ตอนนี้เป็เวลาสามทุ่มเข้าไปแล้ว คำพา พลอยแท้ และของขวัญต่างนอนหลับสนิท ซึ่งเป็ปกติของชีวิตในชนบทที่ไม่ค่อยมีกิจกรรมอะไรให้ทำใน่หัวค่ำ หากไม่คิดจะไปส่องกบ ส่องเขียด ก็จะพากันพักผ่อนนอนหลับั้แ่่สองทุ่มของวัน แต่ไม่ใช่สำหรับจักรธรในยามค่ำคืนนี้
เขาไม่ได้คิดจะลุกไปส่องเขียดหรือส่องกบแต่อย่างใด แต่ถ้าจะคิดไปตอนนี้เขามั่นใจอย่างแน่นอนว่าคงไปไม่ไหวเพราะสภาพร่างกายไม่เป็ใจเอาเสียเลย
ชายหนุ่มกำลังพลิกตัวไปมาอย่างกระสับกระส่ายอยู่ตรงที่นอนของตัวเอง แม้จะเหนื่อยล้าจากการขึ้นเขาั้แ่เช้ามืด แต่ร่างกายตอนนี้กลับไม่ยอมให้เขาได้พักผ่อนดั่งใจอยาก
จักรธรนอนหายใจแรงฟืดฟาดคล้ายผ่านการวิ่งมาแล้วสักสิบกิโลเมตร ร่างกายนั้นร้อนผ่าวมีเหงื่อผุดซึมไปทั่วจนเขาต้องคอยเอาผ้าขนหนูชุบน้ำเย็นเช็ดเพื่อให้ร่างกายคลายร้อนลง แต่เช็ดได้ไม่นาน ความร้อนผ่าวของร่างกายก็กลับมาอีกครั้ง ชายหนุ่มนอนแผ่หลาอย่างหมดสภาพ ขณะที่สายตานั้นคอยแต่จะเหลือบมองความเป็ชายของตัวเองที่กำลังตั้งเด่และไม่มีวี่แววจะคอตกเลยแม้แต่น้อย
ใช่...เขากำลังมีอารมณ์อย่างว่า
นับั้แ่กินน้ำต้มต้นเติ้งกุยไปเมื่อประมาณหนึ่งทุ่ม เืลมของเขาก็เริ่มสูบฉีดมาตลอดจนกระทั่งล่วงเลยมา่สามทุ่มก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะสงบลง ตอนนี้หากใครมาสอบถามถึงประสิทธิภาพของต้นเติ้งกุย เขาสามารถตอบได้อย่างเต็มภาคภูมิเลยว่าสรรพคุณของมันนั้นมีอยู่เต็มร้อยแล้วยกกำลังเพิ่มเข้าไปอีกร้อย
จักรธรยังคงพลิกตัวไปมาอย่างทรมาน กระทั่งสายตาไปตกกระทบที่อีกฝั่งของห้องซึ่งเป็ที่นอนของพลอยแท้และของขวัญ ตอนนี้พลอยแท้นอนหลับสนิทไปแล้วโดยมีของขวัญอยู่ในอ้อมกอด
เขาไล้สายตามองพลอยแท้ที่กำลังนอนตะแคงข้างมาทางเขา ใบหน้าของเธอยามต้องแสงจันทร์ที่ลอดผ่านมาทางหน้าต่างเหนือศีรษะในตอนนี้ดูงามเด่นอย่างน่าประหลาด คิ้วเรียวโค้งเหมือนคันศร ดวงตาเรียวยาวจะมีแววหวานอยู่ตลอดยามเมื่อเธอได้ลืมตาหรือจับจ้องสิ่งใด รวมถึงจมูกงามได้รูปที่รับกับปากทรงกระจับของเธออีก พลอยแท้ถือเป็หญิงสาวหน้าตาดีคนหนึ่งในหมู่บ้านนี้ หากเธอได้รับการบำรุงที่ดีอย่างคนมีอันจะกินทั่วไป เขาเชื่อแน่ว่าเธอจะกลายเป็หญิงสาวที่สวยจนหาตัวจับยากคนหนึ่ง
เขาค่อย ๆ ไล้สายตาลงมาที่ลำคอเรียว ไหล่ที่บอบบาง กระทั่งไปจบที่ทรวงอกซึ่งกำลังขยับขึ้นลงเป็จังหวะบ่งบอกถึงอาการหลับสนิทของเ้าของร่าง
ร่างกายของจักรธรเกิดอาการตื่นตัวขึ้นมาอย่างรุนแรง ร่างกายร้อนผ่าวยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ รวมถึงลมหายใจที่หอบกระชั้นแบบไม่อาจสกัดกั้นได้อีก
“พุทโธ พุทโธ พุทโธ” จักรธรพยายามเอาทางพระเข้าข่มแต่ก็ไม่อาจห้ามสายตาที่คอยจะเหลือบแลไปมองพลอยแท้อยู่ร่ำไป
“ทำไมถึงมองยายพลอยสวยได้วะ” เขาบ่นงึมงำและรีบลุกพรวดเดินออกจากห้องไป เขาวิ่งไปที่ตุ่มขนาดใหญ่ตรงชานเรือนที่จุน้ำอยู่เต็ม ก่อนจะหยิบขันตักน้ำเย็นในตุ่มตักราดตัวเองั้แ่ศีรษะลงมาขันแล้วขันเล่าเพื่อดับความร้อนรุ่มภายในกาย และเขาวนเวียนเดินเข้าออกระหว่างห้องนอนกับชานเรือนถึงห้ารอบในค่ำคืนนี้
“พลอย เยี่ยมไปเลย” ทันทีที่พลอยแท้เดินออกมาจากห้องนอนในยามเช้าตรู่ของอีกวัน จักรธรที่นั่งอยู่ตรงชานเรือนั้แ่เมื่อไหร่ไม่ทราบได้หันมายกนิ้วให้เธอเพื่อแสดงการชื่นชม
“อะไร?” พลอยแท้ถามกลับด้วยสีหน้างุนงง
“ก็เติ้งกุยของเธอไง เล่นเอาฉันไม่ได้นอนทั้งคืน” ดีที่เป็่หกโมงเช้า พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้น ไม่งั้นอาจได้เห็นใบหน้าที่แดงก่ำของเขาก็เป็ได้
เมื่อนึกได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขาใน่ค่ำคืนที่ผ่านมา เธอถึงกับใบหน้าแดงระเรื่อ “ก็บอกแล้วว่าอย่าลอง”
คำพาที่เดินออกมาจากห้องได้ยินเข้าพอดีก็หัวเราะเบา ๆ และพูด “มิน่า ย่าได้ยินเราออกไปอาบน้ำเย็นกลางดึกตั้งนานสองนาน” ว่าแล้วก็ทำสีหน้าแปลกใจไปด้วย ในเมื่อมีภรรยาอยู่ใกล้แบบนี้แต่กลับเลือกทางอื่นเพื่อแก้ปัญหาเสียนี่
พลอยแท้ถึงกับหลบตาวูบเมื่อเห็นสีหน้าสงสัยของคำพา