Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    เล่ม 5 ตอนที่ 144 เธอคือเพื่อนของฉัน

            ตอนที่เขากลับมาถึงบ้านพักตากอากาศภูเขาชิงอวิ๋นก็เป็นเวลาห้าโมงครึ่งขณะที่ซูฮ่าวเดินเข้ามาในห้องโถง เย่จื่ออี๋ก็เพิ่งอาบน้ำออกมาจากในห้องน้ำ 


            หลังอาบน้ำเสร็จ เธอก็ดูสะอาดเกลี้ยงเกลา ราวกับความงามของดอกไม้เงาร่างที่เลือนรางมีผ้าเช็ดตัวพันอยู่ครึ่งหนึ่ง

            แขนเรียวเหมือนบัวหิมะ ขาเรียวงามกอปรกับความงามเนียนนุ่มแล้วก็เหมือนกับเนื้อหยกน้ำแข็งชั้นดี ทั้งงดงามและสง่า

            เมื่อมองผ่านแสงไฟเหล่านี้ ซูฮ่าวก็สามารถมองเห็นเนื้อหนังภายในเสื้อคลุมอาบน้ำของเย่จื่ออี๋ได้อย่างเลือนราง 

            เย่จื่ออี๋เงยหน้าขึ้นมองซูฮ่าว และพบว่าอีกฝ่ายกำลังมองเธอตาไม่กะพริบและสายตาของเขานั้นกำลังมองที่คอเสื้อของเธอเป็นครั้งคราวด้วย

            เธอชะงักไปเล็กน้อยเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ ใบหน้าก็แดงก่ำขึ้นมาทันที 

            เธอไม่ได้กระชับคอเสื้อของตนเองขึ้นมาแต่กลับเปิดกว้างเอาไว้อย่างไม่ใส่ใจ

            บรรยากาศเงียบไปครู่หนึ่งเหมือนว่าเย่จื่ออี๋จะตัดสินใจอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงพูดขึ้นมาว่า “คุณซู มาที่ห้องนอนรองหน่อยได้หรือเปล่าคะ? ฉันมีเรื่องอยากคุยกับคุณค่ะ”

            ซูฮ่าวชะงักไปเล็กน้อย แล้วเดินตามเธอเข้าไปในห้องนอนรองอย่างไม่ลังเล 

            ทันทีที่ประตูปิดลง เย่จื่ออี๋ก็เข้ามากอดเขาจากด้านหลังความอ่อนนุ่มแผ่กระจายไปทั่วร่างของซูฮ่าวในทันที ทำให้ตัวของเขานั้นนิ่งค้างไป 

            “คุณเย่ คุณจะทำอะไร?”

            “คุณซู ฉันคิดมานานแล้วค่ะ และคิดว่านี่เป็นวิธีเดียวที่ฉันจะสามารถตอบแทนคุณได้” เย่จื่ออี๋เม้มริมฝีปาก ใบหน้าแดงก่ำราวกับลูกพลับสุก จากนั้นเธอก็กระซิบเสียงเบา

            “ขอบคุณทุกอย่างที่คุณทำให้ฉันและเฉียวเฉี่ยวนะคะ ถ้าไม่มีคุณตอนนี้พวกเราก็อาจจะอยู่ในห้องโทรมๆ ใต้สะพานลอยนั่น”

            “มาเถอะค่ะ ตอนนี้เฉียวเฉี่ยวยังไม่เลิกเรียน พวกเรายังพอมีเวลา!”

            ตอนที่เธอพูดคำนี้ออกไปเหมือนกับเลือดทั่วทั้งร่างกายไหลไปกองอยู่ตรงใบหน้าของเธอใบหน้าของเธอแดงและร้อนผ่าว

            ยิ่งเธอรู้จักซูฮ่าวมากเท่าไร เธอก็เข้าใจแล้วว่าระยะห่างของทั้งสองคนนั้นกว้างมากขนาดไหน

            ผู้หญิงที่มาอยู่ข้างกายของซูฮ่าวนั้นมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆช่องว่างของพวกเขาทั้งสองคนก็เพิ่มมากขึ้น เธอยอมแพ้ตำแหน่งภายในใจของซูฮ่าวแล้วเพียงแต่อยากจะใช้ร่างกายนี้ตอบแทนบุญคุณของเขาเท่านั้น

            หลังจากนี้ไป พวกเขาทั้งสองคนจะได้ไม่มีอะไรติดค้างกันอีก

            เธอยอมแพ้โดยสิ้นเชิงและจะไม่คิดอะไรมากอีกสำหรับเธอแล้วนี่อาจจะเป็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุด 

            “คุณเย่ ฉันไม่ชอบการตอบแทนด้วยวิธีแบบนี้” ซูฮ่าวขมวดคิ้วขึ้นเป็นปมเขาหมุนตัวกลับมา ใบหน้าเคร่งเครียดจริงจัง 

            เขาเห็นใบหน้าที่แดงก่ำและเต็มไปด้วยความเขินอายของเย่จื่ออี๋เสื้อคลุมอาบน้ำที่ร่นลงมาจนเผยผิวขาวใสดุจหิมะ และน่าดึงดูดอย่างมาก

            “แล้วอย่างนี้ล่ะคะ?” เย่จื่ออี๋กัดริมฝีปากเบาๆแล้วค่อยๆ ถอดเสื้อคลุมอาบน้ำเผยร่างกายที่เปลือยเปล่าต่อหน้าซูฮ่าว

            หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำ ใบหน้าแดงซ่านความแดงนั้นแผ่กระจายลงสู่ลำคอและลำตัว เหมือนกับดอกพุดตานเปียกน้ำ ดอกท้อต้องฝน 

            ผิวพรรณหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าเกลี้ยงเกลา เพียงแค่ลมพัดก็อาจจะปลิวได้แต่ซูฮ่าวกลับไม่สะทกสะท้าน

            เย่จื่ออี๋รู้สึกผิดหวังเล็กน้อยเดิมทีเธอคิดว่าเพราะใบหน้าของเธอหายดีแล้ว กอปรกับรูปร่างของเธออาจจะทำให้ซูฮ่าวสนใจได้

            แต่เธอกลับมองไม่เห็นความลุ่มหลงในแววตาของซูฮ่าวเลย

            ความจริงแล้ว ร่างกายของซูฮ่าวมีปฏิกิริยาเล็กน้อย ควรจะพูดว่า หากมีร่างกายอันเย้ายวนปรากฏอยู่ตรงหน้าผู้ชายทุกคนก็จะต้องมีความรู้สึกไม่มากก็น้อย

            แต่เขาไม่อยากจะเสพสุขกับร่างกายนี้เพราะเป็นการตอบแทนบุญคุณ

            มีคนเคยพูดเอาไว้ว่า หากคุณไม่มีทางรับผิดชอบผู้หญิงคนหนึ่งได้ถ้าเช่นนั้นก็อย่าถอดเสื้อผ้าของเธอออก

            หลังจากกลับมาเกิดใหม่ ซูฮ่าวรู้ดีว่าสิ่งที่เขาต้องการนั้นคืออะไร 

            ในช่วงไม่กี่วันที่ได้รู้จักกัน เขาได้มองเย่จื่ออี๋เป็นเพื่อนสำหรับเขาแล้วเป็นเพื่อนกันไม่จำเป็นต้องมีอะไรมาตอบแทน

            ยิ่งไปกว่านั้น ที่เขาช่วยเหลือเย่จื่ออี๋นั้นเป็นเพราะเย่จื่ออี๋มีบุญคุณต่อเขาเมื่อชาติที่แล้ว

            ระหว่างพวกเขาทั้งสองคนไม่มีใครติดค้างใครแล้ว 

            ซูฮ่าวยื่นมือออกไปแล้วดึงเสื้อคลุมของเย่จื่ออี๋กลับมาสวมเหมือนเดิมอย่างสงบ

            “คุณเย่ คุณไม่จำเป็นจะต้องตอบแทนอะไรฉัน คุณเป็นผู้หญิงที่ให้ความสำคัญกับความบริสุทธิ์ทำไมคุณถึงทำเรื่องที่ต้องเสียใจภายหลังแบบนี้ด้วยล่ะ?”

            “ไม่!” เย่จื่ออี๋ส่ายหน้าแล้วพูดอย่างหนักแน่นว่า “ฉันจะไม่เสียใจภายหลังฉันคิดว่าบุญคุณของคนนั้นจำเป็นจะต้องตอบแทน แม้บุญคุณเท่าน้ำหยดเดียวก็จะตอบแทนดุจสายธารฉันยินดีจะใช้ร่างกายของตัวเองเพื่อตอบแทน หวังว่าคุณซูจะให้ความร่วมมือด้วยค่ะ”

            ขณะที่พูดเธอก็จับมือซูฮ่าวให้มาสัมผัสกับใจกลางร่างกายของเธอ

            เมื่อสัมผัสถึงความอ่อนนุ่มที่กลางฝ่ามือซูฮ่าวก็รีบดึงมือออกมาเหมือนไฟช็อต ก่อนจะถอนหายใจแล้วพูดว่า “คุณเย่ ที่คุณทำแบบนี้ คุณไม่ได้คิดถึงความรู้สึกของเฉินไห่คั่วเลยหรือ?”

            เย่จื่ออี๋อ้าปากขึ้น แต่ก็ไม่รู้ว่าควรจะพูดว่าอะไร 

            “ตอนที่คุณตัดสินใจทำแบบนี้ คุณควรจะคิดให้ดีก่อนว่าการกระทำเช่นนี้ส่งผลกระทบต่อคนรอบข้างหรือเปล่า?” ซูฮ่าวพูดขึ้นมาแล้วถอนหายใจออกมาเล็กน้อย 

            “ถ้าเฉินไห่คั่วต้องการตัวคุณกลับไปจริงๆและถ้าคุณตัดสินใจที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่กับเขาถ้าอย่างนั้นเรื่องที่เกิดขึ้นภายในวันนี้ มันจะทำให้คุณเป็นหนี้ต่อเขาหรือเปล่า?”

            “คุณเย่ หรือว่าคุณยังไม่เข้าใจอีกหรือ? คุณคือเพื่อนของฉันเพื่อนช่วยเหลือกันเป็นเรื่องปกติแล้วฉันไม่อยากให้คุณปฏิบัติต่อฉันเป็นคนแปลกหน้าและยิ่งไม่หวังว่าคุณจะมองฉันเป็นผู้ที่มีพระคุณฉันหวังว่าเราจะมีมิตรภาพต่อกันแบบเพื่อน ไม่มีเรื่องที่จะต้องมาตอบแทนบุญคุณกัน”

            “คุณไปสงบสติอารมณ์ก่อน ฉันไม่อยากให้เรื่องนี้ทำลายมิตรภาพของพวกเราท้ายที่สุดแล้วในชีวิตนี้ฉันก็ไม่ได้มีเพื่อนมากมายอะไรนัก”

            ทันทีที่สิ้นเสียง ซูฮ่าวก็เดินออกจากห้องไป แล้วเดินเข้าไปในห้องนอนใหญ่

            เย่จื่ออี๋มองตามแผ่นหลังของซูฮ่าว เธอนั่งลงบนเตียงสายตาสับสน

            คำพูดของซูฮ่าวทำให้เธอได้สติขึ้นมาในทันที 

            ใช่แล้ว ตั้งแต่เจอกันครั้งแรกจนถึงตอนนี้เธอเห็นว่าซูฮ่าวเป็นผู้มีพระคุณของเธอมาโดยตลอดอีกทั้งอยากจะให้เขาเป็นที่พึ่งของตนเองไปตลอดชีวิต 

            แต่เพราะเหตุนั้น เธอจึงไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าซูฮ่าวจะมาเป็นเพื่อนของเธอ 

            “ดูเหมือนว่าการเป็นเพื่อนนั้นจะไม่เลวเลย!” หลังจากที่ปล่อยวางแล้วในที่สุดเมฆดำที่กดทับอยู่บนอกเย่จื่ออี๋ก็สลายหายไป 

            เพียงแต่ใบหน้าของเธอยังคงเขินอายเช่นเดิมเมื่อนึกถึงการกระทำต่อหน้าซูฮ่าวเมื่อครู่นี้ใบหน้าเธอแดงก่ำเหมือนกับดอกไม้ที่ซ่อนอยู่ด้านหลังใบไม้เขียวไม่กล้าเปิดเผยตัว

            รอยยิ้มยังประดับอยู่ที่มุมปากของเธอ แต่เหมือนว่าอารมณ์จะดีขึ้นไม่น้อย

            เย่จื่ออี๋เลิกคิดมากแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้า ก่อนจะเดินออกจากบ้านพักตากอากาศแล้วเดินทางไปยังโรงเรียนที่เย่เฉียวเฉี่ยวเรียนอยู่

            ในห้องนอนใหญ่ซูฮ่าวมองฝ่ามือตัวเองที่ไปสัมผัสของสงวนของอีกฝ่ายแล้วยิ้มขื่นขมออกมา

            เขาคิดไม่ถึงเลยว่า เย่จื่ออี๋มีความคิดที่จะใช้ร่างกายของตนเองตอบแทนบุญคุณของเขา

            หากความอดทนของเขาไม่สูงมากพอเกรงว่าตอนนี้เย่จื่ออี๋ต้องสังเวยวิญญาณให้กับปืนของเขาแล้ว

            “ติ๊งต่อง ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ด้วยคุณเสแสร้งเป็นคนมีปรัชญาและช่วยเหลือชีวิตคนได้ยอดเยี่ยมมากรับรางวัลหกสิบแต้มเสแสร้ง (คงเหลือ 90 แต้ม)ปล.การมีชีวิตอยู่ก็คือปรัชญาแห่งชีวิตอย่างหนึ่งขอเพียงแค่มีชีวิตก็ต้องเหนื่อยกันทั้งนั้น และการที่คุณเหนื่อยนั่นหมายความว่าคุณกำลังแบกรับความรับผิดชอบ และแสดงให้เห็นว่าคุณยังไม่ถอยหลัง ตอนที่เหนื่อยต้องเรียนรู้ที่จะยิ้มให้กับความสุขและทุกข์ของชีวิตมีความสุขกับความสำเร็จและความล้มเหลว ไม่หวาดกลัวต่อความเป็นความตายของโลกมนุษย์เข้าใจความเย็นชาและความอบอุ่นจึงจะสามารถเพิกเฉยต่อการจากไปได้นี่แหละคือคุณสมบัติระดับสุดยอด”

            “ติ๊งต่อง ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ด้วยคุณเสแสร้งทำตัวบริสุทธิ์ดุจน้ำใสได้ยอดเยี่ยมมาก รับรางวัลสิบแต้มเสแสร้ง(คงเหลือ 100 แต้ม)ปล.ผู้ชายที่บริสุทธิ์นั้นน่ารัก เพราะว่ามือทั้งซ้ายขวาของเขานั้นไม่ต้องการจะทำร้ายเทพธิดาเหมือนระบบที่บริสุทธิ์ราวนมแท้ตรา Deluxe อย่างน้อยฉันก็ยังรักษาจูบแรกเอาไว้อยู่แม้กระทั่งมือของเพศตรงข้ามฉันยังไม่เคยจับเลยด้วยซ้ำ ไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ตัวไม่มีรอยสัก ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าไมค์ในห้องคาราโอเกะส่วนตัวเป็นอย่างไร และไม่รู้ว่าร้านกลางคืนเป็นอย่างไร”

            คำพูดด้านหน้าดูดี แต่เมื่อฟังถึงด้านหลัง ซูฮ่าวก็หน้ามืดครึ้มทันที “ระบบ หลังจากฉันพบว่านายใช้ชีวิตอย่างไร้ยางอายแล้วชีวิตของนายก็ผ่อนคลายขึ้นเยอะนะ”

            “ฉันคิดว่าถ้าผู้ชายกับผู้หญิงจูบกันก็จะทำให้ท้องได้ ฉันคิดว่าไอ้ที่ตั๊บๆๆ คือพวกเขากำลังปรบมือกัน ฉันคิดว่าผู้หญิงไม่เคยอาบน้ำเพราะว่าฉันไม่เคยดูพวกเธออาบน้ำมาก่อน ฉันเป็นคนที่ซื่อตรงมาก เหมือนกับกระดาษขาวคุณอย่าพาฉันเสียคนล่ะ ขอบคุณ!”

            ซูฮ่าว “ ... ”

            ตอนนั้นฉันใช้เวลาฆ่าตัวตายเจ็ดวัน ศพจมในทะเลไม่ลอย (ฝู)1 ขึ้นมา แต่ว่าฉันต้องยอม (ฝู) นายเลย! 

            “คำแจ้งเตือนจากระบบ โฮสต์ได้สะสมแต้มเสแสร้งครบ 100 แต้มแล้ว (คงเหลือ 100 แต้ม) โฮสต์ต้องการจับรางวัลหรือไม่?”

            “จับรางวัล?” ซูฮ่าวชะงักไปเล็กน้อยแล้วครุ่นคิดก่อนจะพยักหน้า “จับ!”

            “ใช้แต้มสะสม 100 แต้มแล้วจับรางวัลแต้มคงเหลือของโฮสต์ตอนนี้คือ 0 ”

            ในขณะเดียวกับที่เสียงระบบดังขึ้นตรงหน้าของซูฮ่าวก็มีวงล้อเสี่ยงโชคปรากฏขึ้นเข็มบนวงล้อนั้นกำลังหมุนอย่างรวดเร็ว 

            หลังจากผ่านไปสักพักเข็มก็หยุดที่การ์ดใบเล็ก

            “ติ๊งต่อง ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ด้วย คุณได้การ์ดประสบการณ์เสแสร้งคำนวณ”

            ซูฮ่าวชะงักไปเล็กน้อย แล้วอ่านหมายเหตุตรงการ์ดประสบการณ์ใบนี้

            (การ์ดประสบการณ์เสแสร้งคำนวณ : หลังจากใช้การ์ดประสบการณ์ใบนี้แล้วจะมีสติปัญญาลึกล้ำดั่งเทพสองครั้ง ไม่จำกัดเวลา หากใช้หมดแล้วก็จะหายไป) 

            “สติปัญญาลึกล้ำดั่งเทพ?” ซูฮ่าวตกตะลึงแล้วตบต้นขาของตัวเอง 

            เขากำลังคิดอยู่เลยว่า เขาจะไปเอาความลับจากกลุ่มบริษัทหลินชื่อได้อย่างไรการได้รับการ์ดประสบการณ์เสแสร้งคำนวณใบนี้มาเหมือนกับเป็นการได้รับถ่านกลางหิมะ2

            เมื่อนึกถึงความผิดซ้ำซากของหลินอีหลุนที่มีในช่วงนี้แววตาของซูฮ่าวก็มีประกายจิตสังหารปรากฏขึ้น เขาจึงใช้การ์ดเสแสร้งใบนี้ทันที

            ตอนนี้ข้อมูลจำนวนมากปล่อยเข้าสู่สมองของเขาในทันที 

            “ฟ้าคือเฉียน ดินคือคุน ห้าธาตุโคจร หยินหยางแปดทิศ วิชาฉีเหมินตุ้นเจี่ย3 เปิดการคำนวณ ฟ้ารู้ดาราศาสตร์ ดินรู้ภูมิศาสตร์ สื่อสารอดีตห้าร้อยปีก่อนทำนายอนาคตห้าร้อยปีหลัง สรรพสิ่งในจักรวาล การคำนวณจะดำรงอยู่ตลอดไป… ”

            หลังจากเรียนรู้และทำความคุ้นเคยกับวิธีใช้สติปัญญาลึกล้ำดั่งเทพแล้วซูฮ่าวก็หลับตาลง เขาท่องคาถาสองสามคำอย่างรวดเร็ว แล้วยกมือขึ้นมานับนิ้ว 

            ทันใดนั้นเส้นที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าจากฟ้าดินก็ปรากฏขึ้นภายในสมองของซูฮ่าว

            “น่าสนใจดีนี่นา ที่แท้ข้อมูลอันดำมืดก็ซ่อนอยู่ที่นั่นนอกจากนี้หลินอีหลุนก็ยังเป็นชู้กับแม่เลี้ยง เป็นครอบครัวที่สนุกสนานมาก” แววตาของซูฮ่าวเปล่งประกายแสงสว่าง ใบหน้ามีรอยยิ้มเย็นชา 

            ตราบใดที่เขาได้ของเหล่านั้นมาอยู่ในมือ ชีวิตของหลินอีหลุนได้จบเห่แน่

            “ฉันจำได้ว่างานเลี้ยงอาหารค่ำครั้งที่แล้ว หลี่ช่างเสียงเคยแนะนำให้ฉันรู้จักเฉาหงเต้าจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติฉวนโจว ได้ยินมาว่าเขาเป็นคนที่ขี้เหนียวแต่รับใช้ประชาชนอย่างสุดหัวใจ หลายปีที่ผ่านมานี้ เขาไม่เคยยอมให้อาชญากรหลุดรอดไปได้เลยเพียงแต่เขามีปัญหาด้านสุขภาพ จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีลูกเลยตอนนั้นฉันยังจ่ายยาให้เขาด้วย… ” หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งซูฮ่าวก็ตัดสินใจได้

            “คราวนี้ฉันจะให้ของขวัญใหญ่กับเขา!”

            หลังจากที่คิดได้ดังนั้น เขาก็เปลี่ยนเป็นชุดคลุมสีดำทั้งตัวแล้วออกจากบ้านพักตากอากาศไป ตรงไปที่สถานที่แห่งหนึ่ง

            หลินอีหลุน ไม่รู้ว่าตอนที่คุณไม่เหลืออะไรเลยสักอย่าง คุณยังจะมั่นใจในตัวเองแบบนี้อยู่ไหม!

            ………………..

    1มุขคำพ้องเสียง คำว่า (浮) อ่านว่า ฝู หมายถึงลอย พ้องกับคำว่า (服) อ่านว่า ฝู หมายถึงยอม  


    2ให้ถ่านกลางหิมะ (雪中送炭) สำนวนจีน หมายถึง ให้ความช่วยเหลือในยามที่คนคับขันได้อย่างทันท่วงที


    3วิชาฉีเหมินตุ้นเจี่ย (奇门遁甲) หรือเรียกว่า เทคนิคการหลบหนีโดยประตูมหัศจรรย์เป็นวิชาที่ใช้วางแผน วางกลยุทธ์ที่ขงเบ้งใช้ในหลากหลายเหตุการณ์

    คล้ายกับเรื่องLevel up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】 ที่คุณอ่าน