จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 6 ตอนที่ 165 ช่วยข้าด้วย!!

                “พี่ใหญ่ ไฉนท่านจึงไม่ยอมเลิกราข้าบอกท่านไปแล้วว่าไม่ได้หยิบฉวยสิ่งใดจากในถ้ำมาแม้แต่อย่างเดียว!” เสียงร่ำร้องจากไป๋หยุนเฟยดังก้องไปทั่วบริเวณ เวลาผ่านไปชั่วน้ำเดือดในที่สุดมันก็มาถึงก้นหุบเขาและหลบหนีเข้าไปในป่าได้ครู่ใหญ่แล้วแต่กระนั้นก็เห็นได้ชัดว่าแมงป่องยักษ์ยังคงติดตามมา ทั้งที่พลังถดถอยลงไปมากแล้วก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะล้มเลิกการไล่ล่า

                “บัดซบ หากยังไล่ตามมาอีกอย่าได้โทษว่าข้าไม่เกรงใจแล้วนะ!”ไป๋หยุนเฟยรู้สึกได้ว่าพลังกายถดถอยลงมากจนเริ่มเหน็ดเหนื่อย จึงรีบนำเครื่องประดับที่ช่วยเพิ่มพลังกายออกมาสวมใส่ก่อนหน้านี้มันหลีกเลี่ยงที่จะปะทะจึงใช้วิธีหลบเลี่ยงมาตลอดยามนี้ไป๋หยุนเฟยเริ่มคับข้องใจขึ้นมาแล้ว --- อย่างมากก็ซัดให้มันสลบแล้วค่อยจากไป!!

                หลังจากกระโยดขึ้นสู่ยอดไม้อีกครั้งขณะที่ไป๋หยุนเฟยคิดจะหันกลับไปต่อสู้อีกรอบจู่ๆก็พลันรู้สึกถึงความเจ็บปวดเสียดแทงสมองจนเข่าอ่อนแทบพลัดตกลงจากต้นไม้ใหญ่!

                “นี่... ผิดท่าแล้ว! ข้าถูกพิษเข้าแล้ว!” ไป๋หยุนเฟยแตกตื่นยิ่งแต่ก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ทันที--- ก่อนหน้านี้แม้จะรีบวิ่งฝ่าหมอกพิษที่ปกคลุมออกมาจากถ้ำแต่ก็ยังคงได้รับผลกระทบจากพิษอยู่ มิหนำซ้ำพิษกลับมากำเริบในเวลาเช่นนี้!

                “กรี๊ด!!”

                แมงป่องยักษ์กรีดร้องออกมาราวกับจะบอกว่าข้ารอเวลานี้มานานแล้วจากนั้นคมมีดสายลมก็ปรากฏขึ้นและพุ่งวาบเข้าใส่ ไป๋หยุนเฟยกัดฟันหลบเลี่ยงกิ่งไม้ที่รองใต้ฝ่าเท้าจึงถูกคมมีดสายลมฟันขาดเป็นสองท่อนจนไป๋หยุนเฟยเสียหลักร่วงลงไป 

                แต่เจ้าแมงป่องกลับไม่ปล่อยให้ศัตรูได้มีโอกาสได้พักหายใจแม้แต่น้อยมันกระพือปีกทั้งสองข้างเหินพุ่งเข้าหาพร้อมกับสะบัดหางใส่ ได้ยินเสียง‘เพียะ’ดังขึ้นพร้อมกับหว่างเอวไป๋หยุนเฟยถูกฟาดใส่จนลอยกระเด็นราวลูกเบสบอลถูกไม้ฟาด

                เมื่อเห็นไป๋หยุนเฟยลอยละลิ่วไปยังดงไม้ที่เบื้องหน้าแมงป่องยักษ์ก็ร้องออกมาด้วยความสมใจ ขณะจะไล่ตามลงไปก็พลันได้ยินเสียง‘จ๋อม’ดังขึ้นราวกับมีบางอย่างตกลงไปในน้ำ

                แมงป่องยักษ์ต้องประหลาดใจจากนั้นจึงบินตามไปอย่างรวดเร็วก่อนจะพบว่าเบื้องหน้าเป็นหน้าผาเล็กๆอีกทั้งด้านล่างยังมีกระแสน้ำไหลเชี่ยวเมื่อครู่ไป๋หยุนเฟยตกลงไปในน้ำและไหลตามกระแสน้ำอันเชี่ยวกรากไป

                ที่แท้ก็คิดจะอาศัยกระแสน้ำเพื่อหลบหนีไป!

                 นี่คือสิ่งที่แมงป่องยักษ์คาดเดา

                แต่ว่าประโยคต่อมาของไป๋หยุนเฟยก็แทบทำให้แมงป่องยักษ์ที่ไล่ตามมาซวนเซจนร่วงกระแทกพื้น

                “ช่วยข้าด้วย!ข้าว่ายน้ำไม่เป็น!!”

                “……”

                ยามมองดูไป๋หยุนเฟยที่ไหลไปตามกระแสน้ำและค่อยๆจมลงไปแมงป่องยักษ์ก็เหม่อมองอย่างซึมเซาอยู่เนิ่นนานสุดท้ายก็ร้องออกมาสองสามคราก่อนจะหันหลังบินจากไป

                สำหรับฝึกปรือวิญญาณที่บรรลุถึงด่านภูตวิญญาณระดับปลายแล้วเมื่อตกลงไปในกระแสน้ำที่เชี่ยวกรากเช่นนี้ต่อให้ว่ายน้ำไม่เป็นก็ยังไม่เป็นอันตรายอันใดอีกทั้งการถูกพิษเพียงเล็กน้อยจนร่างกายสิ้นเรี่ยวแรงไปชั่วขณะก็ไม่ก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิต

                แต่ที่เคราะห์ร้ายก็คือทั้งสองเรื่องที่กล่าวมากลับบังเกิดขึ้นพร้อมกัน เมื่อเป็นเช่นนี้ก็กลายเป็นตรงกันข้ามแล้ว

                ไป๋หยุนเฟยคับข้องใจแทบตายแล้วมันทุ่มเทต่อสู้กับแมงป่องยักษ์แต่ของวิเศษในถ้ำกลับถูกผู้อื่นหยิบฉวยไปและใจจริงของมันก็ไม่ได้ต้องการจะต่อสู้แลกชีวิตจึงพยายามหลีกเลี่ยงและหลบหนีสุดท้ายเรื่องราวกลับลงเอยเช่นนี้ --- หากรู้เช่นนี้แต่แรก ตั้งแต่เริ่มต้นไป๋หยุนเฟยคงลงมือให้หนักหน่วงทุบตีมันจนขยับตัวไม่ไหวไปแล้ว

                แต่จะมัวหวนระลึกถึงเรื่องเก่าในยามนี้ก็สายเกินไปแล้วหลังจากดื่มน้ำในแม่น้ำไปหลายอึกตามด้วยใบไม้อีกหลายใบไป๋หยุนเฟยก็ฉวยโอกาสที่ยังมีสติอยู่รีดเร้นพลังวิญญาณไปยังแขนขาทั้งสี่เพื่อตะเกียกตะกายพุ่งขึ้นสู่ผิวน้ำอีกครั้งขณะเดียวกันก็สังเกตดูรอบกายอย่างรวดเร็วจึงพบว่าที่ข้างกายมีกิ่งไม้เล็กๆลอยอยู่ แม้กิ่งไม้จะมีแรงยกไม่เพียงพอแต่ก็ยังพอจะช่วยพยุงได้บ้างขอเพียงรอจนร่างกายขจัดพิษออกจนหมดสิ้นและฟื้นพลังกลับคืนมาก็จะผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ไปได้อย่างปลอดโปร่ง

                แต่ว่าผ่านไปอีกครู่ใหญ่ก็พลันมีเสียงกึกก้องดังมาจากที่ห่างไกลทำลายแผนการของไป๋หยุนเฟยพังทลายลงยามที่มันเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าก็แปรเปลี่ยนเป็นซีดขาวไปชั่วขณะ สุดท้ายก็อดไม่ได้ต้องก่นด่าออกมา“บัดซบ! ยังจะมีเรื่องบัดซบอันใดอีกหรือไม่?!”

                ที่ด้านหน้าห่างไปไม่กี่ร้อยวาที่แท้ก็เป็นน้ำตกขนาดมหึมา!!

                ไป๋หยุนเฟยแหงนหน้าเหม่อมองท้องฟ้ามันอยากร่ำไห้แต่ก็ไร้น้ำตา สุดท้ายก็พึมพำว่า “เทพยดาฟ้าดินทั้งหลายผู้น้อยผิดไปแล้ว ก่อนหน้านี้ผู้น้อยโยนความผิดเรื่องหลงทางว่าเป็นเพราะท่านแต่ท่านก็ไม่สมควรจะเล่นสนุกกับข้าเช่นนี้...”

                ขณะมองดูน้ำตกที่เข้าใกล้มาทุกทีไป๋หยุนเฟยก็ใช้ความคิดอย่างเร่งร้อนเพื่อหาวิธีหลบหนีเอาชีวิตรอดทันใดนั้นก็มีเสียง‘จ๋อม’ดังแผ่วเบาดึงดูดความสนใจของไป๋หยุนเฟยเมื่อหันไปมองก็ได้เห็นเงาของคนร่างผอมกำลังแหวกว่ายราวกับมัจฉาเข้ามาหา

                ไป๋หยุนเฟยตื่นเต้นยินดีเป็นอย่างยิ่งคิดไม่ถึงว่าจะมีคนยื่นมือช่วยชีวิต!แขนขาทั้งสี่จึงรีบตะกายน้ำอย่างเร่งร้อนเพื่อมุ่งหน้าเข้าหา

                ผู้ที่เข้ามาแหวกว่ายอย่างชำนาญภายใต้กระแสน้ำอันเชี่ยวกรากกลับยังสามารถมุ่งหน้าเข้ามาด้วยความเร็วดุจเดิมเพียงไม่ถึงอึดใจก็ว่ายมาถึงข้างกายไป๋หยุนเฟยก่อนจะคว้าใส่หัวไหล่แล้วหันหลังว่ายกลับสู่ฝั่ง   

                ……

                ยามที่ขึ้นไปนั่งริมฝั่งห่างจากน้ำตกไม่ถึงห้าสิบวาไป๋หยุนเฟยคล้ายดั่งลูกสุนัขตกน้ำ มันสำลักน้ำออกมาพร้อมกับทุบหน้าอกตนเองพลางหอบหายใจอยู่ชั่วครู่จึงค่อยหันหน้าเงยขึ้นไปมองผู้ที่ช่วยชีวิตตนขึ้นจากน้ำ

                อีกฝ่ายสวมเสื้อผ้าเนื้อหยาบตัดผมสั้นผิวดำคล้ำดูจากภายนอกชายหนุ่มผู้นี้สมควรอายุใกล้เคียงกับไป๋หยุนเฟย ยามนี้มันกำลังแก้เชือกที่ผูกเอวไว้กับต้นไม้เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกกระแสน้ำพัดพาไป

                “แค่ก แค่ก!! ขอบคุณท่านมากครั้งนี้ถือว่าข้าติดค้างหนี้บุญคุณต่อท่าน หากไม่ได้ท่านคงย่ำแย่แล้ว”ไป๋หยุนเฟยพยักหน้าขอบคุณแก่ชายหนุ่มซึ่งมีวัยไล่เลี่ยกับตน

                “ฮ่า ฮ่า ไม่ต้องเกรงใจข้าเพียงแค่บังเอิญผ่านมา เป็นธรรมดาที่พบคนอยู่ในอันตรายก็ต้องยื่นมือช่วยเหลือแต่ไม่ทราบท่านตกลงไปในแม่น้ำได้อย่างไร?” ชายหนุ่มเผยยิ้มอันเรียบง่ายสัตย์ซื่อขณะเดียวกันก็บิดเสื้อที่เปียกชุ่มของตนพลางเอ่ยปากถามไป๋หยุนเฟย

                “ที่จริง... ข้าประมาทเกินไป ประมาทจนเกินไป...”ไป๋หยุนเฟยอึกอักไม่ทราบจะบอกว่าอย่างไรดี

                ชายหนุ่มก็ไม่คิดจะซักไซ้จึงลุกขึ้นพลางกล่าวว่า“ข้ามีนามว่าเส้าหลิง ไม่ทราบพี่ท่านมีนามใด?”          

                “ไป๋หยุนเฟย”

                “โอก่อนเดินทางต่อท่านไปพักที่บ้านข้าก่อนเถอะ เปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปียกออกก่อนไม่เช่นนั้นจะเป็น...”

                “ระวัง!!”

                ระหว่างที่เส้าหลิงเอ่ยปากและเดินเข้ามาหานั้นจู่ๆสีหน้าไป๋หยุนเฟยก็แปรเปลี่ยนไปก่อนจะร่ำร้องพร้อมกับถีบพื้นพุ่งเข้าหาเส้าหลิง

                ยามที่ไป๋หยุนเฟยร่ำร้องออกมาต้นไม้ด้านซ้ายมือเส้าหลิงก็ขยับไหวพร้อมกับมีเสียงคำรามดังขึ้น จากนั้นปรากฏเสือโคร่งลายพาดกลอนกระโจนออกมาอย่างกะทันหันเมื่อเส้าหลิงหันไปก็พอดีกับที่พยัคฆ์กระหายเลือดกระโจนเข้าถึงตัวมันเข้าใกล้จนสามารถได้กลิ่นคาวจากลมหายใจ หากเขี้ยวนี้ถูกกัดลงก็เพียงพอจะแยกศีรษะเส้าหลิงออกจากตัวได้    

                พริบตานั้น เส้าหลิงสมองขาวโพลนพร้อมทั้งหลับตาลงโดยไม่รู้ตัว

                “ปัง!!”

                เสียงหนักทึบดังขึ้นที่ข้างหูติดตามมาด้วยเสียงร้องคำรามด้วยความเจ็บปวดของเสือโคร่ง เส้าหลิงลืมตาขึ้นก็เห็นไป๋หยุนเฟยที่ยืนอยู่เบื้องหน้ากำลังรั้งหมัดขวากลับมาขณะเดียวกันก็เห็นเงาหลังของเสือโคร่งที่วิ่งหนีไปอย่างลนลาน

                “ท่านไม่เป็นไรกระมัง?”

                ไป๋หยุนเฟยมองดูอีกฝ่ายที่ยังคงตื่นตะลึงจึงเอ่ยปากถามด้วยความกังวล

                “อา? อ้อ ไม่ ไม่เป็นไร...ขอบคุณพี่ไป๋...”

                “ฮ่า ฮ่า ไม่ต้องเกรงใจยามนี้พวกเราไม่ติดค้างต่อกันแล้ว!”ไป๋หยุนเฟยยิ้มพลางโบกมือบอกกล่าว ก่อนหน้านี้มันมีเวลาได้ทันถอนพิษแมงป่องการลงมือเมื่อครู่จึงไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอันใด

                เส้าหลิงนิ่งอยู่ชั่วอึดใจก็เบิกตากว้างมองไปที่ไป๋หยุนเฟย“พี่ไป๋... ท่านทุบตีขับไล่เสือโคร่งตัวใหญ่จากไป? เป็นไปได้อย่างไรเรื่องนี้ช่าง...”

                “ไม่มีอะไรมาก ข้าฝึกวิชายุทธ์มาบ้างจึงสามารถจัดการกับสัตว์ร้ายเหล่านี้ได้ไม่ยากนัก”ไป๋หยุนเฟยตอบคำอย่างปลอดโปร่ง ก่อนจะมองไปที่ป่ารกทึบนั้นและกล่าวต่อ“ไม่ใช่ท่านบอกว่าจะกลับบ้านหรือ? วันนี้ข้าเหน็ดเหนื่อยอย่างยิ่ง จึงอยากจะพักผ่อนแล้ว”     

                “โอ เช่นนั้นก็ดี พวกเราไปกันเถอะพี่ไป๋เชิญทางนี้...”

                ……

                ยามที่ไป๋หยุนเฟยติดตามเส้าหลิงกลับไปยังหมู่บ้านในหุบเขาที่มันจากมานั้นก็มีเรื่องราวเกิดขึ้น...