เคล็ดคชสารวิญญาณมังกร

    เล่มที่ 2 บทที่ 36 เปิดฉากต่อสู้

            ณ หน้าประตูจวนเจ้าเมือง เยว่มู่จือกับหลินอวี่มารอรับแขกอยู่ด้านนอกนานแล้ว

            เมื่อกลุ่มของถังเหล่ยมาถึง หลินเนี่ยนที่สวมชุดสาวดูจะไม่ได้ดึงดูดความสนใจของเยว่มู่จือนัก ถึงแม้การพาสาวใช้มาด้วยในงานเลี้ยงเช่นนี้จะแปลกไปหน่อย แต่ก็ไม่มีกฎห้ามพามา

            ขณะที่ถังจงเวยกับถังเหล่ยถูกพาเข้ามา ก็ปรากฏแสงไฟตระการตา องครักษ์จวนเจ้าเมืองล้วนยืนเรียงกันเป็นแถว

            ถังจงเวยไม่เคยเห็นการจัดขบวนเช่นนี้มาก่อน ไม่นานพวกเขาก็มาถึงในตำหนักของจวนเจ้าเมือง ดูเหมือนงานเลี้ยงจะจัดเตรียมเสร็จเรียบร้อยแล้ว

             “ฮ่าๆๆ ยินดีต้อนรับผู้นำถัง ดูท่าผู้แซ่เยียนอย่างข้าจะพอมีหน้ามีตาอยู่บ้าง!”

            เมื่อเยียนหลิงซานเห็นถังจงเวยกับถังเหล่ยมาเยือน ก็เดินหัวเราะออกมาต้อนรับ

            หลินเนี่ยนที่อยู่ด้านหลังถังเหล่ยทำให้เยียนหลิงซานเหลือบมองเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะอะไร เพราะถึงแม้เด็กสาวผู้นี้จะสวมชุดสาวใช้ แต่หน้าตากับความสง่างามกลับโดดเด่นกว่าผู้อื่นนัก!

            สุดท้ายเยียนหลิงซานก็ได้แค่มองเล็กน้อย ถึงแม้เขาจะเจ้าชู้ แต่เขาก็รู้ว่าอะไรสำคัญที่สุด

            เรื่องในวันนี้เกี่ยวพันถึงอนาคตของเขา ไม่จำเป็นต้องทำเสียการใหญ่เพื่อแค่สาวใช้คนหนึ่ง

            พวกเขาเดินไปยังที่นั่ง เยว่มู่จือนั่งบนตำแหน่งผู้นำรับผิดชอบรับรองแขก

            ถังจงเวยกับเยียนหลิงซานนั่งตรงข้ามกัน หลินอวี่นั่งอยู่ด้านข้างเยว่มู่จือ และหลินเนี่ยนนั่งอยู่ด้านหลังถังเหล่ย

             “ที่ท่านทูตเยียนจัดงานเลี้ยงเป็นพิเศษ ทำให้ผู้แซ่ถังรู้สึกเป็นเกียรติยิ่งนัก ข้าที่เป็นตัวแทนของตระกูลถังขอขอบคุณท่านอย่างยิ่ง”

            ถังจงเวยประสานมือกล่าวขอบคุณ แม้จะรู้ทั้งรู้ว่าอีกฝ่ายคิดร้าย แต่ก่อนจะแตกหัก คำพูดตามมารยาทยังคงต้องพูด

             “ฮ่าๆๆ ผู้นำถังเกรงใจเกินไปแล้ว มีศิษย์อัจฉริยะอย่างถังเหล่ยเช่นนี้ อีกไม่นานตระกูลถังต้องยิ่งใหญ่เป็นแน่”

            เยียนหลิงซานยิ้มและปรายตามองไปทางถังเหล่ย

             “ถังเหล่ยเป็นเพียงศิษย์จากตระกูลในเมืองเล็กๆ ไม่มีค่าให้ท่านทูตชื่นชมหรอก”

            ถังเหล่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

            ที่เยียนหลิงซานเชิญพวกเขามาวันนี้ต้องมีแผนการร้ายแน่ ส่วนตะเกียงแก้วเลี้ยงวิญญาณยังคงอยู่ในห้องลับตระกูลถัง

            เดิมทีถังจงเวยคิดจะพกติดตัว ทว่าเยียนหลิงซานหาใช่คนที่จัดการได้ง่ายๆ ตระกูลถังกับจวนเจ้าเมืองก็ล้วนไม่ใช่สถานที่ปลอดภัย ทิ้งเอาไว้ในตระกูลถังดีกว่า

             “คุณชายถังถ่อมตนไปแล้ว ข้าเป็นรับหน้าที่เป็นทูตของเมืองอวิ๋นหลิวในครั้งนี้ก็เพื่อให้รางวัลผู้ชนะเลิศในการแข่งขันหวู่เต้า จักรวรรดิได้มอบยารวมวิญญาณสองเม็ดให้ผู้ชนะเลิศทุกคน”

            หลังเยียนหลิงซานกล่าวขึ้น เขาก็เอากล่องไม้สีม่วงออกมามอบให้สาวใช้ด้านข้าง

            จากนั้นสาวใช้ก็ส่งมันให้ถึงหน้าถังเหล่ย

            เมื่อได้ยินว่าเป็นยารวมวิญญาณ แม้แต่ใบหน้าของหลินอวี่ก็เผยความประหลาดใจ

            ถึงแม้ยารวมวิญญาณจะเป็นยาระดับสอง แต่ก็เป็นยาระดับสองชั้นสูง เพราะยาเช่นนี้สามารถช่วยผู้ฝึกตนระดับผู้ชำนาญยุทธ์เพิ่มพลังได้อย่างรวดเร็ว และช่วยให้ทะลวงระดับผู้ทรงยุทธ์ได้อย่างราบรื่นด้วย

            ถังเหล่ยย่อมรู้ประโยชน์ของยารวมวิญญาณอยู่แล้ว ถึงเขาเมื่อก่อนจะไม่เห็นยาไร้ค่าแบบนี้ในสายตา แต่เขาตอนนี้กำลังขาดแคลนยาสมุนไพร ยารวมวิญญาณสามารถช่วยเขาทะลวงระดับผู้ชำนาญยุทธ์ได้อย่างรวดเร็ว นี่เป็นของดีที่หาได้ยากนัก

             “ขอบคุณท่านทูตมาก ถังเหล่ยจะน้อมรับเอาไว้!”

            ถังเหล่ยทำท่าทีไม่รู้คุณค่าของยานี้ แล้วเอายารวมวิญญาณมอบให้หลินเนี่ยนด้านหลังอย่างไม่ใส่ใจ

            หลินเนี่ยนรับมาอย่างไม่ยินดีนัก ในใจคิดว่าถังเหลยกล้าทำเหมือนนางเป็นสาวใช้จริงๆ อย่าคิดว่าจะได้คืนยารวมวิญญาณสองเม็ดนี้ไปเลย!

             “เรื่องเล็กน้อย ผู้แซ่เยียนก็แค่ทำตามภารกิจเท่านั้น ยารวมวิญญาณสองเม็ดไม่นับเป็นอะไรทั้งนั้น ผู้แซ่เยียนยังมีของดีมอบให้คุณชายถังอีก!”

            เยียนหลิงซานโบกมือ เขาแค่เอายารวมวิญญาณที่จักรวรรดิมอบแก่ผู้ชนะเลิศมาให้ถังเหล่ยตามหน้าที่ สุดท้ายเยว่มู่จือก็ต้องรายงานเบื้องบนในอนาคต

            เรื่องต่อไปต่างหากคือเป้าหมายที่แท้จริงของเยียนหลิงซาน

             “ข้าผู้แซ่เยียนอยากรับเจ้าเป็นศิษย์ ไม่ทราบว่าคุณชายถังยินดีหรือไม่?”

            เมื่อเขาพูดประโยคนี้ออกมา ทั้งห้องโถงล้วนตกตะลึง

            ในขณะเดียวกันนี้เมืองอวิ๋นหลิวยามราตรีก็ไม่ได้สงบนัก

            อวิ๋นเมิ่งกำลังนั่งอยู่บนยอดสูงสุดของจวนตระกูลถัง ค่ายกลเหมันต์หมื่นหายนะวางเสร็จแล้ว รอเพียงเฮยฉานฉู่เข้ามาเท่านั้น

            ยามนี้คนธรรมดาในตระกูลถังยังไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น พวกเขาเพียงทำกิจวัตรตามปกติ หลังจากทำงานเสร็จ ก็กลับห้องพักผ่อนไป

            ตามเงามืดในที่ต่างๆ ในจวนตระกูลถัง ล้วนมีดวงตาเฉียบคมแอบซ่อนอยู่ พวกเขากำลังรอศัตรูมาถึง

            คนรับใช้ในตระกูลถังที่ถือตะเกียงกำลังตรวจตราคนสองคนอยู่ และทันใดนั้นก็เกิดเสียงดังสองเสียงในอากาศ

            คนรับใช้ทั้งสองล้มลงกับพื้น ที่คอมีลูกดอกสีดำดอกหนึ่งปักอยู่

            ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ...

            เงามืดหลายสายเคลื่อนเข้าไปในตระกูลถังอย่างต่อเนื่อง คนรับใช้ที่ตรวจตรารอบๆ ตระกูลถังล้วนตายอย่างไร้สุ้มเสียง

             “วันนี้ต้องกวาดล้างตระกูลถังให้จงได้!”

            หลังจากที่เงามืดหลายสายปรากฏตัว เงาร่างของตงฟางป้าเทียนกับตงฟางป้าหยวนก็ปรากฏในความมืด ทั้งสองสวมชุดสีดำที่ไม่ได้ปิดบังหน้าตา

            ในเมื่อหลังจากวันนี้จะไม่มีตระกูลถังอยู่อีกแล้ว พวกเขาจึงไม่มีความจำเป็นต้องปิดหน้าปิดตา

            อีกด้านหนึ่งศิษย์ตระกูลซินก็เข้าไปในตระกูลถังจากอีกเส้นทาง แม้ผู้นำตระกูลซินจะไม่ได้มาด้วยตัวเอง แต่ก็ให้ผู้อาวุโสใหญ่เป็นคนนำกำลังมา

            ในยามราตรีไร้ซึ่งเสียงดังแม้แต่น้อยนี้ มีคนแอบเข้ามาในตระกูลถังหลายร้อยคนแล้ว 

            ประตูห้องถูกปิดไว้หมด คนชุดดำส่งสัญญาณมือให้กันและกัน เป้าหมายของในครั้งนี้คือการสังหารคนตระกูลถังให้เหี้ยน แล้วค่อยเผาตระกูลถังทิ้ง

             ปัง!

            เมื่อห้องแรกถูกเปิดประตูเข้าไป เสียงพังประตูก็ดังขึ้นติดต่อกันระนาว

            องครักษ์ตระกูลตงฟางที่บุกเข้าไปในห้องเป็นคนแรกยังไม่พบเงาคนในห้อง พลันสัมผัสได้ว่าข้างหน้ามีแสงเยือกเย็นกะพริบผ่าน เขารู้สึกถึงจิตสังหารเยือกเย็นสายหนึ่งตรงคอ

            และศีรษะก็หลุดออกจากบ่า เลือดสาดกระจายลงพื้นในยามราตรีที่เห็นเพียงสีดำทมิฬ

             “แย่แล้ว รีบหนีเร็ว!”

            ศิษย์ตระกูลตงฟางตื่นตระหนก เดิมทีพวกเขามาเพื่อลอบโจมตี แต่เหมือนอีกฝ่ายจะเตรียมตัวไว้นานแล้ว พวกเขากำลังกลายเป็นฝ่ายที่ถูกโจมตีแทนทัน

            มันสายไปแล้ว

            ขณะที่ศิษย์ตระกูลตงฟางเพิ่งถอยออกจากห้อง เสียงทะลวงผ่าอากาศก็ดังออกมาจากความมืดมิดรอบด้าน

            ลูกธนูดอกแล้วดอกเล่าพรากชีวิตไปอย่างไร้ความปรานี ศิษย์ตระกูลตงฟางต่างลนลาน หากเข้าไปในห้องเพื่อหลบลูกธนูที่ยิงมาราวกับห่าฝน ก็ถูกสังหารอยู่ดี

            เสียงดังจากฝั่งนี้เป็นการประกาศว่าการต่อสู้ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ศิษย์ตระกูลตงฟางกับตระกูลซินจากที่อื่นๆ ที่กำลังเตรียมตัวโจมตี กลับถูกศิษย์ตระกูลถังที่ซุ่มโจมตีอยู่สังหารจนตั้งตัวไม่ทัน

            และแล้วทั้งตระกูลถังก็ตะโกนฆ่าฟัน ทุกที่ล้วนมีแสงเงาดาบกระบี่ ทุกที่ล้วนมีเลือดสาดกระจาย

             “อย่าให้เหลือรอดแม้แต่คนเดียว คนที่บุกรุกตระกูลถัง อย่าให้เหลือรอดแม้แต่คนเดียว!”

            ถังจงชิงที่ถือธนูยาวยิงผู้ชำนาญยุทธ์ของตระกูลตงฟางตายไปคนหนึ่งแผดเสียง

             “ฆ่ามัน ฆ่ามันให้หมด!”

            เมื่อเห็นศิษย์ตระกูลตงฟางบาดเจ็บสาหัสล้มตายในเสี้ยววิ ตงฟางป้าเทียนรู้ว่าตัวเองติดกับเข้าแล้ว เขาโกรธจนตาแดงก่ำ ถึงอย่างไรเบื้องหลังก็ยังมีเฮยฉานฉู่อยู่ ต่อให้ตระกูลถังมีการเตรียมตัวไว้แล้วอย่างไร? แค่เฮยฉานฉู่คนเดียวก็กวาดล้างตระกูลถังได้แล้ว!

            อยู่ๆ เปลวเพลิงพลันลุกโชนในความมืด บ้านช่องของตระกูลถังถูกเผาจนแสงเพลิงพุ่งสูงเสียดฟ้า ขับไล่ความมืดยามราตรีให้หายสิ้น และภาพที่ศิษย์ตระกูลต่างๆ สังหารกันล้วนประจักษ์ต่อสายตา

            แม้ศิษย์ตระกูลถังจะซุ่มโจมตีทำร้ายอีกฝ่ายบาดเจ็บสาหัส ทว่าจำนวนศิษย์ตระกูลตงฟางกับตระกูลซินนั้นมีมากเกินไป ไม่นานจึงเริ่มเข้าสู่การต่อสู้ระยะประชิดอย่างดุเดือด

            มีเสียงตะโกนและเสียงกรีดร้องดังไม่ขาดสาย แล้วเงามืดสายหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในจวนตระกูลถัง

            “ก็แค่การต่อสู้ของมด ช่างโหดร้ายจนทำให้รู้สึกอยากขำ” 

    คล้ายกับเรื่องเคล็ดคชสารวิญญาณมังกร ที่คุณอ่าน