ปราบพิภพสยบสวรรค์

    ปราบพิภพสยบสวรรค์ ตอนที่ 62 : อสูรระดับเก้าเคลื่อนขยับ

    ชายหนุ่มออกสำรวจทั่วสำนักจอมยุทธโลกา โดยที่มีห้าสาวของเขาเป็นผู้ดูแลแลมีเจ้าสำนักยิ่งเป็นเจ้าสำนัก 

     

    นางทั้งห้ารับเอาศิษย์สาวๆจากทั่วโลกมาทำการฝึกฝน แลคอยมองหาสาวงามอีกหลายคนมาให้เขา เพราะเวลานี้พวกนางไม่อาจรับพลังของเขาได้มากเท่าใดนัก เพราะกายาวชิระของเขานั้นมันแข็งแกร่งยิ่ง พวกนางจำต้องหาหญิงสาวอีกหลายคนมาคอยรองรับพลังของเขา

     

    หลังจากที่สำรวจทั่วสำนักแล้วเสร็จ ชายหนุ่มได้ไปยังบ้านหลังใหม่ที่ครอบครัวของเขาย้ายมา

     

    บ้านหลังใหญ่ที่ตั้งอยู่บนยอดเขาถูกสร้างแบบเรียบง่ายเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศ ชายหนุ่มมองยังสองพี่สาวของเขาที่กำลังฝึกฝน

     

    เขาเร่งเข้าหาแล้วแจกโลหิตต้นกำเนิดให้ไป นางทั้งสองฉีกยิ้มร่าแล้วเร่งเก็บลงไปอย่างรวดเร็ว

     

    หลังจากใช้เวลาอยู่กับครอบครัวหนึ่งคืนชายหนุ่มได้ออกจากบ้านแล้วไปยังขั้วโลกใต้ที่มีการแจ้งข่าวว่าพบเจออสูรเหมันต์ขั้นแปดเข้ามารุกราน

     

    ชายหนุ่มให้งุนงงเป็นอย่างยิ่งว่าที่ขั้วโลกใต้มิเคยปรากฏอสูรระดับนี้มาก่อน

     

    “ หรือว่าพวกมันจะเริ่มออกจากรังแล้วหาที่อยู่ใหม่เพื่อขยายพันธุ์ “ ชายหนุ่มพึมพำ

     

    “ หากเป็นแบบนี้ เห็นทีสงครามจะเกิดในไม่ช้า “ ชายหนุ่มพึมพำ

     

    “ ฮื่อห์ “ เขาถอนหายใจออกอย่างแรง

     

    เมื่อมาถึงชายหนุ่มมองยังอนาคอนด้าตัวใหญ่ยักษ์ เกล็ดของมันสีดำสนิท ดวงตาสีชาดมองแล้วน่าหวาดกลัวยิ่ง

     

    “ เจ้านายต้องเร่งกำจัดเพราะมันกำลังจะกลายพันธุ์เป็นอสรพิษ เมื่อมันกลายพันธุ์สำเร็จจะกำจัดมันได้ยากยิ่ง “ อัลตรอนเอ่ย

     

    “ อืม “ ชายหนุ่มพยักหน้าช้าๆ

     

    ชายหนุ่มวาดมือเรียกกระบี่สีทองออกมา แล้วทะยานร่างเข้าหาอนาคอนด้ายักษ์อย่างรวดเร็ว

     

    “ เปรี้ยงง “ กระบี่สีทองระเบิดพลังส่งแสงสังหารออกอย่างรวดเร็ว

     

    “ ครืนน “ แสงสังหารพุ่งเข้าหาอนาคอนด้ายักษ์ ทำเอาผืนน้ำแข็งสั่นสะเทือนคล้ายจะแตกร้าว

     

    “ ครืดด “ คมกระบี่กรีดผ่าร่างของมันออกในทางยาวตั้งแต่หัวจรดหาง

     

    ร่างยักษ์ทั้งสองส่วนดิ้นพราดๆก่อนที่จะแน่นิ่ง

     

    ชายหนุ่มเก็บแก่นวิญญาณอสูรของมันแล้วทำลายไข่ที่อยู่เต็มท้องด้วยไฟที่ร้อนแรง

     

    เขาเก็บร่างของมันไว้แล้วทะยานร่างขึ้นสูง ชายหนุ่มกวาดตามองทั่วแล้วดำดิ่งลงยังเบื้องล่างเข้าจัดการกับฝูงเพนกวินจักรพรรดิที่อาศัยอยู่ใต้น้ำ

     

    น้ำทะเลพลันกลับกลายเป็นสีดำแลส่งกลิ่นเหม็นเน่าฟุ้งกำจายทั่วอาณา เหล่าจอมยุทธต่างเร่งทำการแผดเผาเลือดของอสูรในทันใด

     

    ปราบลอยตัวอยู่เหนือแผ่นน้ำแข็งแล้วให้อัลตรอนสแกนพื้นที่

     

    “ เจ้านาย ลึกลงไปพบพลังต้นกำเนิดเหมันต์ “ อัลตรอนเอ่ย

     

    “ อืม “ ชายหนุ่มพยักหน้า

     

    เขาร้องป่าวประกาศออกไปอย่างรวดเร็ว

     

    ไม่นานนัก ยูเอ็นได้เข้ามาพร้อมกับกองกำลังจอมยุทธ์

     

    ชายหนุ่มทำการเปิดทางให้พวกเขาลงไปสำรวจอย่างรวดเร็ว

     

    หลายคนให้งุนงงยิ่งว่าทำไมชายหนุ่มถึงไม่นำทีมเข้าสำรวจเหมือนเช่นเคย แต่เมื่อได้รับคำตอบพวกเขาต่างก็พยักหน้ารัวๆ

     

    เพราะชายหนุ่มต้องการให้ผู้อื่นได้รับประสบการณ์จากสถานการณ์ต่างๆบ้าง หากหวังพึ่งแต่เขาทุกคนก็จะไม่เติบโต

     

    ปราบกลับมาถึงยังสำนักโลกาที่เชียงใหม่แล้วเข้าจัดการสาวงามทั้งห้าอย่างเร่าร้อน

     

    วันเวลาที่แสนน่าเบื่อหน่ายของชายหนุ่มผ่านไปอีกหนึ่งปี

     

    เขาก้าวข้ามผ่านพันธนาการกลายเป็นจอมยุทธขั้นเบิกสวรรค์ แลได้รับการแต่งตั้งจากผู้คนให้เป็นจ้าวโลกา ที่บ้านของเขาจึงมีผู้คนมากมาแวะเวียนเข้าออกทำเอาเขาปวดกบาล

     

    “ ไอ้หนู เอ็งลืมสัญญากับข้าแล้วรึ “ สมุนไพรเทวะเอ่ย

     

    “ ไม่ลืม แต่ข้ารู้สึกว่าเวลานี้มันเงียบผิดปกติทั้งยังเกิดแผ่นดินไหวบ่อย “ ชายหนุ่มเอ่ย

     

    “ เมื่อเอ็งพูดข้าเพิ่งนึกได้ “ สมุนไพรเทวะเอ่ย

     

    “ อย่างน้อยให้โลกมีจอมยุทธขั้นเบิกสวรรค์มากหน่อย หรือเป็นไปได้ก็มีจอมยุทธขั้นเบิกจักรวาลไปเลย “ ชายหนุ่มเอ่ย

     

    “ จริงของเจ้า หากมีจอมยุทธขั้นเบิกจักรวาล เจ้าก็จะได้ไปอย่างสบายใจโดยที่ไม่ต้องห่วงสิ่งใด “ มันเอ่ย

     

    “ น่าเสียดายที่อัลตรอนนั้นสแกนไม่ลึกพอจึงไม่สามารถรู้ได้ ว่าชั้นใต้ดินลึกลงไปนั้นกำลังเกิดสิ่งใด “ ชายหนุ่มเอ่ย

     

    “ เจ้านาย เวลานี้ผมเป็นรุ่นล่าสุดแล้ว หากจะอัพเดทอีกครั้งก็ต้องรออีกสองปี “ อัลตรอนเอ่ย

     

    “ อืม “ ชายหนุ่มพยักหน้าช้าๆ

     

    ปราบทะยานร่างไปยังศูนย์กลางของแผ่นดินไหวที่ทวีปแอฟริกา “ มันมีขนาดเพียงสองจุดห้าริกเตอร์แต่ทำไมแรงกระเพื่อมถึงส่งออกไปทั่วโลก “ เขาพึมพำ

     

    เขาเบิกเนตรห้วงมิติที่ได้มาจากอสูรสามตา แลเขาได้ผสานมันเข้ากับตัวของเขาโดยมีสมุนไพรเทวะเป็นผู้แนะนำ เขากวาดตามองทั่วอาณาอย่างเชื่องช้า

     

    “ อัลตรอนไปที่รังแม่ “ ชายหนุ่มเอ่ย

     

    “ เจ้านาย ไม่ได้การแล้ว อสูรระดับเก้ากำลังขึ้นมาจากรัง “ อัลตรอนเอ่ย

     

    “ ฮื่อห์ “ เขาถอนหายใจอออกอย่างแรง

     

    “ ไป “ ชายหนุ่มพุ่งทะยานร่างไปยังป่าอะเมซอนอย่างรวดเร็ว

     

    ทั่วโลกต่างเร่งทำการอพยพผู้คนเข้าสู่ที่ปลอดภัยอย่างรวดเร็ว เหล่าจอมยุทธเร่งสวมเกราะแล้วเข้าประจำการ เหล่าอากาศยานขึ้นบินตรวจการณ์ กองเรือยุทธการเข้าสู่เส้นทางในทันใด

     

    ทั่วโลกพร้อมรับมือกับการโจมตีในครั้งนี้อย่างเร่งด่วน เพราะอสูรระดับเก้านั้นถือเป็นภัยคุกคามระดับสูงสุด

     

    พวกเขาต่างจัดเตรียมอาวุธเข้าประจัญในทันใด พวกเขาเฝ้าสวดอ้อนวอนต่อพระเป็นเจ้าให้คุ้มครองพวกเขา

     

    ปราบพิภพลอยตัวอยู่เหนือรังแม่ที่ใหญ่ยักษ์เส้นผ่าศูนย์กลางราวสองร้อยกิโลเมตร เป็นไปได้ยากยิ่งที่จะทำการสกัดกั้นเหล่าอสูรได้ทุกช่องทางเมื่อมันหลุดออกมา

     

    “ อัลตรอนมันลึกเท่าไร “ ปราบเอ่ยถาม

     

    “ เจ้านายระยะสแกนความลึกของผมสิ้นสุดที่สิบกิโลเมตร แต่ความลึกของมันยังไม่สิ้นสุด “ อัลตรอนเอ่ย

     

    “ อุณหภูมิสูงขนาดไหน “ ปราบเอ่ย

     

    “ ไม่ต่ำกว่าหนึ่งพันองศาเซลเซียส “ อัลตรอนเอ่ย

     

    “ มันอยู่เข้าไปได้ยังไง “ ปราบพึมพำ

     

    ชายหนุ่มรับรู้ได้ถึงการสั่นสะเทือนของขอบหลุมเขาเร่งเรียกกระบี่สีทองออกมาแล้วกระชับไว้แน่น

     

    “ ตึง ตึง “ เสียงฝีเท้าของมันกระแทกลงยังขอบหลุมทำเอาผืนพาราสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

     

    ทุกเสียงที่ดังก้องในโสตประสาทนั้นมันบีบรัดหัวใจของใครหลายคนยิ่ง พวกเขาต่างพยักหน้าเมื่อชายหนุ่มให้สัญญาณถอย

     

    จอมยุทธนับร้อยต่างเร่งทะยานร่างหนีอย่างรวดเร็ว พวกเขานั้นเป็นเพียงมดแมลงตัวน้อยนิดเมื่ออยู่ต่อหน้ายักษ์ใหญ่

     

    ปราบพ่นลมหายใจออกอย่างแรง แลกระชับกระบี่ในมือแน่น

     

    ดวงตาที่สามของเขาเปิดออกมองลงไปยังก้นหลุมที่ดำมืด เขาเห็นเพียงเลือนลางแต่ก็พอที่จะอนุมานขนาดของมันได้

     

    “ มันน่าจะสูงราวสองร้อยเมตร ลำตัวยาวร้อยเมตรหางยาวสองร้อยเมตร “ ปราบพึมพำ

     

    “ เจ้านายลักษณะของมันคล้ายกับอสูรห้าเขา แต่ตัวนี้มีเพียงสามเขา “ อัลตรอนเอ่ย

     

    “ เกราะกายของมันมีความหนาประมาณสองเมตรความแกร่งประมาณร้อยโมส์ “ อัลตรอนเอ่ย

     

    “ พลังของมันมหาศาลเทียบไม่ได้กับอสูรระดับต่ำ “ อัลตรอนเอ่ย

     

    “ อสูรตนนี้มีร่องรอยของเชื้อเพลิงเหลวที่บริเวณปากของมัน “ อัลตรอนเอ่ย

     

    “ เวรเอ๊ย เสือกพ่นไฟได้อีก “ เขาเอ่ย

     

    “ ฮื่อห์ “ ชายหนุ่มถอนหายใจออกอย่างแรง

    คล้ายกับเรื่องปราบพิภพสยบสวรรค์ ที่คุณอ่าน