High Human

    HH 95

    สามวันผ่านไป ณ หน้าห้องทำงานสินธ์ กรยืนอยู่หน้าห้องครู่หนึ่งพยายามนึกคำอธิบายที่ดีที่สุดก่อนจะผลักประตูเข้าไป

    สินธ์กำลังสูปซิการ์สบายอารมณ์ก็เหลือบมองกรที่เดินเข้ามา 

    “เรื่องที่ให้ไปจัดการเป็นยังไง?” สินธ์กล่าวถามโดยไม่มองหน้า

    กรปรับสีหน้าให้เหมือนคนที่ดูอ่อนล้าก่อนจะพูดว่า “ผมพยายามค้นหาแล้วแต่ไม่สามารถหาตัวตนของมันได้ ดูเหมือนว่ามันจะเป็นคนระดับสูงในองค์กรเพราะตอนที่ผมตรวจสอบไม่ได้เนื่องจากไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลนั้นได้”

    “ไม่มีทาง!!” สินธ์ส่ายหัวแล้วพูดต่อว่า “มันจะเป็นคนระดับสูงในองค์กรได้อย่างไร คนที่มีตำแหน่งระดับสูงฉันรู้จักทุกคน ไม่มีใครหน้าตาเหมือนอย่างที่แกอธิบายให้ฟังสักคนเดียว”

    “แต่นี่มันเรื่องจริง ผมสาบานเลยว่าผมไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้จริงๆ” กรยืนกราน

    สินธ์หรี่ตาจ้องจับผิด แต่สีหน้ากรเหมือนไม่ได้โกหกเขาจึงเชื่ออยู่บ้าง

    “งั้นส่งภาพมาให้ฉัน” สินธ์ตัดสินใจค้นหาด้วยตัวเอง เขาในฐานะระดับสูงในองค์กรไม่เชื่อว่าตัวเองจะหาหัวนอนปลายเท้าของคนที่ทำให้แผนล่มไม่เจอ 

    กรกลับไปยังโต๊ะทำงานของตนแล้วส่งภาพของโจไปให้สินธ์ 

    เมื่อสินธ์ได้ภาพของโจมาเขาก็ร่มสแกนใบหน้าแล้วค้นหาข้อมูลในคลัง 

    ทว่า…

    “มันเป็นแบบนี้ไปได้ยังไง?!" สินธ์ตกตะลึงขณะมองไปยังข้อความบนจอที่เขียนเอาไว้ว่า ‘อำนาจเข้าถึงไม่เพียงพอ’

    บัดซบ…เขาเป็นถึงระดับสูงทำไมจะเข้าถึงไม่ได้? ต่อให้เขาค้นหาระดับสูงคนอื่นๆเขาก็สามารถรู้ได้อย่างง่ายดาย ทว่าใครก็ไม่รู้ที่มาทำแผนเขาล่มกลับอยู่เหนือความคาดหมายของเขา 

    “ถ้างั้น ยัยคุณหนูนั่นต้องเป็นคนเดียวที่รู้เรื่องของเขาอย่างแน่นอน” สินธ์ครุ่นคิด

    ฟังจากที่กรเล่ามา ดูเหมือนว่าชายคนนั้นจะช่วยผู้หญิงคนนั้นเอาไว้จากแผนของเขา และจากที่รู้มาทั้งสองคนเหมือนจะรู้จักกันดี

    อย่างไรก็ตามเขาจะทำอะไรได้? ต่อให้ไปถามต่อหน้ามายด์ก็คงไม่ได้คำตอบอยู่ดี

    “ไอเวรเอ้ย เพราะแกแท้ๆ” สินธ์หัวร้อนที่เขาไม่รู้เรื่องของอีกฝ่ายและเขาไม่รู้ว่าชายหนุ่มมีอำนาจมากแค่ไหน ดูเหมือนเขาจะต้องเดินหมากให้ช้าลง หากทำอะไรกระโตกกระตากคงมีแต่ผลเสีย

    เขาอยากสับโจเป็นชิ้นๆ เขาเกือบจะทำสำเร็จและได้องค์กรมาอยู่ในมือ หากไม่ใช่เพราะชายหนุ่มล่ะก็เขาคงได้หัวเราะอย่างมีความสุขไปแล้ว

    “คงต้องหาทางกำจัดมันให้เร็วที่สุด แต่ก็ต้องทำอย่างเงียบๆ” ในเวลานั้นสินธ์เริ่มคิดหาทางกำจัดโจให้พ้นทาง

    ……

    ส่วนคนที่กำลังถูกเพ่งเล็งนั้นไม่ได้รู้เรื่องอะไร แต่ถึงจะรู้เขาก็ไม่แม้แต่จะชายตามองด้วยซ้ำ ทั้งกาแลคซี่นี้คงไม่มีใครเหนือไปกว่าเขาอีกแล้ว ถึงแม้พลังงานกว่า 99% จะถูกใช้เพื่อต้านทานกฏของกาแลคซี่แต่จำนวน 1% มันกลับมากพอที่จะบดขยี้ทุกคนได้ 

    ในขณะที่โจกำลังนั่งคิดอะไรไปเรื่อย ก็มีเสียงบางอย่างดังออกมาจากกระเป๋ากางเกง เขาหยิบมันออกมาเป็นเหมือนจานเหล็กขนาดเท่าฝ่ามือและมีลูกแก้วขนาดเล็กสามลูกอยู่บนนั้น สิ่งนี้คืออุปกรณ์สื่อสารในอวกาศและของที่โจใช้อยู่เป็นเทคโนโลยีขั้นสูง มันสามารถติดต่อกับคนอื่นได้ไกลเกือบร้อยปีแสง

    ลูกแก้วทั้งสามลูกสั่นจนเกิดเป็นเสียงแจ้งเตือน โจใช้นิ้วแตะเบาๆตรงกลางแผ่นจานลูกแก้วสามลูกก็ลอยขึ้นเหนือแผ่นจานเล็กน้อยก่อนจะหมุนเป็นวงกลม

    จากนั้นลูกแก้วก็สั่นอีกครั้งเป็นเสียงของชายคนหนึ่ง “เฮ้โจ!!” 

    โจประหลาดใจไม่คาดคิดว่าเพื่อนของตนจะติดต่อมาในช่วงเวลานี้ “ไง มนุษย์ตัวเขียว” 

    “ฉันบอกแล้วไงว่าชื่อคายเฟอร์ เออช่างเหอะมีเรื่องสำคัญจากพลเอกไซน๊อตมาแจ้ง” คายเฟอร์กล่าว

    “มีปัญหาอะไร?” เมื่อเป็นเรื่องตรงมาจากพลเอกไซน๊อตจะต้องไม่ใช่เรื่องเล็ก โจรีบถามอย่างเคร่งขรึม

    “พวกเผ่าพันธุ์คนแคระเกิดปัญหาใหญ่ ตอนนี้พวกคนแคระหลายร้อยคนถูกหลุมดำย่อส่วนดูดเข้าไปแล้วหายไปไหนก็ไม่รู้” คายเฟอร์พูดอย่างกระวนกระวาย 

    คนแคระเป็นเผ่าพันธุ์ที่เชี่ยวชาญในการสร้างอาวุธ ยานอวกาศ อุปกรณ์ หรือก็คือแทบทุกอย่างพวกเขาสามารถสร้างมันขึ้นมาได้ คนแคระเป็นเผ่าพันธุ์ที่มีสติปัญญาสร้างสรรค์สูงสำหรับการสร้าง และเป็นเผ่าพันธุ์ที่สำคัญมากของสหพันธ์ การที่เกิดเรื่องร้ายแรงอย่างคนแคระกว่าร้อยคนหายตัวไปถือเป็นเรื่องใหญ่มาก เพราะพวกเขามีกันน้อยและสืบพันธุ์ยากมาก

    “อะไรนะ!! เดี๋ยวก่อนนะหลุมดำย่อส่วนมันหมายความว่ายังไง?” โจตกใจในตอนแรกแต่คำอธิบายของคายเฟอร์มีจุดทำให้เขาสงสัย

    “พวกคนแคระ…พวกเขาได้รู้มาจากรายงานเรื่องของนายที่ได้เจอกับศัตรูที่มาจากอีกกาแลคซี่หนึ่ง พวกเขาเลยเกิดความคิดอยากเดินทางข้ามกาแลคซี่เลยพยายามสร้างแบบจำลองหลุมดำย่อส่วนขึ้นมา แต่ดันเกิดผิดพลาด…นายก็รู้ว่าหลุมดำมันเป็นของอันตราย แม้จะเป็นขนาดย่อส่วนมันก็ดูดเอาคนแคระร้อยกว่าคนหายไป” คายเฟอร์เล่าสถานการณ์ให้โจฟัง

    “แล้วหลุมดำตอนนี้เป็นยังไงบ้าง?” โจขมวดคิ้ว นี่เป็นเรื่องอันตรายมากที่หลุมดำไปอยู่ในเขตของพวกคนแคระ หากมันขยายใหญ่ขึ้นล่ะก็ไม่ต้องคิดเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น สหพันธ์คงถูกทำลายเป็นชิ้นๆและหายไปในหลุมดำ

    “โชคดีหลังจากที่คนแคระถูกดูดไปร้อยกว่าคนมันก็สลายไป” 

    ได้ยินเช่นนั้นโจก็โล่งอก แต่เขาก็อดที่จะด่าพวกคนแคระไม่ได้ ทำไมพวกนั้นถึงสร้างของอันตรายอย่างหลุมดำขึ้นมา พวกมันบ้าไปแล้วหรือไง

    คายเฟอร์เงียบไปครู่หนึ่งแล้วพูดต่อว่า “ตอนนี้พลเอกไซน๊อตต้องการมือดี เขาเลยให้ฉันมาเรียกตัวนายไปตามหาคนแคระแล้วพาพวกเขากลับมา”

    “โดนหลุมดำดูดไป หากไม่ตายจริงๆ แล้วฉันจะไปรู้ได้ยังไงว่าพวกนั้นมันอยู่ที่ไหน?” โจแทบจะตะโกนด่าเพื่อนของตน อวกาศนี้กว้างใหญ่แค่ไหน? ให้ตามหากลุ่มคนร้อยกว่าคนเนี่ยนะ ไปงมเข็มในมหาสมุทรง่ายกว่าเยอะ

    “แน่นอนว่ามันมีปัญหาตรงนี้อยู่แล้ว แต่คนแคระที่ร่วมสร้างหลุมดำขึ้นมาที่ยังอยู่ที่นี่ได้บอกว่า หลุมดำขนาดย่อส่วนจะไปโผล่ในรัศมีแค่ไม่เกิน 500 ปีแสง” คายเฟอร์กล่าว

    “500 ปีแสง!!! บัดซบ แกยังกล้าพูดอีกนะว่าแค่ ต่อให้ฉันใช้เวลาทั้งชีวิตก็สำรวจไม่ครบดาวทุกดวงหรอกโว้ย” โจโวยวาย

    “ใจเย็นไอเพื่อนยาก ไม่ได้มีแค่นายคนเดียวที่ออกค้นหา ยังมีคนอื่นๆเช่นกัน พวกเขาจะกระจายกันออกตามหา นายแค่รับผิดชอบเส้นทางหนึ่งเท่านั้น อ้อ…พลเอกไซน๊อตยังบอกให้พวกมนุษย์เหล่านั้นมาช่วยกันค้นหาด้วย ถ้านายออกค้นหาคนเดียวแม้จะเป็นแค่เส้นทางเดียวคงใช้เวลาประมาณ 30 เชสถึงจะทั่ว” 

    โจอยากจะตะโกนด่าเพื่อนคนนี้จริงๆ เขาไม่ได้โง่คิดจะไปค้นหาคนเดียวหรอก เขาได้คิดเอาไว้แล้วว่าจะไปขอให้มายด์มาช่วยด้วย

    “รีบๆมาแล้วกัน รายละเอียดอื่นๆค่อยมาคุยกันที่นี่ ตอนนี้ฉันต้องไปหาท่านผู้นำเผ่าพันธุ์แล้ว เจอกันพวก” คายเฟอร์กล่าวจบก็เลิกติดต่อ

    ลูกแก้วค่อยๆลอยลงมาติดกับแผ่นจานแล้วแน่นิ่ง โจเก็บมันกลับเข้าไปในกระเป๋ากางเกงแล้วหยิบมือถือขึ้นมาจากนั้นติดต่อไปหามายด์

    คล้ายกับเรื่องHigh Human ที่คุณอ่าน