ตอนที่ 36. คนติดแฟน
่ก่อนหน้านี้ผมขลุกตัวอยู่แต่ในบ้านเพื่ออ่านหนังสือสอบปลายภาค ซึ่งทุกวิชาพร้อมใจกันสอบครั้งเดียวทั้งเล่ม หายนะอาจมาเยือนได้หากไม่ตั้งใจอ่านให้ดี คุณต่อเลยอนุญาตให้หยุดงานอยู่ที่บ้านได้โดยที่คุณแฟนขับรถไปทำงานเองไม่ต้องพึ่งพาคนขับรถแบบเอกภพคนนี้ กิจวัตรประจำวันของพวกเราก็เลยเปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างเยอะ เนื่องจากผมเป็คนที่มีสมาธิอ่านหนังสือ่ดึกและนอนตอนเช้า คุณต่อต้องตื่นแต่เช้าเข้ายิมและไปทำงาน เวลาของเราเลยสวนทางกันไปมา
แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาสำหรับคุณต่อพงษ์หรอกนะครับ เพราะก่อนไปทำงานผมก็จะเดินสะโหลสะเหลจากห้องทำงานมาที่เตียงปลุกแฟนตัวั์ให้ตื่นเพื่อเริ่มวันใหม่แล้วก็ล้มตัวลงนอน รู้ตัวอีกทีก็มีคนสะกิดแล้วก็ก้มหน้ามาหอมแก้มซ้ายขวาไปมาและแนบริมฝีปากแตะปากผมเบาๆเป็การบอกลาก่อนไปทำงาน...และทำแบบนี้ทุกเช้าจนกลายเป็ความเคยชิน
“ผมไปทำงานก่อนนะครับ” แล้วก็หอมฟอดใหญ่เหมือนเช่นเคย
“อื้อ ขับรถดีๆนะ” ผมตอบกลับแบบงัวเงีย พยายามลืมตาแต่ก็ไม่เป็ผล ความง่วงมันครอบงำจนภาพตัด เตียงไหวยวบเพราะน้ำหนักที่นั่งทับลุกออกไป แล้วผมซุกหน้าเข้ากับที่นอนฝั่งคุณต่อ กลิ่นไอของร่างกายเขาติดไปทั่วทำให้เคลิ้ม สุดท้ายผมก็จมในภวังค์จนถึงบ่าย
หลังสอบเสร็จผมก็กลับมาทำหน้าที่เดิมคือขับรถพาเข้านายในคราบแฟนไปทำงาน ตอนเย็นก็กลับบ้าน ทุกอย่างมันกลับเข้าที่เข้าทางเกือบทั้งหมด ยกเว้น...
“พี่เอกอย่าดื้อสิ ให้ผมหอมก่อน”
“ไม่เอาแล้วคุณต่อ จะหอมทำไมทุกวัน นี่พี่ก็ไปด้วยแล้วนะครับ” เป็เอกภพคนหล่อเองแหละที่โวยวาย คุณชายเขาติดนิสัยจะต้องมาจุ๊บแก้มจุ๊บปากก่อนไปทำงานตอนเช้าทั้งที่ผมก็ไปกับเขานี่แหละ
“ไม่ได้ อยากได้กำลังใจก่อน”
“เอาไปทำอะไรนักหนาครับไอ้กำลังใจเนี่ย เอาไปซื้อที่ดินก็ไม่ได้”
“หรือพี่เอกจะให้ผมจุ๊บพี่ที่หน้าออฟฟิศ” เอาแล้วไง มาไม้นี้ก็ต้องยอมถอยหนึ่งก้าว แล้วร่างสูงก็โน้นหน้ามาประชิด กลิ่นหอมจากตัวคุณต่อทำให้สมองผมปั่นป่วนไปหมด แถมแววตาแพรวพราวที่ส่งมาราวกับยั่วยุกันยิ่งทำให้ใจสั่น
“คะ คุณต่อ”
“ครับพี่เอก” โอยยยยยย น้ำเสียงนุ่มทุ้มแบบนี้ ใจคอจะให้ผมละลายคาที่หรือไงนะ ก่อนจะเป็ลมล้มพับ รสจูบหวานละมุนก็ส่งผ่านมา ครั้งนี้ไม่ได้แค่จุมพิตเบาๆแล้วผละออกจากกัน แต่มันกลายเป็ความหวามวาบที่คุณแฟนตัวดีจงใจมอบให้ แข้งขาผมอ่อนแรงไปหมดเพราะแพ้ทางผู้ชายคนนี้เข้าขั้นหนัก เสื้อเชิ้ตถูกปลดกระดุมตอนไหนยังไม่รู้เลย แถมมือใหญ่หนาก็เลื้อยััทุกอณูผิวที่เข้าถึง ขนกายนี่ลุกตั้งไปทั้งตัว ร่างผมถูกดันมาประชิดกับโต๊ะเครื่องแป้งจนต้องวางก้นลงไปนั่งบนนั้นปล่อยให้มนุษย์แฟนถ่ายโอนความวาบหวิวใจจนน้ำลายไหลยืด คุณต่อน่ะแต่งตัวเสร็จแล้ว ผมเพิ่งใส่แค่เชิ้ตและกางเกงใน มันเลยไม่ใช่เื่ยากที่จะถูกดึงทึ้งทุกอย่างออกจากตัวจนผมเปลือยเปล่า แล้วใบหน้าหล่อก็ลดระดับลงไปจดจ่อกับความแข็งขึ้งเบื้องล่าง
“อื้อ คุณต่อ....”
สุดท้ายวันนี้พวกเราทั้งคู่ก็ไปทำงานสายจนได้ โชคดีที่ตำแหน่งของคุณต่อนั้นไม่ใช่ระดับพนักงานทั่วไปที่กำหนดเวลาเข้าออก เลยไม่มีใครมาคอยจับผิดว่าวันนี้เข้ามากี่โมง มีแต่จะคอยสอบถามมากกว่าว่าจะมาไหม ใกล้ถึงหรือยัง เพราะ้าลายเซ็นอนุมัติงานเสียมากกว่า
[คุณต่อคะ ประชุมสิบเอ็ดโมงที่ห้องประชุม 5 พร้อมแล้วนะคะ จะให้อ้อยเลื่อนไปก่อนมั้ยคะ]
“ไม่ต้องครับ ผมใกล้ถึงแล้ว” พ่อเ้าประคุณวางสายก่อนจะหันมายิ้มให้ ผมยังไม่หายเขินจากเื่ก่อนหน้านี้ ใครจะไปคาดคิดว่าจะโดนจัดหนักที่โต๊ะเครื่องแป้ง แถมไม่แน่ใจว่าเช็ดคราบอะไรต่อมิอะไรสะอาดไหม ถ้าป้าหยุดเข้าไปเจอหลักฐานล่ะ จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน
“พี่เอก พี่เอก ใจลอยไปไหนอีกแล้วครับ”
“ปละ เปล่าครับ” ผมสะดุ้งเมื่อโดนเรียก
“เปล่าอะไร ผมเรียกหลายรอบก็ไม่ตอบ คิดเื่เมื่อเช้าอยู่เหรอครับ”
เอี๊ยด...ผมหักพวงมาลัยจนรถเซ ดีนะที่สายมากแล้วถนนเลยค่อนข้างโล่ง “คุณต่อ!”
“ขึ้นเสียงใส่ผมทำไมอะครับ หรือว่าพี่เอกคิดเื่เมื่อเช้าจริงๆ” ผมล่ะอยากหมุนพวงมาลัยให้รถไปชนฟุตบาทเสียจริง คนยิ่งเขินๆอยู่ยังจะแซวไม่เลิก
“...”
“นานๆเปลี่ยนที่ทีก็โอเคเหมือนกันนะ รอบหน้าระเบียงบ้างนะครับ”
“โว้ยยยย ไอ้คุณต่อ” ผมโวยวายลั่น หน้าร้อนไปหมดเพราะความกระดาก คุณแฟนตัวดีก็หัวเราะร่วน ดีใจมากสินะที่ยั่วเราได้สำเร็จ
มานั่งคิดเื่เมื่อเช้าแล้วก็ยังเขินไม่หาย ใครจะคิดว่าคนเถื่อนอย่างเอกภพจะยอมพลิกตัวให้ไปมองหน้าตัวเองในกระจกอย่างว่าง่าย ภาพใบหน้าตัวเองที่บิดเบี้ยว่ที่ต่อน้อยตัวใหญ่ๆดิ้นเข้ามาข้างในนั้นยังกับหนังสยองขวัญ นี่เราทำหน้าตาแบบนั้นทุกครั้งเลยหรือเปล่าวะ แล้ว่ไหนที่คุณต่อขอให้นอนหงายแล้วบอกว่าอยากเห็นหน้าพี่เอกชัดๆล่ะ...โอ๊ยยยยย ไม่กระดากอายก็คงหน้าหนามากแล้วล่ะ
ระยะหลังคุณต่อใช้เวลาวันหยุดเสาร์อาทิตย์อยู่แต่ในบ้าน หรือไม่ก็ให้ผมพาขับรถไปเที่ยวใกล้ๆกรุงเทพจนผมแปลกใจว่าทำไมไม่ไปออกรอบตีกอล์ฟกับลูกค้า หรือไม่ไปออกงานสังคมบ้าง แต่ก็นั่นแหละ...นิสัยเอกภพ...คืออยากรู้แต่ไม่อยากถาม ก็ดีเสียอีก คุณต่อจะได้พักผ่อนเต็มที่ แถมการไปเที่ยวต่างจังหวัดก็เป็การดีสำหรับผมด้วย เนื่องจากนิสัยชอบเที่ยวมันฝังรากลึกในสันดานจริงๆ
สิ่งหนึ่งที่คุณต่อเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดคือ จะไม่มีการหอบแฟ้มงานกลับมาทำต่อที่บ้าน จะใช้เวลาทำงานที่ออฟฟิศให้จบ ถ้าศุกร์ไหนงานยุ่งก็จะอยู่เคลียร์จนดึกดื่นเอาให้เสร็จ พอวันหยุดก็ไม่ได้หยิบงานอะไรมาดูเป็ชิ้นเป็อัน คนใกล้ตัวอย่างผมก็ได้แต่มองตาปริบๆแต่ก็ไม่พูดหรือถามอะไร เพราะต้องอ่านหนังสือหรือไม่ก็ทำรายงานไปด้วยโดยมีมนุษย์ตัวเท่าั์วนเวียนอยู่ไม่ห่าง
“พี่เอก กอดหน่อยยยยย” ว่าแล้วก็มีหมีขาวพุ่งตัวเข้ามากอดตอนที่ผมกำลังนั่งอ่านหนังสือในห้องทำงาน ผมเป็คนเื่มาก ถ้าอ่านในห้องนอนจะไม่มีสมาธิ อ่านโดยมีคนอยู่ด้วยก็ไม่ได้ คุณต่อเลยถูกไล่ให้ไปอยู่ที่อื่น พอเวลาผ่านไปสักพัก ไม่รู้หรอกว่านานแค่ไหน ก็จะมีคนติดแฟนตามมาตอแยเรื่อยๆ
“เพิ่งกอดไปเมื่อกี้เองไม่ใช่เหรอครับคุณต่อ” สมาธิผมแตกกระจายแล้วครับ แต่พอเห็นใบหน้าและท่าทางออดอ้อนก็โกรธไม่ลง ใครจะคิดว่าอนาคตผู้บริหารระดับสูงของบริษัทจะทำตัวแบบนี้ได้ พอผมไม่บ่นอะไรก็กอดซะแน่นแถมเอาหน้าถูที่หลังซ้ายขวาไปมาเหมือนแมวอีก
“ก็อยากกอดอีกอ่า พี่เอกหิวหรือยังครับเที่ยงแล้ว” อา...นี่อ่านหนังสือจนลืมเวลาไปเลยนะเนี่ย
“นิดหน่อยครับ คุณต่อหิวแล้วเหรอให้พี่ไปซื้ออะไรมาให้มั้ย”
“ไม่ต้องออกไปหรอกพี่เอก ป้าหยุดเตรียมกับข้าวไว้แล้วเหลือแค่เราลงไปกิน” แล้วจะยักคิ้วทำไมครับ...
“ไปครับ” ผมวางหนังสือ พยายามแกะแขนล่ำๆที่มีแต่กล้ามเนื้อออก ยิ่งแกะยิ่งรัดมากขึ้น ต้องจำยอมให้กอดต่อไป
“พี่เอกไม่สนใจผมอ่า” เอาอีกละ จะเรียกร้องความสนใจอะไรอีกเนี่ย
“ไม่สนใจตรงไหน พี่ก็อยู่นี่ไง”
“ก็พี่เอกปล่อยให้ผมอยู่ในห้องนอนคนเดียว ผมอะเหง๊าเหงา” โอยยยยยย ระยะหลังมาเนี่ยอาการหนักขึ้นทุกวันครับคุณต่อ
“ก็ให้กอดอยู่นี่ไง”
“ให้แค่กอดเองเหรอครับ” อยากจะเขกหัวจริงๆ ใครเอาิญญาเด็ก 6 ขวบมาใส่ร่างหมีควายตัวนี้วะเนี่ย
“ไปกินข้าวกันครับ ไปๆๆๆ” ผมเปลี่ยนเื่ ผุดลุกอย่างทุลักทุเลเพราะมีคนมากอดจากด้านหลังไม่ยอมปล่อย แล้วก็เดินไปกันท่านี้แหละ ี้เีจะบ่นอะไรละ
พอเบื่อกับการดูหนัง คุณต่อก็จะมาก่อกวนผมจนตั้งสติอ่านหนังสือต่อไม่ได้ ความจริงแล้วผมอ่านตุนไว้ั้แ่ที่ทำงานแล้วล่ะครับ แต่เพราะ่นี้สมองมันช้าๆตามวัยชายไทยหน้าตาดีอายุนำหน้าด้วยเลข 3 เลยต้องอ่านบ่อยๆให้มันซึมเข้าหัว การสอบปลายภาคที่ผ่านมาไม่ได้คะแนนแบบยอดเยี่ยมลุ้นเกียรตินิยมสักวิชา มีแต่ผ่าน...แค่นั้น
“พี่เอกเบื่อมั้ยครับที่ไมได้ออกไปไหนวันหยุด” อยู่ๆคุณแฟนก็ถามมา
“ไม่เบื่อหรอกครับ พี่อยู่ไหนก็ได้” ผมก็ตอบความจริง ไม่มีความจำเป็จะต้องไปโน่นมานี่หรอกครับ แค่วันทำงานก็เหมือนเดินทางไปกลับหัวหินทุกวันอยู่แล้ว รถติดจนท้อแท้
“งั้นอยู่ห้องนอนกับผมนะบ่ายนี้” คือถ้าไม่ทำสีหน้าแบบกรุ้มกริ่มผมคงจะตอบตกลงหรอก นึกว่าไอ้เราเป็เด็กสามขวบรึไงที่จะหลอกล่อให้ไปอยู่สองต่อสอง เจตนาของคุณต่อเนี่ยเห็นได้ชัดเจนมากเลยนะครับว่าจะชวนไปทำอะไร ไม่ได้ว่าหรอกนะว่าหมกมุ่น แต่ก็ให้เอกภพได้พักบ้างเถอะครับ... แววตาออดอ้อนส่งมาปริบๆ ไม่มีทางหรอกที่เราจะใจอ่อน ถ้าสงสารและยอมตามใจนะมีแต่เสียกับเสีย จากการเก็บข้อมูลแล้วพบว่า 100% ที่ยอมตกลง คือเสียตัวแน่ๆ
“งั้นคุณต่อไปรอที่ห้องนะครับ ผมล้างจานก่อน” แววตาลิงโลดของมนุษย์แฟนนี่ชวนเอือมระอาจริงๆนะครับ คุณต่อพงษ์เวอร์ชั่นอยู่บ้านจะสวมแค่เสื้อกล้ามที่โชว์ความล่ำและความขาวเนียนของท่อนบนแล้ว ท่อนล่างก็จะสวมแค่บ็อกเซอร์ตัวบางที่ไม่มีอย่างอื่นกั้น พอได้ยินคำตอบก็เดินแกว่งตุ้มที่พร้อมรบขึ้นไปรอที่ห้องนอนทันที
....เอ๊ะ สรุปว่าผมตอบตกลงไปเหรอ จำไม่ได้เลย
ชีวิตคู่ของเราก็เหมือนจะวนเวียนกันอยู่แค่นี้แหละครับ เราไม่ค่อยทะเลาะกันหนักๆเลยสักครั้ง คุณต่อที่อายุน้อยกว่าผม 5 ปีก็กลายเป็มนุษย์สามีขี้อ้อนและติดแฟนขนาดหนักจนไอ้เราต้องปลงให้ได้ เพราะการที่มีเขาอยู่มันอุ่นใจมากกว่านอนคนเดียวแล้วนี่นา ยังมีวีระกรรมออดอ้อนแฟนของรายนั้นอีกเยอะ แต่ขอยกมาแค่นี้แล้วกันครับ เพราะกลัวคนโสดอิจฉา ตอนนี้ขอตัวไปล้างจานก่อนนะครับ
...ไม่ได้รีบร้อนอะไรหรอก
...ไม่มีอะไรจริงจี๊งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
กลัวผัวรอนานน่ะครับ