第 三十 章
เรื่องราวกลับหาได้เรียบง่ายอย่างที่คิดไม่ รุ่งขึ้นขบวนของขุนพลฉั่วเตรียมเดินทางพร้อมกับกล่องสี่เหลี่ยมขนาดพอดีมือ ด้านล่างมีของเหลวสีแดงซึมผ่านออกมาเล็กน้อยกลิ่นคาวปนกลิ่นสาบสางเหม็นเน่าฉุนโชยมาเป็นระยะ แน่นอนด้านในคือหัวของจอมโจรชื่อดังจวิ้นจื่อหลงนั่นเอง เขาจะต้องนำหัวของโจรใจบาปผู้นี้ไปถวายแด่ฮ่องเต้เพื่อยืนยันถึงความสำเร็จที่สามารถปราบเจ้าโจรชั่วได้ ขณะที่เตรียมจะเดินทางมีทหารส่งข่าววิ่งกระหืดกระหอบพุ่งเข้ามาคุกเข่าตรงหน้า จื่อหลงหรี่ตามองทหารผู้นั้นด้วยสายตาหวาดระแวงและไม่ไว้ใจ เหตุใดทหารสองนายนี้จึงปรากฏตัวขึ้นที่นี่ เขาปรายหางตาเล็กน้อยแทบไม่รู้สึกไปยังปู้เฉินเพื่อส่งสัญญาณให้คนของเขาไปสืบเรื่องราวให้กระจ่าง
"เกิดเรื่องอันใดขึ้น"ขุนพลฉั่วถามเสียงเข้มข่มคนของตนที่กำลังตื่นตระหนกให้สงบลง
"เกิดเหตุปล้นสะดมขอรับ มีคนกล่าวว่าเป็นจอมโจรจวิ้นจื่อหลง"ขุนพลฉั่วชะงัก จื่อหลงเองก็ชะงักเช่นกัน คราวนี้เขาหันไปหาปู้เฉินทั้งตัวทิ้งสายตามีคำถามเอาไว้บนใบหน้า ปู้เฉินส่ายหน้าเพียงเล็กน้อย
"เกิดเรื่องบ้านี่ขึ้นได้อย่างไร ใครบอกเจ้าว่ามันคือจอมใจบาปนั่น"ขุนพลฉั่วถาม
"เราจับคนของมันได้ขอรับ ให้บังเอิญว่าพวกมันกลัวตายต่างก็ยืนยันว่าใช่"
"เหลวไหล! "หัวของมันข้าเป็นผู้ตัดลงมาเองกับมือ ไป! ข้าจะไปสอบถามให้ได้ใจความ"ขุนพลฉั่วสาวเท้าก้าวยาวด้วยความเร่งรีบ แต่แล้วต้องรีบหันกลับมาหาจื่อหลง
"จริงสิไอ้เด็กโง่ เจ้าไปตกลงกับท่านเสนาลู่ให้รู้เรื่องเสียเดี๋ยวนี้ เวลาล่วงเลยมาจนป่านนี้แล้วข้าเดาว่าเจ้าคงยังไม่ได้ตกลงกับเขาให้รู้เรื่องสินะ ไปได้แล้ว หวังว่ากลับมาข้าคงไม่ต้องปวดหัวกับเรื่องราวของเจ้าอีก"ขุนพลฉั่วเอ่ยเสียงดังแล้วรีบร้อนจากไป ปู้เฉินขยับเขามาใกล้จื่อหลงทันที
"เป็นเรื่องแบบนี้ได้อย่างไร"จื่อหลงใบหน้าทะมึนสายตาเย็นเยียบราวกับจะฆ่าทุกคนที่ย่างกรายผ่านหน้าเขาไป
"ข้าส่งสัญญาณให้คนออกไปสืบแล้วขอรับ คิดว่าคงมีคนสวมรอยแน่เพราะข่าวว่าจอมโจรจวิ้นจื่อหลงถูกทางการเด็ดหัวแล้ว พวกมันอาจจะสวมรอยใช้ชื่อเสียงมาปล้นผู้คน"ปู้เฉินเองก็ร้อนใจไม่ต่าง หากความเรื่องนี้แตกพวกเขาคงโดนไล่ล่าค่าหัวเป็นแน่
"หรือจะมีหนอน"จื่อหลงแสดงความคิดเห็น
"คนของเราไว้ใจได้ทั้งหมดขอรับ ข้าทั้งคนสืบสาวไปถึงสามชั่วคนยากที่จะเป็นไส้ศึก"ปู้เฉินยืนยัน
"เป็นไปไม่ได้ที่จะมีคนทรยศแต่ก็ไม่แน่ เจ้าส่งม้าด่วนนำจดหมายข้าไปให้ท่านอาจารย์ให้เรียกไห่เปียวมาให้ข้าใช้งาน"
"เด็กนั่นรึขอรับ ข้าไม่เห็นด้วย เด็กคนนี้ดูท่าทางไม่น่าไว้ใจเลยสักนิด"จื่อหลงหันมามองปู้เฉินทั้งตัว
"หมายความเช่นไร"
"ข้าน้อยผิดไปแล้วที่บังอาจออกความคิดเห็นและแอบสืบประวัติของเขา นายท่านรู้หรือไม่ขอรับว่าเขาคือบุตรบุญธรรมของผู้ใด"
"ผู้ใด"
"ถงซีอี้ขอรับ"แววตาของจื่อหลงเบิกกว้างขึ้น เหตุใดท่านอาจารย์ของเขาจึงเลือกเอาลูกหลานศัตรูให้มาเป็นคนของเขา เรื่องราวเป็นเช่นไรกันแน่ ยังไม่ทันจบก็มีอีกเรื่องถาโถมเข้ามา
"นายท่านขอรับ"
"มีอะไรอีก"คราวนี้ดูเหมือนเส้นความอดทนของจื่อหลงใกล้หมดเต็มทีแล้ว คนเข้ามาใหม่ไม่กล้าแม้แต่จะสาวเท้าเข้ามาใกล้ ได้แต่ยืนขาแข็งเป็นหินอยู่เช่นนั้น
"เจ้าอยากตายตรงนั้นหรือจะเดินเข้ามา"จื่อหลงตวัดเสียงเย็นเฉียบข่มขู่คนผู้นั้นจึงรีบสาวเท้าก้าวเข้ามาใกล้
"คุณหนูสามกำลังเกิดเรื่องขอรับ"เพียงเท่านี้เส้นของความอดทนจื่อหลงขาดสะบั้นทันที
"เกิดเรื่องบ้าๆ พวกนี้ได้อย่างไร"จื่อหลงตวาดเสียงดังลั่นไม่ทันสังเกตคนที่กำลังเกาะผนังกำแพงเดินเชื่องช้ามาจากด้านหลัง จริงอยู่ทั้งจื่อหลงและปู้เฉินต่างก็มีวิชาตัวเบาและวิทยายุทธสูงส่งแต่เพราะเรื่องราวสับสนที่เกิดขึ้นทำให้ละเลยถึงที่มาของเสียงนั้น
"ว่ามาศิษย์น้องสามทำเรื่องอะไร"จื่อหลงตวาดลั่น คนรายงานตัวสั่นงันงกคุกเข่าประสานมือแทบไม่ทันปากอึกอักพยายามเอ่ยเล่าเรื่องราว
"คุณหนูสามทะเลาะกับคุณชายรองเผลอ..เผลอ"คราวนี้ยากจะเอ่ยปากได้แต่ย้ำอยู่เช่นนั้นไม่เอ่ยคำ
"พูด! "
"เอากระบี่แทงเข้าที่ท้องของคุณชายรองขอรับ เขา..เขาบาดเจ็บสาหัสไม่แน่ว่าจะรอดชีวิต"จื่อหลงตาลุกวาวเผลอกำหมัดกระแทกกับลำต้นของต้นเหมยเพียงครั้งเดียวก็หักโค่นลง ปู้เฉินและผู้นำสารถึงกับกลืนน้ำลายฝืดคอ นานมาแล้วที่เห็นท่าทางเช่นนี้จากจื่อหลง และครั้งนี้เรื่องราวสาหัสไม่น้อยพวกเขารู้สึกหวาดกลัวจื่อหลงแทนคุณหนูอวี้หนี่จริงๆ
"ปู้เฉิน! "
"ขอรับ"
"สั่งการลงไปให้คนของเรานำท่านหมอเหยียนไปดูอาการของศิษย์น้องรองและ..."จื่อหลงปรายตาไปมองหน้าคนส่งสารจ้องเขม็งไม่คลาดสายตา
"จับตัวคุณหนูรองของเจ้าขังเอาไว้รอรับการลงโทษจากข้า นำข่าวไปบอกท่านอาจารย์และฝากคำข้าไปบอกว่าอย่าได้วิตกข้าจะเป็นผู้คลี่คลายเรื่องเหล่านี้เอง ปู้เฉินเจ้าจงไปสืบเรื่องตัวปลอมนั่นให้กระจ่าง อย่าลงมือฆ่านำตัวมันมาให้ข้าทั้งเป็นๆ ข้าจะสอบถามมันด้วยตัวของข้าเอง"
"เจ้าเป็นใครกันแน่! "เสียงผู้มาใหม่สอบถามมาจากทางด้านหลัง ทั้งสามคนชะงักคำพูดยืนตัวแข็งค้างอยู่เช่นนั้น จื่อหลงกัดกรามจนแน่นสมองพลางคิดหาทางออกอย่างรวดเร็ว แต่ดูเหมือนฟ่านเสวียนจะจับเรื่องราวเอามาจนหมดแล้ว
"หึ! พ่อค้าวาณิชงั้นหรือ ไม่มีไส้สนกลในงั้นหรือ ถึงขั้นสั่งผู้คนใช้สอยในเรื่องน่ากลัวเช่นนี้ตอบข้ามาเจ้าเป็นใครกันแน่"ฟ่านเสวียนใบหน้าแดงก่ำด้วยโทสะที่ผุดขึ้นมาราวภูเขาไฟดุเดือด จื่อหลงสูดลมหายใจเข้าปอดรีบโบกมือให้ทุกคนหลบไปแล้วจึงหันหน้ากลับมาปรับสีีหน้าเป็นยิ้มแย้มแจ่มใส
"ฟูเหริน"
"อย่าเรียกข้าด้วยคำหยาบคายเช่นนั้น เถ้าแก่เหวิน"ฟ่านเสวียนกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา จื่อหลงชะงักขาที่ก้าวเข้าหาค้างไว้สมองรีบคิดหาทางออกเฉพาะหน้าให้ตนเองโดยไว
"เหตุใดเจ้าถึงมิให้คนมาตามข้า เดินมาเองเจ้าไม่ปวดแผลตรงนั้นหรอกหรือ"เขาจงใจพูดเรื่องน่าอายเพื่อเบี่ยงประเด็นออกห่างผิดกับฟ่านเสวียนถึงแม้จะอับอายขายหน้าแต่เรื่องที่ได้ยินนี้ก็ยังคาอยู่ในหัวมิอาจลบล้างทำให้ฟ่านเสวียนส่งสายตาดุดันไปยังคนยืนหน้าซื่อใสตรงหน้า
"ตอบข้ามา"จื่อหลงสืบเท้าเข้าไปใกล้คนรักของตนใช้มือหยาบจับข้อศอกคนตรงหน้ารั้งเอาไว้มิให้ถอยออกห่าง
"ใจเย็นก่อนเจ้าฟังข้าสักหน่อย เรื่องราวมิได้สลับซับซ้อนอันใดทั้งสิ้น เพียงแค่สินค้าข้ามีปัญญามันถูกปล้นไปจากเส้นทางทองคำ"จื่อหลงทอดเสียงอ่อนเพียรอธิบายให้อีกฝ่ายเบาอารมณ์คุกรุ่นลง
"ดี! เจ้าตอบข้ามาให้กระจ่าง"ฟ่านเสวียนเน้นคำใบหน้าดุดันเต็มที หากเขากลับมองเห็นเป็นลูกแมวกำลังพองขนกางเล็บเล็กน่ารักขู่ฟ่อให้เขาเท่านั้น เขาอดใจไม่ไหวก้มลงจูบปากแรงๆ เร็วๆ ทีหนึ่ง ฟ่านเสวียนตวัดมือไปที่ใบหน้าจื่อหลงทันทีเขาเบี่ยงเพียงเล็กน้อยก็หลุดพ้นแล้ว
"ภรรยาข้า เหตุใดเจ้าถึงไม่เชื่อใจข้าเล่า ตั้งแต่รู้จักกันมาข้าทำร้ายเจ้าตรงไหนให้บาดเจ็บหรือเจ็บช้ำในน้ำใจหรือก็หาไม่ เจ้าอย่าโมโหจนกระทบกระเทือนไปถึง.."จื่อหลงจงใจใช้สายตาเหลือบมองหน้าท้องของฟ่านเสวียน คราวนี้เจ้าตัวหน้าแดงจัดด้วยความอายเม้มปากแน่นกางมือฟาดเปี๊ยะไปยังท่อนแขนแข็งแรงที่ดึงศอกเขาเอาไว้แน่น
"โอ๊ย ข้ายอมแล้วภรรยาข้า เจ้าอย่าโมโห อย่าโมโห ยิ่งโมโหเจ้ายิ่งเจ็บนะ มาให้ข้าอุ้มดีกว่า"จื่อหลงอาศัยความหน้าหนาของตนสอดแขนเข้าขาพับคว้าหลังอุ้มฟ่านเสวียนในท่าอุ้มสตรีเดินเร็วไปยังห้องนอน ปู้เฉินที่แอบอยู่ตรงมุมห้องถึงกับถอนหายใจเฮือกใหญ่
"หมดห่วงแล้วขอรับ ข้าน้อยนึกว่านายท่านจะเอาตัวรอดไม่ได้ คุณชายฟ่านดุเสียยิ่งกว่าแม่เสืออีก น่ากลัวจริงๆ "ปู้เฉินส่ายหน้าไปมาห่อไหล่ด้วยความเสียวสันหลังวาบแค่คิดก็กลัวแทนเจ้านายของตนเสียแล้ว
"อื้อ อื้อ อ่อยอ้า"จื่อหลงจู่โจมทั้งปากทั้งมือลวนลามฟ่านเสวียนไม่หยุด ส่วนฟ่านเสวียนเองทั้งเจ็บตัวจากเรื่องเมื่อคืนทั้งอึดอัดกับคนที่เบียดกระแซะเข้ามาจนหายใจไม่ออก จื่อหลงบดเคล้าริมฝีปากสูดเอาลมหายใจของฟ่านเสวียนออกมาแทบจะหมด ลิ้นร้อนชอนไชไล่เบียดลิ้นเล็กไม่หยุดหย่อน มือหนาหยาบแกะโน่นดึงนี่จนเสื้อผ้าของคนโดนกินเต้าหู้หลุดลุ่ยเผยให้เห็นไหล่ลาดมีแต้มสีน้ำตาลและรอยฟันโผล่ออกมา ท่อนกลางของจื่อหลงแข็งขึงผ่านเนื้อผ้าบดเคล้ากลางตัวของฟ่านเสวียนให้ได้รู้สึกของความแข็งขึง ฟ่านเสวียนพยายามตั้งสติไม่หลงไปกับรสจูบสองมือกำแน่นทุบหลังหนาแรงๆ สองขาสะบัดขึ้นลงไปมาจงใจให้เข่ากระแทกกับแผ่นหลังหนาราวกำแพงดังปึกๆ จื่อหลงครั้งแรกจงใจหลอกล่อให้ฟ่านเสวียนหลงลืมเรื่องราวที่ผ่านมาแต่กลับกลายเป็นเขาเองที่หลงมัวเมาในรสสัมผัสไม่รู้จักหยุด
"ฮ๊า ฮ๊า ฮ่าาาห์ จะ เจ้า เจ้ามันไอ้คนบ้ากาม"ฟ่านเสวียนพยายามสูดเอาอากาศเข้าปอดจนหอบฮักหายใจไม่ทัน สองมือทุบหน้าอกหนาๆ นั่นไม่หยุด สำหรับจื่อหลงแล้วแรงแค่นี้ไม่ทำให้เขาถึงขั้นเจ็บตัวแค่มันเขี้ยวกับคนใต้ร่างจนอยากฟัดให้จมเขี้ยว ยิ่งเห็นสาบเสื้อเลื่อนลงมาจนเห็นอกขาวกระเพื่อมขึ้นลงเพราะเหนื่อยแล้วยิ่งกระเหี้ยนกระหือรือก้มลงดูดฟัดจุกเล็กที่ช้ำจากเหตุการณ์เมื่อคืน
"ย๊ากกกกกกกก แอ๊ก! "เสียงแรกคือฟ่านเสวียนเรียกพลังของตัวเองเต็มที่บรรจงฟาดหมัดเข้าใส่ใบหน้าจื่อหลงเต็มเหนี่ยว แต่เพราะสัญชาตญาณการป้องกันตัวจากการฝึกวิชาทำให้จื่อหลงหลบโดยไม่ทันฝืนตัวเองส่งผลให้ฟ่านเสวียนถลาหล่นจากเตียงเสียงดังและร้องออกมาประโยคหลัง เลือดสีสดกลบเต็มปากสวยจนเลอะถึงลำคอ จื่อหลงดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจรีบถลาลงมาหาคนที่นอนแอ้งแม้งอยู่ตรงพื้น
"เจ้า...เจ้า บาดเจ็บที่ใดเหตุใดเลือดจึงออกมาเช่นนี้ ตอบข้า! ตอบข้า"จื่อหลงตระหนกกระทั่งหลงลืมความรอบคอบอันเป็นนิสัยประจำตัวของตัวเอง จับเรียวคางพลิกใบหน้าฟ่านเสวียนไปมา ดวงหน้าของเขาซีดเผือดด้วยความตกใจต่างจากคนเจ็บที่ตกใจกับปฏิกิริยาของจื่อหลงเช่นกัน
"ขะ..ข้าไม่เป็นไร แค่ฟันกระทบกับริมฝีปากจนแตกได้เลือดเท่านั้น"ฟ่านเสวียนรีบบอก
".............."จื่อหลง