"สะ สามี ท่านพี่"ในขณะที่เฟยหรงกำลังจูบเฟิงเยว่ฉานด้วยความเข้าใจผิดอยู่นั้นเอง เฟิงหยาลี่พลันเดินเขามาดวงตากลมโตมองไปยังสามีและพี่สาวของตนด้วยความตกตะลึงในใจ แน่นอนถ้าหากมีเพียงเฟิงหยาลี่คนเดียวอาจจะไม่ได้มีอะไรมากมาย แต่ทว่าด้านหลังของเฟิงหยาลี่นั้นคือเฟิงหยินและเฟิงหยางเซียนที่ตอนนี้ก็ล้วนแต่อึ้งงันกับภาพที่เห็น
เฟยหรงที่ได้ยินเสียงอันคุ้นเคยก็พลันชำเลืองมองในทันทีเวลานี้เขาเองก็อึ้งไปเหมือนกันและพลันเหลือบมองไปยังมือของหญิงงามที่ตนกำลังจูบอยู่ ปรากฏว่าสัญลักษณ์วิหคเพลิงของนางยังคงเป็นสีขาวหาใช่สีแดงไม่
"พรวด!!"
เฟยหรงผละตัวออกจากหญิงงามในทันใด ในเวลานี้เขาแทบอย่างจะบ้าตาย หญิงงามคนนี้เป็นใครกันเหตุใดจึงหน้าเหมือนกับเฟิงหยาลี่ทุกประการเช่นนี้
"เอ่อ.............."ชายหนุ่มราวกับอยากจะพูดอะไรออกมาแต่กลับไม่รู้จะอธิบายอย่างไรดี ส่วนทางด้านเฟิงเยว่ฉานเนื่องจากโดนครอบครัวพบเจอในสภาพที่น่าอับอายเช่นนี้นางจะอยู่ที่นี่ต่อไปได้อย่างไร หญิงงามมองไปที่เฟยหรงอย่างคากโทษก่อนจะวิ่งออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว
"ข้าว่าเรามีเรื่องต้องพูดคุยกันเยอะขึ้นเสียแล้วละ ข้าจะรอเจ้าอยู่ที่โถงใหญ่"เฟิงหยางเซียนกล่าวขึ้น และเดินออกไปส่วนเฟิงหยินนั้นเมื่อเห็นใบหน้าที่หนักอึ้งของเฟยหรงผู้เป็นดังลูกเขยก็อดไม่ได้ที่จะป้องปากและยิ้มออกมาอย่างขบขันและเดินตามสามีไป
"หึ เจ้าตัวร้าย ไม่คิดเลยว่าแม้แต่ท่านพี่ข้าก็ยังไม่ละเว้น"เมื่อทุกคนออกไปแล้ว เฟิงหยาลี่กอดอกพร้อมกล่าว เฟยหรงได้ยินดังนั้นก็พลันยกยิ้มเจื่อนๆออกมาก่อนจะเข้าไปสวมกอดหญิงงามผู้เป็นดังภรรยา "ที่รัก ข้าไม่ได้ตั้งใจ ข้าคิดว่าเป็นเจ้าก็เลยกระทำลงไป เจ้าเองก็รู้ข้ากล้าทำกล้ารับอยู่แล้ว"
เฟิงหยาลี่ได้ยินดังนั้นก็พลันหันมาและกอดเฟยหรงเอาไว้แน่น "เจ้าไม่ต้องพูดแล้ว ข้ารู้ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเข้าใจผิด แม้เจ้าจะตั้งใจทำจริงๆแล้วอย่างไร ข้าเคยบอกไปแล้วขอเพียงเจ้ารักข้าและข้ารักเจ้าเท่านั้นก็เพียงพอต่อให้เจ้าจะมีอีกร้อยพันคนข้าก็ไม่ว่าอะไร"
สองคนโอบกอดกันอยู่พักใหญ่ ก่อนที่เฟิงหยาลี่จะทำหน้าที่ภรรยาที่ดีเปลี่ยนอาภรณ์ให้เฟยหรงก่อนที่จะเดินออกไปเพื่อพูดคุยกับพ่อตาของเขาที่กำลังรออยู่ในโถงใหญ่
"เฟยหรง คาราวะท่านพ่อตาท่านแม่ยาย"เมื่อมาถึงแล้วเฟยหรงไม่รีรอที่จะผสานมือคาราวะในทันใด เฟิงหยางเซียนและเฟิงหยินต่างพยักหน้าให้และผายมือไปที่เก้าอี้เป็นสัญญานให้เฟยหรงและเฟิงหยาลี่นั่งลง ซึ่งเฟยหรงก็ทำตามอย่างไม่ลังเล
"ก่อนอื่นก็ขอต้อนรับเจ้าเข้าสู่ตระกูลเฟิงอย่างเป็นทางการ"เฟิงหยางเซียนกล่าวอย่างเป็นทางการ เฟยหรงพลันยกยิ้มให้อย่างเป็นกันเอง "ขอบคุณขอรับ"
"อืม ต่อไปเรื่องเจ้ากับหยาลี่ของพวกเรา แม้จะข้ามขั้นตอนไปบ้างแต่ข้าก็ถือว่าเจ้าเป็นบุตรเขยของข้าแล้ว"เฟยหรงได้ยินดังนั้นก็หันไปจับมือเฟิงหยาลี่เอาไว้ "เรื่องข้ามขั้นตอนพวกเราต้องขอโทษด้วยขอรับ แต่ทว่าข้ารับปากว่านับจากนี้จะดูแลนางอย่างดีไม่ให้ขาดตกบกพร่อง"
"หุหุ ลูกเขยตัวน้อยคำพูดนั้นสมควรเป็นภรรยาที่ต้องพูดถึงจะถูกนะ"เฟิงหยินกล่าวแซว ทำให้เฟยหรงหน้าแดงอย่างเขินอายและยกมือขึ้นมาเกาศรีษะแก้เขินในทันที
"ข้าเชื่อว่าเจ้าจะดูแลนางได้อย่างดีแน่นอน แต่...............!!"
"มีอะไรที่ข้าขาดตกบกพร่องไปหรือขอรับท่านพ่อตา ได้โปรดบอกมาเถิดข้าจะแก้ไขให้ดีขึ้นอย่างแน่นอน"เฟยหรงกล่าวถามด้วยความกังวลใจ สำหรับเขาคำว่าแต่มักจะน่ากลัวเสมอเพราะไม่รู้ว่าต่อจากนี้จะมีอะไรซ่อนอยู่บ้าง
"ไม่ต้องเครียดถึงขนาดนั้น คำว่าแต่ที่ข้าหมายถึงหาใช่เรื่องเลวร้ายไม่ในทางกลับกันเจ้าอาจจะต้องขอบใจข้าด้วยซ้ำที่ข้าใจดีขนาดนี้ ฮ่าๆๆๆ"เฟิงหยางเซียนยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์
"ท่านพี่ก็บอกไปเถอะ ท่านจะมัวอ้ำอึ่งอยู่ใย"เฟิงหยินกล่าวอย่างหมั่นใส้ สามีของนางไม่พูดออกไปเสียที ปล่อยให้ลูกเขยตัวน้อยของนางเกร็งไปหมดแล้ว
"อะแฮ่ม ข้าเชื่อว่าเจ้าจะดูแลหยาลี่ของเราเป็นอย่างดีแต่ทว่าด้วยการกระทำเมื่อครู่นี้เจ้าต้องรับเยว่ฉานไปเป็นภรรยาของเจ้าด้วย"เฟิงหยางเซียนกล่าวราวกับเป็นเรื่องปกติ
เฟยหรงที่ได้ยินถึงกับอึ้งไปในทันที เขาพลันมองไปทางเฟิงหยาลี่ที่นั่งอยู่ใกล้ๆแต่กลับเห็นเพียงรอยยิ้มที่สดใสของนางเท่านั้น สถานการณ์นี้มันอะไรกันนี่เขากำลังฝันไปใช่หรือไม่
"อะไรถึงกับดีใจจนพูดอะไรไม่ออกเลยงั้นหรือ ฮิฮิ"เฟิงหยินกล่าวหยอกล้อขึ้นมาอีกครั้ง แต่ทว่าเฟยหรงยังคงอึ้งงันเฉกเช่นเดิม ในเวลาเดียวกันเฟิงเยว่ฉานพลันพุ่งเข้ามาจากที่ใดก็ไม่รู้พร้อมกับใบหน้าที่บึ้งตึงอย่างเห็นได้ชัด
"ท่านพ่อ ท่านแม่ นี่มันหมายความว่าอย่างไร"
"อะไร??ก็แค่ให้เขารับผิดชอบในสิ่งที่ทำกับลูกเมื่อครู่ไง ไม่เห็นมีอะไรแปลก"เฟิงหยางเซียนกล่าว ภรรยาของเขาก็พยักหน้าเป็นเชิงสนับสนุน
"แต่นั่นมันแค่เรื่องเข้าใจผิดกัน พวกท่าน!!!"เฟิงเยว่ฉานถึงกับพูดอะไรไม่ออกเห็นได้ชัดเลยว่านางถูกพ่อแม่ของนางขายให้ชายหนุ่มเบื้องหน้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อีกทั้งน้องสาวตัวดีอย่างเฟิงหยาลี่ก็ไม่ได้ทักท้วงอะไรสักคำ
"เยว่ฉาน แม่รู้ว่าแผลเก่าที่ถูกหลอกของเจ้านั้นเจ็บปวดเพียงใด แต่เจ้าจะไม่ลองเปิดใจหน่อยหรือ"เฟิงหยินกล่าวขึ้น เฟิงเยว่ฉานที่ได้ยินพลันนิ่งอึ้งไป ในอดีตในตอนที่นางยังอายุไม่ถึงร้อยปีนางถูกคู่หมั้นของตัวเองซึ่งเป็นเผ่ามังกรหลอกใช้ให้ขโมยสมบัติของตระกูลวิหคเพลิงไม่ให้ก่อนจะทิ้งนางไปอย่างไม่ใยดี แผลใจที่เกิดจากความอ่อนหัดของนางนี้ยังคงเจ็บแสบเสมอเมื่อได้ยิน
"ท่านพ่อตา ท่านแม่ยาย ข้าว่าอย่าบังคับนางเลยขอรับ ข้าเองก็ไม่ได้สนใจสตรีที่ไม่มีใจให้ตนเองไม่ การกระทำเมื่อครู่หากจะให้ทำอะไรเพื่อเป็นการไถ่โทษข้าพร้อมยินดีที่จะทำ"เฟยหรงกล่าว แน่นอนด้วยนิสัยเจ้าชู้เป็นทุนเดิมการที่ได้ภรรยามาเพิ่มอีกคนเหตุใดเฟยหรงจะไม่ยินดี แต่ทว่าชายหนุ่มเองก็มีความยึดมั่นในตนเองเช่นกันเฟยหรงปฏิญาณตนเอาไว้ตั้งแต่แรกว่าคนที่จะมาเป็นภรรยาของเขาจะต้องรักในตัวเขาเท่านั้น ในกรณีของเฟิงเยว่ฉานในเมื่อนางไม่ได้มีใจให้แล้วเหตุใดเฟยหรงต้องดันทุรังรับนางมาเป็นภรรยา หากเขาทำเช่นนั้นไม่ใช่ว่าทั้งนางและเขาจะไม่มีความสุขหรอกหรือ นั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการให้มีอยู่ในครอบครัวของเขาอย่างแน่นอน
"เอาละๆงั้นเอาเช่นนี้ เยว่ฉาน เจ้าก็ลองเดินทางออกไปพร้อมกับน้องเจ้าก็แล้วกัน หากไม่ได้รักไคร่กันจริงๆจะกลับมาก็ยังไม่สาย อีกทั้งการออกไปครั้งนี้ก็ถือว่าได้ผ่อนคลายไปในตัว"เฟิงหยางเซียนกล่าวตัดสินใจ เฟยหรงเมื่อเห็นดังนั้นก็ถอนหายใจออกมา ต้องโทษที่ตอนตื่นขึ้นมาใจเร็วจนเกินไปและทำให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นขึ้นมาซะได้ ไม่เช่นนั้นคงไม่ตกอยู่ในสถานการณ์ที่หนักอึ้งเช่นนี้
"หวังว่าเจ้าคงจะไม่ขัดข้องนะ"เฟิงหยางเซียนกล่าวขึ้น เฟยหรงเองก็ตอบรับไปแต่โดยดี ส่วนเฟิงเยว่ฉานนั้นตอนนี้นางก็ทำสีหน้าเย็นชาเช่นเดิมและเดินออกไป เฟิงหยาลี่ผู้เป็นน้องเองก็อาสาตามไปในทันที
ในเวลานี้พลันทำให้เฟิงหยางเซียนและเฟิงหยินถึงกับถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย การที่พวกเขาจับคู่ให้กับบุตรสาวคนโตเช่นนี้แท้จริงไม่ได้เกิดขึ้นจากเหตุการณ์เมื่อครู่แต่อย่างใด แต่ทั้งเฟิงหยางเซียนและเฟิงหยินต่างกันพ้องกันว่าเฟยหรงเหมาะสมที่สุดที่จะรักษาบาดแผลในใจของลูกสาวนาง เนื่องจากมีทั้งพลัง ความหล่อเหลา ความเด็ดเดียว และสุดท้ายคือความรักในภรรยที่มากล้นถึงขนาดทำได้ทุกอย่าง
แน่นอนทุกอย่างพวกเขาไม่ได้พูดเกินจริงเลยแม้แต่น้อย หลักฐานที่ทำให้พวกเขาเห็นคุณสมบัติทั้งหมดนี้ของชายหนุ่มก็คือการที่เขายืนหยัดต่อสู้กับเทพนิรันทร์สองคนของตำหนักเทพเจ้าสวรรค์เพื่อเฟิงหยาลี่อย่างไม่ยอมแพ้นั่นเอง