“คุณฉินเราอยากเชิญคุณไปที่สำนักงานเพื่อให้ปากคำและสอบถามเพิ่มเติมโดยละเอียดน่ะครับคุณมีเวลาไหมครับ”
หลังจากสั่งงานลูกน้องเสร็จแล้วหัวหน้าตำรวจก็เดินมาพูดกับฉินลู่
ฉินลู่หันไปดูห้องที่สภาพพังยับเยินแล้วก็พยักหน้า “ได้ครับ พอมีเวลาอยู่ ถ้าอยากถามเกี่ยวกับการฝึกตน ผมบอกพวกคุณได้เพื่อที่พวกคุณจะได้เตรียมพร้อมเผชิญหน้ากับชายหัวโล้นนั่น เดี๋ยวจะไม่ทันกาล”
“ดีมากเลยที่คุณเข้าใจ!” หัวหน้าตำรวจประหลาดใจมากจากนั้นก็เดินนำฉินลู่ออกจากห้องไปอย่างสนิทสนม
ขณะนั้นเองเมื่อเจ้าของบ้านได้ยินข่าวก็รีบวิ่งมาทันที เมื่อเห็นสภาพบ้าน เขาก็แทบจะเป็นลม“ฉินลู่! นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย!นายจะรื้อฝ้าถอนผนังรึไง”
“แค่กๆ” ฉินลู่ไออย่างทำตัวไม่ถูกและพูดขึ้นว่า“ผมถูกคนร้ายโจมตีน่ะครับ ก็เลยกลายเป็นอย่างที่เห็น คุณไม่ต้องห่วง ผมจะชดใช้ให้อย่างแน่นอน”
“นายต้องชดใช้แน่นอน! หลังจากชดใช้แล้วฉันจะไม่ปล่อยบ้านหลังนี้ให้นายเช่าอีก นายไปหาที่อยู่ใหม่ได้เลย!” เจ้าของบ้านพูดอย่างโกรธจัด
เมื่อพวกเขามาถึงสถานีตำรวจหัวหน้าก็เชิญฉินลู่ไปที่ห้องทำงานทันที
“ฉินลู่ คุณช่วยบอกรายละเอียดเกี่ยวกับกลุ่มผู้ฝึกตนให้ผมฟังได้ไหมมีประมาณกี่คนเหรอ” หัวหน้าทีมเชิญฉินลู่นั่งลงบนโซฟา แล้วเขาก็นั่งลงข้างๆ
ฉินลู่เหลือบมองเขาและพูดว่า “ผมบอกคุณได้แค่ผิวเผินเท่านั้นไม่สามารถพูดอะไรในเชิงลึกได้”
“ได้เลย” หัวหน้าทีมพยักหน้า
ฉินลู่เหยียดนิ้วออก และชี้ไปที่เพดาน“ผู้ฝึกตนคือกลุ่มที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณเป็นการดูดซับพลังงานทางจิตวิญญาณของสวรรค์และโลก ทำให้ร่างกายของตัวเองเย็นลงปลดล็อกพลังเหนือธรรมชาติ เป็นผู้เชี่ยวชาญที่มีความสามารถเหนือมนุษย์และเรื่องแบบนี้มีเพียงไม่กี่คนที่รู้ เช่น บางคนที่อยู่เบื้องบนนี่”
หัวหน้าทีมหรี่ตาลง เขาเข้าใจทันทีว่าบางคนที่ฉินลู่พูดถึงหมายถึงใคร
“โดยปกติแล้วผู้ฝึกตนมักจะไม่สู้กับคนธรรมดา เพราะในสายตาของเราแล้วผู้ฝึกตนกับคนธรรมดาเหมือนอยู่กันคนละโลก เพราะไม่ได้มีผลประโยชน์ทับซ้อนกันอยู่แล้ว”
หัวหน้าทีมพูดแทรกขึ้นมา “แต่ถ้าผลประโยชน์เกิดทับซ้อนกันล่ะก็...”
“ใช่แล้วถ้าต้องสู้กันเพราะผลประโยชน์ ผู้ฝึกตนก็จะไม่ยอมเช่นกัน” ฉินลู่หยิบหยกพลังวิญญาณออกมาจากหน้าอกและกล่าวว่า “ตัวอย่างเช่นเจ้านี่ฉินเทียนอวี๋ฆ่าเศรษฐีเจ็ดคนติดต่อกันเพราะว่าพวกนั้นซื้อของที่เขาต้องการที่ตลาดมืดของเมืองจิงเฉิง”
“แล้วทำไมเขาถึงไม่ใช้กำลังแย่งมา ไม่ก็ขโมย?ทำไมต้องฆ่าคนด้วย!”หัวหน้าทีมพูดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
ฉินลู่ยักไหล่และพูด“นี่ก็เป็นเรื่องส่วนบุคคลแล้วล่ะ บางทีเขาอาจจะเป็นคนที่เสพติดการฆ่าคนก็ได้”
“ไร้ศีลธรรม! ไร้ศีลธรรมจริงๆ !” หัวหน้าทีมยืนขึ้นและเดินไปเดินมา “ไม่รู้ว่าเขาฆ่าคนไปกี่คนแล้ว คนชั่วแบบนี้ต้องถูกดำเนินคดี!”
ทั้งสองคุยกันเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมงก่อนที่ประตูห้องทำงานจะถูกตำรวจคนหนึ่งเปิดออก
“หัวหน้าครับพบร่องรอยของผู้ร้ายแล้วครับ!”
“อะไรนะ!” หัวหน้าทีมประหลาดใจ และพูดอย่างตื่นเต้น“หาเจอแล้วเหรอ มันอยู่ไหน!”
ฉินลู่ที่นั่งอยู่ข้างๆก็รู้สึกตกใจเล็กน้อย
นึกไม่ถึงว่าเมื่อองค์กรนี้จริงจังขึ้นมาจะมีประสิทธิภาพสูงขนาดนี้ไม่ถึงชั่วโมงก็แกะรอยคนร้ายได้แล้ว
“ในคลินิกเถื่อนหลังโรงอาบน้ำของสำนักงานทหารเก่าเขตหนานเฉิงเราได้รับการยืนยันแล้วว่าผู้ต้องสงสัยฉินเทียนอวี๋กำลังเข้ารับการรักษาในคลินิกนั้น”เจ้าหน้าที่รายงานอย่างรวดเร็ว
“แล้วจะรออะไรอยู่ล่ะรีบไปแจ้งเหล่าตำรวจติดอาวุธให้ล่วงหน้าไปที่โรงอาบน้ำของสำนักงานทหารเก่าและจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยฉินเทียนอวี๋!” หัวหน้าทีมเปลี่ยนชุดตำรวจ แล้วเดินไปหาฉินลู่“คุณฉิน คุณอยากไปกับพวกเราด้วยไหม”
“แน่นอน!” ฉินลู่ลุกขึ้นยืนและพยักหน้าอย่างไม่ลังเล
เขาต้องไปดูที่เกิดเหตุอยู่แล้วถ้าหากมีสถานที่แปลกๆ ที่ไม่เหมาะให้ตำรวจและทหารเข้าไปต่อสู้เขาก็อาจจะช่วยได้บ้าง
ฉินเทียนอวี๋จะต้องถูกจับแน่นอนแต่ยังไงฉินลู่ก็ยังไม่วางใจ
ถ้าหากเขาหนีไปได้วันหนึ่งอาการบาดเจ็บของเขาหายดี แล้วกลับมาหาฉินลู่ก็คงจะยุ่งยากขึ้นไปอีก
เมื่อหน่วยปราบปรามความรุนแรงของรัฐเอาจริงเอาจังขึ้นมาก็มีประสิทธิภาพจนน่าอัศจรรย์เหมือนกันแฮะ
เมื่อฉินลู่กับหัวหน้าทีมนั่งรถตำรวจมาถึงห้องอาบน้ำของสำนักงานทหารเก่าที่เกิดเหตุก็ถูกปิดล้อมไว้หมดแล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจติดอาวุธหลายร้อยนายยืนรอคุ้มกันเต็มกำลังพื้นที่ถูกปิดกั้นอย่างสมบูรณ์
“เป็นฉากที่ยิ่งใหญ่มาก....”
ฉินลู่รู้สึกทึ่งนิดหน่อยด้วยการป้องกันที่เข้มงวดเช่นนี้ แม้แต่เขาก็ไม่มั่นใจว่าจะหนีออกไปได้นับประสาอะไรกับฉินเทียนอวี๋ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส
“ลงรถ” หัวหน้าทีมออกคำสั่ง ตำรวจปราบปรามที่อยู่ในรถก็ลงจากรถและเดินไปที่คลินิกเถื่อนด้านหลังโรงอาบน้ำ
เห็นได้ชัดว่าเสียงไซเรนที่ดังสนั่นทำให้คนที่อยู่ในคลินิกตื่นตระหนกประตูเหล็กจึงถูกปิดไว้อย่างแน่นหนา
“เฮอะ!” หัวหน้าทีมพ่นลมหายใจอย่างเย็นชา หันไปหาเจ้าหน้าที่ที่อยู่ข้างๆแล้วพูดว่า “เปิดประตู!”
“ครับ!”
ตำรวจปราบปรามหยิบปืนพกออกมาแล้วเล็งไปที่ตัวล็อกประตูและยิงออกไปสามนัด
“ปังๆๆ” ตัวล็อกคลายออกทันที
“ปัง!” ตำรวจปราบปรามที่เฝ้าประตูอยู่เตะประตูเหล็กให้เปิดออกในครั้งเดียวและทุกคนก็เข้าไปด้านใน
เมื่อเข้ามาด้านในคลินิกเหตุการณ์ที่อยู่ตรงหน้าก็ทำให้ทุกคนตกใจ
ชายหัวโล้นที่ทั้งตัวเต็มไปด้วยเลือดอยู่บนเตียงผ่าตัดมือซ้ายบีบคอพยาบาลหญิง มือขวาบีบคอแพทย์ชายเอาไว้ และหันมายิ้มให้ทุกคน
“คิดไม่ถึงว่าพวกแกจะมากันเร็วขนาดนี้พวกแกตื่นตัวเร็วขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน” ชายหัวล้านบิดคอแล้วพูดกับตำรวจปราบปราม“ออกไปเดี๋ยวนี้ ถ้าไม่ออกไปภายในห้าวินาที ฉันจะบีบคอให้ตายหนึ่งคน!”
พูดจบ ชายหัวล้านก็นับเลขอย่างเย็นชา"ห้า"
ตำรวจปราบปรามมองหน้ากันอย่างตกใจและทุกคนต่างก็หันไปมองหัวหน้าทีม
“สี่!”
หัวหน้าทีมหรี่ตาหันไปมองฉินลู่และกล่าวว่า “เขาสามารถฆ่าคนสองคนหลังจากโดนยิงได้ไหม”
ฉินลู่พยักหน้าอย่างไม่ลังเลและกล่าวว่า“มันง่ายมาก เราออกไปก่อนเถอะ”
“สาม!”
“ออกไปเหรอ” หัวหน้าทีมลังเลและถามต่อ“ถ้าออกไปแล้วเขาหนีจะทำยังไงล่ะ”
ฉินลู่ส่ายหัวและพูด“มีตำรวจติดอาวุธคุ้มกันอย่างแน่นหนาขนาดนี้ เขาหนีไปไหนไม่ได้หรอก และผมก็สังเกตห้องนี้ดูแล้วมันถูกปิดตาย มีประตูแค่บานเดียวผู้ฝึกตนอย่างเราก็เป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาไม่ใช่ผู้มีพลังวิเศษอะไรไม่สามารถรื้อผนังคอนกรีตเสริมเหล็กได้หรอก”
“เข้าใจแล้ว” หัวหน้าทีมพยักหน้าแล้วโบกมือ“ถอย!”
ตำรวจปราบปรามและตำรวจติดอาวุธลังเลอยู่ครู่หนึ่งแต่ก็เชื่อฟังคำสั่งของหัวหน้า ถอนตัวออกไปจากคลินิก