บทที่ 2
ข่มขู่
เช้าวันต่อมาอภิวิชญ์ควบเ้าลาเต้ม้าคู่ใจเข้าไปตรวจดูความเรียบร้อยภายในไร่ส้มของตัวเองแต่เช้าตรู่ก่อนที่เขาจะมองไปยังกลุ่มคนงานกลุ่มหนึ่ง ที่กำลังมุงดูอะไรบางอย่างอย่างให้ความสนใจ
“มีอะไรกัน”ถามออกไปเสียงเข้ม ก่อนจะลงจากหลังม้าและเดินเข้าไปหากลุ่มคนงาน
“ไม่รู้ใครเอาซากหมาตายใส่ลังมาทิ้งไว้ตรงนี้ครับนาย”นายยอดรายงานผู้เป็นาย พร้อมกับถอยห่างออกมาเพื่อให้เขาเข้าไปดูใกล้ ๆ
อภิวิชญ์มองเ้าสุนัขที่นอนตายในลังอย่างอนาจใจเพราะสภาพของมันถูกคว้านเอาตับไตไส้พุงออกมาทำให้ตายอย่างทรมาน
“มันเหมือนขู่กันชัดๆ เลยนะครับนาย” ศักรินทร์บอกผู้เป็นายด้วยความร้อนใจเมื่อพอจะเดาได้ว่าเป็ฝีมือของใครที่กระทำเช่นนี้
“น้ายอดผมฝากเอาเ้าสุนัขตัวนี้ไปฝังด้วยนะครับ” บอกกับนายยอด ก่อนจะหันมามองหน้าศักรินทร์
“ฉันจะกลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้านายตามไปรอฉันที่บ้านนะ” สั่งลูกน้องคนสนิทออกไปเสียงเข้ม ก่อนจะเดินไปขึ้นหลังม้าและควบกลับไปที่บ้านของตน
เวลาเดียวกันในส่วนของคนที่เป็ต้นเหตุก็กำลังยิ้มเหี้ยมด้วยความพึงพอใจในผลงานของตน เพราะเขาสั่งให้ลูกน้องเอาซากสุนัขตัวนั้นไปทิ้งไว้ที่ท้ายไร่ของอภิวิชญ์แต่เช้าตรู่เพื่อเป็การข่มขู่อีกฝ่าย ว่าอย่ามาอวดดีกับคนอย่างเขา “เป็ไงบ้าง” ถามลูกน้องออกไปด้วยความอยากรู้
“มันโกรธมากเลยครับนาย”รายงานผู้เป็นายไปตามสีหน้าที่อภิวิชญ์แสดงออกมาตอนเจอศพเ้าสุนัขตัวนั้น
“ดีให้มันโกรธมากๆ แหละดี โกรธให้ฟิวขาดไปเลย ไอ้เด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมริอาจมาหยิ่งผยองใส่ฉันมันก็ต้องเจอแบบนี้แหละ ในเมื่อฉันขอท้ายไร่มันดี ๆ ไม่ยอมขายมันก็ต้องมีข่มขู่กันบ้าง” เ้าสัวอาทิตย์บอกลูกน้องพร้อมกับยิ้มเหี้ยม
“ข่มขู่อะไรใครคะพ่อ”สริษาเอ่ยถามผู้เป็บิดาเมื่เธอเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่นแล้วได้ยินคำพูดของท่าน
“ไม่มีอะไรหรอก”ตอบเ้าหล่อนออกไปแค่นั้น ก่อนจะหันไปสั่งให้ลูกน้องของตนออกไปได้
“นี่อย่าบอกนะคะว่าไปสร้างเื่อะไรในไร่ของคุณอิฐมาอีกแล้วใช่ไหมคะ”ถามผู้เป็บิดาด้วยความไม่ชอบใจ เมื่อพอจะเอาสถานการณ์ได้
“ก็มันไม่ยอมขายที่ให้พ่อมันก็ต้องมีข่มขู่กันบ้าง” ตอบบุตรสาวออกไปเสียงเข้ม
“ก็เพราะแบบนี้ไงคะคุณอิฐเขาถึงไม่มองษาเสียทีทำไมคุณพ่อไม่ใจเย็นและมาช่วยษาคิดหาวิธีทำให้คุณอิฐหันมามองษาละคะษาว่ามันจะง่ายกว่าการไปขู่เขานะคะ
“แกฝันไปหรือเปล่ายัยษาคนอย่างนายอิฐมันไม่มีวันหันมามองแกหรอก”
“คุณพ่อ”ว่าออกไปด้วยความขัดใจ หลังจากได้ยินคำพูดของผู้เป็บิดาก่อนจะเดินกระแทกกระทั่นออกไปจากบ้านและไปขึ้นรถ
“ให้ผมตามคุณหนูไปไหมครับ”
“ไม่ต้องนายอิฐมันไม่กล้าทำอะไรลูกสาวฉันหรอก” บอกลูกน้องคนสนิทแม้จะรู้ว่าบุตรสาวของตนกำลังไปไหนแต่ทว่าเ้าสัวอาทิตย์ก็ไม่ได้เป็กังวลใจสักนิดเพราะท่านรู้ดีว่ายังไงอภิวิชญ์ไม่ม่วันทำร้ายสริษาอย่างแน่นอน
“รถใครมาเหรอนวล”คุณอรฤดีเอ่ยถามป้านวล เมื่อได้ยินเสียงรถยนต์มาจอดที่หน้าบ้าน
“คุณษา ลูกสาวเ้าสัวอาทิตย์มาค่ะ”
อภิวิชญ์ถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยหน่ายหลังจากได้ยินชื่อของบุคคลที่มาเยือนจากปากของป้านวล เขาอยากจะรู้เหลือเกินว่าชาติที่แล้วไปสร้างเวรสร้างกรรมอะไรเอาไว้กับสองพ่อลูกนี้นักหนาทำไมชาตินี้ถึงได้โดนคนทั้งคู่ระรานไม่เลิก
“อิฐคะอิฐอยู่ไหมคะ.....สวัสดีค่ะคุณแม่” ร้องเรียกหาชายอันเป็ที่รักก่อนจะยกมือไหว้พร้อมกล่าวคำทักทายคุณอรฤดี
“ทานข้าวเช้ากันหรือยังคะนี่ษาทำพะโล้หมูตุ๋นมาให้คุณแม่กับอิฐด้วยนะคะษาเคี่ยวไว้ั้แ่เมื่อคืนอร่อยมากเลยค่ะ” บอกคุณอรฤดีออกไปอย่างเอาใจ
“เคี่ยวไว้ั้แ่เมื่อคืนหรือเพิ่งไปซื้อมาเมื่อเช้าไม่ทราบ”สิตางค์ว่าออกไปอย่างรู้จักนิสัยอีกฝ่ายดีว่าเป็เช่นไรมีหรือที่คนเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่ออย่างสริษาจะลงมือทำกับข้าวเอง แถมยังเป็พะโล้หมูตุ๋นเพราะเพียงแค่เ้าหล่อนเจียวไข่ไม่ให้ไหม้ก็ยังยากแล้ว
“จะดูถูกฉันเกินไปแล้วนะตางค์”ว่าออกไปอย่างไม่สบอารมณ์เมื่อถูกอีกฝ่ายรู้ทัน
“ก็ยังดีกว่าดูผิดจริงไหมอิฐขา”พูดจบก็เดินเข้าไปคล้องแขนอภิวิชญ์และออกอาการออดอ้อนเขาพร้อมซบเครื่องหน้าเล็กเข้าบ่าแกร่ง
“จะหมั้นอยู่วันนี้วันพรุ่งยังจะมาตอแยผู้ชายคนอื่นอีกหน้าด้าน”
“ก็แค่หมั้นไว้เฉยๆ ยังไม่ได้แต่งซะหน่อยเพราะฉะนั้นฉันก็ยังมีสิทธิ์ที่จะเลือกว่าใครที่ดีและคู่ควรกับฉัน”
“นี่....”ยังไม่ทันที่สริษาจะได้พูดอะไรต่อจากนั้น อภิวิชญ์ก็พูดแทรกขึ้น
“คุณษามาที่นี่มีธุระอะไรเหรอครับ”ถามเ้าหล่อนออกไปเสียงเข้ม
“ษาเอากับข้าวมาฝากค่ะและก็จะมาขอทานมื้อเช้าด้วย” ตอบคำถามเขาออกไปเสียงเบา
“เห็นทีคงจะไม่สะดวกนะเพราะอิฐเขามีนัดทานมื้อเช้ากับฉันสองต่อสอง”สิตางค์ชิงตอบเ้าหล่อนตัดหน้า
อภิวิชญ์ ก่อนที่เธอจะหันหน้ากลับมามองเขาแล้วพูดต่อ
“ตางค์ทำของโปรดอิฐมาให้ด้วยนะคะปะไปทานกันเถอะค่ะตางค์หิวแล้ว เดี๋ยววันนี้เรามาเปลี่ยนกันป้อนข้าวดีไหมคะตางค์ป้อนอิฐ อิฐก็ป้อนตางค์”
อภิวิชญ์มองหญิงสาวข้างกายด้วยความเอื้อเอ็นดูและแทบจะหลุดขำนี่ถ้าหากว่าเขากับเธอเป็แฟนกันจริง ๆ เขาจะจูบปราบพยศเ้าหล่อนที่มาแกล้งให้หัวใจเขาอ่อนยวบได้แบบนี้
“อ้าวจะไปไหนจ๊ะหนูษาไม่ทานข้าวก่อนเหรอลูก”คุณอรฤดีแกล้งทำเป็เรียกขานสริษาเมื่อเห็นเ้าหล่อนเดินกระแทกกระทั่นกลับไปที่รถยนต์ของตน
“ปล่อยได้แล้วอย่าฉวยโอกาส”ว่าออกไปเสียงดุเมื่อเห็นอภิวิชญ์ยังคงโอบเอวของเธอไว้อยู่
“ฉวยโอกาสที่ไหนดูนั่นยังไปไม่พ้นเขตบ้านเลยปะไปกินข้าวและก็เปลี่ยนกันป้อน อิฐป้อนตางค์ ตางค์ป้อนอิฐ” ว่าออกไปอย่างนึกแกล้งก่อนจะหัวเราะชอบใจเมื่อถูกเ้าหล่อนแยกเคี่ยวใส่ และรัวกำปั้นน้อย ๆ เข้าใส่อกแกร่ง
“คอยดูนะถ้าวันหลังยัยษามาจะไม่ช่วยอีกเลย”
“งอนเก่งนะเรา”ว่าให้เ้าหล่อนด้วยน้ำเสียงที่หยอกล้อก่อนจะรับเอาปิ่นโตที่อยู่ในมือเธอส่งให้ป้าศรีนวล
“เมื่อเช้าที่ท้ายไร่มีอะไรกันเหรออิฐ”คุณอรฤดีถามบุตรชายออกไปด้วยความเป็ห่วงเมื่อเห็นเขาคุยกับลูกน้องคนสนิทหน้าดำคร่ำเครียดหลังกลับมาจากตรวจดูความเรียบร้อยภายในไร่
“ไม่มีอะไรหรอกครับแม่”บอกนางพร้อมกับยิ้มให้ เพราะเขาไม่อยากพูดอะไรให้นางต้องเป็ห่วงและเป็กังวล
“ไม่มีเื่อะไรปิดบังแม่ใช่ไหม”ถามอย่างคาดคั้นเอาคำตอบ
“ไม่มีครับแม่ปะทานข้าวกันเถอะตางค์คงหิวแล้วใช่ไหม”
“อ๋อ เอ่อ ค่ะตางค์หิวแล้ว” ตอบเพื่อช่วยเขาเบี่ยงเบนประเด็นความสนใจของคุณอรฤดี
เื่ที่อภิวิชญ์ตั้งใจปิดบังคุณอรฤดีเมื่อเช้านี้ทำให้สิตางค์อดรู้สึกเป็ห่วงเพื่อนรักไม่ได้เธอรู้ดีว่าต้องมีเื่บางอย่างเกิดขึ้นที่ไร่ของเขา แต่ทว่าอีกฝ่ายกลับไม่ยอมบอกว่าเกิดอะไรขึ้นมันจึงเป็หน้าที่ของเธอที่ต้องสืบให้รู้เื่ด้วยตัวเอง
“อ้าวคุณตางค์มาหาคุณอิฐเหรอครับคุณอิฐยังไม่เข้ามาในไร่เลยครับ” นายยอดเอ่ยทักทายเพื่อนของผู้เป็เ้านายที่คุ้นเคยกันเป็อย่างดี
“เปล่าหรอกคะน้ายอดพอดีตางค์อยากกินส้ม เลยว่าจะแวะมาขโมยส้มสักหน่อยค่ะ” ตอบคนสูงวัยกว่าด้วยน้ำเสียงที่หยอกล้อก่อนที่อีกฝ่ายจะหัวเราะชอบใจในความขี้เล่นของเ้าหล่อน
“แหมคุณตางค์ก็พูดเป็เล่นไปครับ”
“อ๋อน้ายอดคะตางค์ได้ยินมาว่าเมื่อเช้ามีเื่ที่ท้ายไร่เหรอคะพอจะเล่าให้ตางค์ฟังได้ไหมคะว่าเกิดอะไรขึ้น”
“อ๋อพอดีเมื่อเช้ามีคนเอาซากสุนัขที่ถูกคว้านเอาตับไตไส้พุงใสลังมาทิ้งไว้ที่ท้ายไร่ครับ”
“จริงเหรอคะทำไมใจร้ายจังแล้วอิฐพอจะรู้ไหมคะว่าเป็ฝีมือใคร”
“คุณอิฐสันนิษฐานว่าคงเป็ฝีมือเ้าสัวอาทิตย์ครับเพราะรายนั้นมาขอซื้อที่บริเวณท้ายไร่อยู่หลายรอบแล้ว แต่คุณอิฐไม่ยอมขายให้ซะทีเลยโกรธคุณอิฐก็เลยคิดว่าน่าจะเป็เ้าสัวอาทิตย์ที่ส่งซากเ้าสุนัขตัวนั้นมาข่มขู่ครับ”
“แย่จังเลยนะคะแบบนี้....งั้นตางค์ขอตัวกลับก่อนนะคะน้ายอดเดี๋ยวโดนพี่เต้ยบ่นว่าไม่ช่วยงาน”
“อ้าวไม่ขโมยส้มแล้วเหรอครับ”
“ไม่ทันแล้วค่ะเ้าของไร่เขามานู่นแล้ว”ตอบออกไปเสียงกลั้วหัวเราะ ก่อนจะรีบปั่นจักรยานกลับไปที่ไร่ของตนเพื่อนำเื่ราวที่ได้รับรู้จากนายยอดไปปรึกษาผู้เป็พี่ชายและหาทางช่วยเหลืออภิวิชญ์ไม่ให้ถูกเ้าสัวอาทิตย์ระราน
“พี่เต้ยพี่เต้ยอยู่ไหนคะ ไอ้พี่เต้ย” สิตางค์เรียกหาพี่ชายด้วยความร้อนใจเมื่อกลับไปถึงบ้าน
“อะไรกันยัยตางค์เอะอะโวยวายเสียงดัง”คุณนฤมลปรามผู้เป็บุตรสาวเสียงดุไม่จริงจังนัก
“พี่เต้ยอยู่ไหนคะแม่”
“อยู่ห้องทำงานของคุณพ่อว่าแต่เรามีอะไรหึ ไปมีเื่อะไรกับใครมาดูทำหน้าเข้า”
“ตางค์ไม่ได้ไปมีเื่กับใครหรอกค่ะแต่มีคนมาสร้างเื่ให้อิฐ”ตอบผู้เป็มารดาด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยจะพอใจสักเท่าไหร่เมื่อนึกถึงสิ่งที่ผู้เป็เพื่อนรักถูกข่มขู่
“ใครกันมาทำอะไรตาอิฐ”ถามออกไปด้วยความร้อนใจ
“มีเื่อะไรตางค์ร้องะโหาพี่เสียงดังเชียว” ธนวรรธน์เอ่ยถามน้องสาวเมื่อเดินออกมาจากห้องทำงานของผู้เป็บิดา
“พี่เต้ยเมื่อเช้าที่ท้ายไร่ของอิฐเกิดเื่”บอกพี่ชายออกไปด้วยความร้อนใจ
“พี่รู้แล้วและตอนนี้พี่ก็ปรึกษากับคุณพ่ออยู่ว่าจะช่วยอิฐยังไงดีเพราะคนอย่างเ้าสัวอาทิตย์หากคิดจะกัดใคร กัดไม่ปล่อยแน่”
“เขาทำอะไรตาอิฐเหรอเต้ย”คุณนฤมลถามผู้เป็บุตรชายด้วยความเป็ห่วงที่มีต่ออภิวิชญ์
“ส่งซากสุนักที่ถูกคว้านเอาตับไตไส้เอาพุงออกมาข่มขู่อิฐครับแม่”
“ตายจริงทำไมเป็คนใจคอโเี้แบบนี้ แล้วเราจะช่วยตาอิฐกับพี่อรยังไงดีคะคุณ”
“อย่าห่วงไปเลยคุณเดี๋ยวผมกับเต้ยไปคุยกับตาอิฐที่ไร่นั้นก่อนนะ” คุณจาตุรงค์บอกผู้เป็ภรรยาก่อนจะเอ่ยชวนธนวรรธน์ไปที่ไร่ส้มธนทรัพย์กุลชา