ย้อนเวลาพลิกฟ้าคว่ำดิน

    39 เปลี่ยนองค์หญิงห้าเป็นต้ากงจู่(องค์หญิงใหญ่)

                เสียมหลอหลงเอ่ยถามหลู่กงกงอย่างร้อนใจ ก่อนที่อีกฝ่ายจะพยักหน้าตอบรับเป็นการยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง           “ เรื่องนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร มีที่มาที่ไปอย่างไร ไม่ทราบท่านกงกงพอจะเล่าให้ข้าฟังได้หรือไม่?”           “ ข้าต้องขออภัยท่านกุนซือ ข้าเองก็รู้ลึกหนาตื้นบางพอ ๆ กับท่านนั่นแหละ เอาไว้ตอนเข้าเฝ้าฝ่าบาท ท่านก็จะทราบรายละเอียดเอง”            หลู่กงกงตอบชายหนุ่มตรงหน้าด้วยท่าทีที่ลำบากใจ เสมือนกับตัวเขาพอที่จะรู้ลึกหนาตื้นบางในเรื่องนี้ แต่ยังมิอาจเปิดปากบอกกล่าวให้อีกฝ่ายทราบได้           “ ข้าพอเข้าใจความลำบากใจของท่านดี ว่าแต่นอกจากแล้วยังมีใครที่เข้าร่วมประชุมเช้านี้อีกบ้าง?”           อาหลงเอ่ยถามถึงผู้ที่ฝ่าบาทเรียกตัวเข้าร่วมหารือในเช้านี้ ก่อนที่หลู่กงกงจะตอบกลับมาว่า ยังมีสมุหนายก หลี่ต้าหลิว , เสนากลาโหม ซุนหงอคง , แม่ทัพใหญ่ ฮั่วชิง  , เจ้าเมืองเทียนหยาง หลิวว่านซาน และเหล่าขุนนางบู๊ ขุนนางบุ๋นระดับสูงที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เข้าร่วมหารือเพื่อหาข้อสรุป           “ ท่านกงกงคิดว่าฝ่าบาทจะยินยอมส่งตัวองค์หญิงห้าไปอภิเษกตามคำขอของทางต้าหมิงหรือไม่?”           ชายหนุ่มเอ่ยถามหลู่กงกงที่นั่งตรงข้ามกับเขาอยู่บนรถม้า พร้อมทั้งทำท่าทีครุ่นคิดอะไรบางอย่าง         “ ข้ามิอาจคาดเดาพระทัยของฝ่าบาท แต่ว่าจริง ๆ แล้วการเชื่อมสัมพันธไมตรีของทั้งสองแคว้นผ่านทางการอภิเษกสมรสก็ถือเป็นเรื่องดี เพราะจะได้ไม่ต้องมีสงคราม ไม่มีผู้คนต้องมาบาดเจ็บล้มตาย  ท่านกุนซือเห็นเป็นเช่นไร?”           ขันทีเฒ่าผู้จัดเจนเอ่ยถามอีกฝ่ายอย่างลองเชิง เพราะว่าอยากจะรู้ว่าอีกฝ่ายมีความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้เช่นไร อีกทั้งคนสนิทของฮ่องเต้ผู้นี้ยังพอจะมองออกว่าชายหนุ่มผู้นี้และองค์หญิงห้าต่างมีใจรักใคร่ชอบพอซึ่งกันและกัน   แต่ก่อนที่กุนซือจะตอบคำถามของอีกฝ่าย รถม้าก็วิ่งมาถึงวังหลวงพอดี          “ ขอเชิญท่านกงกงและท่านกุนซือลงจากรถม้าขอรับ”          ทหารองครักษ์ผู้ทำหน้าที่สารถีเปิดผ้าม่านพร้อมทั้งเชิญคนทั้งสองลงจากรถม้า เพื่อเข้าเฝ้าฝ่าบาทที่ท้องพระโรง          “ ท่านกุนซือ ฝ่าบาทกำลังหารือกับเหล่าขุนนางอยู่ ท่านโปรดรอสักครู่เพื่อรอให้ฝ่าบาทเบิกตัวเข้าเฝ้า”           หลู่กงกงเอ่ยกับกุนซือให้รั้งอยู่รอที่ห้องรับรอง ก่อนที่หลู่กงกงจะเข้าไปถวายรายงานว่าเสียมหลอหลงได้เดินทางมาถึงแล้ว              ณ ท้องพระโรง          “ ใต้เท้าซุน เกี่ยวกับเรื่องนี้ ท่านมีความเห็นอย่างไรบ้าง?”           หยางไท่จงรับสั่งถามเสนากลาโหม ซุนหงอคง ด้วยพระพักตร์ที่เรียบเฉยจนไม่มีใครคาดเดาพระทัยของพระองค์ได้ออกว่าทรงดำริเช่นไรอยู่            “ หม่อมฉันพร้อมทั้งแม่ทัพทั้งหลาย เห็นควรบอกปัดข้อเสนอของทางต้าหมิงเพื่อรักษาศักดิ์ศรีของต้าหยางเราพ่ะะย่ะค่ะ”            ใต้เท้าซุน บิดาของซุนเตียวหุย ซึ่งถือเป็นผู้นำขุนนางฝ่ายทหารซึ่งมาจากฝ่ายตะวันตก และเป็นขุนนางส่วนน้อยหากเทียบกับขุนนางฝ่ายตะวันออกที่มีจำนวนมากกว่า ทูลองค์ฮ่องเต้ด้วยความฮึกเหิม โดยไม่เกรงกลัวต่อความยิ่งใหญ่ของทัพต้าหมิงเลยแม้แต่น้อย ซึ่งทำให้ฮ่องเต้ต้าหยางทรงแย้มพระสรวลออกมาเพียงวูบหนึ่งก่อนจะปรับพระพักตร์เป็นเรียบเฉยตามเดิม          “ หม่อมฉันขอคัดค้านพ่ะย่ะค่ะ  หากเราปฏิเสธข้อเสนอของทางต้าหมิง อีกฝ่ายก็จะหาข้ออ้างเปิดศึกโจมตีต้าหยางของเรา เมื่อนั้นราษฎรทั้งหลายก็จะต้องประสบภัยแสนเข็ญแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ”          หลี่ต้าหลิว ขุนนางเก่าแก่ที่มีความดีความชอบในการร่วมตั้งราชวงศ์เมื่อครั้งองค์หยางเกาจู่ และเป็นผู้นำขุนนางฝ่ายตะวันออกทูลทัดทาน เพื่อมิให้ทรงเห็นชอบในการทำสงครามกับอีกฝ่าย          “ ถ้าต้าหยางเรายอมส่งองค์หญิงห้าไปอภิเษก ก็เท่ากับเรายอมอ่อนข้อให้กับต้าหมิง เช่นนี้มิเท่ากับว่าเรายอมรับว่าเราสวามิภักดิ์ต่ออีกต้าหมิงหรอกรึ ท่านสมุหนายก?”          เป็นแม่ทัพใหญ่ ฮั่วชิง เชื้อสายของฮั่วชี้ปิ้ง ซึ่งยังอยู่ในวัยฉกรรจ์ อายุอานามเพียงแค่ 28 ปีเท่านั้น เอ่ยโต้แย้งขุนนางเฒ่าซึ่งดำรงตำแหน่งสมุหนายก          โดยแคว้นต้าหยางมีระบบการปกครองและระบบขุนนางที่ถอดแบบมาจากราชวงศ์หมิงจนเกือบจะทั้งหมด จะแตกต่างอยู่บ้างตรงที่ขุนนางที่มีอำนาจมากที่สุดรองจากองค์ฮ่องเต้ก็คือสมุหนายกซึ่งจะดูแลขุนนางฝ่ายพลเรือนทั้งหมด ส่วนสมุหกลาโหมดูแลขุนนางฝ่ายทหาร ถัดลงไปก็จะเป็นเจ้ากรมอีก 5 กรม คือ เจ้ากรมขุนนาง เจ้ากรมพระคลัง เจ้ากรมพิธีการ เจ้ากรมยุติธรรม เจ้ากรมโยธา  ในขณะที่ต้าหมิงจะมี 6กรม            “ ท่านไม่ควรเอาความรู้สึกของตนเองเป็นใหญ่ จนลืมนึกถึงหายนะอันใหญ่หลวงที่ประชาชนจะได้รับจากภัยสงครามที่ท่านต้องการจะให้เกิดขึ้นนะท่านแม่ทัพใหญ่ ท่านเสนากลาโหม”           หลี่ต้าหลิว กล่าวโต้แย้งอีกฝ่าย เพราะไม่ต้องการเสี่ยงที่จะเห็นบ้านเมืองต้องลุกเป็นไฟ และราษฎรจะต้องมาประสบทุกข์ยากจากภัยสงคราม           “ กราบทูลฝ่าบาท ท่านกุนซือ เสียมหลอหลงเดินทางมาถึงแล้ว รอเบิกตัวเข้าเฝ้าอยู่ด้านนอกพ่ะย่ะค่ะ”           หลี่กงกงเข้ามากราบทูลหยางไท่จง ถือเป็นการขัดจังหวะการโต้แย้งของขุนนางฝ่ายบู๊และบุ๋นพอดี                             “ เบิกตัวท่านกุนซือ เสียมหลอหลงเข้ามา”            ฮ่องเต้ต้าหยางรับสั่งด้วยพระสุรเสียงอันดังและเปี่ยมไปด้วยพระบารมี ก่อนที่หลู่กงกงจะประกาศเบิกตัวกุนซือหนุ่มเข้าเฝ้า                    “ เบิกตัวที่ปรึกษาพิเศษส่วนพระองค์ เสียมหลอหลงเข้าเฝ้า”             “ หม่อมฉันเสียมหลอหลง ถวายพระพรฝ่าบาท ขอจงทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่น ๆ ปีพ่ะย่ะค่ะ”            อาหลงคุกเข่า พร้อมกับกล่าวถวายพระพร ก่อนที่พระองค์จะรับสั่งให้อีกฝ่ายยืนขึ้นได้ ท่ามกลางสายตาของเหล่าขุนนางน้อยใหญ่ที่จับจ้องมาที่กุนซือหนุ่มผู้นี้ด้วยความสนใจ                                “ พวกท่านทั้งหลาย ข้าขอแนะนำให้พวกท่านได้รู้จักกับที่ปรึกษาพิเศษของข้า ท่านกุนซือเสียมหลอหลง”           หยางไท่จงทรงแนะนำอีกฝ่ายต่อเหล่าขุนนางด้วยพระองค์เอง ก่อนที่เสียมหลอหลงจะประสานมือคารวะเหล่าขุนนางน้อยใหญ่ที่เข้าร่วมประชุมในท้องพระโรง           “ ผู้เยาว์ เสียมหลอหลง คำนับใต้เท้าทุกท่าน ขอทุกท่านโปรดชี้แนะด้วย”         ชายหนุ่มคารวะเหล่าขุนนางอย่างนอบน้อม ในขณะที่ขุนนางบางส่วนเกิดความรู้สึกชื่นชมกุนซือหนุ่มผู้นี้ที่อายุยังเยาว์ แต่กลับได้รับการโปรดปรานจากฝ่าบาท แต่ก็มีขุนนางบางส่วนที่เกิดอคติต่อเขา เพราะคิดว่าเขาคงใช้การประจบสอพลอจนทำให้ได้รับการโปรดปราน           “ ได้ยินชื่อมานาน วันนี้ข้ามีวาสนาได้พบท่านกุนซือผู้มีสติปัญญาเป็นเลิศ หาผู้ใดเปรียบซักที”          สมุหนายก หลี่ต้าหลิวเอ่ยทักทายอีกฝ่าย ด้วยน้ำเสียงและท่าทีที่ดูเหมือนจะเป็นการประชดประชันแดกดันอีกฝ่ายมากกว่าจะเป็นการชื่นชม       “ มิกล้าขอรับ ผู้เยาว์เปรียบเสมือนนกน้อยหัดบิน คงมิอาจจะไปเปรียบกับพญาอินทรีเช่นผู้อาวุโสทั้งหลายที่อยู่ที่นี่ได้”          อาหลงเอ่ยถ่อมตัวกับอีกฝ่าย ด้วยความเคารพ แต่ก็ไม่ได้มีท่าทีหงอหรือเกรงกลัวอีกฝ่ายที่อาวุโสกว่าและแสดงท่าทียกตนข่มท่านแม้แต่น้อย  จนทำให้เหล่าขุนนางระดับปลายแถวที่อยู่ ณ ที่นี่เกิดความรู้สึกชื่นชมอีกฝ่ายขึ้นมาหลายส่วน          “ ท่านกุนซือ ที่เราเชิญท่านมาก็เพื่อจะขอให้ท่านแสดงความคิดเห็นเรื่องที่ทางต้าหมิงสู่ขอองค์หญิงห้า เพื่อไปอภิเษกเป็นพระสนมที่แคว้นต้าหมิง  ท่านมีความเห็นอย่างไรบ้าง?”          หยางไท่จงรับสั่งถามกุนซือหนุ่ม ท่ามกลางขุนนางฝ่ายบู๊บุ๋นที่รอคอยคำตอบของอีกฝ่าย ว่าจะเป็นประโยชน์และจะสนับสนุนฝ่ายใดกันแน่          “ ตามความเห็นของหม่อมฉัน เห็นควรว่าต้าหยางเรามิควรจะปฏิเสธข้อเสนอของทางต้าหมิง เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงสงครามที่อาจจะทำให้ราษฎรต้องประสบเคราะห์ได้พ่ะย่ะค่ะ”          ชายหนุ่มกราบทูลความเห็นไปตามตรง ทำให้ขุนนางบุ๋นซึ่งส่วนใหญ่มาจากฝ่ายตะวันออกยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจ ในขณะที่ขุนนางบู๊ซึ่งมาจากสายทหารมีท่าทีที่ผิดหวังและเหยียดหยามต่อความขี้ขลาดตาขาวของกุนซือหนุ่มผู้นี้  รวมไปถึงหยางไท่จงที่มีพระพักตร์ผิดหวังวูบหนึ่งก่อนจะปรับพระพักตร์เป็นปรกติดังเดิม           “ ท่านที่ปรึกษากล่าวได้ถูกต้องแล้วพ่ะย่ะค่ะ ถือเป็นวาสนาของราษฎรที่ไม่ต้องประสบทุกข์เข็ญจากภัยสงคราม”            ขุนนางเฒ่า หลี่ต้าหลิว กราบทูลฮ่องเต้ด้วยความยินดีและพึงพอใจในคำตอบของอีกฝ่าย          “ ข้าผิดหวังในตัวท่านจริง ๆ ท่านที่ปรึกษา  ลูกชายข้าอุตส่าห์กล่าวชมท่านให้ข้าฟัง แต่ไม่นึกว่าบัณฑิตหน้าขาวเช่นท่านจะรักกลัวตัวตายเหมือนกับขุนนางตะวันออกเหล่านั้น”            ซุนหงอคง เสนากลาโหมเอ่ยกับอีกฝ่ายด้วยความผิดหวัง และหมดศรัทธาในตัวของชายหนุ่มที่บุตรชายคนเดียวของตนออกปากยกย่องชมเชย  ในขณะที่ขุนนางฝ่ายตะวันออกส่วนใหญ่ที่สนับสนุนให้ยอมรับข้อเสนอของต้าหมิงล้วนมีสีหน้าไม่พอใจที่โดนอีกฝ่ายพูดจาดูถูกพวกตน        “ ท่านกุนซือ หรือว่าท่านจะทนเห็นองค์หญิงห้าถูกส่งไปอภิเษกที่ต้าหมิงโดยไม่ทำอะไรเลยเช่นนั้นรึ?”         เป็นทางด้านหลิวว่านซาน เจ้าเมืองเทียนหยางที่อดรนทนไม่ไหวจนต้องเอ่ยทักท้วงออกมา เมื่อเห็นว่าน้องชายที่ตนเคยชื่นชม กลับกลายเป็นพวกขี้ขลาดรักตัวกลัวตายขึ้นมา จนไม่กล้าที่จะปกป้องสตรีที่ตนรัก         “ ใต้เท้าหลิว หรือท่านคิดว่ากองทัพต้าหยางที่มีทหารเพียงหยิบมือของเรา จะสามารถต่อกรกับกองทัพหลายร้อยหมื่นของต้าหมิงได้?”          หวังจิ่งฉง เจ้ากรมพิธีการ ซึ่งอยู่ฝ่ายตะวันออกและสนับสนุนให้ส่งตัวองค์หญิงห้าไปอภิเษกออกมากล่าวโต้แย้งแทนเสียมหลอหลง        “ เอาล่ะ ๆ ทุกท่าน  อย่าเพิ่งโต้เถียงกัน  ข้าขอพักการประชุมสักครู่  จากนั้นเราค่อยกลับมาหารือกันใหม่”        ฮ่องเต้ต้าหยางที่ทรงอดทนสดับรับฟังขุนนางทั้งสองฝ่ายโต้แย้งไปมา รับสั่งให้พักการประชุม พร้อมทั้งทรงมีรับสั่งให้เสียมหลอหลง หลิวว่านซาน ฮั่วชิง และซุนหงอคง เข้าเฝ้าเป็นการส่วนพระองค์  โดยหลิวว่านซานได้เข้ามาพูดคุยกับเสียมหลอหลงสักครู่ก่อนที่จะรีบพากันไปเข้าเฝ้าโดยด่วน        “ ท่านกุนซือ เรายอมรับว่าค่อนข้างผิดหวังกับความเห็นของท่านในที่ประชุมเมื่อครู่ ท่านก็เกรงกลัวทหารร้อยหมื่นของต้าหมิงเช่นเดียวกับพวกขุนนางบุ๋นตาขาวพวกนั้นจริง ๆ รึ”        หยางไท่จงทรงรับสั่งกับเสียมหลอหลงอย่างไม่ค่อยแน่ใจว่านั่นจะเป็นความคิดเห็นจริง ๆ ของเขา  ซึ่งหลังจากที่ได้ฟังพระองค์ตรัสถาม ชายหนุ่มก็ยิ้มออกมาพร้อมกับกราบทูลฮ่องเต้ต้าหยางอย่างใจเย็นและไม่มีความรู้สึกวิตกกังวลใจใด ๆ        “ ฝ่าบาททรงพระปรีชายิ่งแล้ว  ที่หม่อมฉันถวายความเห็นเช่นนั้นในที่ประชุม ก็เพื่อหลอกให้ขุนนางบุ๋นตายใจเท่านั้นพ่ะย่ะค่ะ”     “ ท่านหมายความเช่นไรท่านกุนซือ  ท่านไม่ได้เห็นด้วยกับการส่งองค์หญิงห้าไปอภิเษกกับทางต้าหมิงหรอกรึ?”        เสนากลาโหม ซุนหงอคง เอ่ยถามอีกฝ่ายด้วยความสงสัย ก่อนที่เขาจะอธิบายให้ทุกคนฟังว่า ที่เขาเสนอให้ตอบตกลงกับทางต้าหมิง ก็เพื่อเป็นการถ่วงเวลาอีกฝ่าย เพื่อที่ทางต้าหยางจะได้มีเวลาจัดเตรียมทัพและความพร้อมในด้านต่าง ๆ         “ หม่อมฉันมีความเห็นว่าควรตอบตกลงกับทางนั้น แต่ขอเลื่อนเวลาเป็นหนึ่งปีค่อยส่งองค์หญิงไปอภิเษก โดยให้เหตุผลว่าองค์หญิงจะต้องไว้ทุกข์ให้กับไทฮองไทเฮาที่เพิ่งสวรรคตไปเมื่อไม่นานเป็นเวลาหนึ่งปี”          “ เป็นความคิดที่ยอดเยี่ยมมากท่านกุนซือ ทางต้าหมิงคงคิดไม่ถึงว่าเปลือกนอกเราแสร้งยอมรับข้อเสนอ แต่แท้จริงแล้วพวกเราเตรียมพร้อมที่รบแตกหักกับพวกเขาต่างหาก”          หยางไท่จงทรงรับสั่งชมเชยเสียมหลอหลงด้วยความโสมนัส ก่อนที่พระองค์จะตรัสถามว่ามีแผนการใดเพิ่มเติมอีกหรือไม่         “ หม่อมฉันเห็นว่าควรจะขอเปลี่ยนตัวองค์หญิงที่จะไปอภิเษก จากองค์หญิงห้าเป็นองค์หญิงใหญ่ เพื่อให้สมพระเกียรติกับฮ่องเต้ต้าหมิงมากขึ้น เพื่อให้ทางนั้นจะได้เชื่อสนิทใจว่าเรายอมจำนนต่อพวกเขาจริง ๆ พ่ะย่ะค่ะ”           เสียมหลอหลงกราบทูลหยางไท่จงพร้อมด้วยทูลถวายเหตุผลที่ดูสมเหตุสมผล  แต่จริง ๆ แล้วที่เขากราบทูลเช่นนั้นก็เนื่องจาก ก่อนที่จะเข้าเฝ้าเมื่อครู่ หลิวว่านซานได้มากระซิบบอกเขาว่า จริง ๆ แล้วทูตต้าหมิงมิได้มีเจตนามาสู่ขอองค์หญิงห้าแต่แรก  แต่พวกเขามาเพื่อขอให้ต้าหยางส่งองค์หญิงองค์ใดก็ได้ไปอภิเษกเป็นพระสนมของฮ่องเต้ของพวกตน หากต้าหยางปฏิเสธพวกเขาก็จะหาข้ออ้างเปิดฉากโจมตีต้าหยางทันที  สาเหตุที่ต้าหมิงระบุเจาะจงว่าเป็นองค์หญิงห้าก็เป็นเพราะองค์หญิงใหญ่ส่งคนของตนไปทาบทามและเจรจาทูตต้าหมิงให้ไปเที่ยวที่หอหงส์ดรุณพร้อมทั้งมีของกำนัลล่อใจที่ยากจะปฏิเสธ เพื่อแลกกับการให้ทูตต้าหมิงระบุเจาะจงขอให้เป็นองค์หญิงห้าที่องค์หญิงใหญ่มองว่าจะเป็นศัตรูหัวใจและคู่แข่งแย่งบัลลังก์กับนาง              “ อืม ท่านกุนซือช่างรอบคอบและมีอุบายที่แยบคายจริง ๆ”           แม่ทัพใหญ่ ฮั่วชิง เอ่ยชมชายหนุ่มจากใจจริง ในขณะที่หลิวว่านซานเองก็รู้สึกสะใจที่เสียมหลอหลงสามารถเอาคืนองค์หญิงใหญ่ได้อย่างเจ็บแสบ           “ ตกลงตามนี้ เดี๋ยวพอเข้าประชุมต่อ เราจะเสนอให้ตอบรับข้อเรียกร้องของต้าหมิงพร้อมทั้งขอเลื่อนการส่งตัวองค์หญิงเป็นต้นปีหน้า รวมทั้งขอเปลี่ยนตัวจากองค์หญิงห้าเป็นองค์หญิงใหญ่อีกด้วย”           หยางไท่จงรับสั่งกับขุนนางของพระองค์ก่อนที่จะเสด็จกลับไปที่ท้องพระโรงเพื่อประชุมปรึกษาหารือกันต่อ                     ณ ท้องพระโรง         “ หม่อมฉันขอคัดค้านการเปลี่ยนตัวจากองค์หญิงห้าเป็นองค์หญิงใหญ่พ่ะย่ะค่ะ” .............................................................................................................................คุยกันหลังฉาก.....มาแล้วนะครับ สำหรับตอนที่ 39 และต้องขออภัยรีดที่น่ารักทุกท่านด้วยนะครับที่ไรท์หายไปหลายวัน  เป็นเพราะไรท์ถูกอาการป่วยลักพาตัวไป เลยไม่สามารถมาอัพนิยายต่อได้  แต่พออาการเริ่มดีขึ้นไรท์ก็รีบลงมือเขียนต่อจนเสร็จ และรีบอัพลงให้รีดทุกท่านได้อ่านอย่างเร็วที่สุด  สำหรับตอนนี้ อาหลงของเราก็สามารถพลิกสถานการณ์ช่วยให้องค์หญิงห้าไม่ต้องถูกส่งตัวไปอภิเษกที่ต้าหมิง แถมยังย้อนรอยเอาคืนองค์หญิงใหญ่ ผู้เป็นต้นเรื่องทั้งหมดได้อย่างสาสมเลยทีเดียว  เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป ติดตามอ่านและลุ้นได้ในตอนต่อไปได้เลยครับ           ขอบคุณรีดทุกท่านที่ยังติดตามอ่านด้วยดีเสมอมา โดยเฉพาะคุณ Linda 30466 ที่คอยทำหน้าที่ บก.ที่แสนดีมาตลอด  ยังมีคุณ  Monazeza ที่คอยเมนท์ “ อยากอ่านต่อ” แทบทุกตอน เป็นกำลังใจให้ไรท์อยากเขียนต่อ และล่าสุด คุณ Tonlhiw ที่เข้ามาอ่านรวดเดียวจบตั้งแต่ตอนแรกยันตอนสุดท้าย พร้อมคอมเมนท์ดี ๆ หลายคอมเมนท์ สุดยอดจริง ๆ ครับ เหมือนกับที่คุณ Fahsal001 เคยอ่านรวดเดียวจบมาแล้วเช่นกัน         นอกจากนี้ ขอบคุณรีดทุกท่านที่เคยเข้ามาเมนท์ ไม่ว่าจะเป็นคุณ.....      Mi55.pp       ladyppam      reader0000    kanphoo10   Teawveaw   Jasoncaham   Jampa1055     poom1005      Kongpangea    Dollm@kerChyachanthlak    ผู้เฒ่าสิบแผ่นดิน  และคุณนัท         ขอบคุณจริง ๆ ครับ................................................................................................................สุดยอดข้อคิด พิชิตความสุขและความสำเร็จในชีวิต“ ผู้แพ้ปล่อยให้มันเกิดขึ้น  แต่ผู้ชนะอย่างข้า เป็นคนลงมือทำให้มันเกิดขึ้น”                          

    คล้ายกับเรื่องย้อนเวลาพลิกฟ้าคว่ำดิน ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258