
เครดิตภาพจาก https://unsplash.com
ณ.ดินแดนลี้ลับ มันเป็นสถานที่ๆไม่เคยปรากฏในแผนที่หรือประวัติศาสตร์เป็นแดนตกสำรวจที่ตัดขาดจากโลกภายนอกอย่างแท้จริง
ภูมิประเทศในดินแดนนี้ประกอบไปด้วยทุ่งหญ้าเขียวขจี ทั่วบริเวณมีการปลูกต้นไม้ใหญ่น้อยหลากหลายพันธุ์ มันถูกจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบทำให้ดูสวยงามราวกับสวรรค์ชั้นฟ้าก็ไม่ปาน
สถานที่นี้มีชาวประชาอยู่อาศัยไม่เกินร้อยคน ส่วนใหญ่อยู่ในวัยหนุ่มสาว ทั้งรูปลักษณ์ กิริยาและมารยาท ดูเรียบร้อยน่ารัก ทำให้แดนดินแห่งนี้อบอวลไปด้วยความสุข
ดินแดนลี้ลับจะมีอาณาเขตเท่าใดไม่ทราบได้ แต่ก็นับว่ากว้างขวางพอจะทำให้ผู้คนจำนวนเกือบร้อยอยู่ได้ไม่คับแคบนอกจากนี้ ตรงบริเวณชายแดนยังมีสระน้ำขนาดใหญ่สถิตอยู่ มันใสสะอาดจนมองเห็นถึงก้นบึ้ง ริมสระมีศาลาหินทรงญี่ปุ่นที่สลักลายหงส์ร่อนมังกรรำเล่นสีดูสวยงาม อันเป็นจุดรวมตัวของเหล่าหนุ่มสาววัยเยาว์ในยามที่พวกเขาสบายใจ(ซึ่งก็แทบจะตลอดเวลาอยู่แล้ว) วันนี้ก็เช่นกัน ได้มีผู้คนมารวมตัวเพื่อสนทนากันอย่างสนุกสนาน
เสียงหัวเราะต่อกระซิกดังแว่วมาเป็นระยะ กระแสนั้นเป็นของเหล่าอิสตรีทุกคนล้วนมีรูปร่างหน้าตาที่สะสวย สดใส ร่างเพรียวบางถูกสวมใส่อยู่ในชุดกิมิโน ท่ามกลางบุปผางาม ได้ปรากฏเด็กสาวคนหนึ่ง เธอผู้นี้เปล่งประกายเจิดจรัสเหนือกว่าทุกนางในกลุ่ม
เด็กสาวนางนี้มีความสูงใกล้เคียงกับหญิงทั่วไป ผิวขาวผ่องเปล่งประกายออร่าจนดูโดดเด่น คิ้วดกดำและโก่งงอน ดวงตากลมโตนั้นก็แลสดใส บริสุทธิ์ประดุจดังตากวาง ปากนิด จมูกหน่อยดูบอบบาง เมื่อนำมาประกอบกับใบหน้ารูปไข่และผมยาวสลวยสีดำขลับ ทำให้เธอดูคล้ายตุ๊กตาญี่ปุ่น
เด็กสาวกลุ่มนั้นพูดจาหยอกเย้ากันอยู่นานสองนานด้วยสารพัดเรื่องราวที่งัดขึ้นมา แต่สุดท้าย บทสนทนาก็วนมาที่ความรักอยู่ร่ำไป ว่ากันตามตรงมันเป็นหัวข้อปกติในการพูดคุยของพวกเธออยู่แล้ว
“ ฮะๆ พูดก็พูด พวกเราถูกจัดอยู่ในกลุ่มสาวซึ่งสวยที่สุดในชุมชน แต่ทำไมถึงไม่มีใครเหลียวแล ” เด็กสาวใบหน้าเรียวยาว เปิดประเด็นกับเพื่อนในกลุ่ม
“ อ้อ เหรอ...... เธอแน่ใจว่าเป็นอย่างนั้นจริงๆเหรอ..... ” เด็กสาวร่างเล็กที่ขาวผ่องคนหนึ่งกล่าวขัด ดวงตากลมโตบนใบหน้าแป้นๆหรี่ลงเล็กน้อยเป็นเชิงจับผิด
“ เอ๊ะ นี่เธอพูดอย่างงี้หมายความว่าไง ” เด็กสาวใบหน้าเรียวเริ่มขึ้นเสียง
“ หึๆ ชั้นรู้นะว่าเธอลอบคบหากับไอยะที่อยู่ทางทิศเหนือ ชั้นเเอบอ่านจดหมายรักที่เธอเก็บซ่อนไว้หมดแล้ว ”
“ หน็อย....... ยัยมากิ ” สาวหน้าเรียวยาวตวาดแว้ดใส่สาวหน้าแป้นที่มีนามว่า……มากิ โทษฐานที่เปิดโปงความลับ แต่ก่อนจะพุ่งเข้าใส่ เธอก็หยุดชะงัก พร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ผุดขึ้นมา
“ เอ๊ะ ยัยนั่นยิ้มอะไร ชักไม่เข้าท่าแล้ว ” ทันทีที่เห็นอาการที่เปลี่ยนไปของคู่อาฆาต มากิก็นึกสงสัย
สาวหน้าเรียวเลิกโมโห แล้วเปลี่ยนอิริยาบถเป็นลอยหน้าลอยหน้าตา พร้อมแฉกลับอย่างดุเดือด
“ ถ้าจะกล่าวหาว่าชั้นแอบคบกับไอยะ แล้วทีเธอล่ะ เมื่อวานซืนเห็นแอบดอดไปคุยกับเคนจิที่อยู่ทางทิศใต้ตอนกลางดึก แบบนี้เธอจะแก้ตัวว่ายังไง ”
สิ้นคำ ใบหน้าของมากิก็แดงก่ำด้วยความโกรธผสมอาย อารมณ์พุ่งปรี๊ดจนทุ่มเถียงกลับอย่างรุนแรง
“ ใช่ ชั้นยอมรับว่าคบหากับเคนจิ แล้วจะทำไม เธอกล้ายอมรับแบบชั้นมั้ยล่ะ ยัยขี้ขลาด ”
เหมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองไฟ สาวหน้าเรียวถึงกับฉุนขาดเธอเริ่มตวาดกลับด้วยโทนเสียงที่เล็กแหลมจนน่าปวดหัว
“ ยัยบ้า ถึงชั้นจะไม่กล้ายอมรับตรงๆ แต่ก็ไม่งี่เง่าพอจะไปประจานใครต่อหน้าคนอื่นหรอก หรือเธอจะตบกับชั้น ยัยเตี้ยมากิ ”
มากิขมวดคิ้วเข้าหากัน เพราะคำว่า….เตี้ย มันเป็นปมด้อยของเธอตั้งแต่กำเนิด ก่อให้เด็กสาวหน้าแป้นเกิดจิตพยาบาท พร้อมผรุสวาทกลับอย่างเผ็ดร้อน
“ ก็เอาซิ ยัยหน้ายีราฟ เธอน่ะสวยไม่ได้ครึ่งของ อากาเนะ ด้วยซ้ำ อย่าปากดีนักเลย ”
สิ้นคำของมากิ เด็กสาวซึ่งสวยที่สุดในกลุ่มก็เป็นอันต้องสะดุ้งโหยงเพราะกำลังถูกพาดพิงแบบซึ่งหน้า
“ เชอะ แล้วเธอล่ะสวยได้ครึ่งของ อากิเนะ มั้ย ” สาวหน้าเรียวผู้มีนามว่า มาโกะ ตอบกลับ ข้อเท็จจริงนี้ทำให้มากิสะอึกด้วยมันเป็นเรื่องจริงที่เถียงไม่ออก ส่วนอากิเนะเธอได้แต่สะดุ้งรอบสอง เพราะถูกพาดพิงในระยะเผาขน
“ ทนไม่ไหวแล้ว ขอตบยัยหน้ายีราฟซักทีเถอะ ” มากิกระโจนเข้าใส่สาวน้อยคู่อาฆาต
“ เข้ามาเลย ยัยเตี้ยมากิ แม่พร้อมรับมือแล้ว ” มาโกะตวาดกลับ พร้อมตั้งหลัก เตรียมรับการจู่โจมของมากิ
แต่เหมือนฟ้าไม่เป็นใจให้เกิดมวยหญิง เพราะไม่ทันที่ทั้งคู่จะเข้าตะลุมบอน เด็กสาวผู้มีนามว่า….อากิเนะก็ฉุดรั้งมากิ ส่วนอีกสาวอีกคนในกลุ่มก็ตรงเข้ามาเข้าล็อกมาโกะ
“ อย่าห้ามชั้น อากิเนะ ชั้นจะตบยัยหน้ายาวนั่นซักสิบที เอาให้ตื่นขึ้นมา แล้วจำหน้าตัวเองไม่ได้เลย ” มากิรู้สึกเดือด
“ เอาน่า ใจเย็นๆ มากิ เธอน่ะทะเลาะกับมาโกะตั้งแต่เล็กยันโต ไม่นึกเบื่อบ้างเลยเหรอ ” เสียงใสๆจากสาวงามขั้นเทพดังขึ้น กระแสเสียงนั้นทั้งนิ่มนวลและอบอุ่นจนชวนให้ใครก็ตามที่ได้ฟัง รู้สึกสบายใจ
เหมือนเสียงของอากิเนะจะมีมนต์ขลังบางอย่าง ทันทีที่มากิได้ยินเธอก็พลันสงบลงอย่างรวดเร็ว ความเดือดดาลในใจแทบสลายจนหมดสิ้น
“ เธอก็พูดถูกนะ อากิเนะ ชั้นเจอยัยมาโกะทีไร ทะเลาะกันทุกที คราวนี้ก็เช่นกัน เฮ้อ........ ” มากิถอนหายใจยาว ภายในบรรเทาความโกรธไปหลายส่วน
ทางฝ่ายมาโกะก็รู้สึกว่ามีท่าทีอ่อนลงเช่นกัน เธอเริ่มพูดกับตัวเองเบาๆในเชิงที่คล้ายจะขอโทษ
“ ใช่แล้ว ชั้นเองก็แรงเกินไป บางทีก็ไม่อยากให้เป็นแบบนี้เหมือนกัน เพราะถึงอย่างไร พวกเราก็เป็นเพื่อนที่คบหากันมาตั้งแต่เล็ก ”
เมื่อเหตุการณ์เริ่มคลี่คลาย สาวร่างผอมบางที่เข้ามาล็อกตัวมาโกะก็เป็นฝ่ายพูดขึ้นมามั่ง เพื่อสร้างบรรยากาศให้ดียิ่งขึ้น
“ เมื่อเหตุการณ์ลงเอยด้วยดีเช่นนี้ พวกเราก็เลิกทะเลาะ แล้วหันมาสนุกกันต่อดีกว่า ”
พอสาวสวยร่างบางพูดจบ เธอก็พยักหน้ารัวๆด้วยกิริยาที่ดูน่ารักแน่นอนว่าอากิเนะที่ยืนอยู่ไม่ห่าง ก็พยักหน้าช้าๆ เพื่อขอร้องเพื่อนทั้งสองเช่นกัน
ด้วยความที่ทั้งสองสาวเป็นคนจิตใจดี เลยทำให้คลายความกินแหนงแคลงใจและยิ้มให้กันแบบอายๆ หลังจากนั้น พวกเธอก็สัมผัสมือ พร้อมร้องบอกอีกฝ่าย
“ เอาล่ะ เรามาดีกันเป็นครั้งที่ 9,958 ”
สาวผอมบางผู้มีนามว่า…อารุยะ กับ อากิเนะยิ้มเล็กน้อย ในใจแอบขบคิดว่าเมื่อไหร่ ทั้งสองจะคืนดีครั้งที่ 9,959
พอบรรยากาศเป็นปกติ สมาชิกในกลุ่มก็กลับมาสนุกสนานกับการเม้าท์มอยอีกครั้ง แน่นอนว่าหัวข้อในการพูดคุยยังคงเดิมนั่นก็คือ…..เรื่องของความรัก
“ ฮะๆ ตกลงในกลุ่มเรามีหนุ่มมาพิชิตหัวใจแล้วสองคนนั่นก็คือ คู่ของชั้นและมาโกะ ที่เหลือก็……” พอมากิพูดจบ ก็เริ่มเหล่มาทางอารุยะ ซึ่งทุกนางล้วนมองมาที่สาวผอมบางเป็นตาเดียวกัน
“ ว้าย อย่ามองแบบนั้นสิ ชั้นเองก็…เอ่อ….มีแล้วเช่นกัน ” อารุยะเขินอายถึงขีดสุด แต่ด้วยความที่ทนต่อแรงกดดันของสามเพื่อนสาวไม่ได้ จึงสารภาพ
“ หา.......จริงดิ ” สามสาวอุทานดัง
“ ใช่แล้ว ชั้นคบกับคาไซ เรามีแผนจะแต่งงานกันในอีกสามเดือนข้างหน้า ” อารุยะบอกกลุ่มเพื่อนสาวด้วยท่าทางที่ดูเขินอาย
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter
