หลังจากที่เลิกคิดถึงเรื่องทักษะคัมภีร์ไร้อักษรแล้ว เทียนฉินจึงเดินไปทางกองสมุนไพรและเม็ดยาที่อยู่อีกมุมหนึ่ง
"อาวุโสหลงท่านรู้บ้างมั้ยว่าสมุนไพรพวกนี้มีประโยชน์ในการฝึกฝนบ้างหรือเปล่า?"เทียนฉินเอ่ยถามหลงยู่หมิงพลางหยิบสมุนไพรเหล่านั้นมาให้หลงยู่หมิงตรวจสอบ
ผ่านไปได้ไม่นานเทียนฉินได้สมุนไพรมาเพียงแค่เจ็ดต้นจากกองสมุนไพรทั้งหมด ซึ่งหลงยู่หมิงได้อธิบายกับเขาแล้วว่า กองสมุนไพรที่อยู่ที่นี่ส่วนใหญ่ ล้วนแล้วแต่หาได้ยากอย่างยิ่งในโลกภายนอก ทว่าพวกมันต้องผ่านการปรุงยาตามสูตรต่างๆก่อนถึงจะใช้ประโยชน์จากมันได้ และตัวของหลงยู่หมิงเองก็ไม่ได้มีความเชี่ยวชาญทางด้านนี้เลยแม้แต่น้อย
เมื่อได้สิ่งที่ตนเองต้องการแล้วเทียนฉินจึงนั่งลงเพื่อฝึกฝนตนเองทันที
ณ บ้านพักหลังหนึ่งในนิกายเมฆอนันต์
ศิษย์พี่ของโหวงจู้เมื่อกลับมาถึงนิกายก็รีบเข้ามาหาอาจารย์ของมันทันที
"ได้เรื่องว่าอย่างไรบ้างต๋งเซียะ?"ชายชราที่กำลังนั่งอ่านตำราอยู่เงยหน้าขึ้นถามทันทีที่เห็นต๋งเซียะเดินเข้ามา
"คารวะท่านอาจารย์!"
"ศิษย์ได้สืบมาแล้วว่าโหวงจู้กับกังลู่ไปตามหาชายในภาพวาดที่เมืองฝู่โจวจริง!"
จากนั้นต๋งเซี๊ยะได้เล่าในสิ่งที่เขารู้มาให้กับอาจารย์อย่างละเอียด ตั้งแต่ต้นเหตุของเรื่องที่โหวงจ้งน้องชายของโหวงจู้ไปก่อเรื่องจนถึงการล่มสลายของตระกูลโหวง และการต่อสู้อย่างรุนแรงที่นอกเมืองฝู่โจว
"ตอนนี้ศิษย์ไม่มั่นใจเหมือนกันว่าศิษย์น้องโหวงกับกังลู่ได้ถูกสังหารไปแล้วหรือยัง แต่เท่าที่ดูจากสภาพแวดล้อมตรงนั้นแล้ว คงเป็นไปได้ยากที่ทั้งสองจะรอดกลับมา!"ต๋งเซียะหลบสายตาลงต่ำราวกลับกลัวว่าอาจารย์ของมันจะบันดาลโทสะใส่
"ถ้าไม่ใช่คนของแคว้นชิง! คงต้องเป็นศิษย์นิกายใดนิกายหนึ่งในแคว้นอื่นอย่างแน่นอน ไม่อย่างนั้นคงไม่กล้าสังหารคนในต่างแคว้นอย่างนี้ได้!"ชายชราเอ่ยออกมาพลางยกมือลูบคางครุ่นคิด
ทางด้านเจียงโป้ยก็กลับไปรายงานอาจารย์ของมันเหมือนกัน และสิ่งที่มันบอกก็คล้ายคลึงกับที่ต๋งเซียะเล่าไป
"เห็นทีเรื่องนี้ข้าคงต้องไปพูดคุยกับตาเฒ่ากัวด้วยตัวเองแล้ว!"อาวุโสมุ่ยเอ่ยออกมาก่อนจะลุกออกไปทันที
ผ่านไปด้านไม่นานอาวุโสมุ่ยกับเจียงโป้ยก็ได้มาถึงที่พักของอาวุโสกัว
"อ้าว!อาวุโสมุ่ย ข้ากำลังคิดว่าจะไปหาท่านอยู่พอดีเลย!"อาวุโสกัวยิ้มทักออกไปหลังจากที่เห็นอาวุโสมุ่ยเดินเข้ามาพร้อมกับศิษย์ของมัน
"คารวะอาวุโสกัว!"
"คารวะอาวุโสมุ่ย!"
เจียงโป้ยและต๋งเซียะกุมมือก้มหัวคำนับอาจารย์ของแต่ละฝ่ายพร้อมกัน
"ท่านคงมาเรื่องของศิษย์ท่านใช่มั้ย?"อาวุโสกัวเอ่ยปากถามเข้าเรื่อง
"ใช่แล้ว! เรื่องนี้ข้าว่าไม่ใช่เรื่องทะเลาะเบาะแว้งกันธรรมดาเสียแล้ว!"อาวุโสมุ่ยทำสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาเมื่อนึกถึงเรื่องนี้
"ยังไงข้าก็ไม่ปล่อยให้มันลอยนวลไปได้หรอก!"อาวุโสกัวเอ่ยออกมาเสียงเรียบ
"ท่านคิดจะให้ศิษย์ของนิกายออกตามหาอย่างนั้นรึ?"
"อย่าลืมนะว่าศิษย์ของเราสองคนมีพลังระดับผันแปรขั้นสูงสุดแล้วแต่ก็ยังสู้มันไม่ได้เลย!"อาวุโสมุ่ยเอ่ยออกมาอย่างกังวล
"เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอกอาวุโสมุ่ย! ข้าจะออกภารกิจให้ศิษย์ทั้งหลายไปสืบหาที่อยู่ของมันเพียงเท่านั้น!
"เมื่อรู้ที่อยู่ของมันแล้วข้าจะไปจัดการด้วยตัวมันเอง!"อาวุโสดังกล่าวออกมาเสียงเย็นเยียบแววตาที่เปล่งออกมาล้วนเต็มไปด้วยความแค้น
"แล้วท่านไม่กลัวว่ามันจะกระทบกับความสัมพันธ์ระหว่างนิกายต่างแคว้นหรืออย่างไร?"อาวุโสมุ่ยยังถามออกมาอย่างกล้าๆกลัวๆ
"เรื่องนี้ถ้าเจ้ากับข้าไม่แพร่งพรายออกไป ทางนิกายก็ไม่มีวันรู้หรอก!"
"แต่ถึงทางนิกายรู้ ข้าว่าทางนิกายต้องเข้าข้างพวกเราอย่างแน่นอน!"อาวุโสกัวบอกออกไปราวกับว่าเขาคิดไตร่ตรองไว้ก่อนแล้ว
อาวุโสมุ่ยมองหน้าอาวุโสกัวราวกับจะถามว่าจะทำแบบนี้จริงๆใช่ไหม แต่สุดท้ายก็ได้แต่ถอนหายใจออกมา
"เฮ่อ! ถ้าอย่างนั้นเอาตามที่ท่านบอกนั่นแหละ ข้าจะบอกทางศิษย์ของข้าให้ช่วยด้วยอีกแรง!"
จากนั้นอาวุโสมุ่ยจึงได้ขอตัวลากลับไปที่บ้านพักเพื่อเตรียมหาลูกศิษย์ที่ไว้ใจได้ออกไปช่วยสืบข่าวอีกแรง
"ตาแก่ตาขาว! ศิษย์ตนเองตายไปทั้งคนยังจะมามัวกลัวอะไรอีกก็ไม่รู้!!"อาวุโสกัวเอ่ยปากเย้ยหยันออกมาทันทีที่อาวุโสมุ่ยเดินออกไปแล้ว
"ส่วนเจ้าไปหาตี่ลั้งเพื่อให้มันวาดภาพออกมาอีก จากนั้นจึงคัดศิษย์ที่มีฝีมือและไว้ใจได้ออกกระจายกันค้นหาไปตามเมืองต่างๆ!"
"บอกพวกมัน! ใครที่ได้เบาะแสข้าจะมอบเม็ดยาผันแปรกระจ่างให้เป็นรางวัล!"อาวุโสกัวเอ่ยบอกคำสั่งแก่ศิษย์ของเขา
ต๋งเซียะยืนนิ่งค้างด้วยความตกใจกับรางวัลที่ท่านอาจารย์ได้ตั้งไว้ เม็ดยาผันแปรกระจ่างนี้ไม่ใช่หาได้ยากเพียงแค่แคว้นฉู่ที่เทียนฉินอยู่เท่านั้น แต่ทุกแคว้นล้วนแล้วแต่เป็นที่ต้องการของคนจำนวนมากเหมือนกันหมด
"เจ้ายังมัวยืนรออะไรอยู่! ยังไม่รีบไปจัดการที่ข้าสั่งอีกรึ!!"อาวุโสกัวเห็นต๋งเซียะยืนเหม่อยู่ก็ตวาดออกมาเสียงดัง
ภายในเมืองอ้านโถ
ตาเฒ่าหม่าเห็นว่าเทียนฉินยังไม่กลับมาหลายวันแล้ว จึงเดินไปที่ร้านตามที่ใบประกาศรับสมัครบอกไว้ เมื่อเข้าไปด้านในเขาก็พบกับชายคนเดิมที่เฝ้าอยู่
"ไม่ทราบว่าท่านมาทำอะไรที่นี่กัน?"ชายหนุ่มคนนั้นเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าตาเฒ่าหม่าหันมองสำรวจไปทั่วร้าน
"เมื่อไม่กี่วันก่อนมีชายหนุ่มคนหนึ่งมาที่นี่ตามใบประกาศบอกไว้!"
"ข้าอยากรู้ว่าพวกเจ้าพาเขาไปที่ใดกัน?"ตาเฒ่าหม่าจ้องมองชายหนุ่มไม่วางตาขณะที่ถามออกมา
"อ่อ! เรื่องไปที่ไหนนั้นข้าบอกไม่ได้เหมือนกัน! แต่ท่านไม่ต้องกังวลไปหรอก เมื่อภารกิจเสร็จสิ้นพวกเขาก็จะกลับมากันเอง!"ชายหนุ่มตอบกลับไปด้วยรอยยิ้ม
"จริงรึ?"
ตาเฒ่าหม่าคล้ายจะไม่เชื่ออยู่บ้าง เพราะว่าปกติเทียนฉินจะไปไหนมาไหน ย่อมต้องมาบอกกล่าวกับเขาก่อน หรืออย่างน้อยถ้าไม่พบเขาก็ต้องเขียนบอกไว้อย่างแน่นอน แต่นี้เขารู้เพียงว่าเทียนฉินจะมาร่วมทำภารกิจที่นี่เท่านั้นเอง
"อย่างที่ข้าได้บอกไปแล้วนั้นแหละ หากท่านไม่เชื่อข้าก็ไม่รู้จะทำอย่างไรเหมือนกัน!"
ชายหนุ่มเอ่ยออกมาอย่างจนใน อันที่จริงชายหนุ่มคนนี้ก็ไม่ได้โกหกอะไรตาเฒ่าหม่าเลย เพราะมันก็มีหน้าที่แค่มาเฝ้าหน้าร้านเท่านั้น ส่วนพวกเขาจะไปไหนกันมันไม่ได้มีสิทธิ์ทีจะรู้อย่างสิ้นเชิง
"หากข้ารู้ว่าเจ้าโกหก! อย่าหวังเลยว่าจะได้อยู่อย่างสบายอีก!"ตาเฒ่าเดินออกไปพร้อมกับเสียงขู่ที่ลอยตามหลังมา
ภายในห้องมิติของโลงศพสีทอง
ปั้ง!
คลื่นพลังระเบิดออกมาเสียงดังกังวาลลั่น กระแสจิตวิญญาณธรรมชาติต่างถูกซัดกระจายกลายเป็นคลื่นลมพัดโชย เทียนฉินที่นั่งทำสมาธิอยู่พลันลืมตาขึ้นมา ชั่วขณะนั้นในห้องราวกับมีสายฟ้าแลบเป็นประกายพุ่งออกมาจากดวงตาคู่นั้น พลังปราณอันบริสุทธิ์เปล่งรัศมีเรืองรองอยู่รอบตัว
"คิดไม่ถึงเลยจริงๆว่าแค่สามเดือนข้ากลับบรรลุระดับผันแปรขั้นสูงสุดได้แล้ว!"
ติ๊ง!!
"ภารกิจที่ 12 สำเร็จแล้ว นายท่านจะรับรางวัลเลยมั้ยค่ะ?" เสียงเสี่ยวถ่งแจ้งเตือนออกมาอีกครั้ง
"รับสิ!"เทียนฉินกล่าวตอบออกมาเสียงเรียบ
"ระบบกำลังป้อนข้อมูลให้นายท่านค่ะ"
"วิชากายาเพชร"
ติ๊ง!!
# ภารกิจที่ 13 ระดับก่อกำเนิดขั้นต้น
รางวัล [ ดอกบัวเพลิงหิมะ ] #
เทียนฉินที่ได้รับฟังข้อมูลพลันหลับตาลงอีกครั้ง ก่อนจะค่อยๆทบทวนวิชาที่ได้มาใหม่พร้อมกับปรับพลังปราณในร่างกายให้มีความสมดุลมั่นคงยิ่งขึ้น
เพียงชั่วเวลาหนึ่งก้านธูปเทียนฉินก็ลุกขึ้นยืนพร้อมกับบิดตัวไปมาเพื่อไล่ความเมื่อยขบจากที่นั่งสมาธิเป็นเวลานาน พลางคิดเกี่ยวกับวิชากายาเพชรที่เสี่ยวถ่งได้มอบให้เขามา
แต่เมื่อเทียนฉินอนุมานวิชากายาเพชรจนเข้าใจถ่องแท้แล้ว เขากลับพบว่าวิชานี้ไม่ต่างไปจากไปจากวิชากายามังกรสักเท่าไหร่เลย นั่นคือเมื่อใช้แล้วก็จะเรียกเกราะขึ้นมาปกคลุมผู้ใช้เหมือนกัน หากจะบอกว่าแตกต่างคงเป็นเพียง วิชาเกราะเพชรนั้นกลับห่อหุ้มไปด้วยผลึกสีขาวแวววาวราวกับหุ้มเพชรไปทั้งตัวเท่านั้นเอง
"เสี่ยวถ่ง! เจ้าควบรวมวิชากายามังกรกับวิชากายาเพชรได้หรือไม่?"
เทียนฉินฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าเสี่ยวถ่งมีระบบควบรวมเคล็ดวิชาได้อยู่ จึงตั้งความหวังไว้อย่างยิ่งว่าวิชาป้องกันตัววิชานี้จะมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพราะตอนเขาใช้เกราะมังกรอยู่ตอนสู้
กับชายชื่อฟงนั้น ถึงแม้จะป้องกันเข็มเงินของมันได้ แต่ไม่อาจจะปกป้องเข็มทองที่มันซัดเข้ามาในตอนสุดท้ายนั้นได้เลย
จบตอนที่ 112