เมื่อพายุพลังปราณก่อตัวถึงขีดสุดเหลิ่งเสี้ยจึงแผดเสียงคำราม ก่อนจะสะบัดฝ่ามือไปยังเซียวเฟิงเบื้องหน้าพลันบังเกิดพลังปราณไร้สิ้นสุด แปรเปลี่ยนเป็ร่างั์มหึมา เท้าเหยียบปฐีสองมือกางกั้นฟ้า เพียงแค่ย่างก้าวก็ะเืเลื่อนลั่นปานขุนเขาถล่มทลาย
"ซี๊ด!นั่นมันร่างเงาจักรพรรดิยุทธ์แปดทิศ!ไม่นึกเลยว่าเหลิ่งเสี้ยจะฝึกปรือเคล็ดแปดทิศได้ถึงเพียงนี้สมกับเป็นายน้อยแห่งสำนักแปดทิศเสียจริง"
เมื่อร่างั์ปรากฏก็ยื่นมือใหญ่โตเข้าตะครุบเซียวเฟิง ห้วงมิติรอบกายบิดเบี้ยวเสียรูปราวกับจะถูกบดขยี้ให้แหลกละเอียด
"ช่างน่าสนใจยิ่งนัก!" เซียวเฟิงมิได้หวาดหวั่นต่อเงื้อมมือั์กลับบังเกิดความสนใจขึ้นมาเสียอย่างนั้น จิตใจเคลื่อนไหวกระบี่ไร้ลักษณ์พลันหวนคืนสู่ห้วงเวหาอีกครา
ครานี้ยังคงเป็กระบี่ไร้ลักษณ์นับหมื่นแต่ทว่าแต่ละเล่มกลับแกร่งกล้ากว่าเดิมทั้งยังสถิตไว้ด้วยเจตจำนงกระบี่อันไร้ผู้ต้านทาน
"หมื่นกระบี่รวมเป็หนึ่ง!"
เซียวเฟิงบัญชากระบี่ไร้ลักษณ์นับหมื่นรวมเข้าด้วยกันในพริบตา
"ชวิ้ง!"
เสียงกระบี่ออกจากฝักดังก้องกังวานภายใต้สายตานับไม่ถ้วน กระบี่ั์ยาวพันจั้งลอยเด่นอยู่เหนือลานประลองกระบี่ั์เช่นนี้ประหนึ่งขุนเขาขวางกั้น หากฟาดฟันลงมาคงผ่ายอดเขาเหินฟ้าออกเป็สองเสี่ยง
"แข็งแกร่งเกินไปแล้ว!น่าหวาดหวั่นยิ่งนัก! นั่นคือเซียวหานที่เราเคยรู้จักจริงหรือ?" เหล่าศิษย์สำนักกระบี่เหินฟ้าต่างขนลุกขนพอง เมื่อเห็นกระบี่ั์นั้นตลอดสามปีที่ผ่านมา เซียวหานเป็เพียงคนไร้ค่าในสายตาของทุกคนมิหนำซ้ำยังถูกเย้ยหยันมานับครั้งไม่ถ้วนแต่วันนี้เซียวหานกลับแข็งแกร่งเกินจินตนาการ
เพียงจิตคิดก็เป็กระบี่เรียกกระบี่ั์เช่นนี้ออกมาได้ในชั่วพริบตาหากเซียวเฟิงคิดจะสังหารผู้ที่ต่ำกว่าขั้นจิติญญายุทธ์ คงทำได้เพียงแค่กะพริบตา
"ฟัน!"
เซียวเฟิงสั่งการ กระบี่ั์เคลื่อนไหวฟาดฟันไปยังร่างั์ในพริบตาเดียว ราวกับผ่าแยกฟ้าดิน แบ่งดวงตะวันและจันทรา
"อ๊าก! กระบี่นี้น่ากลัวเกินไปแล้ว!"
เสียงหวีดร้องดังระงมผู้คนมากมายพลันบังเกิดรอยกระบี่บนหน้าผาก มิเพียงเท่านั้น ในใจกลับหวาดหวั่นเพราะกระบี่นั้นมิได้มุ่งสู่เหลิ่งเสี้ยแต่ทุกคนกลับรู้สึกราวกับกระบี่กำลังฟาดฟันพวกเขาผ่าเข้าไปในสมองและจิตใจอย่างมิอาจลบเลือน
"กระบี่นี้พวกเราสำนักกระบี่เหินฟ้าคงมิอาจแสดงออกมาได้" เหล่าผู้พิทักษ์าุโต่างอุทานเมื่อเห็นกระบี่ั์ฟาดฟัน ราวกับจะแบ่งแยกห้วงมิติออกเป็สองส่วน
"เซียวหาน!" ม่อเซียวจ้องมองกระบี่ั์ กำหมัดแน่น ก่อนจะคลายออกอย่างหมดเรี่ยวแรงช่องว่างระหว่างพวกเขามันมากเกินไปช่องว่างนั้นดับมอดความปรารถนาจะแก้แค้นของเขาจนสิ้น
ส่วนเหลิ่งเสี้ยที่เผชิญหน้ากับกระบี่ั์โดยตรงใบหน้าหล่อเหลากลับบิดเบี้ยวอย่างสิ้นเชิงผู้ที่เผชิญหน้ากับกระบี่ั์โดยตรงเท่านั้นจึงจะรู้ว่ามันน่าหวาดหวั่นเพียงใดสำหรับผู้อื่น กระบี่ั์ก็เป็เพียงกระบี่ั์ แต่สำหรับเขามันคือการเผชิญหน้ากับวิถีกระบี่อันไร้เทียมทาน
"ตูม!"
ในที่สุด เมื่อกระบี่ั์ฟาดฟันลงมาต่อหน้าสายตานับอนันต์ ร่างั์ก็ถูกกระบี่ทำลายในพริบตากระบี่ฟาดฟันลงมาแผ่นดินะเืเลื่อนลั่นลานประลองที่สร้างจากศิลาแกร่งกล้ากลับแตกออกเป็สองส่วนในทันที
รอยร้าวแตกระแหงปรากฏทั่วลานประลองฝุ่นควันตลบอบอวล ไม่มีใครรู้ว่าภายใต้กระบี่นี้เหลิ่งเสี้ยจะยังคงยืนหยัดอยู่ได้หรือไม่
ในที่สุด ฝุ่นควันก็จางหายร่างของเซียวเฟิงและเหลิ่งเสี้ยก็ปรากฏขึ้น
เห็นเพียงเหลิ่งเสี้ยทรุดเข่าลงกับพื้นโลหิตอาบกาย เสื้อคลุมแพรไหมขาดวิ่น ใบหน้าหล่อเหลากลับซีดเผือด
"เ้าแพ้แล้ว!" เซียวเฟิงกล่าวอย่างแ่เบา อาภรณ์ขาวบริสุทธิ์ไร้มลทินดุจเซียน์หลังจากสิ้นเสียง ทุกคนในสำนักกระบี่เหินฟ้าก็ตกอยู่ในความเงียบงัน
ต้องรู้ว่าั้แ่ต้นจนจบเซียวเฟิงมิได้เคลื่อนไหวเลยด้วยซ้ำเขาเพียงใช้จิตสังหารก็สามารถเอาชนะเหลิ่งเสี้ยได้แล้ว สิ่งนี้น่ากลัวเกินไปบางทีผู้แข็งแกร่งขั้นจ้าวแห่งเต๋ายังมิอาจทำได้ถึงเพียงนี้
"ใครว่าข้าแพ้? เพียงแต่ข้าไม่นึกเลยว่าสำนักกระบี่เหินฟ้าจะมีไพ่ตายลึกซึ้งเช่นนี้ดูเหมือนว่าก่อนหน้านี้หลายคนจะประเมินพวกเ้าต่ำเกินไป" เหลิ่งเสี้ยหัวเราะเยาะ ก่อนจะค่อยๆ ลุกขึ้นยืน สะบัดนิ้วโอสถสีทองคำเม็ดหนึ่งก็ร่วงลงสู่ปาก
เมื่อเห็นเช่นนั้น คิ้วของเซียวเฟิงก็กระตุกก่อนจะหรี่ตาลง เพราะหลังจากที่เหลิ่งเสี้ยกินโอสถสีทองนั้นเข้าไปอานุภาพกลับทวีความรุนแรงขึ้นอย่างน่าใพลังปราณทั้งหมดของเขาเหินฟ้ากลับไหลบ่าไปยังเหลิ่งเสี้ย
"นั่นมัน? แย่แล้วเขากินโอสถราชันยุทธ์เข้าไปแล้ว!" ผู้าุโรักษากฎซุนลี่ตระหนักถึงความผิดปกติในทันทีสีหน้าจึงแปรเปลี่ยนและแผดเสียงะโออกมา
"ฮ่าๆ! เพิ่งจะรู้ตัวตอนนี้สายเกินไปแล้ว!" เหลิ่งเสี้ยหัวเราะลั่น ก่อนจะกำมือราวกับโลกทั้งใบอยู่ในกำมือของเขา
"พลังขั้นราชันยุทธ์นั้นลึกล้ำยิ่งนักวันนี้ข้าจะใช้เ้าทดสอบพลังเสียหน่อย"
เหลิ่งเสี้ยมิได้ใส่ใจซุนลี่ในสายตาของเขาในขณะนี้มีเพียงเซียวเฟิงเท่านั้นส่วนซุนลี่และเหล่าผู้าุโที่คิดจะขัดขวางนั้น กลับถูกสำนึกเทพสองสายสะกดไว้แน่นทำให้ร่างกายแข็งทื่อขยับไม่ได้
"นี่คือการประลองของคนรุ่นเยาว์คนรุ่นก่อนอย่าได้ยื่นมือเข้ามามิเช่นนั้นข้าทั้งสองจะขอคารวะฝีมือของทุกคนในสำนักกระบี่เหินฟ้า" หนึ่งในสองเฒ่าในชุดคลุมดำกล่าวด้วยเสียงแหบแห้ง
"ผู้าุโคูหรงคูมู่อย่าได้ดูิ่สำนักกระบี่เหินฟ้าของข้าว่าไร้ผู้คน!" เมื่อได้ยินเสียงอันแหบแห้งซุนลี่ก็มีสีหน้าเ็าและกล่าวอย่างโกรธเกรี้ยว
"ซุนลี่อย่าได้เสียมารยาทการประลองของคนรุ่นเยาว์ พวกเรามิอาจเข้าไปยุ่งเกี่ยวได้" หลังจากที่ซุนลี่กล่าวจบ เสียงอันชราภาพที่ดังขึ้นจากศาลาก็ทำให้ซุนลี่สีหน้าหมองหม่นลง ก่อนจะจำใจประสานมืออย่างไม่เต็มใจ "ศิษย์น้องน้อมรับบัญชา!"
ในขณะที่หลายคนกำลังเผชิญหน้ากันพลังของเหลิ่งเสี้ยปะทุขึ้นไปถึงจุดที่น่ากลัวยิ่งนักเทียบได้กับผู้แข็งแกร่งในขั้นราชันยุทธ์อย่างแท้จริง
"เซียวหานแม้ว่าเพลงกระบี่ของเ้าจะสูงส่งเพียงใด วันนี้เ้าก็ยังต้องพ่ายแพ้อยู่ดี!"
"พินาศทำลายแปดทิศ!"
เหลิ่งเสี้ยที่เส้นเืปูดโปนเพราะถูกพลังปราณครอบงำแผดเสียงอย่างบ้าคลั่ง พลางกำมือแน่น ห้วงมิติรอบข้างพลันะเิเสียงดังภายใต้เงื้อมมือนั้น แม้แต่ห้วงมิติก็ยังถูกบดขยี้เสียงะเิดังสนั่นอย่างต่อเนื่อง
"กบในกะลาก็เป็ได้แค่นั้นข้าจะให้เ้าได้เห็นว่าอะไรคือเพลงกระบี่ที่แท้จริง" เซียวเฟิงได้ยินดังนั้นก็ยิ้มอย่างสงบก่อนจะกำฝ่ามือ แล้วกระบี่ิญญาก็ปรากฏขึ้น
"หวึ่ง!"
เมื่อมีกระบี่ในมือเซียวเฟิงก็มิใช่เซียวเฟิงอีกต่อไป แต่เป็กระบี่ที่ถูกดึงออกจากฝักเป็กระบี่ศักดิ์สิทธิ์อันไร้เทียมทานที่สามารถกวาดล้างทั่วหล้า
"ฉัวะ!"
เห็นเพียงเซียวเฟิงยกมือขึ้นฟาดฟันห้วงมิติโดยรอบพลันสั่นะเื ปราณกระบี่แผ่ซ่านกวาดล้างทั่วสารทิศ ชั่วพริบตาเจตจำนงกระบี่อันไร้ผู้ต้านก็ท่วมท้นแผ่นดินแม้ว่าจะมีเพียงเศษเสี้ยวของเจตจำนงกระบี่รั่วไหลออกมา ก็ทำให้ผู้คนขนลุกซู่ราวกับว่าปราณกระบี่อันน่าสะพรึงกลัวนี้เพียงพอที่จะสังหารทุกสิ่ง
หนึ่งกระบี่จากทิศตะวันตกภูตผีสะท้านะเืกระบี่ของเทพกระบี่ได้ออกจากฝักอย่างแท้จริงเป็ครั้งแรกบนแผ่นดินจิ่วโจวกระบี่กวาดล้างทั่วหล้าราวกับว่ากาลเวลายังต้องดับสูญภายใต้กระบี่นี้
"ว้าว!"
เมื่อกระบี่ปรากฏแม้แต่เหลิ่งเสี้ยที่มีพลังขั้นราชันยุทธ์ก็ยังถูกกระบี่ไร้เทียมทานนี้ซัดกระเด็นโลหิตพุ่งกระฉูด ทำให้พลังของเขาก็ลดฮวบลงอย่างถึงที่สุด
ในขณะที่เหลิ่งเสี้ยถูกซัดกระเด็นร่างของเซียวเฟิงก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง แต่ทว่าสีหน้าของเซียวเฟิงกลับซีดเผือดกระบี่นี้ใช้พลังของเขาไปแทบทั้งหมดเนื่องด้วยระดับพลังที่น้อยนิดของเขาในปัจจุบันการแสดงกระบี่นี้ออกมาได้ก็ถือว่าดีแล้ว
"ฟุ่บ!"
ในขณะที่เหลิ่งเสี้ยถูกกระบี่ซัดกระเด็นร่างของคูหรงและคูมู่ก็หายลับไปจากที่นั่งในพริบตาและเมื่อปรากฏตัวขึ้นก็อุ้มเหลิ่งเสี้ยหายลับไปในท้องฟ้า
ภาพเหตุการณ์นี้ทำให้คนรุ่นเยาว์ของสำนักกระบี่เหินฟ้าแทบสิ้นสติเมื่อเซียวเฟิงลงมือ ความน่าสะพรึงกลัวที่ทำให้ใจสั่นระรัวนั้นมิอาจบรรยายได้นี่มันหนึ่งกระบี่ไร้ผู้ทัดเทียมอย่างแท้จริง
ต้องรู้ว่าเหลิ่งเสี้ยเป็อัจฉริยะแถวหน้าท่ามกลางคนรุ่นเยาว์ทั้งหลายแม้แต่คนรุ่นเยาว์ทั้งหมดของสำนักกระบี่เหินฟ้าก็ยังมิอาจเทียบได้
แต่ทว่าเหลิ่งเสี้ยกลับมิอาจรับกระบี่ของเซียวเฟิงได้แม้แต่กระบี่เดียวและต้องรู้ด้วยว่าเขากินโอสถราชันยุทธ์ไปแล้วทำให้พลังแข็งแกร่งขึ้นจนถึงขั้นราชันยุทธ์
"เหลือเชื่อเกินไปนี่คือศิษย์พี่ใหญ่จริงหรือ? นี่มันไร้ผู้ทัดเทียมแล้วเขาเป็คนไร้ค่ามาตลอดสามปีจริงหรือ?" ในขณะนั้นนอกเหนือจากความตกตะลึง ทุกคนก็เงียบงัน
"กระบี่นี้แม้แต่พวกเรายังมิอาจเทียบได้" เช่นเดียวกับเหล่าศิษย์เหล่าผู้าุโต่างเงียบงัน แต่ความตกตะลึงในใจของพวกเขาก็มิได้น้อยกว่าผู้อื่น