ตอนที่ 2
ยังไม่ตรวจอักษร
แม้ว่าจะเปลี่ยนสรรพนามคำเรียกแล้วก็ตามเ้าตัวก็ยังคงใส่ชุดเดิมอยู่เพราะว่าเทพจันทราอย่างเขายังคงไม่รู้ว่าเสื้อผ้าสมัยนี้เขาใส่กันยังไงแม้ว่าจะเสกได้ก็ตามแต่จะให้ใส่ลูกไม้เยอะๆเหมือนที่เห็นก็ไม่ได้ไงเพราะงั้นเขาขอออกไปศึกษาก่อนนะถึงจะพอมีแบบให้เห็นที่หลิวซิงนำมาให้ดูก็ตามก็มันยังไม่ถูกใจเขานี่ระดับเทพจันทราต้องดูดีไว้ก่อนสิ!
เอาจริงๆเ้าตัวใส่อะไรก็ดูดีทั้งนั้นแหละ
ระหว่างที่กำลังเดินดูงานอยู่นั้นเทพจันทราก็คอยสอดส่องมองนั่นนี้ไปเรื่อยเหมือนเด็กที่พึ่งเคยออกมาเที่ยวก็จะมีความอยากรู้อยากเห็นอยู่หน่อยๆหลิวซิงที่ทำหน้าที่แนะนำสิ่งของต่างๆเห็นท่าทางอีกฝ่ายก็รู้สึกว่าเทพชั้นสูงก็มีความเป็เด็กอยู่บ้างสินะอาจจะเพราะท่านเทพอยู่แต่บน์ไม่เคยลงมาโลกมนุษย์เลยสักครั้งทำให้อีกฝ่ายมีท่าทางน่าเอ็นดูเช่นนั้นแต่จะให้ท่านเทพล่วงรู้ความคิดเมื่อครู่ไม่ได้เชียวประเดี๋ยวท่านเทพจะโกรธ
แม้ว่าหลิวซิงจะอยากเห็นท่าทางยามโกรธของท่านเทพก็ตาม
ระหว่างที่ทั้งคู่เดินกำลังเดินไปเรื่อยๆด้วยความที่หน้าตาดีบวกกับมีรัศมีเทพทั้งยังมีท่วงท่าที่สง่างามเช่นนั้นทำให้พวกเขาทั้งสองตกเป็เป้าสายตาได้ง่ายแต่ทว่าทั้งสองก็หาได้สนใจไม่ยังคงเดินต่อไปโดยที่มีหลิวซิงเป็ผู้นำทางส่วนพวกตากล้องที่อยากเข้าหาคนทั้งสองมากแต่ทว่าทำอย่างไรก็ไม่สามารถเข้าหาคนทั้งสองได้ราวกับว่ามีกำแพงอะไรที่มองไม่เห็นกั้นพวกเขาเอาไว้
ดีที่ว่ามีกล้องอย่างดีที่ทำให้ถ่ายรูปพวกเขาได้จากระยะไกลไม่เช่นนั้นพวกตนต้องอกแตกตายเนื่องจากไม่สามารถถ่ายรูปคนงามได้
“คุณเยว่อิงทางด้านนั้นมีโชว์ เออการแสดงครับอยากไปไหมครับ”
“การแสดงหรือ ไปสิ”
เทพจันทราที่ได้ยินคำว่าการแสดงก็อยากจะเห็นอยู่เหมือนกันอยากรู้ว่าการแสดงที่นี่จะเหมือนบน์ยามที่เหล่าเซียนสตรีร่ายรำในงานเลี้ยงหรือไม่
ท่าทีที่เทพจันทราแสดงออกไปนั้นยิ่งน่าเอ็นดูสำหรับหลิวซิงเป็อย่างมากท่าทางอยากรู้อยากเห็นนั้นไม่ได้ดูน่ารำคาญเลยแม้แต่น้อยแต่กลับดูน่ารักนี่สินะอำนาจของคนงามไม่ว่าจะทำท่าทางเช่นไรก็ยังคงน่ามองอยู่วันยังค่ำ
จากนั้นหลิวซิงก็เดินนำอีกฝ่ายเข้าไปที่ตึกด้านในที่กำลังมีการแสดงcoverเทพจันทราที่เข้ามาเจอแสงสีเสียงก็รู้สึกตื่นตาตื่นใจเป็อย่างมากเพราะนี่เป็ครั้งแรกที่ได้เห็นอะไรอย่างนี้
“เป็ไงบ้างครับ”
“พวกเขาทำอะไรทำไมมันดูรุนแรงจัง”
“อ่อ พวกเขาเต้นหรือที่เรียกว่าการร่ายรำก็ได้แต่การร่ายรำที่นี่ออกจะแตกต่างจากสมัยก่อนอยู่เยอะเชียวแหละครับที่โลกนี้จะมีการแสดงที่หลากหลายเดี๋ยวผมจะแนะนำให้คุณเยว่อิงฟังเองครับ”
เยว่อิงไม่ได้พูดอะไรเพิ่มเพียงแค่พยักหน้าแล้วกลับมาให้ความสนใจกับการแสดงตรงหน้าหลังจากที่การแสดงแรกที่เขาเห็นจบลงไปก็มีการแสดงต่อมาทันทีหลิวซิงทำหน้าที่ได้ดีมากเ้าตัวบอกสิ่งที่เ้าตัวรู้แก่เขาทั้งหมดนับว่าเป็เทพที่ดีเดี๋ยวกลับ์แล้วจะชมต่อหน้าเทียนจวินแล้วกันนะ
เทพจันทรามาดมั่นในใจก่อนจะหันไปให้ความสนใจกับการแสดงตรงหน้าแทนการแสดงแล้วการแสดงเล่าผ่านไปเรื่อยๆขณะที่ทั้งสองตัดสินใจจะเดินออกจากสถานที่จัดแสดงก็มีคนเรียกพวกเขาเสียก่อนทำเอาพวกเขามองหน้ากันเพราะว่าพวกเขาร่ายมนต์ให้ไม่สามารถเข้ามาใกล้พวกเขาได้แต่หญิงสาวตรงหน้ากลับสามารถเข้ามาให้เขาได้บางที่หญิงผู้นี้อาจจะมีอะไรพิเศษ
หลิวซิงที่เห็นอย่างนั้นก็รีบเอ่ยปากถามทันที
“ไม่ทราบว่ามีอะไรหรือเปล่าครับ”
“ค่ะ คือว่าพวกคุณได้สังกัดค่ายไหนหรือเปล่าคะพอดีฉันเป็ผู้จัดการดาราค่ะชื่อฟางหรูค่ะ หม่าฟางหรูจากบริษัทไท่หยางเอนเตอร์เทนเม้นท์ค่ะ”
“ค่ายหรือ” เทพจันทราพึมพำจนหลิวซิงต้องเข้ามากระซิบว่าค่ายคืออะไรให้อีกฝ่ายฟังโดยเร็วเมื่อได้ฟังแล้วก็พยักหน้าลงเล็กน้อยอย่างเข้าใจก่อนจะหันไปมองใบหน้าของหญิงสาวอีกครั้งเมื่อพินิจดูดีแล้วหญิงสาวตรงหน้าก็มีความงดงามอยู่บ้างแม้ไม่เท่าเหล่าเทพเซียนสตรีบน์แต่ก็มีความน่ามองอยู่หน่อยๆ
หญิงสาวที่ถูกคงงามจ้องมองมาก็รู้สึกประหม่าเล็กน้อยแม้ว่าเธอจะทำงานกับดารานายแบบหน้าตาดีมาแล้วมากมายแต่ก็ไม่เคยเจอใครที่ดูสวยงามและดูน่าเคารพเท่าคนตรงหน้าได้เลยส่วนคนข้างๆก็น่าเคารพเช่นกันแต่กลับััได้ว่าอีกฝ่ายดูด้อยกว่าคนที่ใส่ชุดโบราณอยู่นิดหน่อยแต่เธอไม่ได้จะว่าเขานะแค่เออ แค่คิดเท่านั้น
“พวกเราไม่ได้เป็ดาราครับ”
“ห๊ะ เออคือขอโทษด้วยนะคะถ้าอย่างนั้นพวกคุณสนใจจะเป็ดาราในสังกัดไท่หยางเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ไหมคะ”
เทพจันทราได้แต่ยืนฟังเฉยเพราะไม่รู้เื่อะไรพวกนี้นักดังนั้นจึงปล่อยให้หลิวซิงเป็ผู้จัดการแทน”
หลิวซิงนิ่งคิดก่อนจะหันไปทางเทพจันทรา
ท่านเทพคงไม่อยากเป็ดาราหรอกเนาะถึงแม้ว่าท่านเทพจะดูดีมากๆก็เถอะอีกอย่างท่านบอกจะเที่ยวเล่นเท่านั้นไม่ได้อยากทำงานซะหน่อยเมื่อคิดได้อย่างนั้นหลิวซิงจึงหันไปให้คำตอบแก่อีกฝ่ายและบอกลา
“ต้องขอโทษด้วยนะครับพวกผมคงไม่เหมาะ”
“ไม่ ไม่ค่ะพวกคุณเหมาะมากๆ ค่ะ เออถ้าอย่างนั้น”หญิงสาวพูดค้างไว้ก่อนที่จะล้วงกระเป๋าเพื่อหยิบนามบัตรให้อีกฝ่าย”นี่เป็นามบัตรของฉันถ้าเกิดพวกคุณเปลี่ยนใจแล้วก็ติดต่อฉันมานะคะรับรองได้เลยค่ะว่าฉันจะทำให้พวกคุณดังอย่างแน่นอนค่ะ”
หลิวซิงยื่นมือไปรับนามบัตรก่อนจะกล่าวขอบคุณอีกฝ่ายแล้วพลิกนามบัตรดูเล็กน้อยแล้วหันไปบอกลาหญิงสาวทันที
หญิงสาวได้แต่มองตามคนสองคนด้วยความรู้สึกเสียดายหากว่าทั้งสองเข้าวงการละก็จะต้องดังะเิแน่ดูดีออกปานนั้นพวกเขาไปอยู่ที่ไหนมานะเมื่อเธอทอดถอนใจกับตัวเองเสร็จแล้วก็เดินจากไปทันทีวันนี้เธอแค่ตั้งใจจะมาดูการแสดงเท่านั้นหากว่ามีคนเข้าตาก็จะแนะนำกับบริษัทที่ตอนนี้กำลังจะจัดตั้งค่ายเพลงแต่พอเธอเห็นคนทั้งสองความรู้สึกอยากปั้นดาราอีกสักคนก็ผุดขึ้นมา
“เฮ้อ อยากได้จริงๆ เลยน๊า”
เทพจันทราที่หันไปมองเห็นว่าหญิงสาวจากไปแล้วก็หันมาให้ความสนใจกับหลิวซิงเพื่อที่จะถามว่าไอ้ที่พูดกันเมื่อครู่มันหมายถึงอะไร
เมื่อเรากลับถึงศาลเ้าเรียบร้อยแล้วหลิวซิงแนะนำนั้นนี้ให้เขาหลายอย่างมันดูน่าสนใจมากโดยเฉพาะเ้าโทรศัพท์มือถือสุดยอดมากปกติเราจะใช้โทรจิตหรืออยากให้มันดูทางการขึ้นก็ส่งจดหมายทิพย์ไปไหนจะเ้าสิ่งที่เรียกว่ารถยนต์อีกสบายมากเมื่อเทียบกับเมื่อหมื่นปีก่อนไม่สิเอาแค่พันปีก็พอ
แต่ว่าเป็เทพก็ดีกว่าอยู่ดีฮ่าฮ่าฮ่า
“ท่านเยว่อิงเชิญที่ด้านหลังศาลเ้าครับ”
หลิวซิงเดินนำไปที่ด้านหลังที่ถือเป็สถานที่พักผ่อนของคนดูแลศาลเ้าแต่เผอิญว่าคนดูแลคนนี้ดันเป็เทพประจำศาลนี่สิ
เมื่อเดินเข้ามาในห้องๆ หนึ่งก็ทำให้เทพจันทราประหลาดใจอีกครั้งคือสิ่งของทุกอย่างในนี้ดูนุ่มฟูไปหมดโดยเฉพาะเ้าเก้าอี้นั่นเ้าตัวจึงลองเอามือไปแตะๆก่อนที่จะนั่งลงไป
เหมือนนอนอยู่บนก้อนเมฆเชียวละมนุษย์นี่สุดยอด
หลิวซิงที่ถือเป็เทพพี่เลี้ยงจำเป็ได้แต่ลอบเอ็นดูท่านเทพเพราะหากว่าแสดงออกโจ่งแจ้งเกินไปประเดี๋ยวท่านเทพจะไม่พอใจฉะนั้นเพื่อที่จะได้ดูแลท่านเทพต่อไปก็ต้องทำตัวดีๆหน่อย
“ท่านเยว่อิงดูทีวีก่อนนะครับเดี๋ยวผมไปแจ้งคนดูแลศาลเ้าอีกคนก่อนว่าจะมีคนมาอยู่ด้วย”
“อืม”
จากนั้นหลิวซิงก็เดินไปเปิดทีวีให้อีกฝ่ายดูทำเอาเทพจันทราตาค้างไปแล้วเรียบร้อยน่าแปลกที่มนุษย์ไม่มีพลังอะไรเลยแต่กลับสร้างของพวกนี้ได้อย่างน่าอัศจรรย์เทพจันทราสนใจเ้ากล่องเล็กๆที่สามารถบรรจุมนุษย์ลงกล่องได้
“หลิวซิงทำไมมนุษย์อยู่ข้างใน” เทพจันทราเอ่ยถามอย่างใ
“เอุ์ไม่ได้อยู่ข้างในนั้นครับท่านเยว่อิงมันเป็เหมือนภาพเสมือนนะครับ”
นั่นยิ่งทำให้เทพจันทรางงเข้าไปอีกแต่หลิวซิงก็จนใจแล้วเขาเองก็ไม่รู้จะบอกท่านเทพยังไงเหมือนกันเ้าตัวได้แต่เกาหัวด้วยไม่รู้จะสรรหาคำพูดไหนมาบอกอีกฝ่าย
“เอาเถอะอีกหน่อยเดี๋ยวเราก็เข้าใจเ้าไปทำธุระของเ้าให้เสร็จแล้วค่อยมาคุยกัน”
“ครับ”
หลังจากที่หลิวซิงเดินออกไปเทพจันทราก็ตั้งหน้าตั้งตาดูเ้าสิ่งที่เรียกว่าทีวีอย่างใจจดใจจ่อแม้ว่าจะมีสิ่งที่ไม่เข้าใจอยู่บ้างแต่เทพจันทราก็รู้สึกสนุกทุกครั้งที่เห็นสิ่งใหม่ๆหากรู้ว่าภพมนุษย์สนุกขนาดนี้เขาลงมานานแล้วไม่อุดอู้อยู่แต่ตำหนักเทพหรอก
ท่านเทียนจวิน่นี้์ไม่ได้มีเื่อะไรฉะนั้นข้าขอเที่ยวเล่นก่อนนะ!
ตอนนี้ทั่วทั้ง์ต่างควานหาเทพจันทรากันให้ทั่ว์บางคนคิดว่าต้องเป็ฝีมือของเผ่ามารหรือไม่แต่ก็ไม่พบร่องรอยของเผ่ามารแต่อย่างใดจะพบก็แต่เศษซากตำหนักของเทพจันทราเท่านั้นเรียกได้ว่าไม่มีชิ้นดีเชียวละ
จนเทียนจวินมีรับสั่งให้สร้างตำหนักเทพใหม่โดยเร็วที่สุดเกรงว่าถ้าเ้าตัวแสบกลับมาจะเป็เื่ใหญ่หลังจากนั้นไม่นานเทพมิติอี้ลู่ก็ขอเข้าพบเทียนจวินเพื่อสารภาพบาปและเป็ต้นเหตุทำให้เทพจันทราหายแม้ว่าเทียนจวินจะกริ้วมากแค่ไหนแต่ก็ทำอะไรอีกฝ่ายไม่ได้ทำได้แค่ลงโทษสถานเบาเท่านั้นทั้งยังกำชับว่าหน้าที่ตามหาเทพจันทราเทพมิติอี้ลู่เป็ผู้รับผิดชอบ
และต้องตามหาอีกฝ่ายกลับมาให้ได้ภายในสามวันหรือพูดง่ายๆก็คือเทพจันทราของเรามีเวลาเที่ยวโลกมนุษย์ตั้งสามปีเชียวละ
ตอนที่สองก็ตามมาติดๆ เป็ยังไงบ้างคะเริ่มแรกอาจจะดำเนินเื่ช้าหน่อยนะตามคอนเซ็ปเดิมพระเอกของเราก็ค่าตัวแพงอีกค่ะฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า ฮิฮิฮิฮิฮิ