หยางเถาอวี้ก้มตัวมองเด็กหนุ่มชุดดำที่ล้มลงหมดสติอยู่ตรงหน้าเมื่อครู่จู่ๆเด็กหนุ่มคนนี้ก็โผล่ออกมาจากราวป่าแล้วล้มคว่ำลงต่อหน้าต่อตานางราวกับจะฝากผีฝากไข้ซะอย่างนั้นนางค่อยๆ ผลักเด็กหนุ่มให้กลับนอนหงาย
“ไอ้หยาไซว่ (หล่อ) ร้ายกาจมาก” เด็กหนุ่มในชุดดำผู้นี้น่าจะมีอายุราวสิบหกสิบเจ็ดปีใบหน้าหล่อเหลาได้รูป กรามนูนเป็นสัน ผิวพรรณขาวละเอียดเส้นผมออกเป็นสีน้ำตาลเล็กน้อย รูปร่างสมส่วน ขนาดนอนสลบไสลหลับตาอยู่ก็ยังดูดี... ‘เอ่อ พิจารณาอาการก่อนดีหรือไม่เจ้าคะ’รุ่ยเอ๋อผู้รับรู้ได้ถึงความคิดของนายหญิงทำหน้าละเหี่ยใจ
‘แหมยังหายใจอยู่ ยังไม่ตายนี่นา ก็ต้องดูองค์รวมให้ครบถ้วนก่อนสิพี่รุ่ยเอ๋อถึงจะวินิจฉัยถูก’ เด็กสาวบ่นกะปอดปะแปดที่ถูกขัดจังหวะการชื่นชมความงามของมนุษยชาติผู้มีรูปโฉมสวรรค์สร้างคนหนึ่งอย่างขัดใจเล็กๆ
“ล้มกลางถนนหนทางแบบนี้จะดูจะรักษาให้ตรงนี้ก็ลำบากอยู่พาเขาไปใต้ต้นไม้ต้นนั้นก่อนละกัน” หยางเถาอวี้บ่นลอยๆ ตามประสาขณะเตรียมขยับตัวเข้ายกร่างเด็กหนุ่ม แต่เจ้าตัวเล็กที่เกาะอยู่บนบ่ากลับทำท่ารู้เรื่องราวกับอยากทำตัวให้มีประโยชน์ตอบแทนอาหารที่ได้กินไปมากมายบ้างจึงกระโจนลงจากไหล่ของหยางเถาอวี้และกระโดดผลุงลงไปนั่งอยู่บนทรวงอกของเด็กหนุ่มมันยื่นแขนเล็กๆ จับร่างของเด็กหนุ่มไว้และวินาทีต่อมาร่างของทั้งสองหายวูบและไปโผล่อีกทียังโคนไม้ที่หยางเถาอวี้เล็งไว้
“โอ้โหเจ้ามีความสามารถเช่นนี้ด้วยเหรอ ยอดเยี่ยมกระเทียมดองจริงๆ ช่วยข้าได้เยอะเลยขอบใจมากนะ” หยางเถาอวี้ทั้งแปลกใจทั้งชอบใจยกนิ้วโป้งข้างหนึ่งขึ้นชูให้มันเพื่อแสดงความชื่นชม “แต่เดี๋ยวก่อนความสามารถเช่นนี้ หากอยู่ต่อหน้าคนอื่นและไม่ถึงคราวคับขันจริงๆเจ้าอย่าได้ใช้ออกมาจะดีกว่าไม่งั้นอาจมีมนุษย์ชั่วร้ายออกล่าตัวเจ้าจ้าละหวั่นแน่”
‘มิ้ว’ข่าเอ๋อพยักหน้างึมงำตอบรับคำเตือนของหยางเถาอวี้
“ตรงหน้าท้องกับหน้าขาของเขาถูกฟันลึกอยู่ไม่รู้ศัตรูของเขายังอยู่แถวนี้ไม๊ แต่สแกนดูแล้วก็ไม่เห็นใครอื่น ช่างเถอะทีเจวันเปิดม่านบาเรียกับโหมดล่องหนคลุมพวกเราไว้ในระหว่างที่รักษาเขาก่อนละกันรอบคอบไว้ดีกว่าประมาท”
หยางเถาอวี้ตรวจสอบรอยแผลที่ท้องและหน้าขาของเด็กหนุ่มหน้าหล่อดูจากสภาพบาดแผลแล้วอาจจะบาดเจ็บมาหลายวันทีเดียวนางจัดเตรียมการรักษาโดยเริ่มทำความสะอาดแผลด้วยน้ำทิพย์ ป้อนยาแก้ปวดยาแก้อักเสบสูตรที่เพิ่งทดลองทำไปไม่นาน ตามด้วยยาฟื้นฟูพลังและน้ำทิพย์ก่อนยกหน้าที่ต่อให้ทีเจวันเย็บแผลและสร้างเซลกล้ามเนื้อทดแทนไม่นานนักก็เสร็จสิ้นทุกขั้นตอน
หลังการรักษาราวชั่วก้านธูปใบหน้าซีดเซียวของเด็กหนุ่มค่อยๆ มีเลือดฝาดขึ้น ยาฟื้นฟูพลังคงเริ่มออกฤทธิ์แล้วเปลือกตาของเขาขยับยุกยิก ขนตางอนยาวกระพริบปริบๆ ก่อนจะค่อยๆลืมตาขึ้นมองกวาดไปรอบด้านอย่างระแวดระวังตัวสายตาสบเข้ากับหยางเถาอวี้และสัตว์อสูรตัวเล็กที่อยู่บนบ่าของเด็กสาวช้าๆ
‘นี่ข้าตายไปแล้วขึ้นสวรรค์หรือยังไงถึงได้เห็นนางฟ้าน้อยอยู่ตรงหน้า’ความคิดแว่บแรกเข้ามาในหัวก่อนสติสัมปชัญญะจะตามมา
“มิ๊วๆ”เสียงร้องของข่าเอ๋อดังขึ้นขัดจังหวะส่งผลให้เด็กหนุ่มที่กำลังตะลึงพรึงเพริดได้สติมากขึ้น
“นี่พี่ชาย ท่านยังเจ็บอยู่หรือไม่” หยางเถาอวี้เอ่ยทักเมื่อเห็นชายหนุ่มฟื้นตัวดีขึ้น
“อะ เอ่อ...ไม่.. รู้สึกดีขึ้นมาก”เด็กหนุ่มตอบพร้อมกับกวาดตาสำรวจร่างกายของตนและพบว่าบาดแผลร้ายแรงทั้งสองแห่งได้รับการรักษาจนสมานสนิทแทบไม่หลงเหลืออาการเจ็บใดๆ นอกจากปลายประสาทที่ยังจดจำความเจ็บปวดไว้อยู่“กระทั่งปากแผลยังปิดสนิทแล้ว นี่ข้าสลบไปนานแค่ไหนเนี่ย”บาดแผลที่ลึกจนเกือบคร่าชีวิตของเขาไปกว่าจะรักษาให้หายได้น่าจะต้องใช้เวลานานไม่น้อยหรือไม่ก็ต้องมียาวิเศษ
“สาวน้อยเจ้าเป็นคนรักษาข้าเหรอ” เด็กหนุ่มทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนจำได้ว่าเขาต่อสู้ฝ่าออกมาจากวงล้อมของคนร้ายได้สำเร็จ แต่ก็ถูกฟันสาหัสถึงสองแห่งที่ท้องกับที่ต้นขา เขาประคองสติหนีตายออกมาจนกระทั่งเห็นทางด่านจึงล้มลงหมดสติ
“ไม่ใช่ข้าแล้วจะเป็นผีที่ไหนเล่าจู่ๆ ท่านก็พรวดพราดออกมาล้มลงตรงหน้าข้า” หยางเถาอวี้แกล้งยียวนกลบเกลื่อนเสไม่ตอบคำถามก่อนหน้านั้น พร้อมกับส่งยาให้สองขวด
“เอ้านี่ยาฟื้นฟูพลังกับยาทาแผล เมื่อครู่ข้าเพิ่งทาให้ท่านไปแต่พี่ชายเก็บไว้กินไว้ทาต่อเนื่องอีกซักสองสามวันเผื่อบริเวณแผลอาจจะเกิดอาการปวดตรงปลายประสาท”
“ขอบคุณมากที่ช่วยชีวิตข้าไว้ครั้งนี้ถือว่าข้าติดหนี้เจ้าแล้วเจ้าเป็นหมอที่อายุน้อยที่สุดเท่าที่ข้าเคยเห็นเลยนะเนี่ย”เด็กหนุ่มจับจ้องสาวน้อยตรงหน้า ท่าทางของนางเพิ่งอายุสิบเอ็ดสิบสองปีเท่านั้นไม่น่าเชื่อว่านางจะเป็นคนรักษาเขาแต่แถวนี้ไม่มีวี่แววของคนอื่นอยู่ด้วยนอกจากสัตว์เลี้ยงบนบ่านั่นเช่นนี้นางก็คงเป็นผู้ช่วยชีวิตเขาจริงๆ
“เอ่อจะว่าอย่างนั้นก็ไม่เชิง เอาเป็นว่า ข้าเป็นนักทดลองก็ละกันนะพี่ชายข้าชอบทดลองปรุงยาต่างๆ เก็บไว้รักษาชีวิตน้อยๆ ของตัวเอง”คำตอบของนางทำเอาเด็กหนุ่มอึ้งงันไปชั่วขณะ
“นักทดลอง...หมายถึงนักเล่นแร่แปรธาตุหรือไม่”
“ไม่ใช่ๆช่างเถอะ เอาเป็นว่าข้าชอบลองทำอะไรหลายๆ อย่างเท่านั้น”
ได้ยินดังนี้เด็กหนุ่มจึงไม่ถามเซ้าซี้เพิ่มเติมแต่ละคนย่อมมีความลับของตนเอง ทั้งนางยังเป็นผู้มีพระคุณช่วยชีวิตเขา
“ข้าชื่อเยี่ยนหรูเจ้าล่ะสาวน้อย”
“ข้าชื่อหยางเถาอวี้แล้วพี่ชายบาดเจ็บได้อย่างไร” หยางเถาอวี้ชวนคุยให้พ้นจากเรื่องของตน
“ข้ากับเพื่อนถูกพวกคนชั่วลอบโจมตีขณะเข้าไปสำรวจป่าหมื่นอสูร”เยี่ยนหรูหวนคิดถึงเหตุการณ์เมื่อหลายวันก่อน “ข้าเป็นศิษย์สถานศึกษาชิงหลงเยี่ยนพวกเราได้รับมอบหมายภารกิจให้เข้าไปเก็บดอกเบญจธาตุในป่าหมื่นอสูร ขณะเดินทางอยู่ๆก็มีคนชุดดำปกปิดใบหน้ากลุ่มหนึ่งเข้าโอบล้อมโจมตีพวกเรา”
“โอ๋เป็นพวกใดรู้หรือไม่” เยี่ยนหรูผู้นี้มีพลังปราณระดับมัชฌิมตอนปลายถือเป็นผู้มีพรสวรรค์คนหนึ่งในโลกบำเพ็ญเซียนมิใช่หรือคณะของเขาน่าจะเก่งกาจยังถูกซุ่มโจมตีได้ แบบนี้ศัตรูคงร้ายกายไม่เบา
“ข้าพอจะเดาออกพวกมันคงเป็นคนจากสำนักเทียนอี เสียดายแต่ว่าไม่มีหลักฐาน” เยี่ยนหรูกัดฟันกรอด
“ป่านนี้ไม่รู้ว่าพี่น้องของข้าจะเป็นยังไงบ้าง”กำปั้นข้างหนึ่งทุบลงบนพื้นดินข้างตัวเมื่อนึกถึงเหล่าศิษย์ร่วมสำนักที่ได้รับมอบหมายภารกิจร่วมกัน
“เช่นนั้นท่านจะทำยังไงต่อไป”
“ข้าคิดจะเดินทางไปที่หมู่บ้านนักล่าสัตว์อสูรก่อนเผื่อพรรคพวกของข้าจะหนีรอดออกมาได้ หากไม่พบใครก็คงต้องหาทางกลับเข้าไปตามหาเพื่อนๆ”เยี่ยนหรูครุ่นคิดก่อนตัดสินใจออกมาตามนี้
“ข้าก็กำลังจะไปที่หมู่บ้านนั่นเหมือนกันงั้นพวกเราเดินทางไปด้วยกันดีหรือไม่ ข้าเป็นคนต่างถิ่น ไม่ชำนาญเส้นทางนัก”หยางเถาอวี้เสนอ ไหนๆ ก็ไปทางเดียวกัน
“ได้สิหมู่บ้านนักล่าสัตว์อสูรอยู่ข้างหน้านี่เอง หากออกเดินทางตอนนี้ พรุ่งนี้บ่ายๆก็ถึงแล้วหละ” เยี่ยนหรูรู้สึกเป็นห่วงพรรคพวกจึงอยากไปถึงหมู่บ้านไวๆในใจยังแอบยินดีที่มีสาวน้อยนางฟ้าผู้นี้เป็นเพื่อนร่วมทาง
“ตอนนี้ต้นยามเซินแล้ว(15:00 น.) ท่านเดินทางไหวเหรอ พักผ่อนที่นี่ก่อนดีหรือไม่”หยางเถาอวี้เอ่ยถามคนที่เพิ่งรอดตายมาไม่นาน
“ยาของคุณหนูหยางดีนักข้ารู้สึกว่าร่างกายแข็งแรงดียิ่ง พวกเราออกเดินทางกันต่อเถอะข้างหน้ามีลานโล่งแห่งหนึ่งเหมาะแก่การพักแรม” เยี่ยนหรูบอกอย่างคนรู้ทาง
“ตกลงงั้นก็ไปกัน” กล่าวจบหยางเถาอวี้ยื่นมือออกไปช่วยพยุงให้เยี่ยนหรูลุกขึ้นยืนสภาพของเขาเมื่อราวครึ่งชั่วยามก่อนคือคนที่อยู่ในอาการร่อแร่ใกล้ตายนางจึงยังอดคิดไม่ได้ว่าเขาคือคนป่วย ทั้งๆที่เยี่ยนหรูเวลานี้แทบจะเรียกได้ว่าแข็งแรงสมบูรณ์ดีอย่างน้อยเก้าส่วนแล้วก็ตามเล่นเอาเด็กหนุ่มแอบยิ้มแก้มแทบปริ (ไรท์: แกร.. น้องยังเด็ก)
ระหว่างทางทั้งสองสนทนาทำความรู้จักกันเพิ่มเติมหยางเถาอวี้ได้รู้ว่าในทวีปชิงหลงนี้มีสำนักศึกษาอยู่มากมายสำนักศึกษาอันดับหนึ่งในปัจจุบันคือสำนักศึกษาเทียนอีตั้งอยู่ที่เมืองเกาเทียนซึ่งเป็นเมืองหลวงของทวีปชิงหลง ส่วนสถานศึกษาชิงหลงเยี่ยนเป็นสำนักอันดับสองตั้งอยู่ที่เมืองต้าจงซึ่งอยู่ติดกันกับเมืองหลวงยามปกติสำนักทั้งสองเหมือนน้ำกับไฟ ชิงดีชิงเด่นกันเสมอมาผลัดกันขึ้นครองอันดับหนึ่งในงานประลองยุทธ์ที่จัดขึ้นทุกสามปี
“สำนักชิงหลงเยี่ยนเป็นสำนักที่ก่อตั้งขึ้นโดยราชวงศ์ชิงหลงแต่ก่อนนี้มีท่านปรมาจารย์ครึ่งก้าวสู่เซียนนามว่าท่านฝู่เสินเป็นอาจารย์ใหญ่แต่ท่านหายตัวไปเป็นเวลานานนับสิบปี ทำให้เกิดข่าวลือว่าท่านเสียชีวิตไปแล้วความหวังที่เหลืออยู่เพียงผู้เดียวของพวกศิษย์อย่างท่านบรรพชนอู๋หมิงก็เร้นกายปิดด่านไม่ปรากฏตัวออกมานับร้อยปี จึงไม่อาจคาดหวังได้อีกตั้งแต่นั้นมาจึงทำให้สถานศึกษาชิงหลงเยี่ยนตกต่ำลงเพราะสำนักอื่นๆเริ่มขาดความยำเกรง พากันตั้งตัวขึ้นเป็นใหญ่ข่มเหงพวกเรา”
“ในเมื่อท่านอาจารย์ใหญ่หายสาบสูญงั้นปัจจุบันใครดูแลสำนักชิงหลงเยี่ยนอยู่เหรอ”
“ท่านรองอาจารย์ใหญ่ตี๋จ้างเป็นผู้ดูแลท่านเป็นผู้ฝึกปราณขั้นกำเนิดเซียนตอนกลางพลังยุทธ์ต่ำกว่าเจ้าสำนักอ้าวเทียนผู้ครองสำนักศึกษาเทียนอีซึ่งเป็นผู้ฝึกปราณขั้นกำเนิดเซียนตอนปลายพวกเราถึงได้โดนพวกมันข่มตลอด” เยี่ยนหรูเล่าถึงตรงนี้ก็อารมณ์ขึ้นทำท่าฉุนเฉียวก่อนจะบอกเล่าต่อ
“ไอ้พวกศิษย์สำนักเทียนอีชอบใช้วิธีการต่ำช้าเก่งทางลอบกัดนัก ข้าล่ะแค้นใจจริงๆ” เยี่ยนหรูสบถ
“แล้วสถานศึกษาชิงหลงเยี่ยนมีสิ่งใดให้ศึกษากันบ้างเจ้าคะ”
“หืมนี่เจ้าไม่รู้เรื่องพวกนี้เลยเหรอ”
“ไม่เลยเจ้าค่ะข้ามาจากหมู่บ้านหนิวห่างไกลความเจริญ ในหมู่บ้านยังไม่มีสำนักศึกษาเลยเจ้าค่ะ”
“อย่างนี้นี่เองสถานศึกษาชิงหลงเยี่ยนส่งเสริมนักศึกษาในทุกแขนงวิชามีทั้งแผนกฝึกยุทธ์แยกตามปราณธาตุ แผนกโอสถ แผนกผู้ฝึกสัตว์อสูร แผนกค่ายกลแผนกอาวุธ”
“น่าสนใจยิ่งนักเจ้าค่ะแล้วข้าจะไปสมัครเข้าศึกษาได้หรือไม่ มีขั้นตอนอย่างไร”
“โอ้เจ้าสนใจหรือ งั้นเสร็จจากภารกิจครั้งนี้เจ้าก็ตามข้ากลับไปที่สำนักศึกษาด้วยกันเลยสิอีกหนึ่งเดือนข้างหน้าทางสถานศึกษาจะเปิดรับศิษย์ประจำปีพอดีขั้นตอนการสมัครไม่ยุ่งยากหรอก แค่ผ่านการทดสอบสามด่านก็เข้าเป็นศิษย์นอกศิษย์สายใน ศิษย์หลักหรือศิษย์สายตรงได้ แล้วแต่ผลการทดสอบและการพิจารณาจากท่านอาจารย์เจ้าอายุเพียงเท่านี้กลับมีพลังปราณขั้นปฐมตอนต้นแล้ว ถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว”เยี่ยนหรูสัมผัสพลังปราณของหยางเถาอวี้ตามที่นางจงใจปกปิดไว้ให้เหลือเพียงขั้นปฐมตอนต้นซึ่งเป็นขั้นที่เหมาะควรแก่อายุเท่านั้น
“เช่นนั้นเหรอเจ้าคะดีเลย ข้าอยากลองดู” หยางเถาอวี้สายตาเป็นประกายวิบวับ สองมือกุมไว้กลางอกเยี่ยนหรูเห็นแล้วคันหัวใจยุบยิบแอบลุ้นให้นางสอบผ่านเข้าเป็นศิษย์น้องของตนได้สำเร็จ
“เจ้าต้องทำได้แน่นอน”เยี่ยนหรูเชื่อมั่นเช่นนั้นจากใจจริง ขนาดเขาบาดเจ็บปางตายนางยังรักษาจนหายดีได้ฝีมือต้องไม่ธรรมดา
เดินกันมาได้ราวหนึ่งชั่วยามดวงอาทิตย์เริ่มคล้อยลงต่ำ พอดีกับที่เบื้องหน้าปรากฏทุ่งหญ้าสลับลานหินกว้างโล่ง“นั่นไง ลานหินที่ข้าพูดถึง เหมาะแก่การตั้งกระโจมดีหรือไม่” เยี่ยนหรูชี้ชวนให้ดู“หากเดินพ้นลานหินออกไปเล็กน้อยจะมีสระน้ำเล็กๆ ให้ได้ล้างหน้าล้างตัวกันด้วยนะ”‘ที่พูดถึงสระน้ำนี่สาบานได้ว่าไม่ได้คิดอะไรเกินเลยจริงๆแต่เห็นพวกผู้หญิงชอบนักเวลาเดินป่า’ เยี่ยนหรูแก้ตัวในใจ
“โอ้ดีจริงเชียว” หยางเถาอวี้พูดอย่างนึกถึงพวกปูปลา หากเจอพันธุ์ใหม่ๆจะได้จับไปเลี้ยงในมิติ หากแต่คนฟังทำท่าจะคิดไปไกล คล้ายเลือดกำเดาจะหยดไหลลงมาเมื่อเผลอจินตนาการไปถึงสิ่งที่พวกหญิงสาวชื่นชอบปกติเวลาเดินป่านานๆ พวกศิษย์หญิงมักดีใจที่เจอแหล่งน้ำพวกนางชอบลงไปล้างเนื้อล้างตัวกัน... เฮ้ย สาบานได้จริงๆว่าข้าแค่มีความคิดว่องไวผิดผู้คน ไม่ตั้งใจ ไม่มีเจตนาร้ายอื่นใดเล้ย ให้ตายสิ