รุ่งเช้าของอีกวัน เด็กหนุ่มบิดขี้เกียจอยู่บนผ้านวม
" ฮื่อห์ " เด็กหนุ่มถอนหายใจออกมาอย่างแรง แลหยัดกายลุกนั่ง
" ชีวิตนี้ช่างโดดเดี่ยวอ้างว้างยิ่งนัก " ชิงหยางพึมพำ ตั้งแต่จำความได้เขาก็อยู่ตัวคนเดียวในวัดร้างมาโดยตลอด
" ฮื่อห์ " เด็กหนุ่มถอนหายใจออกมาอีกครา " คิดเรื่องเก่าไปก็มิมีประโยชน์อันใด "
เด็กหนุ่มลุกออกจากผ้านวมแลเร่งจัดการกับตนเอง เมื่อแล้วเสร็จจึงออกจากถ้ำ
" เวลานี้ ไอ้สาระเลวเหล่านั้น จะยังอยู่รึไม่ " ชิงหยางพึมพำ เด็กหนุ่มกวาดสัมผัสของพยัคฆ์ขาวออกไป
" มิมีมีสิ่งใดในหนึ่งลี้ " เขาพึมพำออกมา แลทะยานร่างออกจากถ้ำอย่างเร็วรี่
เด็กหนุ่มทะยานตามทางอย่างอย่างรวดเร็ว พลางครุ่นคิด " ในป่าทึบเช่นนี้ เหตุใดจึงมีทางรถม้า " ชิงหยางพึมพำ
เขามองเห็นรอยของล้อรถม้า เข้ามาในป่าบนทางถนนที่เตียนโล่งไร้หญ้า
" น่าจะมีอะไรสักอย่าง " ชิงหยางพึมพำ แลเร่งทะยานร่างไปตามทางถนนอย่างรวดเร็ว
ราวหนึ่งชั่วยาม เด็กหนุ่มก็มาถึงโรงเตี๊ยมกลางป่า เด็กหนุ่มถึงกับแปลกใจ แต่เมื่อกวาดตามองทั่วแนวป่าเขาพลางพยักหน้า
" นี่ข้าเข้ามาในส่วนป่าลึกแล้วรึนี่ " ชิงหยางพึมพำ พลางก้าวเท้าเข้าไปในโรงเตี๊ยม
" ไอ้หนู เจ้าเป็นคนของสำนักตะวันมิใช่รึ " เสียงเสี่ยวเอ้อร์ร้องออกมาจากในโรงเตี๊ยม
" ใช่ " ชิงหยางร้องตอบกลับ
" เจ้ามิรู้รึว่าเวลานี้ สำนักตะวันได้ทำการเรียกศิษย์ทุกคนกลับหมดแล้ว " เสี่ยวเอ้อร์เดินออกมา
" ข้ามิรู้ " ชิงหยางส่ายหน้า
" พี่ชาย เกิดสิ่งใดขึ้นใยสำนักของข้าจึงเรียกตัวศิษย์กลับ " ชิงหยางเอ่ยถามด้วยความสงสัย
" เมื่อวาน ศิษย์สายนอกของสำนักตะวันถูกสังหารโหดถึงเก้าศพ สามคนตกตายในหลุมดักสัตว์อสูร อีกหกถูกฟันศีรษะขาดในกระบี่เดียว " เสี่ยวเอ้อร์เอ่ยออกมา
ชิงหยางรู้ได้ทันทีว่าเป็นฝีมือของตน แต่แสร้งเล่นละคร " อะ " ชิงหยางทำทีร้องไม่ออก เหยียดร่างถอยอย่างโซเซคล้ายคนหมดแรง
" น้องชายเจ้าเป็นสิ่งใด หน้าซีดขนาดนี้ " เสี่ยวเอ้อร์เร่งเข้ามาประคอง พลางเอ่ยถาม
" ข้า " ชิงหยางก้มหน้ามองต่ำ พลางส่ายหน้าไปมา คล้ายกับคนที่สูญเสียอย่างใหญ่หลวง
" เฮ้อ " เสี่ยวเอ้อร์ถอนหายใจออกมา พลางประคองร่างของเด็กหนุ่มมานั่งที่โต๊ะแลรินน้ำชาให้
" ดื่มชาก่อนจะได้รู้สึกดีขึ้น " เสี่ยวเอ้อร์เอ่ยออกมา
" ขอบคุณพี่ชาย " ชิงหยางรับเอาถ้วยชาด้วยมือที่สั่นเทา จนน้ำชากระเซ็นหกล้นถ้วยชา
ชิงหยางดื่มชาไปจนหมดถ้วย น้ำชาไหลทะลักอาบย้อมทั่วร่าง
" ไอ้หนู ใจเย็นๆ " เสี่ยวเอ้อร์ปลอบประโลม
" อืม " ชิงหยางพยักหน้าช้าๆ แลหลับตาลงทำทีหมุนวนพลังปราณในร่าง เพื่อควบคุมร่างกาย
" อื่อห์ " เด็กหนุ่มถอนหายใจออกมาอย่างแรง พลางเปิดเปลือกตาขึ้น
" ขอบคุณพี่ชายสำหรับชา แลข่าวร้าย " ชิงหยางเอ่ยออกมา
" ข้ามิคิดเหมือนกันว่าศิษย์สำนักใหญ่โตอย่างสำนักตะวัน จะถูกสังหารโหดเหี้ยมเช่นนี้ " เสี่ยวเอ้อร์เอ่ยออกมา
" สำนักของเจ้ามีศัตรูที่หมายล้างสำนักของเจ้ารึไม่ " เสี่ยวเอ้อร์เอ่ยถาม
ชิงหยางพลันครุ่นคิด " เสี่ยวเอ้อร์ผู้นี้คงกำลังหาข้อมูล " ชิงหยางพูดในใจ
" พี่ชาย ข้ามิรู้ ข้าเพิ่งเข้าสำนักได้สามเดือนเอง " ชิงหยางเอ่ยออกมา
" อืม " เสี่ยวเอ้อร์พยักหน้า แต่แววตานั้นกลับเปล่งแสงสังหาร
เด็กหนุ่มเหลือบเห็นแสงสังหารที่วับวาบที่ดวงตา ทั่วร่างถึงกับสะท้าน
" ช่างเป็นคนที่มีวรยุทธล้ำลึกยิ่ง " ชิงหยางพูดในใจ
" ไอ้หนู เร่งกลับเถิด หากเจ้าอยู่นานประเดี๋ยวจะมิปลอดภัย " เสี่ยวเอ้อร์เอ่ยออกมา
" อืม " ชิงหยางพยักหน้า พลางหยัดกายลุกยืน ร่างสูงพลันเซถลาเล็กน้อย
" พี่ชายข้าลา " ชิงหยางประสานสองมือให้กับเสี่ยวเอ้อร์ แลหมุนร่างแลเดินออกจากโรงเตี๊ยม
ทุกก้าวของเด็กหนุ่มนั้นถูกเหล่ายอดยุทธที่อยู่ในโรงเตี๊ยมจับตามอง
" ข้าว่าไอ้หนูนี่แปลก มันมีเพียงความตื่นกลัวแลสับสน แต่มิยักจะมีจิตสังหารหรือถามไถ่เรื่องราวมากมาย ราวกับมันรู้ว่าเรื่องราวเป็นเช่นใด " ชายวัยกลางคนเอ่ยออกมา
" ท่านคิดไปเองกระมัง เด็กหนุ่มหน้าละอ่อนเช่นนี้ แลมีพลังเพียงเขตแดนหล่อกายาระดับแปด จะไปมีความคิดที่จะล้างแค้นได้เช่นใด " ชายอีกคนเอ่ยออกมา
" สมัยก่อนท่านกับข้าเมื่อได้ข่าวว่า ศิษย์ของสำนักถูกสังหารนับสิบ ท่านกับข้ายังมิอยากเชื่อทั้งยังหน้ามืดมิใช่รึ " ชายคนเดิมเอ่ยออกมา
" ก็จริง " ชายวัยกลางเอ่ยออกมา
เมื่อเสี่ยวเอ้อร์ได้ยินที่สองจอมยุทธพูดคุย จึงเร่งเดินออกไปเพื่อหาเด็กหนุ่ม
" อืม " เสี่ยวเอ้อร์พยักหน้าช้าๆ เมื่อยังพบเด็กหนุ่มเดินอยู่บนถนน แม้นจะมิได้เดินเร็วมาก แต่ก็มิได้ช้า
" ไอ้หนูนี่ คงมิได้รู้เรื่องใดดอกกระมัง " เสี่ยวเอ้อร์พึมพำ
" ให้ตามรึไม่ " เสียงหนึ่งดังขึ้นในห้วงจิตของเสี่ยวเอ้อร์
" มิต้อง " เสี่ยวเอ้อร์ตอบกลับ
" เจ้าจงเร่งตามหาคนที่ใช้กระบี่ " เสี่ยวเอ้อร์ส่งเสียงตอบกลับ
" ขอรับ " เสียงนั้นเอ่ยขึ้น
เสี่ยวเอ้อร์เหลียวมองยังชิงหยาง ด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย
" ฟู่ว " เด็กหนุ่มเป่าปากออกมาอย่างแรง เมื่อพ้นจากระยะของโรงเตี๊ยม
" เกือบไปแล้ว " ชิงหยางพึมพำ เขาครุ่นคิดถึงเหตุการณ์เมื่อครู่หากเขาไหวตัวมิทันเป็นได้ถูกคุมตัวไว้สอบสวนเป็นแน่
" เสี่ยวเอ้อร์ผู้นี้น่าจะเป็นคนของทางการ เพราะท่าทางมิเหมือนเสี่ยวเอ้อร์เท่าใด " ชิงหยางพึมพำ
" หากเป็นเสี่ยวเอ้อร์ จะมิมีท่าทางที่สงบนิ่งเช่นนี้ " ชิงหยางพยักหน้าช้าๆ
" คนพวกนี้คงมาสืบข่าวหาคนร้ายที่สังหารไอ้ชั่วเก้าตัวนั่นเป็นแน่ " ชิงหยางพึมพำ
เด็กหนุ่มพลันนิ่งเงียบ เขาเดินเรื่อยเปื่อยหัวสมองว่างเปล่า
" หากข้าแข็งแกร่งกว่านี้ คงมิมีผู้ใดกล้าที่จะวุ่นวายกับข้า " ชิงหยางพึมพำ
" ไป " เด็กหนุ่มทะยานร่างออกไปอย่างรวดเร็ว เด็กหนุ่มพุ่งทะยานผ่านสุมทุมพ่มไม้น้อยใหญ่
ราวสี่ชั่วยาม
" นี่ก็จวนมืดแล้ว ต้องหาที่พัก " ชิงหยางพึมพำ พลางกวาดสองตามองทั่ว
เขามิคุ้นชินกับเขตป่าบริเวณนี้ " รึจะหลงป่ากัน " ชิงหยางพึมพำ
" ไปต่อ " ชิงหยางพุ่งทะยานร่างไปต่ออย่างรวดเร็ว
" อ้าก " เสียงร้องคร่ำครวญดังระงมทั่วป่า
เด็กหนุ่มรั้งกายไว้พลางกวาดตามองไปยังต้นเสียง " นั่นมันศิษย์สายนอกนี่ " ชิงหยางพึมพำ
เด็กหนุ่มทะยานร่างเข้าไปใกล้จุดต่อสู้อย่างรวดเร็ว สองตาเพ่งมองยังศิษย์สายนอกแปดคนที่ถูกรายล้อม
ศิษย์สายนอกทั้งแปดทุกคนต่างมีสภาพที่ดูมิได้ ผมเผ้ากระเซอะกระเซิง ทั้งเสื้อผ้ายังขาดวิ่น บาดแผลเต็มทั่วร่างโลหิตไหลหลั่งอาบย้อมทั่วร่างจนแดงฉาน
ชิงหยางกวาดตามองยังเหล่าชายหญิงชุดแดงห้าคน " เขตแดนผสานวิญญาณทั้งห้า ต่ำสุดระดับหนึ่ง สูงสุดระดับสาม " ชิงหยางพึมพำ
" มาจากสำนักใดกัน " ชิงหยางพึมพำ เด็กหนุ่มครุ่นคิด เขามิได้มีข้อมูลสำนักต่างๆอยู่ในหัวสมองเลยจึงมิรู้เรื่องเกี่ยวกับคนชุดแดง
" หวังว่าศิษย์เหล่านี้จะมิได้ยุ่งเกี่ยวกับไอ้สาระเลวแซ่เถียน " ชิงหยางพึมพำ พลางทะยานร่างเข้าไปในวงล้อม
" พวกเจ้าเป็นเช่นใดบ้าง " ชิงหยางเอ่ยถามเหล่าศิษย์ พลางยื่นโอสถฟื้นฟูที่ได้จากเหล่าศิษย์ระดับเขตแดนผสานวิญญาณที่ตนสังหาร
" ชิ ชิง ชิงหยาง " เด็กหนุ่มคนหนึ่งเอ่ยออกมา ทั่วร่างที่สั่นสะท้านอยู่แล้วยิ่งสั่นหนักกว่าเดิม
" โอ้ " ชายหนุ่มในชุดสีแดงร้องออกมา พลางยกยิ้ม
" ไอ้หนู ล่ำซำมิเบานี่ " ชายหนุ่มชุดแดงเอ่ยออกมา
มันเดินเข้าหาพลางวางกระบี่ลงยังไหล่ของชิงหยาง " หากเจ้าส่งโอสถฟื้นฟูมาให้ข้าทั้งหมด ข้าอาจใจดีปล่อยพวกเจ้าไป " ชายหนุ่มชุดแดงเอ่ย
" หากข้ามิส่ง " ชิงหยางเอ่ย
" เจ้าก็คงได้นอนเฝ้ารากต้นไม้ " ชายหนุ่มชุดแดงเอ่ยออกมา
" หึ " ชิงหยางแสยะยิ้ม
" พวกข้าเป็นศิษย์สำนักตะวัน หากพวกเจ้าทำสิ่งใดพวกข้า สำนักตะวันของข้ามิละเว้นพวกเจ้าแน่ " ชิงหยางเอ่ยออกมา
เด็กหนุ่มมิอยากแสดงวรยุทธของตนให้เหล่าศิษย์สายนอกของสำนักได้เห็น เพราะมันอาจจะเกิดปัญหาภายหลังได้เขาจึงคิดหาทาทางเลี่ยง
" ฮ่า ฮ่า ฮ่า " ชายหนุ่มชุดแดงระเบิดเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
" ข้าว่าเวลานี้สำนักของพวกเจ้าคงวุ่นวายกับการไล่จับมือสังหาร คงมิมีเวลามาสนใจพวกเจ้าดอก " ชายหนุ่มชุดแดงเอ่ย
มือของชายหนุ่มชุดแดงลากกระบี่ไล้ไปตามลำคอของเด็กหนุ่ม " ข้ามีความอดทนต่ำ " ชายหนุ่มเอ่ยออกมา
" หึ " ชิงหยางแสยะยิ้ม พลางวาดมือเรียกกระบี่สีฟ้าออกมา
เด็กหนุ่มตวัดกระบี่สีฟ้าขึ้น " เคร้ง " กระบี่ของชายหนุ่มชุดแดงพลันสะบัดออก
เด็กหนุ่มเร่งเหยียดร่างถอย
" อะ " ชายหนุ่มชุดแดงพลันแตกตื่น มองเหม่อยังร่างของเด็กหนุ่มที่หายไปจากสายตา
" พวกเจ้าเร่งไป ข้าจะรั้งไว้ " ชิงหยางเอ่ยออกมา
" แต่ " เสียงหนึ่งดังขึ้น
" ยังมิรีบไปอีก " ชิงหยางร้องออกสุดเสียง
" ไป " เหล่าศิษย์ทั้งแปดเร่งทะยานร่างฝ่าวงล้อมออกไปอย่างรวดเร็ว
" พวกเจ้าจะหนีไปที่ใด " ชายหนุ่มอีกคนทะยานร่างเข้าขวาง
" ตูม " ผืนดินหน้าชายหนุ่มชุดแดงพลันระเบิด
" เอ่อ " ร่างของมันพลันแข็งค้าง มองจ้องยังหลุมระเบิดที่พื้น
มันผินกายกลับมองยังเด็กหนุ่มที่ชี้กระบี่สีฟ้ามาทางมัน
ชิงหยางมองยังศิษย์ของสำนักที่ห้อตะบึงอย่างมิคิดชีวิต พลางพยักหน้า
" มาเริ่มกันเถิด " ชิงหยางเอ่ยออกมา พลางวาดกระบี่ชี้ปลายลงยังพื้น