บันทึกการเดินทางต่างโลกของตัวละคร เลเวล MAX

    กิลด์นักผจญภัย

    บันทึกการเดินทางต่างโลกของตัวละคร เลเวล MAXกิลด์นักผจญภัย








              นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนถูกช้อนขึ้นมองอาคารสูงตรงหน้า มันถูกสร้างขึ้นด้วยการนำบล็อกหินมาเรียงต่อกันเป็นอาคาร หน้าต่างทุกบ้านล้วนปิดสนิท ยกเว้นหน้าต่างบริเวณชั้นหนึ่งที่สามารถมองเห็นเข้าไปข้างในได้ ถึงแม้ว่าท้องฟ้ากำลังจะมืดเข้าไปทุกทีก็ตาม แต่เสียงจอแจภายในตัวอาคารนี้ก็ยังคงดังอย่างต่อเนื่อง

              ผมสูดเอาอากาศเย็นเข้าเต็มปอดก่อนจะพ่นออกมา สายตาเลื่อนไปจับจ้องมองป้ายไม้รูปดาบไขว้ และมีโล่ปิดทับอยู่เหนือประตูบานใหญ่ที่เปิดอ้าซ่า ก่อนจะก้มหน้ากลับลงมามองผู้คนโดยรอบที่กำลังจับกลุ่มคุยกัน

              คนที่กำลังจับกลุ่มกันมีจำนวนราว ๆ 3 ถึง 6 คนต่อกลุ่ม พวกเขาล้วนสวมชุดเกราะที่แตกต่างกันไป และเหน็บอาวุธประจำกายไว้ แต่ที่เหมือนกันเลยนั่นก็คือ ในแต่ละกลุ่มจะมีคนสวมชุดคล้ายนักเวทอยู่ประมาณคนสองคน

              นอกจากนี้บางคนยังชี้ไม้ชี้มือมาทางนี้ พร้อมกับกระซิบกระซาบกับคนในกลุ่มของตัวเองด้วยรอยยิ้ม พร้อมกับเสียงหัวเราะราวกับกำลังพูดคุยนินทาถึงตัวผมอยู่

              "ถึงแล้วค่ะ กิลด์นักผจญภัยที่ข้าพูดถึง"

              เซเลสทีนที่ยืนอยู่ด้านข้างหันมาพูดด้วยรอยยิ้มหวาน พลางผายมือไปยังอาคารตรงหน้า ผมพยักหน้ารับรู้โดยไม่ตอบอะไร ก่อนจะก้าวเดินตรงเข้าไปในประตูบานใหญ่กำลังเปิดอ้าซ่าราวกับพร้อมต้อนรับทุกคน

              เมื่อเข้ามาข้างในแล้วก็เผยให้เห็นกับห้องโถงกว้างสร้างจากไม้ บนเพดานถูกติดตั้งด้วยโคมไฟส่องประกายแสงด้วยคริสตัลสีขาว ตรงหน้าของผมมีโต๊ะไม้ยาวหลายตัววางเป็นแถว และแทบทุกโต๊ะล้วนมีชายหญิงสวมชุดเกราะกำลังนั่งตั้งวงทานอาหาร ราวกับกำลังกินเลี้ยงกันอยู่

              แน่นอนว่าทันทีที่ผมเข้ามา สายตาของทุกคนก็จะหันมาจับจ้องผมเป็นตาเดียวกัน

              "อะไรกันคนสวมชุดเกราะคนนั้น?"

              "ดาบโคตรใหญ่!"

              "เหมือนอัศวินเลย แต่ไม่น่าจะเป็นอัศวินแถวนี้นะ?"

              "ดาบเล่มใหญ่นั่นมันอะไรกัน? แท่งไม้เหรอฟะ!?"

              "เป็นขุนนางรึไงกัน? ถ้าใช่ก็กลับไปเลย ที่นี่ไม่ต้อนรับขุนนางอย่างเจ้าโว้ย!"

              "แบกดาบใหญ่ขนาดนั้นไม่หนักรึไง? หรือว่าข้างในมันกลวงโบ๋จนเบากันแน่ ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า!"

              สมกับเป็นกิลด์นักผจญภัย... เหมือนกับในนิยายไม่มีผิด

              "เซเลสทีนฝากถือสัมภาระทีนะ"

              ผมทำเป็นเมินคำนินทา และคำถากถางจากพวกนักผจญภัยที่ลอยเข้าหู หันไปยื่นถุงหนังสัมภาระฝากกับเอลฟ์สาว ก่อนจะทำหน้าเคร่งขรึมก้าวเท้าสวมเกราะหนาเดินไปตามพื้นไม้ส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดตามน้ำหนักของชุดเกราะ 

              ผมกวาดสายตามองรอบบริเวณอย่างถี่ถ้วน พบว่าถัดจากโต๊ะไม้ยาวจะมีเคาน์เตอร์ยาวตั้งอยู่ โดยมีคนที่น่าจะเป็นพนักงานนั่งอยู่หลังเคาน์เตอร์ 5 คน นอกจากนี้ด้านข้างของเคาน์เตอร์ยังมีกระดานไม้ขนาดใหญ่ตั้งอยู่ ซึ่งเต็มไปด้วยกระดาษแข็งหลายแผ่นที่มีเนื้อความแปะติดไว้

              ทางฝั่งซ้ายเป็นกำแพงไม้ และมีบันไดสำหรับเดินขึ้นชั้นสอง ส่วนทางฝั่งขวาดูเหมือนจะเป็นร้านอาหารของกิลด์ที่จะคอยขายอาหารให้แก่นักผจญภัย และมีเด็กเสิร์ฟเป็นหญิงสาวหูกระต่ายคอยเสิร์ฟอาหาร และเครื่องดื่มให้แก่นักผจญภัยเป็นระยะ ๆ

              ผมตัดสินใจเดินตรงตัดกลางช่องว่างระหว่างโต๊ะไม้ยาวที่มีนักผจญภัยมากหน้าหลายตากำลังนั่งสังสรรค์กันอยู่ ด้วยฝีเท้าอันแสนหนักแน่นมั่นคง แต่แล้ว...

              "เห้ย!"

              ทันใดนั้นนักผจญภัยคนหนึ่งที่มีศีรษะโล้น ใบหน้าบ่งบอกยี่ห้อโจรได้ตะเบ็งเสียงดังขึ้น พร้อมกับคว้าจับผ้าคลุมหลังสีแดงเลือดของชุดเกราะ ก่อนที่เขาจะทำการกระชากผ้าคลุมในมือสุดแรง แต่ด้วยพละกำลังอันมหาศาลจึงทำให้ร่างของชายคนนั้นถูกกระชากจนตกเก้าอี้เสียเอง

              "โอ้ย! บังอาจนัก!"

              เจ้าผู้ชายศีรษะโล้นลูบหัวตัวเองปอย ๆ ที่โขกกับพื้นไม้ ก่อนจะแสดงความโกรธตะเบ็งเสียงร้องเรียก พร้อมกับยันตัวลุกขึ้นมาทั้งสีหน้าบิดเบี้ยว

              "มีอะไร?"

              ผมชะงักตัวหันไปถามเจ้าคนหัวโล้นทั้งสีหน้าเคร่งขรึม มันเห็นดังนั้นจึงขบเขี้ยวฟันด้วยความโกรธ ก่อนชี้นิ้วมาที่ใบหน้าของผม

              "เจ้ากล้าทำร้ายข้าได้ยังไง! ไม่รู้รึไงว่าข้าเป็นใคร!!!"

              เจ้าโล้นตะเบ็งสุดเสียงจนน้ำลายกระเซ็น พร้อมกับกลิ่นเหม็นของเหล้าโชยหึ่งออกมาจากปากของมัน นักผจญภัยโดยรอบนอกจากจะไม่ห้ามแล้ว พวกเขากลับนิ่งเงียบมองมาทางนี้พร้อมกับทานอาหารบนโต๊ะราวกับกำลังรอดูเรื่องน่าสนใจ 

              "อัดมันเลย! ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า!"

              "ตีกัน ๆ!"

              "อย่าให้มันหยามเจ้าได้นะ สแกรนซ์! ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า!"

              บางคนถึงขั้นส่งเสียงเชียร์พร้อมกับหัวเราะร่วนไปด้วย แค่ดูก็รู้ว่ามีแต่พลพรรคคนเมาทั้งนั้น

              "ข้าต้องขออภัยด้วย ข้าไม่ได้มีเจตนาจะหาเรื่องกับเจ้าแม้แต่น้อย อันที่จริงเป็นเจ้าเองไม่ใช่รึที่พลาดท่าเอง?"

              ผมสูดหายใจเข้าปอดสงบสติอารมณ์ของตัวเองกล่าวกับเขาด้วยความใจเย็น แต่คนตรงหน้ากลับแสดงแววความโกรธมากกว่าเดิมเสียอย่างงั้น

              "นี่เจ้ากำลังหาว่าข้าโง่งั้นรึ!? กล้ามากนะ! ข้าคือหนึ่งในสมาชิกของทีมพายุทมิฬ สแกรนซ์ นักผจญภัยระดับเงินเชียวนะโว้ย!"

              เจ้าโล้นตะคอกประกาศศักดาด้วยสีหน้ามึนเมาจากฤทธิ์สุรา นี่ล่ะหนา... คนเมา พูดอีกอย่าง แต่กลับได้ยินอีกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นโลกไหนคนเมาก็ล้วนเหมือนกันหมด

              "คิดว่าเจ้ามีดาบใหญ่แล้วเจ๋งเหรอวะ!? กล้าเดินผ้านข้าโดยไม่ทำความเคารพแบบนี้ เจ้าเป็นนัก--"

              "สร่างเมาเมื่อไหร่ แล้วค่อยมาคุยกันใหม่นะ"

              ขณะที่เจ้าหัวโล้นกำลังพล่ามบอกอยู่นั้น ด้วยความรำคาญผมจึงเอื้อมมือซ้ายไปจับคอเสื้อชุดเกราะของของเขายกขึ้นสูง แล้วทำการโยนร่างของมันให้ลอยไปชนกับกำแพงไม้ ก่อให้เกิดเสียงปริแตกดังสนั่น พร้อมกับร่างของเจ้าโล้นซ่าได้ฝังเข้าไปในกำแพงไม้สลบเหมือดคาที่ในทันที

              คุมแรงยากเหมือนกันแฮะ แต่อย่างน้อยก็ไม่ทำให้ถึงตายละกัน

              สุรเสียงโดยรอบพลันเงียบสงัดราวกับถูกหยุดเวลาไปชั่วขณะ รวมถึงเซเลสทีนยังจ้องมองการกระทำของผมด้วยแววตาตกตะลึง

              "ท่านอาทัส! ท่านทำอะไรลงไปน่ะคะ!?"

              "ขอโทษทีนะ พอดีว่าข้าค่อนข้างรีบน่ะ อยากจะรีบสมัครให้มันจบ ๆ ไป แล้วหางานทำสักที"

              ผมกล่าวตอบเอลฟ์สาวด้วยน้ำเสียงไม่ยี่หระ ก่อนจะหันหลังเพื่อเดินตรงไปยังเคาเตอร์ แต่ยังไม่ทันไรกลุ่มชายฉกรรจ์สวมชุดเกราะบนโต๊ะเดียวกันกับเจ้าโล้นก็พลันผุดลุกขึ้นมาล้อมหน้าหลัง 2 คน และมีอีก 1 คนยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามของโต๊ะ          
              "ทำร้ายเพื่อนข้าแล้วคิดจะจากไป? เจ้ากล้ามากนะที่มาหาเรื่องคนของทีมพายุทมิฬ อย่าคิดว่าจะรอดกลับไปได้!"

              ชายหน้าบากสวมเกราะหนักกล่าวกับผมด้วยสีหน้าโกรธเกรี้ยว เห็นแบบนั้นผมจึงถอนหายใจเล็กน้อย พลางผ่อนแรงที่แขนซ้ายลงให้เหลือน้อยที่สุด

              "นั่งกินข้าวอยู่เฉยๆ ก็ดีอยู่แล้วแท้ๆ ทำแบบนี้มันรบกวนคนอื่นนะรู้มั้ย?"

              "หนอย... เจ้าว่า--"

         ผัวะ!

              หมัดซ้ายของผมถูกเหวี่ยงต่อยเข้าใส่ใบหน้าของชายหน้าบากในฉับพลัน ก่อนที่ใบหน้าของเขาจะทิ่มลงพื้นอย่างแรงเกิดเป็นเสียงแตกร้าวของไม้ สลบเหมือดคาที่ไปในทันที

              "เห้ย! แก--"

              หลังมือซ้ายสวมเกราะหนาถูกยกขึ้นกระแทกหน้าของชายอีกคนที่กำลังพุ่งเข้ามาทางด้านหลัง ส่งร่างของมันให้ลอยไปข้างหลัง ก่อนจะตกกระแทกกับพื้นสลบเหมือดไปอีกคน

              "แกตา--"

              ชายฉกรรจ์สวมเกราะคนสุดท้ายที่อยู่ฝั่งตรงข้าม รีบกระโดดข้ามโต๊ะพร้อมกับกำลังชักดาบข้างเอวออกมา แต่ผมกลับไวยิ่งกว่าด้วยการกระชากมือซ้ายกลับมาคว้าใบหน้าของเขา แล้วทุ่มร่างใหญ่โตสวมเกราะลงกลางโต๊ะอย่างแรง

         ตึง!!!

             โต๊ะไม้ยาวถึงกับหักกลางทันที พร้อมกับสติของคนสุดท้ายที่นอนแผ่หลาอยู่ตรงกลางโต๊ะอันแตกหักได้หลุดลอยไป ผมกลับมายืนเต็มความสูงอีกครั้งท่ามกลางสายตาตกตะลึงของผู้คนทั้งหมด 

              โดยเฉพาะพวกที่พูดถากถาง และส่งเสียงเชียร์ในตอนแรกถึงกับเปลี่ยนท่าทางจากหน้ามือเป็นหลังเท้า กลับไปนั่งคุดคู้อยู่กับโต๊ะของตัวเองด้วยสีหน้าหวาดผวา  

              เฮ้อ... หิวก็แดกข้าวไปสิฟะ แต่ถ้าห้าวนักก็แดกตีนไปเถอะ


    __________________________________________________




    อัพเมื่อวันที่ 20/8/2562