร์, แท่งยิงเชือกพลังงานหินิญญา, ลูกะเิกาวแบบพกพา, โล่พับได้ขนาดเล็กที่ดัดแปลงจากใบพลั่ว และมีดพับที่ติดตั้งคาถาผลักแรงกระแทก
เขาเก็บทั้งหมดลงกระเป๋า แล้วเดินไปลาชายชราที่นั่งหันหลังอยู่ เหงื่อกาฬแตกพลั่กเหมือนเพิ่งออกแรงทำอะไรบางอย่างมาอย่างหนัก
“คุณลุงประดิษฐ์ครับ ผมไปล่ะครับ... ขอบคุณที่สั่งสอนผมจนถึงวันนี้นะครับ” ภัทรก้มหัวทำความเคารพ
“เดี๋ยวก่อน!”
“ครับ?”
“เอ้านี่...” ชายชราโยนม้วนกระดาษเก่าคร่ำคร่าเล่มเล็กๆ ให้ภัทร
“คัมภีร์อะไรเหรอครับ?”
“วิชาเก่าๆ ที่ข้าเคยคิดขึ้นมาเล่นๆ น่ะ... ถ้าเอ็งสนใจก็ลองอ่านดู แต่มันอ่านได้ครั้งเดียวนะ อ่านจบแล้วมันจะเผาไหม้ตัวเองทิ้งทันที ถ้าจะอ่านก็หาที่เงียบๆ อ่านซะล่ะ”
“ขอบคุณครับ!” ภัทรรับมาด้วยความตื่นเต้น
“จิ๊ดๆ...” หนูตัวเล็กวิ่งตามมาส่งภัทรที่หน้าประตู
“ฉันไปก่อนนะ เ้าจี๊ด”
“จิ๊ดๆ...” มันส่งเสียงร้องอาลัยอาวรณ์ มองภัทรตาละห้อย
“ไอ้หนู! เอ็งก็พามันไปด้วยสิ” ลุงประดิษฐ์ะโบอก
“เอ๊ะ? มันเป็ของสำนักงานไม่ใช่เหรอครับ?”
“ของสำนักงานที่ไหนล่ะ ข้าเก็บมาเลี้ยงเองกับมือ... มันชื่อ ‘จี๊ดริด’... พามันไปด้วยสิ เอ็งมีสัตว์ประจำตัวหรือยัง?”
“สัตว์ประจำตัว? คืออะไรเหรอครับ?”
“มันคือสัตว์เลี้ยงที่เอ็งต้องใช้เรียนไง! แค่นี้ก็ไม่รู้รึ?”
“ไม่รู้จริงๆ ครับ ผมยังไม่เคยเรียนที่สถาบันวิเศษเลย” ภัทรเกาหัวแกรกๆ
“งั้นก็เหมาะเจาะ... ลองชวนมันไปด้วยสิ มันเลี้ยงง่าย ไม่ดื้อไม่ซนเท่าไหร่หรอก”
ภัทรยิ้มกว้าง ยื่นมือไปหาหนูตัวน้อย
“เธออยากไปกับฉันมั้ย?”
“จิ๊ดๆ!” เ้าจี๊ดร้องลั่นด้วยความดีใจ ก่อนจะะโขึ้นไปเกาะไหล่ แล้วมุดเข้าไปอยู่ในกระเป๋าเสื้อของภัทรอย่างคล่องแคล่ว
“ดูท่ามันจะชอบเอ็งนะ... ไปได้แล้วไป” ชายชราโบกมือไล่
“ครับ! ผมจะมาเยี่ยมบ่อยๆ นะครับ”
“มาเยี่ยมเฉยๆ พอนะโว้ย! ไม่ใช่โดนทัณฑ์บนมาอีก!” ชายชราะโไล่หลัง
“ครับบบบบบ!”
ภัทระโตอบ ก่อนจะเดินหายลับไปจากสายตาของลุงประดิษฐ์ พร้อมกับคู่หูตัวใหม่และการผจญภัยที่กำลังรออยู่...