เหล่าหมู่ชน ครั้นได้ยินบุรุษผู้หนึ่งประกาศกร้าว ท้าประลองขึ้นมา พวกเขาต่างจับจ้องไปที่ยอดเขาที่4ในทันใด เมื่อเห็นว่าบุรุษผู้หนึ่งเดินสืบเท้า ย่างก้าวออกมาด้วยความทะนง องอาจ ผมสีฟ้าปลิวสยายไปกับสายลม มาพร้อมกับร่างกายที่แข็งแกร่งกำยำ
"บุตรมังกรจงจิ้น แห่งเผ่ามังกรวารี ข้าไม่คิดเลยว่าอนุชน ที่ได้ชื่อเทียบเคียง เหล่าองค์ชาย แห่งทวีปโพ้นทะเล หนานหยาง จะลงประลองเช่นนี้"
ทว่า ในยามนี้เมิ่งอี้ นางมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก เมื่อเห็นคนที่คุ้นเคยทั้งสอง ยืนประจันหน้า พร้อมจะต่อสู้กัน ทว่าเมื่อ นางสัมผัสได้ว่า ทั้งสองไม่ได้ปลดปล่อยจิตสังหารออกมา แต่อย่างใด นางจึงค่อยผ่อนลมหายใจลงมา
อี้เฉิน ยกยิ้มกว้าง ให้ชายหนุ่มที่อยู่เบื้องหน้า ก่อนโค้งศีรษะลงเล็กน้อย เพื่อเป็นการทักทาย
บุตรมังกรจงจิ้น เขาเองก็ทำเช่นกัน ยามนี้เขาไม่อาจดูถูกดูแคลน ชายหนุ่มที่อยู่เบื้องหน้าได้อีกต่อไป ก่อนกล่าวคำพูดออกมา ด้วยสีหน้าที่จริงจัง "อี้เฉิน ให้ข้าลองหน่อยเถอะ ว่ากายเนื้อ ที่เลื่อนขั้นพลัง ไปเหยียบในขั้น เทพสวรรค์ครึ่งก้าว จะมีพลานุภาพมากถึงเพียงใด" ก่อนปราณพลังที่พรั่งพรู จะถูกปลดปล่อยออกมา ทั่วกายาของเขา ส่งปราณพลัง เหล่านั้นเข้าไปรวมไว้ที่ฝ่ามือ
หมู่ชนที่เห็นพวกเขาคิดจะปะทะกัน ด้านกายเนื้อ พวกเขาเองก็อยากรู้เช่นกัน หากกายเนื้อห่างชั้นกันหนึ่งขั้นพลัง แล้วต่อสู้กันผลจะเป็นเช่นไร ก่อนน้ำเสียงชายหนุ่มจะกล่าวพูดขึ้น "ข้าว่ามันคงจะไม่ห่างชั้นกันมากนักหรอก อย่าลืมว่า บุตรมังกร จงจิ้นมีกระดูกศักดิ์สิทธิ์ อยู่ในกาย"
ทว่าคำพูดนั้น ยังกล่าวพูดไม่ทันหมดประโยค เมื่อกำปั้นที่หมุนควงหมัด เต็มเปี่ยมไปด้วยปราณพลัง กลับถูกหนึ่ง ฝ่ามืออี้เฉิน หยุดไว้ได้อย่างง่ายดาย ชายหนุ่ม ที่กล่าวพูดหมายมั่นจะเย้ยหยันอี้เฉิน เขาถึงกับหน้าบูดเบี้ยว เขียวค้ำ ราวกับกินสิ่งปฏิกูลเข้าไป
เสียงตู้มๆๆ ดังออกมาดังกึกก้อง อยู่หลายสิบกระบวนท่า ทว่าอี้เฉินก็ยังรับการโจมตีที่รุนแรงไว้ได้ มันจึงนำพาให้หมู่ชนใจสั่นสะท้านไม่น้อย ไม่คิดว่าการเลื่อนขั้นกายเนื้อ ไปอยู่ในขั้น กายาอมตะ จะทำให้ ฤทธิรณ อี้เฉินพุ่งไปสูงมากขนาดนี้ แม้ว่าชายหนุ่มจะไม่ได้ขับเคลื่อนปราณพลังก็ตาม
ทว่าเมื่อเห็นแขนข้างขวาสีดำสนิทของอี้เฉิน ค่อยๆ เปิดเผยออกมา สู่สายตาหมู่ชน มันก็ทำให้พวกเขาหัวใจหนักอึ้ง รู้สึกถึงแรงกดดันบางอย่าง ที่ส่งออกมา
อี้เฉินเขาเอ่ยพูดออกไปหา ชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าในทันที "บุตรมังกรจงจิ้น ท่านระวังให้ดี ถึงทีข้าตอบโต้ท่านบ้าง" สิ้นคำพูดอี้เฉิน ฝ่ามือข้างขวาสีดำ ของเขาก็ปล่อยกำปั้นออกไปด้านหน้าในทันที
เสียงปัง!ดังออกมากึกก้อง ส่งผลให้ร่าง บุตรมังกรจงจิ้น ถอยร่นออกไปหลาย10จั้ง แขนสั่นไหวไม่หยุดราวกับ ถูกโลหะหนัก ทุบเข้าใส่
ผู้คนที่เห็นความต่างชั้นของกายเนื้อ พวกเขารู้ได้ในทันที หากไม่มีวิชาที่แข็งแกร่ง เกรงว่าการจะต่อสู้ด้านกายา กับอี้เฉินคงจะเป็นเรื่องที่ยากลำบาก ทว่าก็มีบางคนกำฝ่ามือไว้จนแน่น ไม่คิดว่าอี้เฉินจะร้ายกาจถึงเพียงนี้ แม้ว่าเขาจะไม่มีกระดูกศักดิ์สิทธิ์ก็ตาม
บุตรมังกรจงจิ้น เขาสำแดงทักษะวิชากระดูกมังกรออกมาในทันที เมื่อเห็นว่าไม่อาจทำอะไรอี้เฉินได้ ในยามนี้ "จงสำแดง หมัดกระสุนน้ำมังกรวารี" ครั้นหมัดที่ห่อหุ้มปราณพลังถูกปลดปล่อยออกไป ด้านหน้าอย่างรุนแรง ราวกับการยิงปืนใหญ่ ส่งปราณพลังเข้าหาอี้เฉินอย่างบ้าคลั่ง มองเห็นแสงพลังงานทำลายล้าง ได้อย่างชัดเจน
อี้เฉินครั้น ที่เห็นการโจมตี พุ่งเข้าหา เขาส่งหมัดเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง สลายการโจมตี นั้นออกไปในทันที ส่งผลให้อี้เฉิน ถอยร่นไปหลายก้าว จากแรงระเบิดที่รุนแรง แขนทั้งแขนสั่นไหวน้อยๆ ขึ้นมาไม่หยุด
ทว่าในใจลึกๆ บุตรมังกรจงจิ้น อดที่จะหวั่นใจน้อยๆ ไม่ได้ดูก็รู้ว่า อี้เฉินผู้นี้ เขายังไม่ได้สำแดงปราณพลังขึ้นมาใช้เสียด้วยซ้ำ คนที่รับรู้พวกเขาเอง ก็ขมวดคิ้วมุ่น เช่นกัน ราวกับรับรู้ว่า พวกเขากำลังจะมีคู่แข่งที่น่ากลัวอยู่ตรงหน้าอีกคน
ครั้นเมื่อเห็นความโอหังของอี้เฉิน บุตรมังกรจงจิ้น ก็พลันมีโทสะขึ้นมาในฉับพลัน ปลดปล่อยจิตสังหารเล็ดลอดออกมา ส่งหมัดมังกรวารี ตัวเขื่อง เข้าใส่อี้เฉิน อย่างลืมตัว ร่างมังกรวารีที่เกิดจากปราณพลัง พุ่งเข้าใส่อี้เฉิน พร้อมกับเสียงคำรามก้อง ชนิดไม่เก็บออมปราณพลัง
อี้เฉินที่เห็นเขาขมวดคิ้วมุ่นในทันใด ก่อนระเบิดปราณพลังโลหิต ภายในกายออกมา ปราณพลังสีแดงที่ล้นทะลักทลาย ก่อเกิดรูปร่างมังกรโลหิตสีแดงฉาน พุ่งออกไปโจมตี ตามการชี้นิ้วของอี้เฉินในฉับพลัน
ครั้นหมู่ชนเห็นรูปร่างปราณพลัง มังกร ทั้งสอง พุ่งปราดเข้าโจมตีกัน ราวกับมังกรที่มีชีวิต ส่งเสียงคำรามดังออกมากึกก้อง ก่อนที่จะสลายหายไป พวกเขาต่างกลืนน้ำลายลงคอไปคำใหญ่ ครั้นเมื่อรับรู้ถึงแรงกดดัน ที่อี้เฉินปลดปล่อยออกมาไม่ขาด มาพร้อมระลอกคลื่นที่แผ่กระจายทั่วทิศ ทั้งสององค์ชาย ครั้นรับรู้ถึงปราณพลังของอี้เฉินอีกครา ยังจดจำปราณพลังของอี้เฉินได้เป็นอย่างดี ไม่คิด อี้เฉินที่ไม่มีกระดูกศักดิ์สิทธิ์ ยังจะกดดันกายาพวกเขาได้
"หืม! มันเป็นไปได้อย่างไร ร่างเงามังกรวารี ของข้าเป็นฝ่ายแพ้งั้นหรือ" ครั้นปราณพลังทั้งสอง แตกสลายกระจัดกระจายไปทั่วทิศ บุตรมังกรจงจิ้น เขายืนมือไพล่หลัง ส่งคำพูดออกมาบอกกล่าวอี้เฉินในทันที ครั้นเมื่อเก็บจิตสังหารที่เล็ดลอดออกมา "วันนี้ถึงว่าข้าแพ้ให้เจ้าอี้เฉิน แต่ไม่นาน ข้าจะตามเจ้าให้ทัน"
ทว่าหมู่ชน ไม่น้อย พวกเขายังคงมองว่า บุตรมังกรจงจิ้น เหนือกว่าอี้เฉินอยู่ก้าวหนึ่ง ครั้นเห็นแขนอี้เฉิน สั่นไหวไม่หยุด มีเพียงบุตรมังกรจงจิ้น ในยามนี้เท่านั้นที่รู้ดีที่สุด แขนที่ยืนมือไพล่หลังในยามที่ควบคุมมังกรวารี ยามนี้มีเลือดไหลซึมน้อยๆ จนทุกผู้คนไม่ได้สังเกตมัน
อี้เฉินครั้นได้ยินคำพูด ของบุตรมังกรจงจิ้น ส่งคำพูดทิ้งท้ายให้ตัวเขา อี้เฉินเพียงแต่ส่ายหัว ให้กับคำพูดของเขาเท่านั้น
ครั้นเมื่อบุตรมังกรจงจิ้น สืบเท้ากลับไปหาเมิ่งอี้ ที่ยอดเขาสวรรค์ที่4 บุตรมังกรจงจิ้น กล่าวคำพูดเอ่ยชมอี้เฉินไม่น้อย "เมิ่งอี้ สหายของเจ้าไม่เลวเลย หากต่อสู้กันจริงๆ เกรงว่า คงจะเป็นข้าที่ตายตก"
ก่อนน้ำเสียงชายชราคุมยอดเขาที่หนึ่ง จะกล่าวคำพูดขึ้นมา ตัดบทพูดคุยของเหล่าหมู่ชน โดยรอบ "ในยามเช้าของวันพรุ่ง ข้าจะนำเหล่าศิษย์ และผู้อาวุโสต่างๆ ไปเยือนยังเขตชายแดน ทวีปมืด ที่ได้ชื่อว่า แดนนรกสีขาว ผู้ใดที่พร้อม จะไปหาผลึกน้ำแข็ง ใช้สยบไฟเทพ ภายในสงคราม เทพพันปี พรุ่งนี้เช้ามารวมตัวกัน ยังสถานที่แห่งนี้ ข้าจะพาพวกเจ้าไปเปิดหูเปิดตาเอง ...ทว่าข้าขอเตือนพวกเจ้าสถานที่แห่งนั้นอันตรายไม่น้อย เต็มไปด้วยสิ่งไม่คาดคิดมากมาย อยู่ภายในสถานที่แห่งนั้น แต่ว่าข้ารับประกันได้เจ้าจะได้ประสบการณ์ มากมายจากสถานที่แห่งนั้น"
ครั้นคำพูดของผู้อาวุโสชราคุมยอดเขาที่1 กล่าวคำพูดออกมาเสร็จสิ้น หมู่ชนก็ต่างดวงตาลุกวาว ทว่ากลุ่มคนที่มีทุนทรัพย์มากพอ พวกเขาไม่ได้ใส่ใจเนื่องด้วย อีกไม่ช้างานประมูลทุกหัวเมืองใหญ่ ก็จะถูกจัดขึ้น ผลึกน้ำแข็ง จะถูกวางขายจนเกลื่อนกลาดทว่าราคาของมันต้องแพงอย่างมากไม่ต้องสงสัย
อี้เฉินยามนี้เขาเหมือนมีแต่ตัว อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมายาว ก่อนสืบเท้าเข้าไปด้านในยอดเขา หมายมั่นจะนั่งเก็บสะสมประสบการณ์ ทว่าเมื่อได้ยินเสียงหญิงสาวผู้หนึ่งเอ่ยคำพูดขึ้นมาทักทายตัวเขา "เจ้ามีเวลาคุยกับข้าหรือไม่อี้เฉิน นี่ก็4เดือนแล้ว ที่ข้าไม่ได้พูดคุยกับเจ้า"
อี้เฉิน ครั้นหันไปมองน้ำเสียงใสกังวาน เห็นแววตาหลินเฟย ฉายความคำนึงหา เขาพยักหน้ารับคำนาง ในทันที "เจ้าอย่าพูดเช่นนั้นหลินเฟย เข้ามาคุยกับข้า ภายในยอดเขาที่5มา"
ทว่าสุดสายปรายตา กลับมีหญิงสาวผู้หนึ่ง จู่ๆ นางก็กำฝ่ามือไว้จนแน่น เมื่อเห็นทั้งสองเดินไปพร้อมเพรียงกัน แต่ไม่รู้ด้วยเหตุผลกลใด ที่นางต้องมาคิดมากกับการกระทำของอี้เฉิน เยว่ชิงเซียนครั้นที่รู้จักอี้เฉิน มันก็ทำให้นาง จิตใจไม่มั่นคงเกรงว่านาง ต้องทำอะไรสักอย่างกับจิตใจของนางไม่เช่นนั้น นางไม่อาจก้าวเดินไปในเส้นทางด้านหน้าเป็นแน่