เมื่อยามรัตติกาล

    บทที่61 ข้ามผ่านประตูธรณี

    ก่อนที่ความเงียบจะเข้าปกคลุม กลุ่มของเวยป๋อก็เริ่มจับกลุ่มคุยกันอีกครั้ง เสียงประจบสอพลอดังข่มขวัญผู้เข้าสอบคนอื่นอย่างไม่อายฟ้าดิน “พี่เวยป๋อมีสกิลพาสซีฟ ระดับ S ที่หาได้ยากยิ่ง การทดสอบรอบพิเศษครั้งนี้ พี่ต้องทำดาเมจ ถล่มทลายแน่!”

     

    ฮันเตอร์อีกคนรีบกล่าวเสริม ยกยออีกฝ่ายจนตัวลอย “ด้วยสกิล ‘ดับเบิล’ ที่ติดตัวพี่อยู่ ผมว่าค่า DPS (ดาเมจต่อวินาที) ของพี่ต้องพุ่งเป็นอันดับต้นๆ ของรุ่นแน่นอนครับ”

     

    เวยป๋อยืดอกรับคำชม ด้วยความภาคภูมิใจ ทว่าลึกๆ ในใจเขากลับมีความประหม่าอยู่ลึกๆ การทดสอบของมหาวิทยาลัยราชัน ไม่เคยมีคำว่า 'ง่าย'

     

    เชนซึ่งยืนรอการขานเรียกอยู่อย่างสงบ ลอบประเมินฮันเตอร์ แถวนี้อย่างละเอียด เลเวลเฉลี่ยของคนที่นี่ สูงกว่าฮันเตอร์ทั่วไปอย่างน่าตกใจ สมกับที่เป็นแหล่งรวมสัตว์ประหลาดของแผ่นดินมังกร

     

    ถัดไปหลังม่านบานประตูยักษ์ที่ทุกคนอยากข้ามไป พื้นที่สำหรับผู้ที่ผ่านการทดสอบรอบพิเศษไปแล้วกำลังคึกคัก เหล่าอัจฉริยะต่างพากันตั้งท่ารักษาวางมาดของตนอย่างเต็มที่

     

    ท่ามกลางเสียงพูดคุย มีเสียงหนึ่งของชายหนุ่มเอ่ยขึ้นด้วยความกังวล ซึ่งถ้าเชนมาได้ยิน เขาคงจดจำน้ำเสียงนี้ได้ทันที

     

    “หากรุ่นพี่ไม่ผ่านการทดสอบขึ้นมา เราจะทำอย่างไรกันดี?”

     

    ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ อกผายไหล่ผึ่งดูองอาจในชุดนักเรียนของค่ายมหาวิทยาลัยราชัน หันไปเขกหัวรุ่นน้องตัวแสบดัง ปัก! “มันจะเป็นแบบนั้นไปได้อย่างไร!”

     

    รุ่นน้องคนนั้นทำหน้าทะเล้นแลบลิ้นปลิ้นตา ก่อนจะรีบโบกมือให้หญิงสาวที่กำลังก้าวผ่านประตูทดสอบเข้ามา

     

    เมื่อนางก้าวพ้นธรณีประตู หญิงสาวเก็บท่าทีเงียบขรึม มือเรียวขยับดันแว่นสายตาขึ้นเบาๆ ผมสีดำขลับของนางไหววูบไปตามแรงเคลื่อนที่ พริบตานั้นร่างของนางก็เกิดเป็นภาพเงาทับซ้อน ทิ้งไว้เพียง ออร่าสีม่วงจางๆ

     

    ก่อนหญิงสาวจะไปปรากฏตัวอยู่ท่ามกลางกลุ่มคนด้วยสกิลเคลื่อนที่อันเหนือชั้น ความงามที่แฝงไปด้วยความเยือกเย็นของนางดึงดูดสายตาฮันเตอร์ชายรอบข้างจนยากจะถอนสายตาออกในเสี้ยวขณะ

     

    ตัดกลับไปด้านหน้าการทดสอบ เป็นช่วงเวลาพอดีที่หมายเลข เชนถูกเรียก เข้าไปทำการทดสอบ

     

    เวยป๋อยิ้มออกมาด้วยความลำพองตน “เจ้าซวยแน่ เจ้าหนุ่ม”

     

    เชนสีหน้าเย็นชาเอง ตอบออกไปเช่นกันที่อีกฝ่ายมาเดินเบียดเขา “คุณชายเวยป๋อ ก็ระวังตัวไว้บ้าง ได้ยินว่าแรงบาดเจ็บ จากการทดสอบเป็นของจริง เพื่อง่ายต่อการประเมิน อย่างไรต้องระวังตัวด้วย”

     

    “แน่นอน ข้าต้องไม่เป็นอะไรอยู่แล้ว” ขณะกล่าวด้วยความมั่นใจ ก็ตรงไปยังเครื่องทดสอบหมายเลขของตน

     

    เมื่อพวกเขาเข้าสู่เครื่องจำลองสภาวะเสมือน แขนกลขนาดใหญ่คีบตัวเชนไว้ เพื่อจำลองแรงเหวี่ยง และการเคลื่อนไหวให้สมจริง รับรู้แรงกดดัน น้ำหนักประหนึ่งต่อสู้กับบอส

     

    พริบตาที่ระบบเริ่มทำงาน ภาพโฮโลแกรมในสนามประลองก็สว่างวาบขึ้น ปรากฏร่างชายหนุ่มในชุดโมบิลสูทสีดำสนิท ผมสีแดงราวกับเลือดปลิวสยาย มีอาวุธลอยเด่นอยู่เบื้องหลังถึงสามชิ้น

     

    วูม!

     

    พริบตายังไม่ทันให้เชนเตรียมตัว กัดแขนตนเองใช้ [สกิลติดตัวกลืนเลือด] ดาบก็พุ่งปักผ่านหน้าเชน เกิดรอยบาดแผล ปลอมอย่างรวดเร็ว

     

    ปัง! วูม!

     

    ร่างเชนวูบไหวขยับเคลื่อนที่ทันที เมื่อเหวี่ยงมีดเหล็กดำออกไปโจมตีปะทะ ตรงๆ

     

    ก่อนจะใช้สกิลสร้างเครื่องหมาย (มาร์ค) ไปยังตัวรุ่นพี่ จ้านสวีจีได้ เชนก็จัดการทำดาเมจ รุ่นพี่เหมือนตั้งโปรแกรมจากระบบ มีการเคลื่อนไหวแบบ ซ้ำ ๆ ที่จับทางได้อย่างสบาย

     

    ที่น่าหวาดกลัวคงจะเป็นสกิลระเบิดพลังรอบตัว พลังทำลายนั้นคือของจริงอย่างแน่นอน และหอกพุ่งสังหารในตอนท้าย ทำให้เชนสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแห่งความตาย ที่สมจริงอย่างยิ่ง

     

    เมื่อเขาออกมาจากการทดสอบ กลางลำตัวเชนก็มีร่องรอยสีสเปรย์ บ่งบอกถึงจุดตายใหญ่ ที่เขาโดนการโจมตีสุดท้ายรุ่นพี่จ้านสวีจี ทำไว้

     

    รุ่นพี่ผู้คุมสอบมองเชนด้วยความแปลกใจ เดิมทีเขาแอบเตรียมยิ้มเยาะ ‘สายสนับสนุน’ คนนี้ไว้แล้ว แต่เมื่อเห็นตัวเลขดาเมจ 31% บนหน้าจอ เขาก็ต้องรีบเก็บอาการทันที เพราะเชนผ่านเงื่อนไขสุดโหดมาได้อย่างหวุดหวิด

     

    ขณะเดียวกัน เครื่องข้างๆ ส่งเสียงสัญญาณเตือนดังลั่น ฮันเตอร์บางคนถูกหามออกมาในสภาพหมดสติและเต็มไปด้วยสีสเปรย์ทั่วตัว เวยป๋อเองก็เดินออกมาด้วยดาเมจ 30% พอดีเป๊ะ

     

    ทว่าดวงตาของมันกลับสั่นระริกด้วยความหวาดกลัว ขาที่เคยยืนหยัดอย่างมั่นคงกลับสั่นเทาจนแทบจะทรงตัวไม่อยู่ สุดท้ายมันก็ถูกหิ้วปีกออกไป ในสภาพที่ดูไม่ได้

     

    เชนพลางส่ายหัวน้อยๆ หากเขาไม่ได้มีพลังปราณ ระดับ 5 บวกกับใช้สกิลติดตัวกลืนเลือดตนเอง ก็คงจะไม่ผ่านเช่นกัน

     

    ก่อนเสียงกระแอมไอจะดังขึ้นเบาๆ จากรุ่นพี่ “เชิญน้องชาย เจ้าผ่านการทดสอบ รอบพิเศษของมหาวิทยาลัยราชันของเราแล้ว”

     

    เชนพยักหน้าและเดินตามไปด้วยสีหน้าเรียบเฉย จนรุ่นพี่แอบคิดในใจด้วยความหมั่นไส้ ‘ไอ้เด็กนี่มันทำหน้าเหมือนการทดสอบนี้ ง่ายนักหรือไง?’ ทว่าในใจเขาก็ต้องยอมรับว่าเวลาเพียง 2 นาทีเศษที่เชนอยู่ในนั้น... ไม่ธรรมดาจริงๆ

     

    …บานประตูธรณีเขตฮันเตอร์ผ่านการทดสอบ เปิดขึ้นอีกครั้ง ซึ่งมันทำให้ใครหลายคนมองจอมอนิเตอร์ เห็นสายอาชีพสนับสนุน ต่างก็พากันขมวดคิ้วมุ่นกันเล็กๆ เมื่อมองผู้ก้าวเท้ามาเยือน ผมสีขาวปลิวไสว…

     

    บนภูเขาคฤหาสน์ไม้หลังใหญ่ ตั้งตระหง่านอย่างงดงาม ไม่ห่างจากสถานที่ทดสอบ…บริเวณริมระเบียงที่เปิดกว้าง โจวยี้ จะกล่าวพึมพำที่เห็น เชน ผ่านการทดสอบ “หลี่ไป๋ ท่านคิดอะไรของท่านอยู่กัน ที่ทาบทามเด็กคนนี้มา”

     

    ชายวัยกลางคนในชุดลำลอง แผ่กลิ่นอายกดดันไม่ธรรมดา พลางยื่นถ้วยชา ออกไปหาโจวยี้ เมื่อกล่าว “ข้ารู้เจ้าเป็นห่วงเด็กนั้น ภายในใจลึกๆ แต่เขาจะมาถึงจุดที่เราอยู่ได้หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับตัวเขาเอง”

     

    โจวยี้ ดื่มชาลงคอรวดเดียว อึก! เขาก็จะลงไปดูความเรียบร้อยด้านล่าง เมื่อพวกหัวหน้าหน่วยเริ่มเคลื่อนไหว คล้ายว่าการทดสอบพิเศษ…ใกล้จะสิ้นสุด ลงแล้ว