"คุก์"
สถานที่ซึ่งถูกลืมเลือนโดยกาลเวลาดินแดนที่แม้แต่แสงสว่างยังไม่กล้าสาดส่องลงมาตรงๆมันคือหลุมดำแห่งความสิ้นหวังที่ถูกสร้างขึ้น ณ จุดกึ่งกลางระหว่างภพ เพื่อกักขังตัวตนที่์ไม่อาจสังหารได้...จอมมารผู้เผาผลาญดาราจักร, เทพตก์ผู้บิดเบือนกฎเกณฑ์, และอสูราที่เคี้ยวดวงดาวเป็อาหารว่าง
เสียงกรีดร้องโหยหวนดังระงมไปทั่วหุบเหวสีเืราวกับบทเพลงขับกล่อมที่ไม่มีวันจบสิ้น กลิ่นคาวเืคละคลุ้งจนอากาศหนืดข้นหากผู้ฝึกตนระดับต่ำหลงเข้ามา เพียงแค่สูดอากาศที่นี่เข้าไปคำเดียวปอดคงะเิออกเป็จุลเพราะทนรับแรงกดดันไม่ได้
ทว่า...ท่ามกลางนรกบนดินแห่งนี้ กลับมีร่างเงาหนึ่งกำลังวิ่งเหยาะๆ อย่างสบายอารมณ์
"เฮ้อ... วันนี้อากาศแย่ชะมัด แรงกดดันิญญาหนาแน่นจนหายใจลำบากสงสัยฝนเืจะตกอีกแล้ว"
เฉินเฟิง เด็กหนุ่มวัยสิบแปดปีในชุดผ้ากระสอบเก่าขาดวิ่นบ่นพึมพำพลางปาดเหงื่อบนใบหน้า เขาแบกถังไม้สีดำขนาดใหญ่ไว้บนหลังถังใบนั้นหนักอึ้งราวกับบรรจุูเาทั้งลูกเอาไว้ ทว่าฝีเท้าของเขากลับมั่นคงไม่เซแม้แต่น้อย
เฉินเฟิงเกิดและโตในคุกแห่งนี้เขาไม่เคยเห็นดวงอาทิตย์ ไม่เคยเห็นดอกไม้สิ่งที่เขาเห็นั้แ่ลืมตาดูโลกมีเพียงกรงขัง โซ่ตรวน และ 'ท่านปู่' หน้าตาเหี้ยมเกรียมทั้งหลายที่ผลัดกันสอนวิชาแปลกๆให้เขา
"หลีกไป! เ้าแมลงสวะ!"
เฉินเฟิงตวาดลั่นเมื่อเห็นเงาทมิฬขนาดเท่าลูกวัวพุ่งเข้ามาหามันคือ 'ยุงมารดูดิญญา' สัตว์อสูรระดับต่ำในคุก์ที่มีปากแหลมคมพอจะเจาะทะลุเกราะเหล็กไหล
เพียะ!
ฝ่ามือเรียวของเฉินเฟิงตบลงไปที่แมลงั์นั่นเบาๆราวกับไล่แมลงวัน ทว่าพริบตาที่ฝ่ามือััร่าง เสียงะเิดัง ตูม! ร่างของยุงมารแหลกละเอียดเป็ละอองเืปลิวกระจายไปในอากาศ
"น่ารำคาญจริง... ยุงที่นี่ตัวใหญ่ขึ้นทุกวัน ข้าต้องรีบเอา 'ขยะ' ไปทิ้ง แล้วกลับไปนวดขาให้อาจารย์ปู่ไม่งั้นโดนด่าหูชาแน่"
เฉินเฟิงถอนหายใจเขามองว่าตัวเองเป็เพียงสิ่งมีชีวิตที่อ่อนแอที่สุดในห่วงโซ่อาหารนี้เพราะในสายตาเขา ท่านปู่ทั้งหลายในคุกคือยอดมนุษย์ส่วนเขาเป็แค่เด็กรับใช้ที่ต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดไปวันๆ โดยหารู้ไม่ว่า...แรงตบเมื่อครู่ หากไปทำข้างนอกมันรุนแรงพอจะป่นกระดูกยอดฝีมือระดับก่อตั้งรากฐานให้เป็ผุยผง!
เฉินเฟิงเดินลัดเลาะผ่านทางเดินแคบๆที่ปูด้วยกะโหลกศีรษะั จนมาหยุดอยู่หน้าห้องขังหมายเลขศูนย์...ห้องขังที่ลึกที่สุดและมืดมิดที่สุด
ภายในความมืดนั้นมีร่างของชายชราผมยาวรุงรังนั่งขัดสมาธิอยู่บนแท่นหิน ดวงตาข้างหนึ่งของเขาบอดสนิทส่วนอีกข้างลุกโชนด้วยไฟสีม่วงที่ดูราวกับจะเผาผลาญิญญาได้ทุกเมื่อ
เขาคือ'ตู๋กูเทียน' หรือที่เฉินเฟิงเรียกว่า อาจารย์ปู่... อดีตจักรพรรดิเซียนผู้บ้าคลั่งที่ถูกจารึกชื่อไว้ว่าเป็ภัยพิบัติระดับทำลายล้างจักรวาล
"เ้ามาช้า! ไอ้ลูกเต่า!"เสียงตวาดของชายชราดังก้องจนผนังถ้ำสั่นะเื"ข้าบอกให้เ้าไปทิ้งขยะแค่ชั่วก้านธูป นี่เ้าหายหัวไปไหนมา!"
เฉินเฟิงวางถัง'ขยะ' (ซึ่งข้างในเต็มไปด้วยชิ้นส่วนอาวุธระดับเซียนที่พังแล้ว)ลงดัง ตึง! พื้นหินยุบตัวลงเป็หลุมลึก
"โธ่อาจารย์ปู่... วันนี้พวก 'หนอนรถด่วน' (ัดิน) มันขวางทาง ข้าเลยต้องอ้อมโลกมา ท่านอย่าเพิ่งบ่นได้ไหมข้าเอาเหล้าหมักพิษตะขาบมาฝากท่านด้วยนะ"
ตู๋กูเทียนแค่นเสียงหึ! แต่สายตากลับฉายแววเอ็นดูวูบหนึ่ง ก่อนจะกลับมาเคร่งขรึมดังเดิมเขาจ้องมองศิษย์เอกเพียงคนเดียวที่เขาฟูมฟักมากับมือ...เด็กหนุ่มผู้มีกายาประหลาดที่สามารถรองรับวิชาต้องห้ามของเหล่านักโทษได้ทุกแขนง
"เฉินเฟิง... เ้าอยู่ที่นี่มานานเท่าไหร่แล้ว?" จู่ๆ ชายชราก็ถามขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"สิบแปดปีขอรับ" เฉินเฟิงตอบพลางลงมือนวดไหล่ให้อาจารย์"ทำไมหรือ? หรือท่านจะเพิ่มค่าแรงข้า? ข้าบอกไว้ก่อนนะว่าข้าไม่เอาวิชากระบี่ห่วยๆ นั่นอีกแล้วฝึกทีไรปวดแขนทุกที" (วิชานั้นคือเพลงดาบผ่ามิติ)
"หุบปาก!" ตู๋กูเทียนตวาด "ข้าไม่ได้จะเพิ่มค่าแรง...แต่ข้าจะไล่เ้าออก!"
"หะ?" เฉินเฟิงชะงักมือ "ไล่ออก? ท่านจะบ้าเรอะ! ข้างนอกนั่นมันอันตรายจะตายไป!ท่านเคยบอกเองว่าข้างนอกมีแต่สัตว์ประหลาดที่หายใจเป็ไฟแล้วก็พวกเซียนอำมหิตที่ชอบจับเด็กไปต้มกิน! ข้าเป็แค่คนธรรมดาที่ตบยุงยังเจ็บมือข้าออกไปก็ตายเปล่าสิ!"
ตู๋กูเทียนมุมปากกระตุก...ตบยุงเจ็บมือบ้าบออะไร เมื่อกี้ข้าเห็นเ้าตบสัตว์อสูรระดับ 3 เละเป็โจ๊ก!
"เ้ามันโง่เง่า! อยู่ที่นี่ต่อไปเ้าก็เป็ได้แค่เด็กเก็บขยะ!"ชายชราลุกขึ้นยืน รัศมีอำนาจแผ่พุ่งออกมาจนเฉินเฟิงต้องถอยกรูด"ข้าสอนทุกอย่างให้เ้าหมดแล้ว... ที่เหลือคือเ้าต้องไปเรียนรู้ด้วยตัวเอง!โลกภายนอกไม่ได้น่ากลัวอย่างที่เ้าคิดหรอก... (สำหรับเ้าน่ะนะ)"ประโยคหลังเขาพึมพำเบาๆ
"ไม่ไป! ยังไงข้าก็ไม่ไป!" เฉินเฟิงกอดเสาหินแน่น "ข้าจะอยู่ที่นี่จนแก่นั่นแหละ!"
ตู๋กูเทียนแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม...รอยยิ้มที่ทำให้เฉินเฟิงขนลุกซู่ไปถึงไขสันหลัง
"ไอ้หนู... ในพจนานุกรมของบิดา ไม่มีคำว่า 'ปฏิเสธ'!"
ทันใดนั้นตู๋กูเทียนก็วาดมือกลางอากาศ พื้นที่ว่างเปล่าเบื้องหน้าบิดเบี้ยวและฉีกขาดออกเผยให้เห็นรอยแยกมิติสีดำหมุนวนราวกับพายุ
"นั่นมัน... รอยแยกมิติ!" เฉินเฟิงตาเบิกโพลงเขารู้ดีว่าสิ่งนี้คือทางออก... และทางไปสู่ความตาย (ในความคิดเขา)
"อาจารย์ปู่! ท่านจะทำอะไร! อย่าบอกนะว่า..."
"ไปซะ! ไปเปิดหูเปิดตาดูโลกกว้าง!" ตู๋กูเทียนคำรามลั่น"จำคำข้าไว้... อย่าไว้ใจใคร! อย่าเผยไพ่หมดหน้าตัก! และถ้าใครรังแกเ้า... ให้กระทืบมันให้จมธรณี!"
"ข้าไม่ปายยยยยย!" เฉินเฟิงกรีดร้อง พยายามจะวิ่งหนี
แต่มีหรือจะหนีพ้นระดับจักรพรรดิเซียน? ตู๋กูเทียนง้างเท้าขึ้น... พลังปราณอัดแน่นที่ฝ่าเท้าจนเกิดแสงสว่างจ้า
"วิชาลับตระกูลตู๋กู... บาทาไร้เงาส่งแขก!"
ปึ้ก!
เสียงเท้าปะทะก้นดังสนั่นหวั่นไหวร่างของเฉินเฟิงลอยลิ่วหวือราวกับว่าวสายป่านขาดพุ่งตรงเข้าสู่รอยแยกมิติด้วยความเร็วแสง
"ไอ้แก่บ้าาาาา! ฝากไว้ก่อนเถอะ! ข้าจะกลับมาเผาห้องขังท่าาาาาน...!"
เสียงโวยวายค่อยๆหายลับไปพร้อมกับรอยแยกมิติที่ปิดตัวลงความเงียบสงัดกลับคืนสู่ห้องขังหมายเลขศูนย์อีกครั้ง
ตู๋กูเทียนลดเท้าลงถอนหายใจยาวเหยียด แววตาที่เคยดุดันกลับดูอ่อนลงและเต็มไปด้วยความคาดหวัง
"ไปดีมาดีนะไอ้ศิษย์โง่... โลกใบนี้สงบสุขมานานเกินไปแล้ว ถึงเวลาที่ 'หายนะ' อย่างเ้าจะไปเขย่า์ให้ตื่นเสียที"
เขามองดูความว่างเปล่ายิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนจะหยิบเหล้าหมักพิษตะขาบที่เฉินเฟิงทิ้งไว้ขึ้นมาดื่ม
"รสชาติดี... หวังว่าเ้าจะรอดไปจนถึงวันที่ข้าออกไปหาเ้านะ"