6
แมงป่องโนเรสปรี่เข้าหาคู่แฝดทำให้ทั้งสองโยกหลบคนละทางชาช่าเริ่มชินกับร่างกายของตัวเองตอนนี้บ้างแล้ว
สาวน้อยฮาร์ฟบีทเคลื่อนไหวรวดเร็วทั้งหลบและใช้ทวนเสียบแมงป่องโนเรสจนมันตายไปหนึ่ง
แต่อีกตัวก็โผล่มาแล้วใช้หางของมันทิ่มแทงร่างเล็ก ชาช่าหลบได้หวุดหวิดนึกหวั่นใจว่าหากถูกหางที่อาบพิษร้ายเล่นงานจะเป็อย่างไร
“ช่า มาทางนี้!”
เคทะโเรียกเธอชูไม้เท้าขึ้น ปากก็ร่ายเวทบาเรียคุ้มกันตำแหน่งที่ตนเองกับโจอยู่
ม่านบาเรียสีใสปกคลุมรอบบริเวณพวกแมงป่องบางตัวพยายามพ่นพิษจากหางของมันแต่ก็ไม่ระคายม่านบาเรียแม้แต่นิด
เมื่อชาช่าถอยมาใกล้พอเคทก็ใช้เวทแห่งคำอวยพรแก่เด็กสาว“รีซิส!”
มันคือเวทมนตร์เสริมความต้านทานต่อสถานะต่างๆที่อาจทำให้ร่างกายอ่อนแอ
เช่น พิษ ไฟ หรือคำสาป เรียกง่ายๆ มันก็คือการบัฟให้เพื่อนร่วมทีมนั่นเอง
ตัวของชาช่ามีปะกายเงาสีทองส่องแสงทั่วทั้งตัวเธอฉีกยิ้มก่อนพุ่งเข้าหาแมงป่องที่พยายามพังบาเรีย “ขอบใจมากพี่”
ทางด้านเร็นเองเหมือนว่าทักษะที่ติดตัวมากับร่างอวตารจะถูกปลุกให้ตื่นอัตโนมัติ
เทียบกับชาช่าแล้วพลังโจมตีของเร็นไม่ได้รุนแรงมากนักหากไม่ใช้พลังแห่งสายลมเข้าช่วย
การโจมตีปกติของเร็นจึงเน้นเล็งจุดอ่อนของศัตรูเป็หลักเด็กหนุ่มมองเห็นดวงไฟสีอ่อนตามร่างกายแมงป่องโนเรส
มีเวลาเพียงห้าวินาทีก่อนแสงนั้นจะจางหาย
ดาบสีเงินตวัดผ่านดวงตาบนหัวแมงป่องก่อนเอี้ยวตัวหลบหางพิษที่พุ่งแทงอย่างเกรี้ยวกราดเร็นวิ่งอ้อมเข้าด้านหลังแมงป่อง ฟันฉับเข้าที่ขาปล้องจนขาดกระเด็นเมื่อร่างั์ล้มลงก็จัดการปักดาบสุดแรง ส่งผลให้แมงป่องโนเรสตายสนิทเร็นชำเลืองมองเพื่อนร่วมทีมเมื่อเห็นว่ายังอยู่ดีมีสุขจึงพุ่งไปจัดการพวกแมงป่องั์ที่เหลือ
“พวกเธอเป็นักผจญภัยมือใหม่จริงๆน่ะเหรอ!?”
โจไม่อยากเชื่อสายตาเคทบอกว่านี่เป็ภารกิจแรกของเธอกับเพื่อนดังนั้นชายวัยกลางจึงรู้สึกกังวลว่าเด็กพวกนี้อาจไม่รอด
แต่เมื่อเฝ้ามองการต่อสู้ระยะหนึ่งเขาก็พบว่าเด็กเผ่าฮาร์ฟบีทที่ภายนอกดูสวยบอบบางกลับแรงเยอะมหาศาล
ส่วนเ้าหนุ่มหน้าสวยร่างผอมก็ลงมือโดยไร้ความปราณีต่อศัตรูอีกทั้งตัวเคทเองก็เป็ฮีลเลอร์เผ่าภูต แม้เวทมนตร์ที่ใช้จะดูพื้นๆพบเห็นได้ทั่วไป แต่แสงสีทองนั้นบ่งบอกว่ามันคือเวทระดับสูง
“ช่วยเก็บเื่เผ่าเป็ความลับด้วยนะคะ”เคทหันมายิ้มให้โจ
เขายิ้มแห้งแล้วพยักหน้าตกลงพอจะรู้เหตุผลที่นักเวทสาวปกปิดตัวตนอยู่หรอกถ้าไม่ใช่เพราะเธอปีนขึ้นมาช่วยรักษาาแให้เขาคงไม่สังเกตว่าใต้ผ้าคลุมนั้นซ่อนใบหูแหลมเอาไว้
เคทมองเพื่อนๆที่จัดการแมงป่องได้เกือบหมดเหลืออีกสองตัวสุดท้าย เธอจึงร่ายมนตร์ส่งฝนธนูใส่พวกมัน
ลูกศรศักดิ์สิทธิ์ปักทะลุลำตัวและขาพวกแมงป่อง มันล้มลงแต่ยังขยับเล็กน้อยเร็นกับชาช่าเลยพุ่งมาจัดการคนละตัวเพื่อปิดฉาก
“เสร็จสักที”
ชาช่าเหนื่อยหอบมือพิงเสาหินเพื่อค้ำยันร่างไม่ให้ล้มจ้ำเบ้า
เร็นไม่ได้พูดอะไรเพียงแต่ยืนนิ่งๆ ในท่าทีสงบ ความจริงคือเด็กหนุ่มเองก็เหนื่อยไม่แพ้กัน
หลากหลายความรู้สึกพลุ่งพล่านยามต่อสู้จากความตื่นเต้นเมื่อต้องปะทะกับแมงป่องที่ขนาดตัวใหญ่ั์
ต่อมากลายเป็ความรู้สึกสะใจเมื่อสังหารได้ตัวหนึ่งร่างกายมันกระโจนเข้าหาศัตรูก่อนสมองจะสั่งการเสียอีก
บางทีอาจเป็ความบ้าคลั่งที่แฝงอยู่ลึกๆในตัวผู้คนเมื่อต้องเผชิญต่อสิ่งเร้าก็เป็ได้…
เร็นคิดแบบนั้นพลางสะบัดคราบเืเขียวอื๋อของพวกมันออกจากซิลเวอไลท์
เหลือบมองดาบเรเวนที่พกติดตัวอีกเล่มแต่ยังไม่เคยคิดจะใช้มัน
โจได้แนะนำว่าชิ้นส่วนของพวกแมงป่องนั้นขายได้ราคาดีเพื่อเป็การตอบแทนเขาจึงช่วยแยกกระดองออกจากตัวพวกมัน
ทั้งแนะนำร้านคนรู้จักที่ไม่กดราคาจนเกินไปให้แก่ทั้งสามและบอกด้วยว่าควรจะหากระเป๋าเป้มิติเพื่อใส่สัมภาระหรือของจำเป็
มีหลายขนาดราคาอาจจะสูงไปสักหน่อยแต่ก็คุ้มค่าสำหรับนักผจญภัย
หลังเสร็จสิ้นภารกิจและรับเงินจากสมาคมเรียบร้อยพวกเร็นก็มุ่งหน้าไปยังโซนร้านขายอาวุธ
เงินที่ได้จากการขายชิ้นส่วนแมงป่องนั้นมากกว่าภารกิจเสียด้วยซ้ำ
เร็นเลือกซื้อเฉพาะมีดสั้นสามสี่เล่มเพื่อใช้ในยามจำเป็ส่วนเคทมองหาอุปกรณ์ที่ใช้ปกปิดพลังเวทเพราะดูเหมือนค่าพลังของเธอจะสูงกว่าคนปกติ
เช่น พวกแหวนหรือกำไล ด้านชาช่าเดินวนดูอาวุธประเภทปืนอยู่นานที่สะดุดตามากสุดคงเป็สไนเปอร์กระบอกสีเงิน
“สนใจเหรอ?”เร็นมายืนข้างๆเด็กสาวพยักหน้า ยิ้มแบบเสียดาย
“น่าจะต้องทำภารกิจเพิ่มอีกเยอะฉันถึงจะซื้อมันได้”
ดวงตาของฮาร์ฟบีทประกายแวววาวถูกใจสิ่งที่ชาช่าถนัดความจริงไม่ใช่ทวน นี่น่ะแค่อาวุธรอง…
อาวุธที่เข้ามือเธอที่สุดคือสไนเปอร์เพียงแต่มันไม่ได้ติดตัวมาด้วยเหมือนกับอาวุธของพี่ทั้งสอง
ไอ้การลุยเป็แนวหน้าแบบนี้ไม่ใช่งานถนัดเลยสักนิด
1,500 เหรียญทองคือป้ายราคาแสนโหดร้ายที่ทำเอาน้ำตาตก
“พี่ว่าถ้าเราไปล่าค่าหัวจะได้เงินเยอะไหม?”ชาช่าถาม
“ทำไมต้องกระซิบด้วย?”เร็นเหล่มองชาช่าที่เอามือป้องปากเหมือนกลัวใครแอบฟัง
“เดี๋ยวพี่เคทได้ยิน”
“....”
นั่นไง ลางร้ายเริ่มมาเยือนเห็นๆ
“คิดเื่ไม่ดีล่ะสิ”เร็นยิ้มแบบคนรู้ทัน
“เื่ไม่ดีอะไร้! เรากำลังจะเป็ผู้ผดุงความยุติธรรมนะพี่”
เร็นเลิกคิ้วกับคำว่า‘ผู้ผดุงความยุติธรรม’ ถ้าเป็เื่ดีขนาดนั้นจะทำลับๆล่อๆ ทำไม?
“คือว่างี้ฉันไปเจอป้ายประกาศจับแก๊งโจรที่ปล้นสินค้าพวกพ่อค้าเร่ในสมาคมอ่ะพวกนั้นเลวมากเลยนะ แถมยังเคยลักพาตัวผู้หญิงไปขายด้วย!”
“ได้เท่าไหร่?”
ว่าแต่ทำไมต้องกระซิบตามยายน้องด้วยฟะ!
“2,500 เหรียญทอง!”
ชาช่าบอกเสียงเบา ทันใดทั้งสองก็ตกอยู่ในความเงียบ
ความโลภเริ่มครอบงำคนพี่ส่วนคนน้องก็ส่งสายตาเว้าวอนเป็ลูกหมา
“ทำไรกันอยู่ตรงนั้น?”เคทเรียก
“เปล่า แค่ดูปืนเล่นน่ะ”เร็นหันมาบอกหน้านิ่ง
“พี่จ่ายเงินแล้ว? ป่ะงั้นกลับกันเถอะ”
ชาช่าวิ่งมาคล้องแขนเคทพร้อมลากเร็นให้เดินตามเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ค่ำคืนนั้นระหว่างที่เคทอาบน้ำชาช่าก็แอบมาคุยกับเร็นริมหน้าต่าง
“ไม่บอกเคทจะดีเหรอ งานนี้เสี่ยงเธอก็รู้”
เร็นยืนพิงขอบหน้าต่างและทอดมองไปในความมืด
“ฉันไม่อยากให้พี่เคทเป็ห่วง เผลอๆโดนบ่นอีก เชื่อสิว่าต้องโดนห้ามแน่! อีกอย่าง...วันนี้พี่เคทดูเหนื่อยๆคงใช้พลังเวทไปเยอะ”
“ถ้าไม่มีฮีลเลอร์ เราอาจจะตาย”เร็นกดเสียงให้เบาที่สุด
“เราถึงต้องแอบย่องไปตอนกลางคืนไงล่ะจัดการพวกมันตอนหลับนี่แหละได้เปรียบสุดๆ”
“เธอมั่นใจเหรอว่าฆ่าคนได้?”
เร็นมองแฝดกำมะลอด้วยสีหน้านิ่งความลังเลฉายในแววตาเธอครู่หนึ่งก่อนจะเลือนหาย
“ฉันมั่นใจว่าทำได้ ถ้าฆ่าไม่ลง…. อย่างน้อยก็จัดการพวกมันให้สลบก็พอ”
เร็นแค่นหัวเราะเบาๆมองกระเป๋าเป้ใบเล็กบนเตียงชาช่าที่ใส่อุปกรณ์มาพร้อม ทั้งเชือก มีดสั้น
“ตามใจ”
ทุกอย่างผ่านไปเหมือนปกติเกือบห้าทุ่มทุกคนก็ปิดไฟที่ตะเกียงแล้วเข้านอน
รอจนกระทั่งไม่มีเสียงขยับกายสองร่างจึงค่อยๆ ลุกขึ้นจากเตียงเสริมอย่างเงียบเสียง
“กลับตอนนี้ยังทันนะ...”
“พูดเป็เล่นเราอุตส่าห์เดินมาเกือบชั่วโมงเพื่อกลับไปมือเปล่าเนี่ยนะ!”
“เธอตาถั่ว หรือสมองมีปัญหากันแน่!”
การโต้เถียงของคู่แฝดเกิดขึ้นก็เพราะสิ่งที่รอพวกเขาอยู่คือ
...กลุ่มโจรเกือบยี่สิบคน!
"หลับกับผีสิ เฝ้ายามกันขนาดนี้"
"ก็ใครจะไปรู้เล่า!?"
ทั้งสองเงียบเสียงลงเมื่อชายหน้าเถื่อนเดินถือหอกวนเวียนใกล้ๆ บริเวณที่พวกเขาหลบอยู่
พวกเร็นนอนหมอบอยู่บนเสาหินขนาดใหญ่เพื่อหลบจากสายตาคนกลุ่มหนึ่ง
ด้านล่างมีคบเพลิงส่องสว่างตามจุดต่างๆสถานที่นี้คือซากโบราณสถานขนาดกลางที่มีทางเข้าไปยังชั้นใต้ดินคล้ายปากถ้ำ
มีชายฉกรรจ์ยืนคุมด้านหน้าสองคน ที่เหลืออีกแปดเดินลาดตระเวนไปรอบๆ
ยังไม่นับอีกหลายคนซึ่งลงไปเฝ้าชั้นใต้ดินทุกคนใส่ชุดสีน้ำตาลเก่าซอมซ่อ
คาดผ้าโพกหัวสีเดียวกับชุดและสะพายดาบรูปทรงยาวโค้งงอั้แ่ส่วนกลางจนถึงปลายดาบมันเป็แหล่งซ่อนตัวของกลุ่มโจรตามภารกิจ
“พี่ว่าถ้าเอาของที่พวกมันขโมยไปขายเราจะได้เงินเท่าไหร่?”
สาวน้อยฮาร์ฟบีทที่หวั่นวิตกตอนแรกบัดนี้กำลังนับนิ้วตัวเองเพื่อคำนวณอะไรบางอย่าง
“ทำแบบนี้เธอก็คือโจรที่ปล้นโจรไม่ใช่รึไง?”
เร็นแลตามองคนข้างตัว ชาช่าหันมาทำตาใสไร้เดียงสา
“นี่ไม่ได้เรียกปล้นเรียกว่าเก็บค่าเสียหายค่ะ”
“จะโลภมากก็ให้มันน้อยๆ หน่อย”
เร็นทำหน้านิ่งแล้วส่งสายตาหงุดหงิดใส่คนน้องนอกจากประมาทแล้วยังคิดจะฮุบของโจรอีก ไอ้ความกลัวก่อนหน้านี้มันหายไปไหนหมด!
“แล้วพี่จะไม่ช่วยฉันรึไง”
“ฉันมีทางเลือกด้วยเหรอ?”
คนฟังยิ้มแฉ่ง เห็นขี้บ่นเอาแต่ดุแบบนี้สุดท้ายก็ใจอ่อนให้เธอตลอดนั่นแหละ หึ!
“งั้นฉันจะจัดการพวกมันเงียบๆ เธออยู่บนนี้คอยดูลาดเลาแล้วเก็บคนที่เหลือ โอเค?”
ชาช่าพยักหน้าหงึกหงักมองอดีตพี่สาวที่ตอนนี้กลายเป็เด็กหนุ่มคู่แฝดด้วยความซาบซึ้ง
เร็นะโไปตามเสาหินลัดเลาะอยู่เหนือซากโบราณสถานเพื่อสังเกตจำนวนคนให้แน่ชัด
จังหวะที่หน่วยลาดตระเวนคนหนึ่งเดินผ่านจุดที่เร็นยืนอยู่เหนือ้าซากโบราณเด็กหนุ่มก็ะโคร่อมชายคนนั้นจาก้าและใช้มีดสั้นแทงเข้าที่ลำคอจนอีกฝ่ายแน่นิ่งไม่ทันแม้แต่จะขยับตัวหรือกรีดร้อง ทิ้งไว้แค่เืสีแดงไหลซึมตามผืนทรายก่อนจะค่อยๆ ลากร่างนั้นเข้าไปซ่อนหลังเสาหิน
เร็นมองศพด้วยใบหน้าปราศจากความรู้สึกไม่มีความยินดีหรือรู้สึกผิด
แต่...เป็ความสะใจ
วันนี้มันแตกต่างจากคราวก่อนอย่างชัดเจนจิตใจกลับสงบและเย็นเยือก เป็การฆ่าที่ไร้ความอาฆาตแค้นใดๆแต่จำเป็ต้องฆ่าก็เท่านั้น
เดี๋ยวโจรพวกนี้ก็คืนชีพ…เร็นบอกตัวเองแบบนั้น
ชาช่ามองภาพเร็นจากไกลๆใบหน้าเรียบนิ่งนั้นดูเหมือนกำลังสับสนในสิ่งที่ทำอยู่ไม่น้อย
แต่ไม่นานเด็กหนุ่มก็ผละจากศพแล้วลอบเร้นอยู่ด้านหลังเสาหินอีกต้นหน่วยลาดตระเวนคนที่สองถูกจัดการในเหมือนกับคนแรก
เงียบและไร้เสียงนั่นเป็สิ่งที่เร็นพึงพอใจในผลงานตัวเองเพราะไม่ชอบความวุ่นวาย
เร็นจัดการไปแล้วห้าเหลือหน่วยลาดตระเวนสามคนกับยามเฝ้าหน้าถ้ำอีกสอง
ดูเหมือนกลุ่มโจรจะเริ่มรู้สึกตัว มีสองคนมาทางที่เร็นหลบอยู่อีกหนึ่งเดินวนมามายังตำแหน่งที่หน่วยลาดตระเวนคนแรกหายไป
มันเห็นหยดเืสองสามจุด ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้เสาหินที่ซ่อนศพ
เงาร่างปริศนาโผคร่อมโจรดวงซวยอย่างไร้เสียงก่อนปักมีดสั้นเข้ากลางลำคออีกฝ่ายจนแน่นิ่ง ชาช่ามองผลงานตัวเองด้วยมือสั่นเทานี่เป็ครั้งแรกที่เธอฆ่าคนเพราะกลัวว่าโจรรายนี้จะส่งเสียงเรียกพรรคพวกที่อยู่ด้านในหากพบศพ จึงหุนหันกระโจนลงมาจัดการเขาด้วยความรีบร้อน
ทำ...ไปแล้วสินะเรา
เธอถอนหายใจอย่างรู้สึกผิดหูสุนัขพลันกระดิกไปมาเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าเข้าใกล้ชาช่ารีบลากศพมาซ่อนหลังซากหิน
หัวใจเต้นตูมตามแทบะเิออกมาเมื่อโจรที่เฝ้าหน้าปากถ้ำคนหนึ่งเดินมาสำรวจพื้นที่
ชายฉกรรจ์คนดังกล่าวมองรอบข้างด้วยสายตาระแวง ก่อนจะเห็นรอยแปลกๆบนพื้น
“บัดซบ!!”
เขารีบวิ่งกลับไปยังหน้าปากถ้ำ แต่ยังช้ากว่าทวนยาวที่พุ่งเสียบทะลุจากด้านหลังก่อนกระชากออก
ปล่อยให้ร่างสูงล้มลงในสภาพเืท่วมตัวคนใกล้ตายมองเด็กสาวสวมผ้าโพกหัวด้วยความตะลึง
แม้จะดูเหมือนมนุษย์ แต่ดวงตาสีอ่อนราวกับสัตว์ป่าที่พร้อมสังหารเหยื่อ
“เชี่ยแล้ว!!”
โจรเฝ้ายามหน้าประตูอีกคนวิ่งมาเห็น ท่าทางใก่อนจะเตลิดหนีกลับไปที่ปากถ้ำแต่ความเร็วของชาช่าเพิ่มขึ้นเท่าทวีคูณ
สัญชาตญาณสัตว์ป่าเริ่มทำงานของมันโดยไม่ฟังเ้าของร่าง ชาช่าโผล่มาอยู่ด้านหน้าโจรรายนั้นก่อนตวัดกรงเล็บผ่านคออีกฝ่ายจนเืทะลัก
“ชาช่า”
เสียงเรียกทำให้เด็กสาวหันมอง เมื่อเห็นว่าเป็ใคร ดวงตาสีชาก็ลดความเกรี้ยวกราดลงเธอสูดหายใจลึกก่อนมองมือตัวเองที่เปื้อนเื
“ไหวไหม?”
เร็นถามเสียงแ่ขณะที่ชาช่ามองแผลลากยาวบนแขนซ้ายเด็กหนุ่มด้วยความกังวล
“พี่าเ็!?”
เธอคว้าแขนเร็นแล้วรีบใช้ผ้าพันแผลที่เตรียมมาพันให้อีกฝ่ายลวกๆ
“มีพวกมันคนหนึ่งตาไวน่ะสิเลยกลายเป็สองรุมหนึ่ง”
โจรพวกนี้จริงๆ แล้วพอมีฝีมืออยู่บ้างแม้จะลอบสังหารง่ายดาย แต่หากพวกมันรู้ตัวก็ห้ามประมาท
สู้กับคนนั้นต่างกับมอนสเตอร์ เพราะคาดเดาไม่ได้ว่าอีกฝ่ายจะทำอะไร
“ฉันขอ...”
แปะ…
มือขาวซีดวางแหมะบนศีรษะฮาร์ฟบีทเบาๆ
“ช่างเถอะ ไหนๆ ก็มาแล้วเรามาจัดการพวกมันแล้วริบสมบัติทั้งหมดดีกว่า ถือว่าเป็ค่าทำแผล”
ถ้าทำได้ชาช่าคงอยากเอาศีรษะไปไถพี่ฝาแฝดเบาๆ เหมือนแมวแต่เวลานี้ไม่เหมาะ ดังนั้นจึงทำได้แค่ส่งสายตาขอบคุณให้อีกฝ่าย
ทั้งสองเดินลึกลงไปในชั้นใต้ดินด้วยฝีเท้าแ่เบาเร็นกระชับดาบในมือแน่นระหว่างเดินไปตามทางที่มืดและเหม็นอับ
ทุกอย่างผ่านไปด้วยดีแต่กลับรู้สึกกดดันแปลกๆมีเสียงฝีเท้าดังใกล้เข้ามาทำให้ทั้งสองคนรีบแยกหลบมุมไปคนละทาง
ชาช่าทำสัญญาณมือเป็เชิงว่าเร็นไปสำรวจด้านซ้ายส่วนเธอจะเดินสำรวจชั้นใต้ดินทางขวา
เร็นพยักหน้าและปล่อยให้น้องสาวเดินหายลับไปก่อนระหว่างที่เด็กหนุ่มกำลังเงี่ยหูฟังเสียงฝีเท้าซึ่งใกล้เข้ามาเรื่อยๆฟังแล้วมีจำนวนคนแค่เพียงคนเดียว
เร็นจึงหวังสังหารโจรรายนี้เสียก่อนจะไปสำรวจทางอื่น
“บ้าฉิบ!ไอ้พวกเวรนั่นเฝ้ายามกันยังไงถึงได้เงียบแบบนี้?”
ชายผิวคล้ำใส่ชุดคลุมสีน้ำตาลแบบเดียวกับศพด้านนอกเดินผ่านเร็นไปโดยไม่รู้สึกถึงสายตาที่จับจ้องมายังตน
เร็นใช้โอกาสนี้ขว้างมีดปักเข้ากลางศีรษะด้านหลังจนร่างผิวเข้มล้มลง เมื่อแน่ใจว่าตายแล้วจึงค่อยๆลากร่างสูงใหญ่นั้นเข้ามาหลบในมุมมืดของผนังหิน
ก่อนจะเดินสำรวจทางด้านซ้าย
เร็นไม่พบอะไรที่เป็ของมีค่าเลยสักชิ้นนอกจากโครงกระดูกเก่าๆและอาวุธขึ้นสนิม คาดว่าหากมีสมบัติหรือทองพวกโจรกลุ่มนี้คงเก็บไปแล้ว
“มาเสียเที่ยวชะมัด”
เร็นพึมพำกับตัวเองเบาๆทว่าจิตสังหารรุนแรงทำให้เด็กหนุ่มชะงักและหลบขวานที่จามลงมาสุดแรงได้อย่างเฉียดฉิว
เป็อีกครั้งที่เร็นรู้สึกได้ถึงความตายตรงหน้าหากเมื่อครู่หลบไม่พ้นคงได้เกิดใหม่อีกรอบแน่ศัตรูคนนี้เข้ามาด้านหลังโดยที่ไม่รู้ตัวได้ยังไง?
“เด็กเหรอ? แกควรกลับบ้านไปดูดนมแม่แกซะไม่งั้นแกอาจไม่โชคดีแบบเมื่อกี้”
เสียงทุ้มจากร่างกำยำสูงใหญ่เอ่ยขึ้นโจรคนนี้มีรูปร่างใหญ่โตกว่าเร็นมากนัก ทั้งยังมีดวงตาอำมหิตสีดำสนิทผิวคมเข้มและหน้ากากปิดใบหน้าครึ่งล่างทำให้ดูต่างจากพวกที่เจอก่อนหน้านี้
‘หมอนี่เป็หัวหน้า?’
ทั้งแรงกดดันและจิตสังหารต่างจากคนธรรมดาลิบลับจนเหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นบนใบหน้าเด็กหนุ่ม
ร่างผอมบางกระชับดาบแน่นหัวใจเต้นระรัวจนรู้สึกได้ถึงความตื่นเต้นระคนหวาดกลัวของตนเอง
อยากเอาชนะไอ้บ้านี่…
เสียงหนึ่งในใจดังบอกเร็นมันเป็เสียงของตัวเองที่อยากเอาชนะความกลัวตรงหน้า
“งั้นฉันคงต้องกลับไปพร้อมหัวของแกแล้วล่ะ”
เด็กหนุ่มตอบกลับก่อนพุ่งเข้าหาร่างบึกบึนแต่ชายสวมหน้ากากก็ว่องไวไม่แพ้กัน
เขาเบี่ยงหลบมาทางด้านข้างก่อนฟาดขวานในมือหวังฟันร่างผอมให้ขาดแต่เร็นตีลังกาและถอยหลบฉากออกมา
สู้กันในห้องแคบๆ แบบนี้เร็นรู้สึกเสียเปรียบไม่น้อยเด็กหนุ่มอาจรวดเร็วแต่หากสังหารอีกฝ่ายไม่ได้ในคราวเดียวจะกลายเป็ตนถูกฆ่าแทน
ถ้าเจอสวนกลับโดยไร้ช่องทางให้หลบหลีก
ขวานใหญ่ั์ตรงหน้าดูเกะกะเมื่ออยู่ในที่แคบแต่พอถูกเหวี่ยงสุดแรงเกิดมันกลับสะบั้นทุกสิ่งให้ย่อยยับ
กระทั่งกำแพงหินที่เร็นใช้หลบก็กระจุยเป็เศษซาก
เร็นรีบวิ่งออกจากห้องใต้ดินเมื่อเห็นช่องโหว่แต่โชคไม่เข้าข้างนักเพราะด้านหน้ามีโจรอีกสามคนดักรออยู่
“โห่ ไอ้แมวขโมยตัวนี้ใช้ได้ จับมันไปขายน่าจะดีนะลูกพี่!”หนึ่งในนั้นยิ้มเหี้ยม
“เออ ลูกค้าที่ชอบสะสมของแปลกๆ หรือเด็กผู้ชายหน้าสวยก็มีเยอะไป ฮ่าฮ่าฮ่า!”อีกคนหัวเราะ
“หรือว่าซ้อมมันจนกระดูกหักสักท่อน แล้วขอชิมสักหน่อยก่อนเอาไปขายดีล่ะ”
คนสุดท้ายยิ้มหื่นส่งให้เร็น ทั้งน่ารังเกียจชวนขยะแขยงจนขนลุก
“มันคงไม่เหลือซากให้แกชิมหรอก ไอ้พวกเวร!!”
เสียงคำรามดังขึ้นพร้อมขวานเหวี่ยงใส่เร็นสุดแรง เด็กหนุ่มก้มหลบเฉียดฉิวก่อนจะปามีดสั้นใส่หัวหน้าโจร
เขาหลบได้แต่หงุดหงิดไม่น้อยที่เด็กตรงหน้ารอดจากขวานไปหลายครั้ง
ลูกน้องโจรทั้งสามเข้าล้อมเร็นที่หลังชนฝา คนหนึ่งพุ่งแทงดาบใส่เด็กหนุ่มเร็นเบี่ยงหลบก่อนเตะสวนซัดร่างอีกฝ่ายลอยกระเด็น
อีกสองจึงเข้าโจมตีโดยไม่เปิดโอกาสให้เร็นหนีอีก
สองคนนี้เคลื่อนไหวช้าจนเร็นมองท่าทีออกที่น่าหวั่นใจสุดคงเป็หัวหน้าโจรร่างใหญ่ที่คอยหาช่องโหว่ฟันขวานใส่เร็นไม่เลิกรา
จังหวะที่เกือบสังหารคนหนึ่งได้ หัวหน้าพวกมันก็ฟาดขวานลงมากันไว้หวุดหวิดแรงปะทะทำให้เร็นเสียหลัก
คนที่เหลือเลยอ้อมแทงจากด้านหลังเร็นยกดาบขึ้นกันแต่ถูกถีบสวนจนเกือบทรุด
ต้องขอบคุณขอบสามารถจากร่างอวตารที่ทำให้หูตาไวเหลือเชื่อแต่ใช่ว่าเร็นจะทนรับมันได้ในเวลาอันรวดเร็ว
เด็กหนุ่มเริ่มเหนื่อยล้าและเจ็บแผลขึ้นเรื่อยๆ ตามลำตัวช้ำในหลายแห่ง
่ที่โจรทั้งสามรุกมาถึงทางตันเมื่อไร้หนทางหลบหลีกเร็นก็จำต้องใช้ทักษะแห่งลม พริบตานั้นร่างในชุดขาวเลือนหายสร้างความงุนงงให้แก่โจรทั้งสาม
“มันหายไปไหนวะ!?”ลูกน้องโจรสองคนหันซ้ายขวาแต่ไม่พบเด็กหนุ่มขณะที่ตัวหัวหน้าชำเลืองมองรอบๆ อย่างใจเย็น
“แค่กๆ”ลูกน้องที่ถูกซัดตัวปลิวรายแรกค่อยๆเดินมาสมทบด้วยสภาพน่าสมเพช
เสียงสายลมตัดผ่านอากาศ คนที่มีััไวพอจึงหลบได้เฉียดฉิว
สามร่างถูกตัดออกสองท่อนในพริบตา อวัยวะกระจายเลอะออกมาชวนสะอิดสะเอียน
ตามผนังหินมีรอยฟันลากยาวเหมือนเขี้ยวเล็บสัตว์ป่าขนาดใหญ่ หัวหน้าโจรคำรามลั่น
“บัดซบ! ที่แท้ก็พวกมีพร์นี่หว่า ห่าเอ้ย!!”
“พร์?”เร็นไม่เข้าใจเขาอยู่ในสภาพเหนื่อยหอบแต่ยังตั้งดาบเพื่อรับมืออีกฝ่าย
ร่างใหญ่พุ่งเข้าหาและจามขวานใส่เป้าหมายแต่เร็นก้มหลบและเอี้ยวตัวไปด้านหลังชายสวมหน้ากากก่อนฟันดาบเข้ากลางลำตัว
เืไหลซึมแต่ร่างใหญ่เหมือนไม่สะทกสะท้านใดๆท่ามกลางความงุนงงของเร็นหัวหน้าโจรก็ฟันศอกใส่หน้าขาวซีดจนร่างเล็กกว่าตัวปลิวกระเด็น
ขวานั์เสียบคากับซากหินและดึงไม่ออกจนร่างกำยำได้แต่สบถ
เร็นกุมหัวด้วยความมึนงงเพราะแรงกระแทกหนักหน่วง ค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้น
แต่ยังช้ากว่าหัวหน้าโจรซึ่งเตะเข้าที่ลำตัวเร็นก่อนขึ้นคร่อมและบีบลำคอเล็กด้วยมือเพียงข้างเดียว
ส่วนอีกมือเอื้อมไปคว้าดาบที่หล่นข้างตัวอย่างแค้นเคืองพละกำลังมหาศาลมีมากกว่าเร็นที่ยังไม่คุ้นชินกับร่างกายตัวเองทั้งยังบอบบางเมื่อถูกโจมตีหนักๆทางกายภาพ
“เป็แค่พวกมีพร์ แล้วอยากมาล่าค่าหัวงั้นเหรอไอ้เด็กเวร!”
ดาบซิลเวอไลท์ตอนนี้อยู่ในมืออีกฝ่ายและหันคมใส่เร็นหวังปลิดชีพ
มือข้างหนึ่งของเร็นพยายามจิกเล็บลงไปในิัชายสวมหน้ากากจนเืไหลซึม
ความรู้สึกดิ้นรนอยากมีชีวิตและไม่อยากพบเจอกับความเ็ปในโลกิญญาส่งให้เร็นกัดฟันสู้
แม้ว่ามืออันแข็งแกร่งจะบีบจนแทบหมดสติอยู่รอมร่อชายสวมหน้ากากเงื้อดาบแทงลงมายังตำแหน่งหัวใจของเด็กหนุ่ม
ฉึก!
ร่างใหญ่นิ่งค้างและปลายดาบอยู่ห่างหัวใจเร็นเพียงแค่ไม่กี่มิลก่อนจะร่วงหล่นออกจากมือหนา
ดวงตาสีดำเบิกกว้างและสั่นเทิ้ม มีดพกปักข้างลำคอพร้อมเืไหลทะลักออกมาโชคดีที่ตอนสำรวจห้องใต้ดินเร็นแอบหยิบมีดพกติดมือมาด้วย
แม้มันจะขึ้นสนิมแต่ก็คาดว่าอาจใช้ประโยชน์ได้เล็กๆ น้อยๆ
ใช่… ตอนนี้มันทำประโยชน์ให้เร็นได้มากโขทีเดียว
หัวหน้าโจรล้มลงและเร็นใช้จังหวะนี้ถีบอีกฝ่ายจนตัวงอเมื่อเห็นว่าร่างใหญ่กุมคอที่เืไหลซิบและพยายามตะเกียกตะกายไปที่ขวาน
เร็นก็รีบคว้าดาบที่ตกอยู่และแทงซ้ำเข้าด้านหลังจนกระทั่งร่างใหญ่นอนหงายแน่นิ่งเร็นก็ยังแทงซ้ำอีกหลายแผลคล้ายไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายตายหรือยัง
ลึกๆ เร็นรู้สึกกลัว… กลัวว่าจะถูกฆ่าอีกครั้ง
เมื่อได้โอกาสจึงแทงใส่ร่างนั้นทั้งที่รู้ว่าชายตรงหน้าหมดลมแต่ก็ไม่อาจยั้งมือไว้ได้เป็ความโกรธผสมปนเปกับความกลัวที่เอ่อล้นเมื่อครู่
เร็นกำลังระบายอารมณ์กับศพ…
ชุดสีขาวและใบหน้าเปรอะไปด้วยเืเหม็นคาว เร็นหอบหายใจก่อนจะดึงดาบซึ่งปักอยู่กลางอกหัวหน้าโจรและค่อยๆเดินออกจากห้องใต้ดิน
ระหว่างทางเดินแคบๆ เร็นครุ่นคิดในใจว่าฆ่าไปกี่คนแล้ว?
ไม่ฆ่าก็ตายไงล่ะ โลกมันก็แบบนี้แหละ…
เร็นรู้สึกว่าตัวเองเปลี่ยนแปลงไปถามว่าให้กลับไปเป็คนเดิมแบบตอนอยู่ในโลกก่อนทำได้ไหม?
ก็คงตอบว่า ทำไม่ได้อีกนั่นแหละ…
ใครจะลืมกลิ่นคาวเืที่ติดมือและภาพตอนตัวเองถูกฆ่าได้ ไม่มีวัน
แต่คิดไปก็ไร้ประโยชน์ เร็นสบถด่าในใจว่าความคิดตนเองไร้สาระสิ้นดี
แสงจันทร์สาดส่องให้เห็นผมขาวซีดที่โผล่พ้นออกมานอกชั้นใต้ดินชาช่ายืนรอเร็นอยู่หน้าปากทางเข้าพร้อมกับถุงผ้าสีน้ำตาลขนาดกลาง
เร็นได้ยินเสียงกรุ๊งกริ๊งเบาๆ จากถุงเมื่อเธอขยับตัว
“ห้องใต้ดินทางขวามือนี่มันห้องเก็บสมบัติของพวกโจรชัดๆว่าแต่ได้ยินเสียงดังมาจากชั้นล่าง พี่ไปเจอศึกหนักมาเหรอคะ?”
“เออสิ”เร็นถอนหายใจ“เธอรู้อยู่แล้วใช่ไหมว่าทางที่ฉันไปมีหัวหน้าพวกโจรอยู่”
“ฉันจะไปรู้ได้ยังไงเล่า มันแค่เื่บังเอิญ...จริงๆ นะ”
แล้วทำไมประโยคหลังต้องเสียงเบาด้วยล่ะ!!
เร็นไม่มีอารมณ์ต่อล้อต่อเถียงแค่อยากบอกน้องว่าให้ช่วยรู้สึกผิดสักหน่อยได้ไหม ก็ยังดี….
ทั้งชุดสีขาวมีแต่คราบเืกับร่องรอยบอบช้ำบนใบหน้า ทำให้ชาช่าอดสงสารและรู้สึกผิดไม่ได้ดวงตาสีเทาดูเปลี่ยนไปนิดหน่อยจากวันแรก
“ป่ะพี่ กลับกัน เดี๋ยวฉันช่วยพยุงเอง”
“ไม่ต้องเลย ตัวแสบ!”
ได้ยินแบบนี้ชาช่าก็หัวเราะออกมาดังๆ อย่างคาดไม่ถึง
“พี่นี่ปากร้ายจัง เอาเถอะไหนๆ ก็ช่วยให้ตัวเกะกะไปพ้นทางฉันได้ จะช่วยทำแผลแล้วกัน”
ว่าแล้วชาช่าก็จัดการพันแผลตามตัวและแปะพลาสเตอร์บนใบหน้าของเด็กหนุ่ม
เร็นเหลือบมองฮาร์ฟบีทสาวอย่างเบื่อหน่าย ก่อนเดินนำลิ่วๆ กลับไปยังเมืองด้วยความเหนื่อยล้า
ทว่า…
สิ่งที่โหดร้ายยิ่งกว่าพวกโจรนั้น รอพวกเขาอยู่โดยไม่ทันตั้งตัว
รอยยิ้มงดงามเหมือนนางฟ้าสว่างไสวท่ามกลางความมืดยามราตรีแต่เย็นเยือกราวน้ำค้างแข็งพันปีที่แช่แข็งคนทั้งห้อง
“ทั้งสองคน ไปไหนกันมางั้นเหรอ?”