หานลี่นั่งกรรมฐานอยู่ในห้องเล็ก ทั่วร่างของเขานิ่งสงบราวกับรูปปั้น ทั่วร่างเปล่งแสงเซียนเรื่อเรือง
รัศมีแสงเซียนรอบกายพร่าเลือนมวลอากาศ มวลอากาศรายรอบลางสลัว
" วู๊มม " ระลอกคลื่นแห่งปัญญาพร่างพรายออกเป็ระยะ ระลอกคลื่นแห่งปัญญาแผ่ปกคลุมทั่ว
" นี่มันคลื่นแห่งปัญญา "
" ช่างได้รับสิ่งสืบทอดที่ยอดเยี่ยมแลล้ำค่ายิ่ง "
คลื่นแห่งปัญญา เป็ที่หมายปองของเหล่าบัณฑิตทั้งหลาย แม้นเพียงเศษเสี้ยวของคลื่นแห่งปัญญา ก็อาจพัดพาโชควาสนาใหญ่มาเยือนได้
ต้องบอกว่าบัณฑิตกับปัญญานั้นเป็ของคู่กัน หากบัณฑิตขาดซึ่งปัญญาแล้วบัณฑิตผู้นั้นจักกลายเป็คนโง่เลา
ยิ่งบัณฑิตผู้ใดอุดมด้วยปัญญา ย่อมก่อให้เกิดความแตกฉาน
ภายนอกส่งเสียงอึกทึก เสียงพุดคุยขันแข่งดังระงมทั่ว
แต่ภายในจิตของหานลี่นั้นกลับว่างเปล่ามิมิสิ่งใด เขายิ่งงุนงงสงสัยเป็อย่างยิ่งว่า เขาได้รับสิ่งสืบทอดอันใดกันแน่
เนิ่นนานนับวัน
หานลี่เปิดเปลือกตาขึ้น สองตาของเขากวาดมองยังเหล่ายอดยุทธทั้งหลาย
" ข้าได้รับสิ่งใดกัน " หานลี่พึมพำ
" เหตุใดจึงว่างเปล่า " ชายหนุ่มส่ายหน้าช้าๆ
" ฮื่อห์ " หานลี่ถอนหายใจออกมาอย่างแรง พลางหยัดกายลุกออกจากแท่น
หานลี่ผินกายไปยังห้องพลางโค้งหัวให้ แลเร่งเดินออกจากห้องอย่างรวดเร็ว
" เสียเวลาไปตั้งหนึ่งวันกลับมิได้สิ่งใดเลย " หานลี่พึมพำ
ในระหว่างที่กำลังเดินออกจากวิหารนั้น
เหล่ายอดยุทธมากมายต่างเข้ารุมล้อม สองตาของพวกเขาเปล่งประกายใคร่รู้
" น้องชาย เ้าได้สิ่งใดที่ห้องนั้น " ชายผู้หนึ่งเอ่ยถาม
หานลี่พยักหน้าช้าๆ พลางครุ่นคิด " ข้ามิได้สิ่งใดเลย หากตอบเช่นนี้ คนเหล่านี้คงมิพอใจเป็แน่ " หานลี่พูดในใจ
" จะตอบเช่นใดดี " หานลี่พูดในใจ
" อ้า " หานลี่ร้องออกมา เมื่อมีคำพูดหนึ่งประโยคผุดขึ้นในหัว
" พี่ชายทุกท่าน ผู้าุโท่านหนึ่งเอ่ยกับข้าว่า สรรพสิ่งล้วนก่อเกิดจากความว่าง จากนั้นข้าก็นั่งครุ่นคิดอยู่ตั้งนาน " หานลี่เอ่ยออกมา
เหล่าบัณฑิตทั้งหลายต่างงุนงงสงสัยเป็อย่างยิ่ง เขาเ่าั้ต่างคิ้วขมวด ใบหน้าเบี้ยวบิด
หานลี่อาศัย่จังหวะที่บัณฑิตยุทธทั้งหลายกำลังครุ่นคิด เร้นกายหายไปจากจุดที่ยืน
" น่ากลัวยิ่งนัก บัณฑิตยุทธเหล่านี้ " หานลี่พึมพำ
หานลี่มองยังวิหารสืบทอดพลางส่ายหน้า เขามองยังเหล่าบัณฑิตยุทธที่เดินออกมา
บัณฑิตยุทธที่ออกมาล้วนแล้วแต่มีสีหน้าอิ่มเอิบ พวกเขาต่างได้รับสิ่งสืบทอดจากบัณฑิตยุทธโบราณ
แต่ชายหนุ่มกลับมิได้สิ่งใดเลย นอกจากความว่าง
" รึว่าข้าจะมิเหมาะกับการเป็บัณฑิตยุทธ " หานลี่พึมพำ
" หากว่าข้ามิเหมาะ เช่นนั้นแล้วข้าควรเป็ยอดยุทธ " หานลี่พยักหน้าช้าๆ
หานลี่ผินกายแลทะยานร่างออกจากวิหารสืบอดอย่างรวดเร็ว
เพียงมินานที่ออกมาจากวิหารสืบทอด พลันปรากฎร่างของบัณฑิตยุทธผู้หนึ่งยืนขวางทาง
ใช่แล้วผู้ที่ยืนขวางทางเป็บัณฑิตยุทธ ที่ฟาดฝ่ามือใส่ชายหนุ่มที่วิหารสืบทอด
เวลานี้ร่างของบัณฑิตยุทธนั้นเต็มไปด้วยาแ ทั้งโลหิตยังหลั่งไหลอาบย้อมทั่วร่าง
" พี่ชาย เหตุใดจึงขวางทางข้า " หานลี่เอ่ยถาม
" เพียงเ้าบอกข้าว่าเ้าได้สิ่งใดจากวิหารสืบทอดข้าจะปล่อยเ้าไป " บัณฑิตยุทธผู้นั้นเอ่ย
" อืม " หานลี่พยักหน้าช้าๆ
" พี่ชาย ผู้าุโบอกข้าว่า สรรพสิ่งล้วนเกิดจากความว่าง " หานลี่เอ่ยออกมา
" สรรพสิ่งล้วนเกิดจากความว่าง " บัณฑิตยุทธผู้นั้นพึมพำ
หัวคิ้วของเขาพลันขมวดเป็ปม แลดำดิ่งลงไปในประโยค
เห็นเช่นนั้น หานลี่เร่งทะยานร่างจากไปอย่างรวดเร็ว
ชายหนุ่มทะยานร่างมาถึงยัง บึงน้ำขนาดใหญ่ที่แห้งผาก ร่างของเขายืนอยู่บนขอบเขตของบึงน้ำ
สองตามองจ้องลงไป เศษซากปรักหักพังของตำหนักมากมายกลาดเกลื่อนทั่ว
" นี่เป็บึงน้ำ แต่กลับมีซากตำหนักอยู่ก้นบึง " หานลี่พึมพำ
" ไป " หานลี่ทะยานร่างไปอย่างรวดเร็ว เขาเร่งเข้าสำรวจยังซากตำหนักที่ถูกเหล่ายอดยุทธรื้อค้นจนหมดสิ้นแล้ว
" ข้ามาช้าไปอีกแล้ว " หานลี่พึมพำ
หานลี่ใช้เวลาอีกนับวันกว่าที่สำรวจเศษซากตำหนักครบถ้วน
" ได้เศษไข่มุกอะไรสักอย่างมาจำนวนหนึ่ง " หานลี่พึมพำ
หลังจากที่สำรวจจนครบถ้วน หานลี่ได้ทะยานร่างขึ้นจากบึงใหญ่ที่แห้งขอด
" ตรงนั้นมีบางสิ่ง " หานลี่พึมพำ
สองตาของชายหนุ่มมองไปยังูเาลูกหนึ่งที่มีเสียงของเหล่ายอดยุทธดังกระหึ่ม
" ไป " อย่างมิรอช้า หานลี่พุ่งทะยานไปยังูเาลูกนั้นอย่างรวดเร็ว
" อะไรอยู่ในูเาลูกนี้ " หานลี่พึมพำ
สองเข้าก้าวเดินเข้าไปในข้างในูเา สองตาของเขากวาดมองทั่ว
" ภายในูเา ถูกเจาะเป็โพรงใหญ่ สามารถรองรับผู้คนได้นับหมื่น " หานลี่พึมพำ
" ทั้งยังมีทางเดินอีกนับร้อยทาง นำไปสู่บางสิ่งที่อยู่ในส่วนลึก " หานลี่พยักหน้าช้าๆ
หานลี่กวาดตามองทั่วเขาพบว่าตนเองนั้นเป็เพียงคนเดียวที่มีขั้นฝึกต่ำที่สุด
เหล่ายอดยุทธมากมายต่างหันรีหันขวาง แต่ก็มิมีผู้ใดกล้าเดินเข้าไปในท่องทางเดินเ่าั้
" ไอ้หนู " ชายชราผู้หนึ่งเอ่ยออกมา มือหนึ่งของชายชรายื่นเหยียดออก
" เ้าเข้าไปในนั้น แลใช้หยกถ่ายทอดเสียงกลับมา มิว่าเ้าจะพบเจอสิ่งใดเ้าต้องส่งเสียงกลับมา " ชายชราเอ่ย
" นี่มันบ้าไปแล้ว " หานลี่พึมพำ
" เห็นข้าต่ำกว่าจึงกล้าใช้ข้าเช่นนั้นรึ " ห่านลี่พูดในใจ
" แต่ก็อย่างว่า " หานลี่พยักหน้าช้าๆ พลางยื่นมือนับเอาหยกถ่ายทอดเสียง
" แล้วมันใช้เช่นใด " หานลี่พึมพำ
" เ้าเพียงเพ่งจิตไปที่หยกถ่ายทอดเสียง แลพูดได้เลย " ชายชราเอ่ย
" อืม " หานลี่พยักหน้าช้าๆ เขาลองเพ่งจิตไปหยกถ่ายอทดเสียง
" ผู้าุโ " เสียงหนึ่งดังขึ้นที่หยกถ่ายทอดเสียงในมือของชายชรา
" ใช่ " ชายชราพยักหน้า
หานลี่สูดหายใจเข้าลึก พลางก้าวเดินเข้าไปช่องทางแรกฝั่งซ้ายมือ
" ไป " หานลี่เดินเข้าไปในช่องทางแรกอย่างเชื่องช้า สองตากวาดมองทั่วทางเดิน
ทางเดินทอดยาวไปไกลลิบ เห็นเพียงจุดเสียงลางเลือนเล็กๆ
ราวหนึ่งชั่วยามหานลี่จึงเดินมาสุดทางเดิน " อึก " หานลี่กลืนน้ำลายลงคอ
" วิหารใหญ่สีดำ " หานลี่ส่งเสียงกลับไป
" วิหารใหญ่สีดำ " ชายชราพึมพำ
" นอกจากวิหารสีดำแล้วยังมีสิ่งใด " ชายชราร้องถามผ่านหยกถ่ายทอดเสียง
" มีเพียงวิหารสีดำ " หานลี่เอ่ยออกมา
" วิหารเป็เช่นใด " ชายชราเอ่ยถาม
" รูปทรงของวิหารคล้ายกับวิหารสืบทอด แต่ต่างกันที่เป็สีดำ " หานลี่ตอบกลับ
" เ้าเข้าไปดูในวิหารได้รึไม่ " ชายชราเอ่ย
" เมื่อเ้าเข้าไปแล้ว อย่าได้คิดฉกฉวยสมบัติภายในวิหารเป็อันขาด มิเช่นนั้นข้าจะมิละเว้นชีวิตของเ้า " ชายชราพูดจาข่มขู่
" นี่มันบ้าอะไร ใช้ข้ายังมิพอ ยังพูดจาข่มขู่ข้าอีก " หานลี่ร้องะโใส่หยกถ่ายทอดเสียง
" ไอ้หนู ตัวเ้าก็แค่นี้ ไร้ที่พึ่งพึง ดีเพียงใดแล้วที่ได้รับใช้ข้า " ชายชราเอ่ยออกมาอย่างเย่อหยิ่ง
" เฮอะ " หานลี่แค่นเสียงใส่หยกถ่ายทอดเสียง
" ข้าจะบอกให้ หากผู้ใดอยากเข้าสำรวจวิหารสีดำนี่ ก็เชิญเข้ามาสำรวจดัวยตนเอง ข้ามิเอา " หานลี่เอ่ยออกไป
" ข้าขอสั่งให้เ้าเข้าไปสำรวจวนวิหารสีดำนั่น แลห้าม่ชิงสมบัติภายในวิหารเป็อันขาด " ชายชราร้องะโใส่หยกถ่ายทอดเสียง
" ฮ่า ฮ่า ฮ่า " หานลี่ะเิเสียงหัวเราะใส่หยกถ่ายทอดเสียง
" ข้าจะเข้าไป แลสมบัติที่ข้าพบเจอมันจะเป็ของข้า " หานลี่เอ่ยออกมา
" ไอ้สาระเลว หยุดเดี๋ยวนี้ " ชายชราร้องะโใส่หยกถ่ายทอดเสียง
" ไอ้แก่ เ้าจะเอาเช่นใด ประเดี๋ยวให้ไปประเดี๋ยวให้หยุด " หานลี่เอ่ยออกไป น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยการยียวนกวนประสาท
" ฮื่อห์ " ชายชราถอนหายใจออกมาอย่างแรง
" เข้าไปสำรวจ แลห้ามฉกฉวยสมบัติ เมื่อเสร็จงาน เ้าจะได้ผลึกฟ้าดินสิบก้อน " ชายชราเอ่ย
" ผลึกฟ้าดินสิบก้อน " เสียงของเหลายอดยุทธร้องออกมา
ผลึกฟ้าดินหนึ่งก้อนนั้นมีราคาแพงลิบลิ่วทั้งยังหาได้ยากยิ่ง เพราะกว่าที่พลังฟ้าดินจะควบแน่นกลายเป็ผลึกสักก้อนต้องใช้เวลามากถึงสิบปี
นั่นจึงเป็เหตุให้ราคาของผลึกฟ้าดินอยู่ที่พันตำลึงทองต่อหนึ่งก้อน หรือหนึ่งพันหินฟ้าดินต่อหนึ่งก้อน
" ผู้าุโ ข้าเองข้าขอเข้าสำรวจยังวิหารสีดำ " ชายหนุ่มคนหนึ่งเอ่ยออกมา
" ข้าด้วย "
" ข้าก็ขอเข้าสำรวจ "
" ได้ พวกเ้าเข้าสำรวจได้ แต่ห้ามฉกฉวยสมบัติ แลเมื่อเสร็จงานพวกเ้าจะได้รับผลึกฟ้าดินคนละสิบก้อน " ชายชราเอ่ย
" ไป " ยอดยุทธนับสิบพุ่งทะยานร่างเข้าไปในช่องทางเดินอย่างรวดเร็ว