ด้วยแลนด์ครูซเซอร์คันนี้ ไม่นานพวกเขาก็มาถึงบริษัทโฆษณาเหยี่ยวฟ้า
“นายทำได้ ฉันเชื่อนาย ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน นายจะทำเรื่องยิ่งใหญ่!” หลงเบลล์โบกมือให้กับฉินเฉา และบอกคนขับรถให้ขับจากไป
ฉินเฉามองด้านหลังของรถ SUV ที่ค่อยๆ หายไปจากสายตาของเขา เขาสับสน ไม่มีเหตุผลเอาซะเลย หลงเบลล์ต้องเป็นศัตรูของเขาสิ แต่เธอกลับช่วยฉัน
หรือว่าหญิงสาวนางนี้จะชอบฉันจริงๆ?
แต่ฉันไม่เคยทำสิ่งดีๆ กับเธอเลยนะ ฉันทำแม้กระทั่งตีก้นเธอไปหลายครั้ง
หรือว่าหญิงสาวนางนี้จะมาจากชนเผ่าที่ต้องแต่งงานกับคนที่ตีก้นของเธอ? ถ้าเป็นอย่างนั้น ก็เยี่ยมไปเลย ฉันจะได้ไปหาสาวๆ ของชนเผ่านี้ และจากนั้นก็ หึๆ ๆ ....
ขณะที่ฝันกลางวัน ฉินเฉาก็หันกลับไป และตรงเข้าไปที่ตึกสำนักงาน
บริษัทโฆษณาเหยี่ยวฟ้ามีตึกสองชั้นเต็ม เป็นสำนักงานของพวกเขา โดยที่อยู่ที่ชั้น 10 และ 11 ฉินเฉาเข้าไปในลิฟต์ และไปที่ชั้น 10
“อลิซ ทำไมเธอเปลี่ยนเครื่องสำอาง มันดีเหรอ!”
ที่โต๊ะด้านหน้า หญิงสาวสองคนกำลังคุยกัน สาวสวยผมหยักศกกำลังถามเพื่อนของเธอที่กำลังแต่งหน้าตรงหน้ากระจกบานเล็กๆ
“หือ เธอจะไปรู้อะไร สำหรับผู้หญิง เครื่องสำอางก็เหมือนใบหน้านั่นแหละ ถ้าไม่แต่งหน้า จะดึงดูดพวกผู้ชายได้ยังไง”
“ฉันคิดว่าเธอต้องการให้พวกผู้ชายตกลงมาหาเธอมากกว่า!”
หญิงสาวถัดจากเธอหัวเราะ
“ผิด!” อลิซวางกระจกบานเล็ก โบกมือ และพูดกับเพื่อนร่วมงานของเธอ “ฉันแค่ต้องการผู้ชายดีๆ 2 - 3 คนตกลงมาให้ฉันแค่นั้นเอง!”
“งั้นอลิซ ในบริษัทของเรา มีหนุ่มหล่อตามจีบเธอบ้างมั้ย?” สาวสวยผมหยักศกถาม
“เฮ้อ ฉันเหนื่อยที่จะพูดเรื่องนี้ บริษัทของเรามีหนุ่มหล่อน้อยยิ่งกว่าน้อย พวกคนหล่อ ถ้าไม่เป็นเกย์ ก็มีคู่ไปแล้ว ชิซิน ทำไมเธอไม่แนะนำให้ฉันสักคนล่ะ ฉันได้ยินมาว่าเธอมีพี่ชายที่หล่อมากนี่”
“หน้าหนาวยังไม่ทันผ่าน แต่หัวใจของเธอก็เป็นฤดูใบไม้ผลิไปซะแล้วสินะอลิซ!” ชิซินล้อเพื่อนของเธอ
“ฉันจะไม่กังวลได้ยังไงล่ะ? ผู้ชายดีๆ ยิ่งเหลือน้อยยิ่งกว่าน้อย ถ้าเธอไม่เร่งมือ พวกเขาจะหายไปจากเธอภายในพริบตา” อลิซปฏิญาณอย่างขึงขัง “ก่อนวาเลนไทน์ปีนี้ ฉันต้องหาผู้ชายดีๆ ให้ได้!”
“งั้นเธอคิดยังไงกับหัวหน้า HR ของเรา ผู้จัดการจาง?”
“เขาเป็นเจ้าชายในหัวใจของเหล่าพนักงานสาว!” ตาของอลิซพลันเปลี่ยนเป็นรูปหัวใจดวงเล็กๆ และเธอพูดด้วยความเสียใจว่า “โชคไม่ดี ผู้จัดการจางชอบแต่ผู้จัดการหลี่จากฝ่ายธุรกิจ”
“ใครให้ผู้จัดการหลี่เป็นสาวงามเบอร์ 1 ในบริษัทของเรากันล่ะ! ฉันได้ยินมาว่าแม้แต่ผู้อำนวยการเฉินก็ยังตามจีบเธอ”
“เฮ้ ไม่ใช่ว่าผู้อำนวยการเฉินแต่งงานแล้วหรอกเหรอ?”
“ไม่ใช่ว่าเขาหย่ากับภรรยาแล้วเหรอ? ต่อให้เขาไม่หย่า เขาก็ยังมีเมียน้อยได้” อลิซกระซิบ “แต่ แม้ว่าผู้อำนวยการเฉินจะรวย ฉันก็ยังคงชอบผู้จัดการหลี่มากกว่า ไอ้หยา เขาเป็นหนุ่มในฝันของเหล่าหญิงสาว ถ้าผู้จัดการจางเต็มใจไปเดทกับฉัน ฉันจะทำทุกอย่างตามที่เขาขอเลย”
“ร่าน! เมื่อเธอพูดถึงผู้จัดการจางทีไร เธอก็กลายเป็นยัยร่านทุกที”
“ยัยโง่ ผู้ชายดีๆ คุ้มค่าที่จะสู้ รู้ไว้ซะ!”
เมื่อทั้งสองกำลังเถียงกันเสียงต่ำ ผู้ชายพลันเข้ามาจากข้างนอก
ชายผู้ใส่โค้ตยาวสีดำพร้อมบรรยากาศดุดัน เดินมาตรงหน้าสองสาว
“ขอโทษครับ...นี่ใช่ บริษัทโฆษณาเหยี่ยวฟ้าหรือเปล่า?”
ฉินเฉามองไปที่สองสาวในเครื่องแบบที่นั่งอยู่ที่โต๊ะหน้า และคิดว่าบริษัทนี้ต้องดีแน่นอน ใช่ บริษัทที่มีสาวงามต้องเป็นบริษัทที่ดีอยู่แล้ว
“ใช่แล้วค่ะ...” อลิซกะพริบตา ติดแน่นอยู่กับชายหนุ่มที่มีบรรยากาศไม่ปกติตรงหน้าเธอ “ขอโทษนะคะ คุณมาหาคน งาน หรือว่าทำธุรกิจคะ?”
“ผมมาสมัครงาน....” ฉินเฉาพูด
“โอ้ งั้นคุณก็มาเพื่องาน...” อลิซที่กระตือรือร้นก่อนหน้าหายไป และผลักชิซินที่อยู่ใกล้ๆ “เธอจัดการ”
เฮ้อ ฉันก็คิดว่าเขาเป็นเจ้าของบริษัทสักแห่งซะอีก ใส่เสื้อผ้าราคาแพงเข้ามา ฮึ่ม กลายเป็นว่าเป็นผีอดอยากไร้งานทำไปซะได้
“คุณคะ โปรดกรอกรายละเอียดในเอกสารนี้ค่ะ” ตรงกันข้าม ชิซินกลับกระตือรือร้นอย่างมาก เธอหยิบเอาเอกสารออกมาจากโต๊ะ และวางไว้ตรงหน้าฉินเฉา
“เอิ่ม ไม่มีปัญหา” ฉินเฉาเอาปากกาออกมาจากแหวนและเริ่มกรอกเอกสาร ในคำถามบริษัทก่อนหน้า ฉินเฉาใส่คำว่า โรงเรียนกวงหยวนลงไป ในคำถามตำแหน่งงานก่อนหน้า ฉินเฉาใส่หน้าที่ยามลงไป
ถึงยังไง ที่นี่ก็เป็นบริษัทที่หลงเบลล์แนะนำมา ดังนั้น พวกเขาคงจะไม่ให้เขาไปเป็นยามอีกครั้งหรอก
“ดีค่ะ คุณคะ ช่วยรอสักครู่นะคะ” ชิซินหยิบเอกสารที่กรอกแล้วไป มองดู และหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา “ฝ่ายหาคน คือ...”
ก่อนที่เธอจะพูดจบ หนุ่มสูงหล่อในชุดสูทที่ออกแบบมาอย่างดีพลันผ่านมาจากด้านข้าง
อลิซรีบตัดสายโทรศัพท์ของชิซิน และจากนั้นก็ร้องออกมาเสียงอ่อนหวาน
“ผู้จัดการจาง!”
“อลิซ มีเรื่องอะไร?” ชายคนนั้นหันมา มองไปที่สาวงามที่แต่งตัวจัดที่โต๊ะหน้า และพูดด้วยน้ำเสียงดึงดูดใจ
“ผู้จัดการจาง ดูสิ เรามีคนมาสมัครงานที่นี่” อลิซเพื่อที่จะได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้จัดการจางมากขึ้น เธอจึงใช้ฉินเฉาเป็นเครื่องมือเพื่อดึงดูดความสนใจของคนอื่น
“โอ้?” ผู้อำนวยการจางเลิกคิ้วขึ้น “แต่ดูเหมือนว่าบริษัทของเรา ไม่ได้ต้องการรับคนเพิ่มนี่”
เขาเดินมาที่โต๊ะหน้า มองฉินเฉาผ่านๆ และจากนั้นก็ยื่นมือออกมา “เอาเอกสารมาให้ฉันดู”
“ผู้อำนวยการจาง นี่ค่ะ!” อลิซคว้าเอกสารจากมือของชิซิน ยื่นให้ชายหนุ่ม ผู้จัดการจางมองดู และจากนั้นก็พูดขึ้น
“โอ้ งั้นนายก็มาสมัครงานตำแหน่งยามสินะ”
“โอ้ ไม่ใช่!” ฉินเฉารีบโบกมือ “ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อสมัครตำแหน่งยาม แต่เป็นตำแหน่งอื่น”
ข้อตกลงที่เขาทำไว้กับซูเซียงปิงคือเขาจะหางานเหมาะสม ถ้าพวกเขาจะให้เขาทำตำแหน่งยาม แล้วทำไมพี่ชายคนนี้ถึงต้องออกจากโรงเรียนกวงหยวนกันล่ะ? ทำไมต้องไปที่สถานที่ใหม่ ที่ซึ่งมีผู้คนไม่คุ้นหน้ากันล่ะ?
“งั้น นายต้องการตำแหน่งอะไร?” ผู้จัดการจางมองฉินเฉา
“นี่....ผมก็ไม่รู้” ฉินเฉาส่ายหัว หลงเบลล์เอาเขามาหย่อนลงที่นี่โดยที่ไม่บอกว่าจะให้เขาทำอะไร
“คนอย่างนายนี่น่ารำคาญจริงๆ” ผู้จัดการจางโยนเอกสารไปข้างๆ “นายต้องการให้บริษัทยกตำแหน่งผู้จัดการผู้ทรงเกียรติให้นายหรือยังไง? นอกจากนี้ ในเอกสารของนาย นายเขียนว่า นายจบมาจากมหาลัยระดับ 3 ดังนั้น เป็นยามนั่นเหมาะกับนายแล้ว”
“โทษที เพื่อน แต่คำพูดของนายแรงไปนะ” เมื่อได้ยินคำพวกนี้ ฉินเฉากลายเป็นเย็นชา นานมากแล้ว ที่ไม่มีใครกล้าพูดกับเขาแบบนี้
“ฉันก็แค่พูดความจริง เราอยู่ในสังคมที่โหดร้าย” ผู้จัดการจางยืนอย่างภูมิใจ ราวกับตัวเองแน่ เขาพูดกับฉินเฉา “ด้วยการศึกษาต่ำๆ อย่างนาย นายยังฝันหวานที่จะเข้ามาทำงานที่บริษัทของเราอีก? นายรู้มั้ยว่ามีคนจบปริญญาโทกี่คน ที่เราปฏิเสธไปในแต่ละปี?”
“คนจบปริญญาโทดีกว่าฉันงั้นเหรอ?” ฉินเฉาไม่ถอย เขากอดแขน ยืนอยู่บนพื้น และโต้แย้ง “การทำงานจริง กับ การเรียนในมหาลัย เป็นสองสิ่งที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง ต่อให้จบปริญญาโท หรือ ปริญญาเอก ก็ต้องเริ่มใหม่อีกครั้ง ฉะนั้น เราก็เริ่มจากจุดพื้นฐานเหมือนกัน ทำไมนายถึงดูถูกคนที่จบจากมหาลัยธรรมดา?”
“ฉันไม่สนเกี่ยวกับบริษัทอื่น แต่ฉันเป็นคนที่ตัดสินที่นี่” ผู้จัดการจางขี้เกียจที่จะเถียงกับฉินเฉาต่อ “นายไม่ต้องเถียงกับฉันแล้ว ฉันเป็นผู้จัดการฝ่ายจัดหาคนที่นี่ นายไปซะดีกว่า ไม่อย่างนั้น ฉันจะเรียกยามมาไล่นายออกไป”
“ใช่แล้ว นายไปซะตอนนี้เลย อย่ามาทำให้งานของเราต้องล่าช้า!” อลิซเข้าร่วมซ้ำ
ชิซินที่อยู่ใกล้ๆ เงียบ เธอคิดเพียงว่าชายคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดา มันมีออร่าที่ทรงพลังอยู่รอบๆ เขา
ชายคนนี้จะต้องได้ทำงานในบริษัทของเราอย่างแน่นอน...ความคิดนี้ผุดอยู่ในใจของชิซิน เธอไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงมีความคิดอย่างนี้
“นี่คือวิธีที่บริษัทเหยี่ยวฟ้าของนายใช้รับสมัครงานอย่างงั้นเหรอ?” ฉินเฉาถาม
“เรายินดีต้อนรับคนที่มาสมัครงาน แต่ไม่ใช่คนที่มาสร้างปัญหา” ผู้จัดการจางมองฉินเฉาอย่างเย็นชา “ฉะนั้น เราไม่ต้อนรับนาย”
“ฉันสร้างปัญหาตั้งแต่เมื่อไหร่? ไม่ใช่ว่าฉันมาสมัครตำแหน่งอื่นนอกจากยามหรือไง?”
“นายทำได้แค่ตำแหน่งยาม” อลิซพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงสูง “ขนาดเราที่จบจากมหาลัยมีชื่อเสียง ก็ยังต้องทำงานโต๊ะหน้านี้ แล้วนายคิดว่านายเป็นใคร?”
“ยิ่งกว่านั้น ในเอกสารของนาย นายยังไม่เขียนตำแหน่งที่นายสมัครอีก อย่าบอกฉันนะว่านายอยากจะเป็นผู้จัดการจริงๆ?” ผู้จัดการจางยิ้มให้กับอลิซ และจากนั้นก็มองฉินเฉาอย่างเย็นชา
“งั้นให้ฉันเจอเฉินเชียง ฉันมีเรื่องจะพูดกับเขา” เมื่อไม่มีทางเลือกอื่น ฉินเฉาได้แต่พยายามหาเฉินเชียง และโชว์นามบัตรที่ได้มาจากหลงเบลล์
“นายล้อเล่นใช่มั้ย!” อลิซร้องออกมาอีกครั้ง “นายคิดว่าผู้อำนวยการเฉินเป็นคนที่อยากเจอเมื่อไหร่ก็ได้งั้นเหรอ? นายคิดว่านายเป็นใครกัน?”
“นายไม่ออกไปตอนนี้ เราจะเรียกยามแล้วนะ” จางเชียงขู่
“ให้ฉันโทรก่อน และจากนั้นฉันจะไป”
ฉินเฉาหยิบเอามือถือตกรุ่นของเขาออกมา ทำให้ผู้จัดการจางและอลิซยิ่งมองอย่างดูถูก แต่เขาไม่สนใจว่าพวกเขาจะมองยังไง เขาโทรหาหลงเบลล์ ที่เพิ่งจะให้เบอร์กับเขาไว้
มือถือดังอยู่สองครั้ง ก่อนที่จะมีคนรับสาย
“เฮ้ เราเพิ่งแยกกันเมื่อกี้นี้ นายก็คิดถึงฉันแล้วเหรอ?” น้ำเสียงหวานๆ ของหลงเบลล์จากอีกฝั่งดังมา
“กับลุงเธอสิ!” ฉินเฉาพูด “หลงเบลล์ เธอจงใจล้อฉันเล่นใช่มั้ย!? เมื่อฉันมาที่บริษัทพังๆ นี่ตามที่เธอบอก พวกเขาหาว่าฉันมาก่อกวน และไม่รับฉันเข้าทำงาน”
“อะไรนะ?” หลงเบลล์ตกใจไปชั่วขณะ จากนั้นเธอก็พูดอย่างโมโห “พวกมันกล้า! ไม่ใช่ว่าฉันบอกนายให้ไปหาเฉินเชียงหรอกเหรอ? นายได้ไปหาเขามั้ย?”
“ไปหาเฉินเชียง?” ฉินเฉาเยาะเย้ย “เธอคิดว่าฉัน ฉินเฉา เป็นใคร? ทำไมพวกเขาถึงต้องปล่อยให้ใครไม่รู้อย่างฉันไปเจอบอสของพวกเขาด้วย?”
“นายรออยู่นั่น ฉันจะโทรหาเฉินเชียง!”
หลงเบลล์พูด และรีบวางสาย
ฉินเฉาเงยหัวขึ้น มองไปที่ผู้จัดการจาง และอลิซที่มีสายตาเยาะเย้ย
“โทรเสร็จแล้ว งั้นก็ไปได้แล้วใช่มั้ย?”
ผู้จัดการจางพูด และผายมือออก
“ไม่ต้องกังวล เดี๋ยวก็ไปแล้ว” ฉินเฉาคิดว่าบริษัทนี้ไม่เห็นจะยิ่งใหญ่ตรงไหน มีผู้จัดการฝ่ายหาคนแบบนี้ พวกเขาจะพัฒนาอะไรได้
เมื่อเขาหันหน้าเตรียมจะจากไป จากปลายระเบียง ก็มีคนผู้หนึ่งเดินออกมา
ชายคนนี้อายุประมาณ 40 ปี เมื่อเขาเห็นฉินเฉา ตาของเขาก็เบิกขึ้น และรีบจับมือฉินเฉา
“โอ้ นายคือฉินเฉา ใช่มั้ย? เข้ามาก่อน เข้ามาก่อน!”
จบตอน