ตอนที่ 36:ภาพแอบสแตรกต์
ไอดีเว่ยป๋ออันที่สองของหลิวจือเซียถูกแนะนำโดยเย่หลินเถามันมีคอมเมนต์เกือบพันคอมเมนต์ ทั้งหมดเป็นแฟนคลับของเย่หลินเถาเขาเชี่ยวชาญกับการดูแลความนิยมของดาราเป็นอย่างดี
ตอนนั้นคนที่ไม่เชื่อในคอมเมนต์เหล่านี้สุดท้ายก็ได้สติเพราะมันเป็นไปไม่ได้เลยที่ดาราแนวหน้าจะมาตอบคอมเมนต์อะไรแบบนี้
แม้ว่าเย่หลินเถาจะไม่สนใจแต่ก็มีคอมเมนต์ด้านลบกว่าพันอันเช่นกัน
สุดท้ายเหล่าชาวเน็ตก็พบว่าไอดีเว่ยป๋ออันนี้ยืนยันด้วยว่านี่คือนักร้องที่เวิ่นซิงเอนเตอร์เทนเมนท์เซ็นสัญญาเป็นศิลปิน
“เวิ่นซิงเอนเตอร์เทนเมนท์เป็น 1 ใน 3 ยักษ์ใหญ่ในวงการบันเทิงไม่ใช่รึไง? ”
“บังเกอร์ นี่ไอดีเว่ยป๋อของนักร้องที่ร้านอาหารใต้ต้นไม้จริง ๆ! ”
“ฉันลองค้นหาดูแล้ว นักร้องที่ร้องเพลง ‘ได้เจอเธอพอดี’คือหลิวจือเซียที่อยู่สาขาวิชาการละคร ! ”
คอมเมนต์ของเย่หลินเถากับของแฟน ๆ นั้นส่งผลอย่างน่าเหลือเชื่อ
แม้ว่าบางคนจะยังลังเลอยู่แต่ก็มีคนเชื่อในหัวข้อนี้มากขึ้นเรื่อยๆ
ผลก็คือเว่ยป๋อของหลิวจือเซียจึงมีผู้ติดตามเพิ่มมากขึ้นด้วยความเร็วที่น่าตกใจ!
………………………
คนขับรถของหลางเวิ่นซิงมาส่งเยว่เยว่ที่บริษัทตรงเวลา 5โมงเย็นตามที่กำหนดเอาไว้
เว่ยป๋อของหลิวจือเซียนั้นมีผู้ติดตามเพิ่มขึ้นจาก 53 คนเป็น53,000 คน ถึงไม่รู้ว่ามีแฟนคลับที่ชอบเขาจริง ๆ สักกี่คนแต่ก็ทำให้หลิวจือเซียรู้สึกพอใจกับผลลัพธ์นี้มาก
เพราะนี่คือก้าวแรกของเขาและจะมีแฟนคลับมากกว่านี้ในอนาคตอย่างแน่นอน !
“คุณพ่อคะ หนูกลับมาแล้ว ! ” เยว่เยว่สะพายกระเป๋าเล็ก ๆพร้อมกับวิ่งเข้ามาในห้องทำงานของหลิวจือเซีย
หลิวจือเซียวางมือจากเมาส์ก่อนจะเดินเข้าไปกอดเยว่เย่ว“เยว่เยว่กลับมาแล้ว ใครมาส่งหนูงั้นหรือ ? “
“พี่สาวคนสวย ! ” เยว่เย่วเอียงหัวน้อย ๆ ของเธอและพูดขึ้น“พี่สาวบอกว่าจะพาหนูไปกินอาหารอร่อย ๆ ด้วย ! คุณพ่อ ที่นี่ที่ไหน ?ที่นี่กว้างมาก ๆ เลย ! ”
หลิวจือเซียหอมแก้มของเยว่เยว่ด้วยความอบอุ่นและพูดขึ้น“นี่ที่ทำงานของพ่อ ต่อจากนี้ลูกต้องมาที่นี่ทุกวันหลังเลิกเรียน”
“คิกคิก... หนวดพ่อจั๊กจี้จังเลย” เยว่เยว่ยิ้มออกมา“หรือว่าหลังจากนี้ที่นี่จะเป็นบ้านเรา ? ”
“ใช่แล้ว ! ”หลิวจือเซียกอดเจ้าตัวน้อยไว้แน่นก่อนจะไปนั่งที่โซฟา “ถ้าเยว่เย่วชอบที่นี่เมื่อด้านล่างตกแต่งเสร็จเมื่อไหร่ เยว่เยว่ก็จะได้พักที่นี่ ! ”
“เย้ ๆ เยว่เยว่จะมีบ้านเพิ่มมาอีกหลังแล้ว ! ”เยว่เยว่ปรบมือด้วยความตื่นเต้น
“ก๊อก ก๊อก” ตอนนั้นเองก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
“เข้ามาได้ ! ”หลิวจือเซียวางเยว่เยว่ลงบนโซฟาก่อนจะมองไปที่ประตู
คนที่เคาะก็คือเลขาสาวจางเจี๋ยเดินเข้ามาพร้อมถาดผลไม้และขนมจำนวนมากจากนั้นเธอก็เดินมาวางไว้ที่โต๊ะตรงหน้าโซฟา
เยว่เยว่ตาเป็นประกายและบอกกับหลิวจือเซีย “คุณพ่อนี่พี่สาวที่มาส่งหนู”
“คุณจาง รบกวนคุณจริง ๆ ” หลิวจือเซียเอ่ยปากขอบคุณ
“คุณหลิวไม่ต้องเกรงใจไป นี่เป็นงานของฉันอีกอย่างแล้วฉันเองก็ชอบเยว่เยว่ด้วย” จางเจี๋ยส่ายหน้าและพูดขึ้น “ฮันฮันไม่ต้องหลบแล้ว หนูจะไม่ออกมาทักทายน้าหลิวหน่อยหรือ ? ”
“สวัสดีค่ะน้าหลิว ! ” ลูกสาวคนที่สองของหลานเวิ่นซิง ฮันฮันเธอเดินออกมาจากด้านหลังประตูและทักทายหลิวจือเซียด้วยท่าทีเขินอาย
“สวัสดีหนูเหมือนกัน” หลิวจือเซียกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ฮันฮันมานี่สิ”
ฮันฮันเดินเข้าไปพร้อมใบหน้าที่แดงก่ำเธอไม่แม้แต่จะกล้ามองหน้าหลิวจือเซียด้วยซ้ำ
“คุณหลิว ฮันฮันก็เป็นคนแบบนี้แหละ วันนี้เธอไม่งอแงเท่าไหร่ถ้าเธอเจออาจารย์หานเข้า เธอคงร้องไห้ไปแล้ว”จางเจี๋ยเองก็กุมขมับกับนิสัยของญาติเธอคนนี้
“ไม่ต้องพูดถึงฮันฮันเลยแม้แต่เยว่เยว่ตอนที่เห็นอาจารย์หานก็ยังต้องร้องไห้เหมือนกัน” หลิวจือเซียกรอกตาและพูดขึ้น“ฮันฮัน น้าได้ยินมาว่าหนูวาดรูปหงส์ขาวหรือ น้าขอดูหน่อยได้รึเปล่า ? ”
“หนูเอามันให้เยว่เยว่ไปแล้วค่ะ” ฮันฮันก้มหน้าและพึมพำออกมาเบาๆ
“พ่อ อยู่นี่ ! ”เยว่เยว่รีบเอากระดาษสองแผ่นออกมาจากกระเป๋าและส่งให้กับหลิวจือเซีย
“ไหนขอพ่อดูหน่อยสิ”หลิวจือเซียยิ้มออกมาและรับกระดาษทั้งสองแผ่นนั้นไปตอนนั้นจางเจี๋ยก็เดินเข้ามาดูด้วย
เมื่อหลิวจือเซียมองไปที่กระดาษทั้งสองแผ่นเขาก็แทบจะหลุดหัวเราะออกมา
ภาพวาดทั้งสองนี่เป็นภาพแอบสแตรกต์จริง ๆ !
ไม่ว่าจะเป็นลูกเป็ดขี้เหร่หรือว่าภาพหงส์ขาว สีของมันถูกก็จริงแต่รูปร่าง...
ลูกเป็ดขี้เหร่ดูเป็นลูกเป็ดก็จริงแต่คอมันสั้นไปหน่อยมีจะงอยปากของไก่แทน หงส์ยิ่งแอบสแตรกต์กว่า หัวของมันเป็นเป็ดตัวเป็นหงส์และหางเหมือนกับนกยูง
“คุณพ่อคะ เป็นยังไงบ้าง เราวาดสวยกันไหมคะ ? ”เยว่เยว่มองไปที่หลิวจือเซียด้วยสีหน้าคาดหวัง
ฮันฮันเองก็เงยหน้าขึ้นมาและเอียงหัวตั้งใจฟัง
หลิวจือเซียมองไปที่เด็กน้อยทั้งสองคนก่อนจะยิ้มแล้วพูดขึ้น“พวกหนูวาดภาพได้สวยมาก พ่อคิดว่าถ้าพวกหนูโตขึ้นพวกหนูต้องเป็นนักวาดรูปที่เก่งแน่ ๆ ”
เมื่อเห็นว่าหลิวจือเซียโกหกจางเจี๋ยก็รีบเอามือปิดปากและยิ้มออกมา
พังแน่ ถ้าปล่อยให้จางเจี๋ยหัวเราะออกมาทุกอย่างต้องพังแน่ ๆ !
หลิวจือเซียเงยหน้าขึ้นมองจางเจี๋ยด้วยสีหน้าหมดหนทางแล้วพูดขึ้น“คุณจาง...”
“คุณหลิว คุณเรียกแค่ชื่อฉันก็ได้” จางเจี๋ยโบกและพูดขึ้น“ท่านประธานบอกว่าถ้าคุณยุ่ง ฉันจะดูแลเยว่แยว่ให้คุณแทนก็ได้คุณไม่ต้องสุภาพกับฉันก็ได้”
“เอิ่ม… ใช่สิ ! ” หลิวจือเซียพูดขึ้น “จางเจี๋ยบริษัทเรามีเปียโนหรือเปล่า ? ”
“มีสิ นอกจากในห้องซ้อมแล้วก็ยังมีในห้องทำงานของฉันด้วย”จางเจี๋ยพยักหน้า “คุณอยากใช้เปียโนงั้นหรือ ? ”
หลิวจือเซียพูดขึ้นมา “งั้นก็ดีเลย เยว่เยว่ชอบเล่นเปียโนฉันคิดว่าถ้าในอนาคตฉันยุ่ง ฉันจะให้เยว่เยว่ไปเล่นเปียโน”
“หนูเล่นเปียโนได้ด้วยหรือ ? ” จางเจี๋ยมองไปที่เยว่เยว่ด้วยความแปลกใจ“หนูยังเด็กอยู่เลย”
“เยว่เยว่ หนูอยากเล่นเปียโนกับพ่อหรือเปล่า ? “หลิวจือเซียยิ้มและถามขึ้นมา
เยว่เยว่เงยหน้าขึ้นและถามด้วยความแปลกใจ“เยว่เยว่จะได้เล่นเปียโนหรือคะ ? ”
“ใช่ พ่อจะสอนหนูเล่นสักเพลง “หลิวจือเซียลูบหัวเยว่เยว่และพูดขึ้น
“อืม! “เยว่เยว่พยักหน้าอย่างพอใจ “พี่ฮันไปด้วยได้หรือเปล่าคะ? ”
“ไปได้สิ ! ” หลิวจือเซียจับมือเด็กทั้งสองคนและพูดขึ้น“ไปกันเถอะ”
.......................................
แม้ว่าจางเจี๋ยจะเป็นเลขาของหลิวจือเซียแต่ก็เป็นหลานของประธานหลางเวิ่นซิงและหัวหน้าฝ่ายจัดการด้วยเธอมีความสามารถอยู่พอตัว ไม่นานเธอจะกลายเป็นคนสำคัญของบริษัทได้แน่ ๆ
ดังนั้นหลางเวิ่นซิงจึงเตรียมออฟฟิศที่ชั้น 21ไว้ให้กับจางเจี๋ย
ออฟฟิศนี้อยู่ด้านตะวันตกสุดของชั้น21
เมื่อเดินเข้ามาในห้องทำงานของจางเจี๋ยหลิวจือเซียก็ตาเป็นประกายขึ้นมา
ห้องทำงานนี้แบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนหนึ่งคือห้องทำงานจริง ๆที่มีโต๊ะ ตู้เอกสาร และอุปกรณ์ถ่ายทำ อีกส่วนมีไว้วางโซฟาและโต๊ะสำหรับแขกและเธอยังมีเปียโนและเก้าอี้อยู่ที่นั่นด้วย