ปราบพิภพสยบสวรรค์

    ปราบพิภพสยบสวรรค์ ตอนที่ 33 : เป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โต

    ชายหนุ่มเข้าตรวจสอบยังสองร่าง แต่มินานนักได้มีเจ้าหน้าที่ของสำนักสองที่เป็นเจ้าของเขตได้เข้ามากันเขาออก

     

    “ ได้ยังไง ผมเป็นคนสังหารมันผมต้องได้ร่างของมันสิ “ ปราบเอ่ย

     

    “ ไม่ได้มันเป็นกฎของที่นี่ “ ชายวัยกลางคนร้องลั่น

     

    ปราบชักเหลืออดกับคนเหล่านี่ที่พยายามกีดกันเขาออกจากผลงานของเขา

     

    “ กูฆ่า กูต้องได้  ปราบร้องลั่น

     

    “ ไอ้สัตว์ มึงคิดว่ามึงเป็นใคร มึงก้าวเข้ามาเขตของคนอื่นแล้วยังฝ่าฝืนกฎอีก กูจะรายงาน “ ชายวัยกลางคนเอ่ย

     

    ชายหนุ่มแสยะยิ้มแล้วเก็บซากของสองอสูรลงไป “ เชิญ “ เขาเอ่ยแล้วทะยานร่างหนีอย่างรวดเร็ว

     

    “ ไอ้สัตว์ มึงรอหมายศาลได้เลย “ ชายผู้นั้นร้องออก

     

    ปราบกลับมาถึงยังสำนักสิบสี่แล้วเล่าเรื่องราวของให้กับผอ.ยิ่งฟัง

     

    ผอ.ยิ่งพยักหน้าช้าๆ

     

    “ ปกติแล้วเรื่องราวแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นเพราะต้องให้เกียรตินักล่าที่สังหารอสูรได้ “ ผอ.ยิ่งเอ่ย

     

    “ ผมว่าร่างอสูรทั้งสองนี้มันต้องมีบางสิ่งเป็นพิเศษพวกมันจึงอยากได้ “ ปราบเอ่ย

     

    “ ใช่ ข้าก็คิดเช่นนั้น “ ผอ.ยิ่งเอ่ย

     

    “ เอาไปที่ศูนย์วิจัยของเราแล้วทำการชำแหละร่างของมัน “ ผอ.ยิ่งเอ่ย

     

    เจ้าหน้าที่นำเอาสองร่างลงไปยังชั้นใต้ดินเพื่อทำการวิจัย

     

    ชายหนุ่มเร่งตามลงไปอย่างรวดเร็ว

     

    เขาสวมชุดแล้วเข้าไปในห้องแล็บแล้วทำการผ่าซากของพวกมันเพื่อตรวจสอบ

     

    ชายหนุ่มมองยังฐานพลังของมันแล้วพยักหน้าเพราะมันยังเป็นปกติ เขามองยังแก่นวิญญาณของมันก็เป็นปกติ

     

    “ แล้วส่วนไหนที่ไม่ปกติ “ เขาพึมพำ

     

    ชายหนุ่มมองยังแก่นธาตุเหมันต์ของวิหคเหมันต์ “ มันแปลก “ เขาพึมพำ

     

    “ อัลตรอน ตรวจสอบแก่นธาตุนี้ “ เขาเอ่ย

     

    “ รอสักครู่ “ อัลตรอนเอ่ย

     

    “ เจ้านาย เป็นแก่นธาตุสังเคราะห์ “ อัลตรอนเอ่ย

     

    “ วิ้ง “ ภาพโฮโลแกรมถูกฉายออก

     

    มันเป็นภาพโครงสร้างของแก่นธาตุสังเคราะห์ ที่แตกต่างจากแก่นธาตุของจริง

     

    “ วิทยาการของผู้ใดใยจึงเหนือล้ำขนาดนี้ นี่เป็นเรื่องใหญ่ที่ไม่สามารถปกปิดได้แล้ว “ เขาพึมพำ

     

    “ ส่งภาพเหล่านี้ไปยังศูนย์ขอนแก่นเพื่อให้เขาตรวจสอบ “ ปราบเอ่ย

     

    “ ครับ “ เจ้าหน้าที่คนหนึ่งพยักหน้าแล้วเร่งรวบรวมข้อมูลส่งไปยังศูนย์ขอนแก่นอย่างรวดเร็ว

     

    “ มาดูเสือดำที่มีลายพาดกลอนสีขาว “ ปราบเอ่ย

     

    “ มันบ้ามากที่เป็นแบบนี้ เหมือนกับเขาเสือโคร่งอินโด-จีนแลเสือขาวแลเสือดๆมาผสมพันธุ์กัน “ เขาพึมพำ

     

    “ มันกำลังสร้างอสูรที่แข็งแกร่งแลสามารถควบคุมได้ “ เขาเอ่ย

     

    “ ดูที่สมองของมันฝังชิบรึอะไรรึไม่ “ ปราบเอ่ย

     

    “ ครับ “ นักวิจัยเอ่ยแล้วทำการผ่าสมองของมัน

     

    “ ไม่มีครับ “ นักวิจัยเอ่ย

     

    “ ฮื่อห์ “ เขาถอนหายใจออกอย่างแรง

     

    “ ปราบ สำนักสองมาทวงร่างทั้งสอง พวกเขาบอกว่าหากเอ็งไม่คืนเอ็งจะถูกฟ้องร้อง “ ชายชราสงเอ่ย

     

    “ เก็บตัวอย่างครบหมดแล้ว “ ปราบเอ่ยถาม

     

    “ ครบ “ นักวิจัยเอ่ย

     

    “ หากมันอยากได้ก็ให้มันไป “ ปราบเอ่ย

     

    นักวิจัยต่างพยักหน้าแล้วทำการเย็บแผล

     

    พวกเขานำเอาซากทั้งสองออกมาแล้วส่งให้กับสำนักสองที่มารอด้วยใบหน้าที่บอกบุญไม่รับ

     

    ชายหนุ่มได้แต่ยิ้มเหยียดแล้วมองยังชายคนนั้น

     

    ชายหนุ่มเดินเข้าหา “ หากกูรู้ว่าพวกมึงตุกติกเจอกูแน่ “ ปราบเอ่ย

     

    “ ไอ้สัตว์ มึงระวังหัวมึงไว้ “ ชายผู้นั้นเอ่ย

     

    “ หึ “ ปราบแสยะยิ้มแล้วเดินหนี

     

    หลังจากที่พูดคุยกับผอ.ยิ่งแล้วเสร็จ เขาไมได้กลับยังบ้านแต่อยู่ที่ห้องทำงานของเขาที่สำนักสิบสี่

     

    ชายหนุ่มให้อัลตรอนหาพิกัดของอสูรทั้งสองตัว เมื่อได้รับข้อมูลชายหนุ่มเร่งออกเดินทางอย่างรวดเร็ว

     

    เขาทะยานร่างด้วยความเร็วสูงจนมาถึงยังจุดหมาย ชายหนุ่มมองยังโรงงานแห่งหนึ่งที่ยังคงมีคนทำงานและเดินเข้าออกทั้งยังมียามติดอาวุธหนักครบมือแล้วยังมีจอมยุทธระดับสร้างกายาอีกหลายคนอยู่เฝ้า

     

    “ นี่มันเกินโรงงานธรรมดาไปแล้ว “ เขาพึมพำ

     

    ชายหนุ่มทำการติดตั้งกล้องตามเสาไฟต่างๆ แล้วกลับไปยังห้องทำงานของเขา

     

    เขาเฝ้ามองที่โรงงานอยู่หลายวันจึงได้รู้ว่าทุกสิบวันจะมีการรถบรรทุกขนาดใหญ่แล่นเข้ามา ทั้งรถบรรทุกนั้นมีจอมยุทธสร้างกายาหลายคนนั่งมาด้วย

     

    “ มันต้องนำเอาอสูรมาส่งเป็นแน่ “ เขาพึมพำ

     

    “ แต่โรงงานนี้อยู่นอกเขตสิบสี่ “ เขาถอนหายใจออกอย่างแรง

     

    เขาไม่อาจใช้อำนาจของเขตสิบสี่บุกเข้าไปตรวจสอบได้เพราะอยู่เหนืออำนาจ แต่หากเขตสิบเจ้าของพื้นที่อยากได้ผลงานเห็นทีต้องร่วมมือกัน

     

    แต่มันเป็นไปได้ยากเพราะเขตสิบมีหรือที่จะไม่รู้ว่ามีการขนอสูรเข้ามาในพื้นที่ของเขา นอกเสียจากว่ามันรับเงินแล้วทำเอาหูไปนาเอาตาไปไร่

     

    “ ฮื่อห์ “ ชายหนุ่มถอนหายใจออกอย่างแรง

     

    “ พลังน้อยก็ต้องทนอยู่ “ เขาพึมพำ

     

    “ รอให้ข้าเติบโตมากกว่านี้ก่อน ข้าจะโค่นล้มให้หมด “ เขาพึมพำ

     

    ปราบได้แต่ถอนหายใจออกอย่างแรงเพราะเขาไม่มีกำลังมากพอที่จะจัดการคนเหล่านี้ เขาจึงจำใจเก็บซ่อนมันไว้แล้ววางแผนใหม่

     

    ชายหนุ่มออกจากสำนักสิบสี่แล้วไปหาผอ.ชโรธร

     

    “ ติ้ง ต่อง “ เสียงกริ่งที่หน้าประตูดังขึ้น

     

    “ รอเดี๋ยว “ เสียงหวานดังลอยมา

     

    ดร.ชโรธรมองยังจอมอนิเตอร์ที่ข้างประตูแล้วฉีกยิ้มหวาน

     

    “ มาแล้ว “ นางพึมพำ

     

    นางเปิดประตูออก

     

    ปราบยิ้มอ่อนให้นางแล้วเดินเข้าห้องอย่างรวดเร็ว แล้วปิดประตูพร้อมกับเข้ารหัสความปลอดภัยไว้

     

    ดร.ชโรธรกระโดดเข้ากอดเข้าแลใช้ขาทั้งสองข้างของตนเกี่ยวกระหวัดที่เอวของชายหนุ่มไว้ แลยื่นหน้าเข้าจูบชายหนุ่มอย่างดูดดื่ม ทั้งสองกอดรัดกันจนถึงห้องนอนของนางแล้วเริ่มทำการผสานหยินหยางในทันใด

     

    รุ่งเช้าอีกวัน

     

    ดร.ชโรธรที่นอนกอดชายหนุ่มเปิดเปลือกตาขึ้น “ เขาช่างเก่งกาจ “ นางพูดในใจ

     

    นางเคลื่อนเข้าจูบที่แก้มของเขาแล้วคลอเคลียใบหน้าสวยของนางที่อกแกร่งของเขา “ มิน่าเชื่อว่าเขาที่ไม่ใช่ชายบริสุทธิ์แต่กลับช่วยให้ข้าข้ามผ่านพันธนาการได้ ทั้งยังทะลวงขั้นพลังมาได้หลายขั้นนัก “ นางพึมพำ

     

    “ สร้างวิญญาณระดับห้านี่มันมากมายยิ่งนัก “ นางพึมพำ

     

    “ ต่อดีกว่า “ ว่าแล้วนางจึงเร่งจัดการเขาอีกหลายรอบ

     

    ปราบออกจากคอนโดมีเนียมของนางอย่างเร้นลับเพราะไม่อยากให้ผู้ใดพบเห็นประเดี๋ยวจะเขาจะมีจุดอ่อนเพิ่ม

     

    ชายหนุ่มรู้สึกดียิ่งที่ได้ดารามาอีกหนึ่งดวงจากนางในคืนที่เร่าร้อน เวลานี้ชายหนุ่มสร้างสามดาราได้แล้วในขั้นสร้างกายามันทำให้เขามีพลังที่มากขึ้น ทั้งพลังวิญญาณก็ยังข้ามมาอีกระดับ

     

    ชายหนุ่มกลับมาที่บ้านที่หลังจากที่ไม่ได้กลับมาหลายวัน งานสังสรรค์ในครอบครัวพลันเริ่มขึ้นจนดึกดื่น

     

    ชายหนุ่มที่กำลังจะเข้านอนพลันสะดุ้งเมื่อเสียงสัญญาณจากอัลตรอนดังขึ้น

     

    เขามองยังภาพที่อัลตรอนฉายออก “ สมุนไพรเทวะรึ “ เขาพึมพำ

     

    “ เพียงต้นเดียวอาจช่วยให้ทะลวงพลังขั้นใหญ่ได้ “ เขาพึมพำ

     

    “ แต่ผู้ที่ร่วมเข้าค้นหานี่สิ “ เขาพึมพำ

     

    ชายหนุ่มมองยังจุดแสงที่กำลังบินไปยังสมุนไพรเทวะแล้วได้แต่ถอนหายใจออกอย่างแรง

     

    “ ไม่รีบ ไม่รีบ “ เขาพึมพำแล้วเข้านอนในทันใด