ตอนที่ 63 เรือนผมสีเงิน
ลูกค้าภายในร้านอาหารสามเวลาในตอนนี้ ต่างอดใจรอกันไม่ไหวแล้ว แม้ทางด้านไลท์จะเร่งตักอาหารให้กับลูกค้าที่อยู่ในแถว อย่างเร็วที่สุดแล้วก็ตาม
แต่ด้วยปัญหาที่ลูกค้า นั้นไม่รู้จักและไม่คุ้นเคยกับรูปลักษณ์ของอาหารที่ไลท์นั้นทำ นี้จึงเป็นสาเหตุให้บางคน หยุดซักไซ้ถามถึงรสชาติของอาหารจากไลท์ที่เป็นพ่อครัวอยู่นานสองนาน ทำให้แถวเกิดการติดขัดอยู่นานสองนาน
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้บางคนจะรับรู้ถึงรสชาติของอาหารที่ไลท์ได้อธิบายไปก่อนหน้านี้บ้างแล้ว กระนั้นลูกค้าบางกลุ่มก็ยังอยากที่จะเอ่ยถามคำถามซ้ำๆ พวกนี้จากไลท์อีกอยู่นี้ เนื่องด้วยต้องการผูกสัมพันธ์กับไลท์ เฉกเช่นดียวกับกลุ่มของคาห์นที่สนิทสนมกับไลท์ อยู่พอสมควรนั่นเอง
โดยคนที่มีจุดประสงค์จะผูกสัมพันธ์ทางไมตรีกับไลท์มากที่สุด ก็คงจะหนีไม่พ่น ‘แมท’ ลูกชายของหัวหน้าหมู่บ้านดาราฉาย ที่เคยโดนแรงกดดันทางจิตสังหารจากเอลล่าและแอลที่แอบช่วยเหลือไลท์จากทางด้านหลังของครัวไปในก่อนหน้านี้
“ท่านไลท์พอจะมีอะไรให้ผมช่วยไหมครับ?”
แมทถือจานข้าวของตัวเองที่ซื้อเสร็จแล้ว มายืนเกาะแกะ ไลท์ที่กำลังวุ่น อยู่ไม่ห่าง...จนสร้างความรำคาญให้กับตัวพ่อครัวหนุ่มอยู่ไม่น้อย
แต่เนื่องด้วยตอนนี้ ไลท์กำลัง หัวหมุนอยู่กับกลุ่มลูกค้าคนอื่นๆ ทำให้เจ้าตัวไม่มีเวลาหันมาบ่นแมทมากเท่าไหร่นัก นอกเสียจาก ไล่ให้ไปกินข้าวในมือของตัวเองให้หมด
“ไม่เป็นไรครับขอบคุณ...ท่านแมทรีบกลับไปกินข้าวเถอะครับ เดี๋ยวมันจะเย็นแล้วจะเสียรสชาติ” ไลท์พูดกับแมทเสร็จ ก็หันหน้าไปคุยกับลูกค้าคนอื่นๆ ต่อ
อย่างไรก็ตาม แม้คำพูดของไลท์จะพูดออกไปด้วยน้ำเสียงที่เจือความรำคาญอยู่บ้าง แต่กลับกัน ทางด้านของแมทกลับไม่รู้สึกเช่นนั้นเลยสักนิด
ทว่าแมทที่มีนิสัยหยิ่งยโส กลับดีอกดีใจที่ได้ยิน ไลท์เรียกชื่อตนเองออกมาเช่นนี้
‘ท่านผู้อาวุโส เริ่มจำเราได้แล้ว ถึงได้เรียกชื่อของเราออกมาถูก’ แมทยิ้มหน้าบาน ก่อนจะขอตัวลากลับไปกินอาหารที่แสนอร่อยในมือ
ไม่รู้ว่า หลังจากที่โดน จิตสังหารอัดกระแทกจนล้มกระเด็น ไถลไปกับพื้น นั้นทำให้สมองของแมท หรือบุคลิกที่เคย หยิ่งยโส ของชายผู้น่าหมั่นไส้คนนี้ นั้นเปลี่ยนไปหรืออย่างไร?
หรือจะเป็นการที่แมทได้เผอิญไปเห็น ตอนที่ไลท์กำลังผัดผักบุ้งไฟแดงและมีไฟพวยพุ่งขึ้นไปบนฟ้า และเกิดความประทับใจอะไรขึ้นมา
จู่ๆ แมท ก็ได้เปลี่ยนท่าที ที่มีต่อไลท์ จากหน้ามือเป็นหลังมือ ภายในชั่วพริบตา
แมทเริ่มมองไลท์ ที่เคยปรามาสว่าเป็นเพียงแค่พ่อครัวในร้านเก่าๆ แห่งนี้ เปลี่ยนไป อีกทั้งนิสัยการกินของแมทที่เคยกินแต่อาหารแพงๆ ก็ถูกอาหารของไลท์ที่มีราคาต่ำเตี่ยเรี่ยดินทั้งมื้อเช้าและมื้อกลางวัน ครอบงำจนโงหัวไม่ขึ้น
ในมื้อเช้า แมทได้สัมผัสกับความหอมและความนุ่มจากเนื้อเสียบไม้ ที่มีรสชาติแสนอร่อย
ส่วนในมื้ออาหารกลางวัน แมทได้เรียนรู้ถึงรสชาติความเผ็ดที่มาจากกะเพราและผัดผักบุ้งไฟแดงของไลท์ ถาโถมเสียจนปากบวมแดง พร้อมกับน้ำตาและเหงื่อที่ไหลพราก
เพียงแค่ สองมื้ออาหารเท่านั้น ความทระนงตนของแมทก็พลันถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิง!
“ขอบคุณครับไว้มาอุดหนุนร้านของเราอีกนะครับ” ไลท์ได้กล่าวลาลูกค้าคนสุดท้ายในมื้อกลางวันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
เขาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ภายในร้าน ด้วยความเหน็ดเหนื่อย ทั้งนี้อาการเหน็ดเหนื่อยที่ไลท์ต้องเผชิญ มันไม่ใช่ความเหนื่อยจากการทำอาหารหรือทำงานหนัก เพราะสองสิ่งนี้คือสิ่งที่เขาคุ้นชินดีอยู่แล้วจากการทำงานในโลกก่อน ที่หนักกว่านี้หลายสิบเท่า
เพียงแต่ที่ทำให้เขาเหนื่อยมากที่สุดก็คงจะเป็น เหนื่อยจากการพูด ที่ต้องอธิบายถึงรสชาติของอาหารให้กับลูกค้าได้เข้าใจต่างหาก
‘คงต้องหาวิธีใหม่แล้ว’
ไลท์พูดกับตัวเองในใจ แม้วิธีการขายแบบข้าวแกงของเขาในช่วงกลางวันที่ผ่านมา จะเป็นวิธีการขายที่ได้ผลตอบรับที่ดีพอสมควร อีกทั้งยังช่วยให้ไลท์ประหยัดเวลาลงไปได้มาก จนสามารถผ่านภารกิจรองมาได้อย่างไม่ยากเย็น
แต่กระนั้นการจะให้เขามาอธิบายถึงชื่อเรียกของอาหารซ้ำแล้วซ้ำเล่าแบบนี้ เขาคงหมดแรงไปก่อนแน่ๆ
ภารกิจรอง: มื้อเที่ยงอันแสนวุ่นวายครั้งที่ 1 : ภารกิจสำเร็จ
รางวัล: สิทธิ์หมุนวงล้อนำโชคจำนวน 1 ครั้ง , แต้มร้านค้าในระบบ 300 แต้ม
ระดับความยาก: ปานกลาง
ลูกค้า 100/100
ไลท์ปิดหน้าต่างภารกิจรองที่สำเร็จลุล่วง ด้วยหน้าตาที่อิดโรย ส่วนภารกิจหลักที่ได้รับมอบมาพร้อมๆ กัน ที่มีรายละเอียดของภารกิจคือการเพิ่มค่าชื่อเสื่องให้กับร้าน หลังจากผ่านพ้นมื้ออาหารกลางวันนี้ไป ค่าชื่อเสียงของร้าน ก็ได้เพิ่มขึ้นจากเดิม ‘381 แต้ม เป็น 541’ เข้าไปแล้ว
“พี่ไลท์...คุณตาและคุณยาย เรียกให้มาตามไปกินข้าวค่ะ” เอลล่าโผล่หน้าออกมาจากด้านหลังของห้องครัว
และเมื่อไลท์หันไปมองตามเสียงเรียกของเอลล่า ตัวไลท์ก็ต้องผงะไปเล็กน้อย เมื่อมีบางอย่างเปลี่ยนไปกับร่างกายของเอลล่า
“เอลล่า เกิดอะไรขึ้นกับผมของเธอ?!” ไลท์ถามด้วยความตกใจ เมื่อจู่ๆ เรือนผมสีเงินอันเงางามของเอลล่า กลับถูกย้อมจนเป็นสีดำเกือบทั้งหมด เหลือไว้ก็แต่เพียงโขนผมและปลายผมที่ยังคงเป็นสีเงินเฉกเช่นเดิม
อย่างไรก็ตามไม่ใช่แค่เอลล่าเพียงคนเดียว ที่มีสีผมที่เปลี่ยนไปทางด้าน แอล ผู้เป็นน้องชายของเธอ ก็ถูกย้อมด้วยสีดำแบบเดียวกัน เพียงแต่ในส่วนของแอล ครึ่งซีกด้านซ้ายที่อยู่ด้านเดียวกับหัวใจยังคงเป็นเรือนผมสีเงิน ส่วนอีกครึ่งซีกถูกย้อมให้กลายเป็นสีดำสนิท ให้ความรู้สึกเหมือน เป็นคนสองบุคลิกอะไรทำนองนั้น
ไลท์รีบเดินเข้าไปหาเด็กทั้งสองคนเพื่อไต่ถาม ถึงการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้
“พวกเราเห็นเจ้าโปริ่งเปลี่ยนสีของมันได้ เลยอยากที่จะเปลี่ยนสีผมของตัวเองดูบ้าง แต่ไม่คิดว่ามันจะออกมาเป็นแบบนี้” น้ำเสียงของเอลล่าดูเศร้าอย่างเห็นได้ชัด
ไม่ใช่ว่าเธอรู้สึกผิดกับสิ่งที่ได้ลงไป หากแต่ผิดหวังที่ผลลัพธ์ไม่เป็นดั่งที่เธอหวังเอาไว้ต่างหาก
“พี่เอลล่ากับผม พวกเราสองคนเกลียดผมสีเงิน!” แอลที่ยืนอยู่ข้างเอลล่า เป็นฝ่ายพูดแทรกขึ้นมาบ้าง โดยในระหว่างที่พูด เด็กชายก็กำผมสีเงินของตัวเองเอาไว้ พร้อมกับเรียกใช้พลังเวทที่ไลท์ไม่รู้จัก
ปลดปล่อยพลังเวทสายหนึ่งออกมา โดยมีเป้าหมายคือผมของตัวเอง มีน้ำเมือกๆ สีดำอันเหนียวข้น คล้ายกับหมึกสีดำ ไหลออกมาเต็มฝ่ามือของเด็กชาย
ทว่าเรือนผมสีเงินที่ถูกจับ กลับไม่มีอะไรเปรอะเปื้อนสีดำเลยแม้แต่นิดเดียว
“ทำไมพวกเธอถึงเกลียดสีผมของตัวเองกันล่ะ? ผมสีเงินแบบนี้ก็สวยดีไม่ใช่เหรอ?”
“ไม่สวย” เอลล่าและแอลตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ
“ผมสีเงิน คือสีผมเดียวกับพ่อ พี่ชายและพี่สาวของพวกเรา” หลังจากไลท์ ได้ปลอบเด็กทั้งสองอยู่สักพักหนึ่ง เอลล่าก็ได้บอกเล่าเรื่องนี้ถึงความเป็นมาของผมสีเงินให้กับเขา
ไลท์ได้ยินดังนั้นก็พลันเข้าใจ ถึงเหตุผลและการกระทำของเด็กทั้งสองคนที่ตัดสินใจใช้พลังเวทกับผมของตัวเอง ทั้งหมดก็เพื่อเปลี่ยนสีของพวกมัน แต่กระนั้นแม้พลังเวทของทั้งสองจะกล้าแกร่งเพียงใด
สุดท้ายมันก็ยังไม่อาจเอาชนะต่อสายเลือด ที่ถึงแม้จะเป็นเพียงแค่ลูกที่เกิดจากนางสนม แต่ทั้งสองก็มีสายเลือดของราชวงศ์ เดอ ลูน่า แห่งอาณาจักรลูนาเทียไหลเวียนอยู่ในร่างกายนี้อยู่ดี
ผมสีเงินในโลก The Gloria มีเพียงผู้ที่สืบสายเลือดของราชวงศ์ เดอ ลูน่า เท่านั้นที่จะมีสีผมดังกล่าวนี้ติดตัวมาตั้งแต่เกิดและด้วยผมสีเงินนี้ ทำให้เอลล่าและแอลไม่กล้าออกไปเจอหน้าผู้อื่น โดยเฉพาะคาห์นที่อดีตเป็นเคยทหารของอาณาจักร ที่ตัวของคาห์นน่าจะรับรู้ถึงเอกลักษณ์ประจำตัวของราชวงศ์นี้นั่นเอง
“ไปกินข้าวกันเถอะ”
ไลท์จูงมือเด็กทั้งสองคนที่กำลังเศร้า กลับไปยังโต๊ะอาหารที่มีคุณตา คุณยายและเจ้าโปริ่ง รออยู่ก่อนแล้ว
โดยอาหารเที่ยงของพวกเขาก็คือข้าวแกงที่เหลืออยู่อย่างละเล็กน้อย ซึ่งในระหว่างที่ทุกคนกำลังกินกันอย่างเพลิดเพลิน ทางด้านหน้าร้านอาหารก็ได้มีรถม้าคันหนึ่งที่ได้บรรทุกของมาเต็มคันรถ ขับเข้ามาจอด
ก่อนจะมีสองชายหญิง ก้าวลงมาจากรถ ซึ่งทั้งสองคนที่ว่าก็ไม่ใช่ใครอื่น ไรอันและจีน่า สองสามีภรรยาจากร้านค้าในหมู่บ้านดาราฉายนั่นเอง
“ไรอันกับจีน่า ไม่ใช่เหรอ? ทั้งสองคนมาทำอะไรกันที่นี่” แมทที่ตอนนี้กำลังสวมบทบาททำตัวเป็น ผู้รักษาความปลอดภัยให้กับร้านอาหารสามเวลา ได้เดินเข้าไปทักทายกับไรอันและจีน่า
“ท่านแมท?!” ไรอันและจีน่า ดูจะตกใจกับการที่ได้เห็น แมท มาอยู่ที่แห่งนี้มากพอสมควร
แน่นอนว่า นอกจากทั้งสองจะรู้จักแมทเป็นการส่วนตัวแล้ว พวกเขานั้นยังรู้ถึงนิสัยที่ไม่ดีของแมทอีกด้วยว่า มีนิสัยที่ร้ายกาจมากแค่ไหน
“พวกเรามาส่งวัตถุดิบให้กับคุณไลท์ ที่ได้สั่งเอาไว้” ไรอันเปิดผ้าคลุมรถเข็นออกเล็กน้อยให้แมทได้เห็นถึงของที่อยู่ด้านใน
“ตอนนี้ ‘ท่านไลท์’ กำลังพักกินข้าวอยู่ พวกคุณรออยู่ข้างนอกก่อนก็แล้วกัน อย่าเพิ่งเข้าไปรบกวน” แมทใช้คำพูดออกแนวบังคับ พร้อมกับเอาตัวเข้าไปขว้างประหนึ่งได้รับคำสั่งจากไลท์ว่าห้ามให้ใครรบกวน
ทั้งที่จริงๆ แล้ว ไลท์ไม่เคยสั่งและไม่รับรู้ถึงการที่แมท เข้ามายุ่งวุ่นวายกับร้านของเขาในครั้งนี้เลยสักนิด
อย่างไรก็ตาม ก่อนที่เรื่องจะบานปลายและทำให้เกิดความเข้าใจผิด จู่ๆ เสียงของไลท์ก็ได้ดังขึ้นจากด้านในของร้าน
“คุณแมท คุณกำลังทำอะไรอยู่? คุณไรอันและคุณจีน่าคือแขกของผม ฉะนั้นเปิดทางให้กับพวกเขาเข้ามา ก่อนที่ผมจะไม่เตือน” น้ำเสียงที่พูดกับไรอันและจีน่า ออกแนวสุภาพ...แต่กับแมท ไลท์ได้ใช้น้ำเสียงดุ เพื่อตักเตือนว่าอีกฝ่ายกำลังล้ำเส้น
สิ้นเสียงของไลท์ ทุกคนที่อยู่ด้านนอกร้านก็หันเข้าไปมองด้านในของร้านอาหารที่เป็นร้านอาหารเปิดโล่ง เพียงแต่...ไม่มีวี่แววว่าไลท์อยู่ด้านในเสียอย่างนั้น
‘เอาแล้ว...นี้มันพลังลึกลับจากท่านไลท์อีกแล้ว ใช่ไหม’ แมทที่เคยได้สัมผัสและเห็นถึงพลังของไลท์มากับตัวเอง
เริ่มขนลุกซู่...พลางรีบถอยห่างจากร้านไปหลายสิบก้าว และในทุกๆ ย่างก้าวที่เดินถอยหลัง แมทก็โค้งคำนับลงหนึ่งครั้ง พร้อมกับพูดขอโทษไลท์อยู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ทั้งหมดนี้ สร้างความแปลกใจให้กับ ไรอันและจีน่าเป็นอย่างมาก...ลำพังแค่เพียงชายหนุ่มธรรมดาๆ คนหนึ่ง เหตุใดถึงกำราบ คุณชายผู้เอาแต่ใจอย่างแมท ได้ถึงเพียงนี้
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
เข้าไปร่วมพูดคุยกับไรท์หรือสมาชิกนักอ่านคนอื่นๆ ได้ที่แฟนเพจตามลิงค์ด้านล่างเลยนะครับ
www.facebook.com/writelazy
ตารางการลงนิยายเวลา 18.00 หยุดวันพุธ