"องค์ชายห้าเพคะ ได้เวลาเสวยโอสถแล้วเพคะ"
จวินหลิงหยางชุนที่มีด้านในเป็ิญญาของจางเวินฮั่นใช้แขนเล็กยันตัวขึ้นนั่งจากตั่งไม้ แล้วสั่งให้นางกำนัลประจำตัวของตัวเองวางถ้วยยาไว้ที่โต๊ะด้านหน้าพร้อมกับบอกให้อีกฝ่ายจัดเตรียมคนเพราะเขาจะออกไปเดินเล่นที่อุทยานหลวง
"จะดีหรือเพคะองค์ชาย ยามนี้ยังมีลมเย็นเหลืออยู่ นู๋ปี้เกรงว่าพระองค์จะประชวรเอาได้นะเพคะ"
อี้ฟาง นางกำนัลที่รับใช้องค์ชายห้ามาั้แ่ยามประสูติย่อกายคุกเข่าลงด้านข้างของพระวรกายเล็กขององค์ชายห้า แม้ยามนี้จะมีพระชนมายุได้ 13 พรรษาแล้ว แต่ด้วยมีร่างกายอ่อนแอมาั้แ่กำเนิดจึงยังมิเติบโตเท่าเด็กในวัยเดียวกัน องค์ชายห้าของนางมีรูปร่างเล็กบางราวกับเด็กอายุไม่ถึงสิบขวบดี ยามเดินเหินนางกำนัลและขันทีทั้งตำหนักล้วนหวั่นเกรงว่าหากสะดุดล้มจะสามารถาเ็สาหัสเอาได้
จวินหลิงหยางชุนเห็นใบหน้าเป็กังวลของคนสนิทก็อดรู้สึกเกรงใจไม่ได้ หากแต่วันนี้เขามีภารกิจที่ระบบจาก์ให้มา จึงต้องปฏิเสธความหวังดีของอีกฝ่าย
"เปิ่นหวางไม่ป่วยเพิ่มไปมากกว่านี้แล้วล่ะ พวกเ้าไปเตรียมตัวเถอะ นำเสื้อคลุมมาให้เปิ่นหวางอีกชั้นก็ได้"
"นู๋ปี้รับคำสั่งเพคะองค์ชายห้า"
ดวงตากลมโตมองไล่หลังนางกำนัลสามคนที่เดินไปยังห้องแต่งตัวของเขา ก็ผินหน้ากลับมามองยาต้มสมุนไพรสีดำซึ่งกำลังขึ้นควันเล็กน้อยในถ้วยกระเบื้องด้วยสีหน้าเหยเก
[คำเตือน ตรวจพบโอสถบำรุงร่างกายระดับต่ำ ระบบแนะนำให้เททิ้งจะดีต่อร่างกายมากกว่าขอรับ ]
จวินหลิงหยางชุนมองข้อความจากระบบที่ผุดขึ้นมากลางอากาศ ดวงหน้าขาวซีดพยักหน้ารับกับคำพูดของระบบ เขาคว้าถ้วยยาก่อนจะเดินไปยังหน้าต่างแล้วเทยาน้ำสีดำที่มีกลิ่นชวนคลื่นเหียนลงไปตรงพุ่มไม้ด้านล่าง จากนั้นก็รีบนำยาไปวางบนโต๊ะเหมือนเดิมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
จวินหลิงหยางชุนส่งเสียงขึ้น "เปิ่นหวางดื่มยาเสร็จแล้ว"
เป็อี้ฟางที่รีบรุดออกจากห้องแต่งตัวกับนางกำนัลอีกสองคนที่หอบเสื้อคลุมตัวหนาขององค์ชายห้าตามมาด้านหลัง
"นู๋ปี้จะช่วยองค์ชายสวมเสื้อคลุมเองเพคะ"
อี้ฟางนำองค์ชายห้าเสด็จมาด้านหน้าคันฉ่อง ด้วยส่วนสูงขององค์ชายที่น้อยกว่านางมากนัก นางกำนัลหญิงจึงคุกเข่าลงก่อนจะช่วยกันกับนางกำนัลอีกคนสวมเสื้อคลุมตัวหน้าให้กับองค์ชายน้อยของพวกนางอย่างเบามือเพื่อช่วยเพิ่มความอบอุ่นและป้องกันพระวรกายเล็กจากความหนาวเย็นที่อาจทำให้ประชวร
"องค์ชายห้าเพคะ ไม่เสด็จประทับบนเกี้ยวหรือเพคะ"
นางกำนัลหญิงที่เห็นองค์ชายน้อยเดินไปอีกทางเลยเกี้ยวสำหรับประทับที่นางเตรียมไว้เอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย
"อืม เปิ่นหวานจะเดินออกกำลังกาย อุทยานหลวงอยู่ใกล้เพียงนิดเดียว เปิ่นหวานเดินไหว"
จวินหลินหยางชุนหันกลับมามองเหล่านางกำนัลที่มีหน้าที่รับใช้เขาอธิบายขึ้นจากนั้นก็เดินนำไปยังอุทยานตามความทรงจำของเ้าของเดิม
ร่างกายนี้ที่เขาเข้ามาแทนที่ทั้งบอบบางและขี้โรค บุคคลที่เรียกได้ว่าเป็หม้อยาโดยแท้ ในแต่ละวันต้องดื่มยาต้มสี่ห้าถ้วยเพื่อบำรุงร่างกายที่ราวกับหลุมดำนี้
ยามแรกเกิดก็เกือบเอาชีวิตไม่รอด ต้องดื่มยาสลับกับน้ำของแม่นม เพราะมารดาของตัวเองที่มีตำแหน่งเป็เสียนเฟยนั้นไม่สามารถให้นมบุตรเพราะเสียเืมากเกินไปจากการคลอดบุตรชายคนนี้ หลังจากนั้นสุขภาพร่างกายของอีกฝ่ายก็ทรุดตัวลง การเลี้ยงทารกแรกเกิดจึงเป็งานที่หนักหนาสาหัสมากเกินไป องค์ชายห้าจึงต้องอยู่ในความดูแลของฮองเฮาและพระสนมคนอื่นที่แวะเวียนมาบ้าง แต่ส่วนมากก็จะเป็แม่นมกับนางกำนัลที่เลี้ยงเขามาจนเติบโต ส่วนฮ่องเต้ก็มาเยี่ยมลูกชายเดือนละครั้ง เนื่องจากราชกิจที่มากล้นจึงทำให้ไม่สามารถปลีกตัวมาดูแลบุตรชายคนเล็กของตนได้บ่อยนัก
จวินหลิงหยางชุนก้าวเท้าเล็กของตัวไปด้านหน้าพลางคิดเื่ต่างๆ ในหัวของตัวเองไปด้วย ทั้งเื่ขององค์ชายห้าคนเดิมที่เวลานี้สิ้นพระชนม์ไปแล้วจากปัญหาของสุขภาพ โดยมีเขาเข้ามาแทนที่ ิญญาของจางเวินฮั่นได้ทะลุมิติเข้ามาใช้ชีวิตแทนองค์ชายห้าของแคว้นหลานหลิงที่ไม่เคยปรากฎในประวัติศาสตร์จีน
นี่นับว่าเป็พรจาก์สำหรับจางเวินฮั่นโดยแท้ คำอธิษฐานของเขาที่อ้อนวอนขอมีชีวิตต่อได้รับคำตอบรับจาก์ แม้ว่าจะได้ไม่มีชีวิตอยู่ในนามของจางเวินฮั่นคนเก่าก็ตาม รวมถึงมีข้อแลกเปลี่ยนสำหรับชีวิตนี้จาก์ที่บัญชามาให้เขาโดยเฉพาะ
สำหรับจางเวินฮั่นที่ดิ้นรนอยากมีชีวิตรอดและมีโอกาสได้ใช้ชีวิตเหมือนคนอื่นๆ ทั่วไปแล้ว ไม่ว่าอะไรที่์้าเขาก็พร้อมทำตามโดยไม่มีข้อแม้
การได้มีชีวิตนั้น คือสิ่งที่ดีที่สุด
ส่วนข้อแลกเปลี่ยนที่เขาต้องตอบแทน์คือการสะสมสมุนไพริญญาระดับห้าให้ครบ 109 ชนิด
ตอนแรกที่จางเวินฮั่นได้ยินเสียงนี้ดังขึ้นมาในหัวเขาใมากคิดว่าตัวเองได้ทะลุมิติก้าวเข้ามาอยู่ในโลกเทพเซียน ที่จะมีเหล่าผู้ฝึกวิชาะทั้งหลาย เหาะเหินเดินอากาศ รวมถึงการต่อสู้ระหว่างพรรคมารกับเทพเซียนอะไรแบบนั้น แต่เสียงในหัวก็ดับฝันของเขาทันทีเช่นกัน
ผู้คนที่นี่ใช้ชีวิตธรรมดาทั่วไปเหมือนในซีรีส์ย้อนยุคที่เคยดูในชีวิตก่อน บนโลกนี้ไม่ได้มีความแฟนตาซีพลังพิเศษแต่อย่างใด
จางเวินฮั่นที่ถูกปลุกเรียกสติก็กลับมาตั้งใจฟังเสียงในหัวเช่นเดิม
หลังจากฟังแล้วเขาก็ได้ข้อสรุปดังนี้
สมุนไพริญญาที่เขาต้องตามหานั้นคือวัตถุดิบสำหรับทำอาหารและทำยาทั่วไปที่มีความพิเศษคือมีจิติญญาของตัวเองอยู่ในนั้น
สมุนไพรมีทั้งหมด 6 ระดับ
ระดับต่ำ ไม่มีสรรพคุณในการรักษา
ระดับที่หนึ่ง มีสรรพคุณและประสิทธิผลในการรักษา สองในสิบส่วน
ระดับที่สอง มีสรรพคุณและประสิทธิผลในการรักษา สี่ในสิบส่วน
ระดับที่สาม มีสรรพคุณและประสิทธิผลในการรักษา หกในสิบส่วน
ระดับที่สี่ มีสรรพคุณและประสิทธิผลในการรักษา แปดในสิบส่วน
ระดับที่ห้า มีสรรพคุณและประสิทธิผลในการรักษา สิบในสิบส่วน
ส่วนวัตถุดิบสำหรับทำอาหารเองก็มีการแบ่งระดับเช่นกัน
ระดับต่ำ ไม่สามารถดึงรสชาติดั้งเดิมของวัตถุดิบได้
ระดับที่หนึ่ง สามารถดึงรสชาติดั้งเดิมและช่วยเพิ่มความอร่อยให้มากขึ้น สองในสิบส่วน
ระดับที่สอง สามารถดึงรสชาติดั้งเดิมและช่วยเพิ่มความอร่อยให้มากขึ้น สี่ในสิบส่วน
ระดับที่สาม สามารถดึงรสชาติดั้งเดิมและช่วยเพิ่มความอร่อยให้มากขึ้น หกในสิบส่วน
ระดับที่สี่ สามารถดึงรสชาติดั้งเดิมและช่วยเพิ่มความอร่อยให้มากขึ้น แปดในสิบส่วน
ระดับที่ห้า สามารถดึงรสชาติดั้งเดิมและช่วยเพิ่มความอร่อยให้มากขึ้น สิบในสิบส่วน
ระบบช่วยเหลือที่์ประทานให้กับจางเวินฮั่นนั้นจะช่วยเพิ่มระดับของทั้งวัตถุดิบและอาหารให้กับเขาได้ด้วยกันแลกเปลี่ยนวัตถุดิบหรือสมุนไพรในระดับต่ำกว่าหนึ่งร้อยส่วนเป็วัตถุดิบหรือสมุนไพรที่มีระดับสูงขึ้นหนึ่งส่วน
ซึ่งก็คือหนึ่งร้อยต่อหนึ่งนั่นเอง
สมุนไพริญญานั้นสามารถได้มาจากการค้นหายังที่ต่างๆ ในแคว้นนี้ ซึ่งก็ไม่ต่างจากการขุดหาสมุนไพรทั่วไปที่มีสัดส่วนน้อยมากที่หนึ่งในนั้นจะสามารถพัฒนาไปเป็สมุนไพริญญาได้
หากให้เปรียบเทียบก็เหมือนการที่เราปลูกต้นไม้สักร้อยต้นก็อาจจะมีสักหนึ่งหรือสองต้นที่เป็สมุนไพริญญาที่ไม่รู้ว่าจะอยู่ในระดับไหน แต่ความ้าของ์คือสมุนไพร 109 ชนิดที่อยู่ในระดับห้าทั้งหมด
เห็นความยากในการทำภารกิจการรวบรวมสมุนไพร์แล้ว เขาก็หวังว่าจะสามารถทำสำเร็จได้ก่อนที่ร่างนี้จะหมดอายุขัยอีกรอบละกัน
โชคดีที่์ใจดีกว่าที่คิดเพราะระบบจะช่วยเหลือเขาในการตามหาสมุนไพริญญากับวัตถุดิบระดับต่างๆ ถ้าวัตถุดิบไหนที่ตรงกับสมุนไพริญญา เมื่อเขาอัปเกรดวัตถุดิบจนถึงระดับห้าแล้ว เขาจะได้เมล็ดพันธุ์ของสมุนไพริญญาระดับหนึ่งเพื่อนำไปปลูกในมิติส่วนตัวของเขาได้ เช่นเดียวกับสมุนไพริญญาระดับหนึ่งก็สามารถนำไปปลูกได้เช่นกัน
ผลลัพธ์ของการปลูกสมุนไพริญญานั้นอาจได้รับสมุนไพริญญาระดับสูงถึงระดับห้าได้เลย ขึ้นกับความโชคดีของเขา
และเพื่อไม่ให้ปัญหาของสุขภาพที่แสนอ่อนแอของเขาตอนนี้เป็อุปสรรคสำหรับภารกิจจาก์ ทำให้เขาสามารถใช้สมุนไพริญญาเพื่อรักษาโรคที่เป็อยู่ตัวเองได้เช่นเดียวกัน
อย่างยาต้มที่นางกำนัลให้เขาเมื่อสักครู่ ระบบได้แจ้งเตือนว่ายาอยู่ในระดับต่ำ การดื่มยาที่ไม่มีประสิทธิภาพไม่ต่างกับการดื่มน้ำเปล่า เพราะอย่างนั้นเขาจึงตัดสินใจเทยานั่นทิ้งไปซะเพราะดื่มไปยังไงร่างกายของเขาก็ไม่แข็งแรงขึ้นอยู่ดี
แถมถ้าเขาอัปเกรดวัตถุดิบทำอาหาร อาหารที่ทำจากวัตถุดิบก็จะรสชาติดีขึ้น เขาก็จะได้ลิ้มรสอาหารอร่อยมากขึ้น
วัตถุดิบอาหารระดับต่ำนั้น รสชาติจืดชืดมาก ไม่ว่าจะข้าว ผัก หรือเนื้อ บนโลกใบนี้จึงพึ่งเครื่องปรุงรสในการปรุงอาหาร แต่เมื่อวัตถุดิบตั้งต้นไม่ดี ตัวเครื่องปรุงจึงมีรสชาติที่ยากเข้าถึงเช่นกัน เมื่อรวมกันแล้วก็จะได้อาหารที่มีรสชาติที่ยากจะกลืน
เขาคิดว่าอาหารผู้ป่วยในโรงพยาบาลยังอร่อยกว่าที่นี่ไปอีกหลายขั้นเลยทีเดียว
ว่าแต่เขาเดินจนรู้สึกปวดขาแล้ว ทำไมยังไม่ถึงอุทยานหลวงสักทีนะ รู้อย่างนี้ไม่น่าอวดดีเลย ขึ้นเกี้ยวมาั้แ่แรกก็คงถึงไปแล้ว!
จวินหลิงหยางชุนบ่นกระปอดกระแปดในใจ แต่ก็ให้กำลังใจตัวเองเพื่อยกขาก้าวต่อไป
อีกนิดเดียวเท่านั้น ซ้าย ขวา ซ้าย ขวา ซ้าย ขวา
ในที่สุดความพยายามของเขาก็เห็นผล ขาเล็กก้าวเข้ามาถึงเขตอุทยานหลวงเสียที มือขาวซีดหยิบผ้าเช็ดหน้าในแขนเสื้อขึ้นมาซับใบหน้าของเขาที่ขึ้นสีอมชมพูระเรื่อจากการออกกำลังกาย เม็ดเหงื่อไหลซึมจากกรอบหน้าเล็กแสนเหนอะหนะ
หากไม่ติดว่าเขาต้องตามหาเมล็ดบัวระดับหนึ่งที่สระบงกชหลวง จวินหลินหยางชุนจะะโขึ้นเกี้ยวที่ทหารเดินแบกตามหลังมาเพื่อกลับตำหนักของตัวเองเพื่อกลับไปอาบน้ำทันที
จวินหลิงหยางชุนตัดพ้อร่างกายตัวเองที่ตอนนี้สูงเพียงแค่หนึ่งร้อยกว่าเซ็นเท่านั้น ส่วนสูงของเขายังไม่พ้นเอวของทหารเลยด้วยซ้ำ แขนขาก็สั้นแถมยังไร้เรี่ยวแรง เมื่อตัวชุ่มเหงื่อก็พาลให้ไม่สบายตัว ยังดีที่เขาสวมเสื้อคลุมมา ไม่อย่างนั้นถ้าต้องตามหาเมล็ดบัวระดับหนึ่งทั้งที่ตัวเปียกเหงื่อต้านลมเย็น มิฉะนั้นคงได้ล้มหมอนนอนเสื่อปอดบวมรอเข้าประตูผีเป็แน่
'ระบบ เมล็ดบัวระดับหนึ่งอยู่ตรงไหนล่ะ แล้วต้องลงไปเก็บเองไหม ให้ทหารเก็บเองได้รึเปล่า'
จวินหลิงหยางชุนเอ่ยถามระบบในใจ
[นายท่านต้องลงไปคัดเลือกฝักบัวในสระบงกชหลวง แล้วข้าจะช่วยบอกท่านว่าฝักไหนมีเมล็ดบัวระดับหนึ่งอยู่ขอรับ]
'อื้อ'
จวินหลิงหยางชุนตอบรับสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงห่อเหี่ยว ดูเหมือนเขาต้องทำงานหนักกว่าที่คิดไว้สำหรับภารกิจของ์ แต่การได้รับชีวิตใหม่ที่ได้เป็ถึงองค์ชายในรั้ววัง ไม่ต้องไปลำบากอดเช้ากินค่ำแบบนั้น จะงานยากขนาดไหนเขาก็พร้อมสู้อยู่แล้ว แต่ขอบ่นบ้างตามประสาคนที่เคยแต่นอนติดเตียงทั้งวันมาก่อน ไม่เคยได้ต้องออกแรงเลยสักครั้ง
"เปิ่นหวางอยากไปสระบงกชหลวง พวกเ้านำทางให้ที"
"เพคะองค์ชายห้า เชิญเสด็จทางนี้เพคะ"
ขาที่เริ่มอ่อนแรงก้าวด้วยความเร็วที่เริ่มช้ากว่าเดิมไปยังทิศทางที่นางกำนัลชี้นำ ไม่นานก็ถึงสระบัวขนาดใหญ่ ที่ยังคงมีดอกบัวแสนสวยหลากสีชูช่ออยู่บ้างกำลังไหวเอนตามแรงลม มวลผีเสื้อแสนสวยบินหยอกเย้ากัน ช่างเป็ทิวทัศน์ที่งดงามจนเขาแทบหยุดหายใจ
สวยมาก น่ามานอนเล่นที่ศาลาตรงกลางเสียจริง แต่คงได้ไข้ขึ้นเป็แน่ ร่างกายนี้จะอ่อนแอเกินไปแล้ว ต้องรีบบำรุงสักหน่อย จะได้ใช้ชีวิตใหม่นี้ให้คุ้ม
ดวงตาดำขลับขององค์ชายห้าสอดส่ายไปมาเพื่อตามหาสิ่งที่้าและก็เจอเรือลำเล็กหลายลำสำหรับพายในสระจอดอยู่ริมสระ สองขาเล็กรีบมุ่งตรงไปยังสิ่งที่เขา้าทันทีท่ามกลางความแตกตื่นใของเหล่าคนติดตาม
"เปิ่นหวางจะพายเรือเพื่อเก็บฝักบัว พวกเ้าจะมายื้อแย่งเรือกับเปิ่นหวางทำไม"
คิ้วบอบบางขมวดแน่น กล่าวด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
นางกำนัลและทหารรีบคุกเข่าเบื้องหน้าองค์ชายน้อยทันทีด้วยความเกรงกลัวอาญา แต่ที่พวกเขาทำไปล้วนเจตนาดีทั้งสิ้น
"องค์ชายห้าเพคะ นู๋ปี้ไม่ได้ตั้งใจทำให้พระองค์กริ้วเพคะ แต่การพายเรือในสระบงกชอันตรายมากนะเพคะ ถ้าองค์ชายอยากได้ฝักบัว นู๋ปี้จะให้ทหารลงไปเก็บให้ดีหรือไม่เพคะ"
"เปิ่นหวางรู้ว่าพวกเ้าเป็ห่วง แต่เปิ่นหวางต้อง...เปิ่นหวางอยากลงไปเก็บเอง เปิ่นหวางอยากเก็บเมล็ดบัวให้ห้องเครื่องทำโจ๊กเมล็ดบัวไปให้เสด็จแม่ เปิ่นหวางทำอาหารไม่ได้ แต่เปิ่นหวางเก็บเมล็ดบัวเองได้ พวกเ้าอย่าห้ามความตั้งใจของเปิ่นหวางเลย"