ยามที่รถม้าเคลื่อนมาหยุดหน้าโรงเตี๊ยมเมื่อองครักษ์เลิกผ้าม่านขึ้น ฝ่าบาทก้าวลงจากรถม้าก่อนจากนั้นหันกลับมายื่นมือไปรับตัวเฟิงฮวา อุ้มนางลงจากรถม้าเหล่าองครักษ์ที่เห็นดังนั้นใบหน้าพลันร้อนผ่าวยืนอึ้งค้างเป็นนานสองนานกว่าจะได้สติ ฝ่าบาทมิเห็นใจคนโสดอย่างพวกเขาเช่นนี้สักวันหนึ่งพวกเขาคงจะอกแตกตายเป็นแน่
ห้องพักถูกจัดให้ฝ่าบาทกับเฟิงฮวาอยู่ด้วยกันอันที่จริงก็คงไม่มีใครกล้าแยกคนทั้งสองออกจากกันหรอก
เฟิงฮวาเองก็เริ่มชินกับการนอนข้างฝ่าบาทไปแล้วความอบอุ่นจากร่างกายของเขา ลมหายใจของเขา ทำให้นางหลับสบายทุกคืนส่วนเรื่องอารมณ์ความต้องการเฉกเช่นบุรุษทั่วไปนั้นเขาอดทนอดกลั้นได้เป็นอย่างดีมิเคยทำให้นางต้องลำบากใจแม้แต่น้อยจุดนี้นางนับถือเขาเป็นอย่างมาก
หลังแยกย้ายเข้าที่พักช่วงเวลาก่อนเข้ายามห้ายองครักษ์ที่ไปลาดตระเวนโดยรอบได้กลับมารายงานข่าวสำคัญอย่างรีบร้อน"ทูลฝ่าบาท...พบร่องรอยของลัทธิเสวียนอู่พ่ะย่ะค่ะ"
"อืม..." ฝ่าบาทพลันเข้าใจได้ทันทีถึงความร้อนใจขององครักษ์ผู้นั้นบรรยากาศในห้องเริ่มตึงเครียดขึ้นมาถึงสองสามส่วนเฟิงฮวาไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อนเลย “ลัทธิเสวียนอู่คือใครหรือ”นางจึงหันไปถามฝ่าบาท
“เป็นกลุ่มคนที่เคยรุ่งเรืองในอดีต แต่บัดนี้แทบจะสาบสูญไปจากยุทธภพแล้วบ้างก็เชื่อว่าล่มสลายไป บ้างก็เชื่อว่ายังแอบหลบซ่อนอยู่ที่ใดสักแห่งแต่ว่า...คำสั่งของบรรพบุรุษได้ถ่ายทอดเอาไว้ ให้เฝ้าระวังลัทธินี้ไว้ให้ดีหากปรากฏขึ้นเมื่อใด ทำลายได้ก็จงทำลายให้สิ้นซาก”น้ำเสียงของเขายังคงสงบนิ่งมิเปลี่ยนแปลง
เจียวหย่งกล่าวต่อ“เคยมีบันทึกเอาไว้ว่า คนพวกนี้มีฝีมือต่อสู้ที่น่ากลัวเป็นอย่างมากและก็มีข่าวลือว่าเหตุการณ์วุ่นวายในยุทธภพที่ไม่มีที่มาที่ไปชัดเจนเบื้องหลังอาจจะเป็นฝีมือของลัทธิเสวียนอู่”
“อืม” เฟิงฮวาตอบรับหนึ่งคำ หันไปมองฝ่าบาทที่กำลังมีสีหน้าครุ่นคิด
ไม่นานเขาก็ออกคำสั่ง“ส่งข่าวให้จิวหรงที่เมืองหลวง คอยเฝ้าระวังด้วย”
“พ่ะย่ะค่ะ”
หลังเจียวหย่งจากไปแล้วเฟิงฮวายังคงเห็นว่าสีหน้าอันเคร่งเครียดของฝ่าบาทไม่มีทีท่าจะผ่อนคลายลง“มีเรื่องอะไรอีกหรือ” นางเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง
ฝ่าบาทเปลี่ยนเป็นโปรยยิ้มอ่อนโยนให้นางเล็กน้อย“แม้ว่าจะมิมีหลักฐานแน่ชัด แต่ข้ามีความรู้สึกว่าผู้ที่วางยาพิษข้าอาจจะมีความเกี่ยวข้องกับลัทธิเสวียนอู่”
เฟิงฮวาถึงกับอึ้งไปชั่วขณะอึ้งตรงที่ว่า ‘เรื่องแบบนี้ ท่านใช้ความรู้สึกเอาก็ได้หรือ’
ฝ่าบาทค่อยๆเล่าให้นางฟังต่อไปว่า“ก่อนหน้านี้ข้าเคยได้รับบาดเจ็บจากการลอบโจมตีครั้งนั้นอาวุธมีพิษติดมาด้วยและนั่นทำให้ข้าได้รู้ว่าร่างกายถูกพิษซิงเจียวหมอหลวงคาดว่าเป็นเพราะพิษชนิดนั้น กระตุ้นให้พิษซิงเจียวกำเริบ”
“พิษนั้นเป็นพิษชนิดพิเศษของลัทธิเสวียนอู่หรือ”เฟิงฮวาคาดเดาตามเนื้อเรื่องนิยายที่วางขายในท้องตลาดทั่วไปน่ะ
ฝ่าบาทหันมามองอย่างดูถูก‘เจ้าช่าง...ไร้สาระ’
“มิใช่เช่นนั้นหรอก หากแต่เป็นสถานที่ผลิตยาพิษต่างหากคนที่ส่งไปสืบไม่เจออะไรเลยนอกจากภาพเขียนรูปเต่าดำ นั่นเป็นสิ่งที่ทำให้ข้ารู้สึกแปลกใจยิ่งนัก”
“แล้วมันเชื่อมโยงกันได้อย่างไรหรือ ข้ายังคงมิเข้าใจ”
“ภาพเขียนใช้หมึกหายากชนิดที่ว่าเป็นของที่สงวนเอาไว้ใช้ในราชวงศ์เท่านั้นส่วนภาพเต่าดำก็เป็นสัญลักษณ์ของลัทธิเสวียนอู่ และยาพิษก็ปรากฏที่นั่น”
“ข้าแอบคิดว่ามันจะมิดูจงใจไปหน่อยหรือ แต่ต่อให้เป็นลัทธิเสวียนอู่จริงเหตุใดเขาถึงต้องปองร้ายท่านด้วยเล่า”
“ข้าก็มิแน่ใจ ในอดีตราชวงศ์เฉิงก่อตั้งหลังการสู้รบบนแผ่นดินซานตงนี้นั่นอาจเป็นสาเหตุให้มีศัตรูมากมาย”
“อ๋อ กล่าวได้ว่าฝ่ายที่แพ้ก็เลยจ้องจะแก้แค้นราชวงศ์ของเจ้าอย่างนั้นหรือเฮ้อ…เป็นเชื้อพระวงศ์นี่ช่างวุ่นวายจริงๆ” เฟิงฮวาส่ายศีรษะไปมาอย่างหน่ายใจ
“อืม…อาจจะใช่หรือมิใช่เช่นนั้น รีบพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้ต้องออกเดินทางต่อ”ฝ่าบาทโอบตัวนางเข้ามาในอ้อมกอด จากนั้นก็ช้อนตัวอุ้มนางไปที่เตียงนอนอย่างอ่อนโยน
แต่หลังจากที่ดับเทียนเข้านอนไปได้เพียงสองเค่อเขาพลันลืมตาขึ้นในความมืดมิด เฟิงฮวาเองก็รู้สึกตัวเช่นกัน
นักฆ่าผู้หนึ่งซ่อนจิตสังหารลักลอบเข้ามาในห้องนอนของพวกเขาแม้กระทั่งเสียงลมหายใจก็ยังเบามากเพียงแต่นักฆ่าผู้นี้ประเมินสถานการณ์ผิดพลาดไปสองเรื่องเรื่องแรกข่าวลือที่ว่าฝ่าบาทมิเคยหลับนอนกับสตรีนั้นทำให้นักฆ่าเข้าใจว่าเขาจะนอนอยู่คนเดียวบนเตียงส่วนเรื่องที่สองก็คือเขาประเมินฝีมือการต่อสู้ของฝ่าบาทต่ำไป
ชั่วขณะที่กำลังจะฟันกระบี่ลงไปมีดก็ปักเข้าที่กลางหน้าอกของนักฆ่าอย่างฉับพลัน เฟิงฮวาสกัดจุดเขาแล้ววิ่งไปจุดเทียน ฝ่าบาทจับกุมเขาไว้ได้ยกกระบี่มาพาดคอ
พอแสงไฟในห้องสว่างขึ้นก็เห็นเป็นนักฆ่าสวมชุดดำปิดหน้าตัวแข็งนั่งคุกเข่าอยู่
“ใครส่งเจ้ามา” เฟิงฮวาเข้ามาเค้นถาม แต่ไม่ทันจะได้คำตอบ
“ระวัง…” ฝ่าบาทร้องตะโกนพร้อมกับดึงนางมาอยู่ในอ้อมกอดของเขา
จู่ ๆร่างกายของนักฆ่าก็เกิดระเบิดขึ้น'บึ้ม' อวัยวะภายในฉีกขาดสิ้นใจทันที
นางหันไปมองนอกห้องมีเงาของคนอีกคนกำลังวิ่งหนีไป
‘คาถาพันเงาหรือ’ นางรีบออกตามคนผู้นั้นไปทันทีฝ่าบาทเห็นดังนั้นก็รีบไล่ตามไปด้วย
ที่ด้านนอกเฟิงฮวาไล่ตามมาจนทันนักฆ่าคนนั้น กำลังจะกระโดดพุ่งเข้าใส่
อีกฝ่ายก็สะบัดดาวกระจายออกมา
นางหมุนตัวหลบได้ทันลงมาตั้งหลักที่พื้น
ฝ่าบาทที่มาถึงพอดีก็ซัดกำลังภายในไปทางนักฆ่า เขากระโดดหลบก่อนจะสวนกลับมาด้วยกำลังภายในหนึ่งลูก
ฝ่าบาทและเฟิงฮวากระโดดหลบไปคนละทาง
นางอาศัยจังหวะร่ายคาถาโจมตีกลับไปแต่ถูกต้านไว้ได้ นักฆ่าผู้นั้นมองออกว่าเขาไม่น่าจะสู้กับสองคนไหวจึงเป่าควันยาพิษออกมา
นางเห็นดังนั้นรีบตะโกนบอกฝ่าบาท“หลบไป!” จากนั้นเอาตัวเข้าไปบังควันพิษนั้นแทน
นักฆ่าผู้นั้นอาศัยจังหวะชุลมุนหลบหนีไปได้
ส่วนเฟิงฮวาก็อ่อนแรงทรุดลงเล็กน้อยดีที่ฝ่าบาทเข้ามารับตัวนางไว้ได้ทัน
“คราวหลังอย่าทำโง่ๆเช่นนี้อีก” แม้คำพูดจะดูเย็นชาแต่น้ำเสียงกลับเต็มไปด้วยความห่วงใย เขาไม่ชอบใจนักที่นางเอาตัวมาปกป้องเขาเขาต้องเป็นฝ่ายปกป้องนางสิถึงจะถูก
เฟิงฮวายิ้มบางๆแต่แฝงความยียวน“มิต้องกังวล พิษนี้ทำอะไรข้ามิได้ แต่ถ้าเป็นท่าน น่าจะสาหัสเอาการ”เพราะมันจะทำให้พิษซิงเจียวของท่านมิสงบอีกต่อไป
“ต้องรักษาอย่างไร”
“คืนนี้ข้าต้องแยกห้องนอนกับท่าน” เฟิงฮวาหัวเราะเบาๆ‘ข้ากำลังจะถูกพิษกำหนัดเล่นงานน่ะซี หากท่านอยู่ใกล้ข้าเกรงว่ามันจะเป็นเรื่องใหญ่’
“ไม่อนุญาต!” ฝ่าบาทกล่าวเสียงแข็ง พลางช้อนตัวอุ้มนางขึ้นมา
'หา...นี่มิใช่เวลามาเอาแต่ใจนะเจ้าเฉิง' เฟิงฮวาพยายามออกแรงขัดขืนแต่นางกลับไร้เรี่ยวแรงกำลังจะเอ่ยปากคัดค้าน ก็พอดีกับที่เหล่าองครักษ์ตามมาถึง
“ฝ่าบาท แม่นางเฟิงพวกท่านเป็นอะไรหรือไม่” จิวฉิงรีบเข้ามาถาม
“โดนพิษเล็กน้อย ผ่านคืนนี้ก็จะหายเป็นปกติ”เฟิงฮวาตอบเบาๆด้วยใบหน้าซีดเซียว
จิวฉิงหันไปมองฝ่าบาทเห็นว่าเขาพยักหน้าให้‘ข้ามิเป็นไร’ สีหน้าก็พลันโล่งใจ